บทที่ 48 หนูชอบคุณลุงเป็นอันดับสาม
อันโหรวขมวดคิ้ว เธอสับสนไปหมด พลางถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ก่อนที่หน่วนหน่วนจะหายไป เธอได้พูดอะไรแปลก ๆ บ้างไหม”
อันหยางครุ่นคิดอย่างจริงจัง จากนั้นเขาก็พยักหน้าอย่างลังเล “หน่วนหน่วนบอกให้ผมพาเธอไปหาคุณลุง แต่ผมไม่ยอม หลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ทุกอย่างเป็นเหมือนปกติ”
อันโหรวพอจะเข้าใจแล้ว หน่วนหน่วนอาจจะไปหาจิ่งเป่ยเฉิน!
แต่เธอออกมาจากบริษัทจิ่งแล้ว เธอไม่ได้เจอหน่วนหน่วนเลย
ในขณะที่เธอกำลังขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด หลินจือเสี่ยวก็โทรมาหาเธอพอดี จึงทำให้เธอเข้าใจทุกอย่าง
“โหรวโหรว รีบมาหาฉันที่นี่เร็ว หน่วนหน่วนไม่รู้มาโผล่ที่นี่ได้ยังไง” หลินจือเสี่ยวพูดกับอันโหรวทางโทรศัพท์ ขณะที่อุ้มอันหน่วนอยู่
เธอไม่รู้เลยว่า อันโหรวกลับบ้านแล้ว
อันหน่วนดิ้นไปมาในอ้อมกอดของหลินจือเสี่ยว แล้วตะโกนใส่โทรศัพท์ว่า “แม่ หนูมาหาแม่กับป้าจือเสี่ยว แล้วคุณลุงก็อยู่ที่นี่ด้วย”
ใช่แล้ว จิ่งเป่ยเฉินก็อยู่ที่นี่เช่นกัน ทันทีที่เขาได้ยินข่าว เขาก็ออกมาดู พอเห็นอันหน่วนเข้า ใบหน้าเย็นชาของเขาก็ละลายทันที เขายื่นมือออกไปรับอันหน่วนมาจากอ้อมแขนของหลินจือเสี่ยว และยังคงปลอบโยนเธอด้วยความอดทน ไม่ว่าเด็กหญิงตัวน้อยจะต้องการอะไร เขาก็ยินดีทำตามโดยไม่มีข้อแม้
เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นบนหน้าผากของหลินจือเสี่ยว เธอเอามือปิดโทรศัพท์แล้วพูดเสียงเบาว่า “รีบมาเร็วเข้า คุณจิ่งอุ้มหน่วนหน่วนเข้าไปในห้องทำงานแล้ว”
อันโหรวกัดฟันกรอด วางสายโทรศัพท์แล้วหันไปมองอันหยาง “หยางหยาง แม่เจอน้องแล้วนะ อยู่ที่บริษัทแม่ เดี๋ยวแม่ไปรับหน่วนหน่วนกลับมา ลูกอยู่บ้านรออย่างเดียวก็พอ”
อันหยางไม่ยอมง่าย ๆ เขาขมวดคิ้วแล้วส่ายหน้า “ผมจะไปกับแม่”
อันโหรวอุ้มลูกชายเข้าไปในห้อง วางลงบนโซฟา แล้วแกล้งทำหน้าบึ้ง “แม่เหนื่อยมากแล้ว หยางหยางเชื่อฟังแม่รออยู่บ้านได้ไหม”
อันหยางเม้มปากแน่น สุดท้ายก็ยอมพยักหน้า
หลังจากจัดการกับลูกชายเรียบร้อยแล้ว อันโหรวก็รีบกลับไปที่บริษัท ความโกรธในใจยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ เธอก้าวเดินอย่างไม่มั่นคง เสียงฝีเท้าดังสนั่นไปตลอดทางจนถึงชั้นสิบห้า
หลินจือเสี่ยวกังวลใจมาตลอด พอเห็นอันโหรวมาถึงก็รีบลุกขึ้นทันที “ทำไมเพิ่งมาเนี่ย ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้วนะ!”
“หยางหยางตกใจ ฉันเลยกลับบ้านไป” อันโหรวอธิบายสั้น ๆ พูดจบก็เดินตรงไปที่หน้าห้องทำงานของประธานบริษัท แล้วเคาะประตูสองครั้ง “คุณจิ่ง ฉันอันอวี้หาน ขออนุญาตเข้าไปได้ไหมคะ”
“เข้ามา”
อันโหรวเปิดประตู ในตอนนี้อันหน่วนกำลังนั่งอยู่บนตักของจิ่งเป่ยเฉิน อมยิ้มหวาน ๆ อยู่ในปาก พอเห็นอันโหรวก็มีสีหน้าดีใจ แล้วรีบเรียก “แม่...”
ความโกรธในใจของอันโหรวปะทุถึงขีดสุด เธอรีบดึงอันหน่วนลงมาจากตักของจิ่งเป่ยเฉิน ให้เธอยืนบนพื้น ใบหน้าบึ้งตึงเอ่ยเสียงแข็ง “ลูกออกมาโดยไม่บอกพี่ชายกับแม่สักคำแบบนี้ได้ยังไง พี่ชายร้องไห้แทบขาดใจแล้ว รู้ไหมว่าลูกเอาแต่ใจขนาดไหน!”
อันหน่วนตกใจจนน้ำตาไหลพราก จมูกแดงก่ำ “แม่ดุหนูอีกแล้ว แม่ไม่รักหน่วนหน่วนแล้ว”
ใบหน้าของจิ่งเป่ยเฉินบึ้งