ฉันยืนส่องกระจกบานสูงในห้องแต่งตัว พินิจมองใบหน้าของ 'รีอัส ดิ เอทราม่า' หญิงสาวผู้มีดวงตาสีมรกตคมกริบและใบหน้าที่ดูเย่อหยิ่งทว่างดงามราวกับตุ๊กตา ในใจยังคงขบคิดเื่ที่ท่านพ่อบอกว่าจะจัดงานเลี้ยงน้ำชาให้
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับสัตว์ปีกที่าเ็ก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ตามด้วยเสียงเคาะเบาๆ ที่สั่นเครือจนแทบไม่ได้ยิน
"เข้ามา" ฉันเอ่ยสั่งโดยไม่หันไปมอง
บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวัง เขาคือ คาเวน ไรเซล ทาสกามที่ฉัน... หรือรีอัสคนเดิม 'เลี้ยง' ไว้ในคฤหาสน์แห่งนี้
เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาที่ดูตัดกับสภาพร่างกายของเขาอย่างสิ้นเชิง ใบหน้าที่ควรจะหล่อเหลาและหวานละมุนกลับเต็มไปด้วยรอยช้ำสีม่วงคล้ำที่มุมปาก รอยตบตีที่เพิ่งเกิดใหม่ประทับอยู่บนแก้มข้างซ้ายอย่างชัดเจน ดวงตาคู่สวยคู่นั้นก้มมองพื้นตลอดเวลา ร่างกายของเขาสั่นสะท้านราวกับใบไม้ต้องลมยามที่ฉันก้าวเท้าเข้าไปใกล้
เขาวางถาดน้ำชาลงบนโต๊ะข้างๆ ด้วยมือที่สั่นเทาจนกาน้ำชาส่งเสียงกระทบกันเบาๆ
"ขะ... ข้าเอาชามาให้ครับ... คุณหนูรีอัส..." เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ
ฉันมองรอยแผลเ่าั้แล้วนึกย้อนถึงความทรงจำที่ผุดขึ้นมาในหัว รีอัสคนเก่ามักจะอาละวาดและระบายอารมณ์ลงที่คาเวนเสมอ ไม่ว่าเธอจะหงุดหงิดจากเื่ใดมา เขามักจะเป็ 'ที่รองรับ' ความเกรี้ยวกราดนั้นเสมอ
เขากลัวฉัน... เขากลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
ฉันกวาดสายตามองไปทั่วเรือนร่างของเขา รอยแผลที่เต็มไปหมดนั่นทำให้ฉันรู้สึกจุกอยู่ในอก มันไม่ใช่ความสะใจอย่างที่รีอัสคนเก่าเคยรู้สึก แต่มันคือความรู้สึกผิดที่หนักอึ้งในฐานะที่ตอนนี้ฉันคือเ้าของร่างนี้ ผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่โหดร้ายเหล่านี้
"เงยหน้าขึ้น" ฉันสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
คาเวนสะดุ้งสุดตัว ร่างของเขาเกร็งแน่นก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาของเขามีแต่ความหวาดกลัวสุดขีด ราวกับกำลังรอคอยว่าความเ็ประลอกใหม่กำลังจะพุ่งเข้าใส่
"เจ็บมากไหม" ฉันถามพลางยื่นมือออกไป
เขารีบหลับตาปี๋และย่อตัวลงต่ำ ก้มหน้าลงไปอีกราวกับรอคอยการถูกตบซ้ำ "ขะ... ขอประทานโทษครับ! ผมจะระวังให้มากกว่านี้... อย่า... อย่าตีผมเลยนะครับคุณหนู..."
ความรู้สึกเวทนาพุ่งเข้าเกาะกินใจฉัน นี่น่ะหรือคือชีวิตของคนในโลกนี้? ที่ที่ความเสรีหมายถึงการมีอำนาจเหนือชีวิตผู้อื่นจนถึงขั้นมองเป็เพียงสิ่งของ?
"ฉันไม่ได้จะตีเธอ" ฉันลดมือลง เปลี่ยนเป็วางมือบนถาดชาแทน
"ไปหยิบกล่องยามา แล้วตามฉันมาที่ห้องนั่งเล่น... คาเวน"
เขาเบิกตากว้าง เงยหน้ามองฉันด้วยความประหลาดใจอย่างที่สุด แววตาที่สั่นไหวคู่นั้นดูราวกับไม่เชื่อหูตัวเองว่านางมารร้ายที่เคยจองเวรเขา จะเปลี่ยนน้ำเสียงกลายเป็ความนิ่งเฉยที่ไร้ซึ่งรังสีอำมหิตเช่นนี้
ฉันนั่งลงบนโซฟากำมะหยี่ตัวนุ่มในห้องนั่งเล่นส่วนตัว กวักมือเรียกคาเวนที่ยังยืนตัวแข็งทื่ออยู่ห่างออกไปราวกับหวาดกลัวว่าพื้นพรมจะลุกเป็ไฟ เขาเดินเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าแ่เบา กล่องยาในมือสั่นไหวจนเสียงฝากระทบกันเบาๆ ฉันคว้ากล่องยาจากมือเขามาวางไว้ข้างตัว ก่อนจะออกคำสั่ง
"นั่งลง"
คาเวนทิ้งตัวนั่งลงบนพรมแทบเท้าฉันอย่างรวดเร็ว ก้มหน้าคางชิดอก นี่คือท่าทางของคนที่ถูกสอนให้สำนึกในสถานะทาสมาจนหยั่งรากลึก ความระแวงในดวงตาคู่นั้นยังคงชัดเจน เขาสะดุ้งเฮือกเมื่อฉันหยิบสำลีชุบยาสมานแผลออกมา
"นิ่งๆ สิ" ฉันพึมพำ
ขณะที่ฉันค่อยๆ บรรจงเช็ดทำความสะอาดรอบๆ รอยช้ำที่มุมปากของเขา ใจฉันกลับเต้นผิดจังหวะ นี่คือครั้งแรกในชีวิต... ในชีวิตวัยยี่สิบแปดปีของวีวี่คนเก่า ฉันไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหนมาก่อนเลย การทำงานหนักหน่วงทำให้ชีวิตฉันไม่มีพื้นที่ว่างให้ความรักหรือความสัมพันธ์
แต่ที่นี่... คานิส เมืองที่เสรีทางด้านการสมรสไม่จำกัด เมืองที่ความปรารถนาไม่ใช่เื่ผิด ฉันมองชายหนุ่มที่ใบหน้าหวานล้ำแต่เต็มไปด้วยรอยแผลตรงหน้า แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา
ฉันตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ชีวิตนี้ฉันจะใช้ให้คุ้มที่สุด
ฉันแสร้งทำเป็จดจ่อกับการทายา แต่นิ้วชี้ของฉันกลับจงใจเกลี่ยเบาๆ ที่ริมฝีปากล่างที่บวมช้ำของเขา ัันั้นแ่เบาจนคาเวนหลุดเสียงลมหายใจสั่นพร่าออกมา
สายตาของเขาตวัดขึ้นมองฉันเป็ครั้งแรก แววตาสีเทาหม่นนั้นฉายชัดถึงความสับสนปนเปรี้ยวเข็ดฟัน เขาคงกำลังตั้งคำถามว่า 'นางมารร้าย' กำลังวางแผนกลั่นแกล้งอะไรเขาอีก แต่ฉันกลับไม่ยอมหยุดแค่นั้น ฉันใช้นิ้วเกลี่ยริมฝีปากเขาอีกครั้งอย่างช้าๆ ออกแรงกดลงไปเบาๆ จนเขาต้องเผยอปากออกอย่างไม่ตั้งตัว
"เจ็บไหม?" ฉันถามเสียงต่ำ ราวกับจะท้าทาย
คาเวนตัวสั่นระริก ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรัวอยู่ที่ปลายนิ้วฉัน ฉันโน้มตัวลงไปใกล้ขึ้นอีกจนได้กลิ่นหอมจางๆ จากกายของเขา ฉันไม่ได้ทำไปเพราะความรัก แต่ทำไปเพื่อปลดปล่อยสัญชาตญาณความ้าที่ถูกกดทับมาตลอดยีีสิบแปดปี
ฉันขยับนิ้วเข้าไปในปากของเขาอย่างแ่เบา ััได้ถึงฟันเรียงสวยและลิ้นที่สั่นไหวอย่างตื่นตระหนกของเขาที่พยายามจะถอยหนี
"อมมันไว้สิ... คาเวน" ฉันกระซิบสั่งเสียงพร่า "วันนี้ฉันอยากรู้นัก ว่าคนที่เป็สมบัติของฉัน... จะปรนเปรอฉันได้ดีแค่ไหน"
คาเวนเบิกตากว้าง ดวงตาคู่สวยสั่นไหวอย่างรุนแรง เขาไม่รู้เลยว่าการกระทำนี้ของฉันไม่ใช่การกลั่นแกล้ง แต่มันคือการ 'ประเดิม' ชีวิตใหม่ที่ฉันรอคอยมานานแสนนาน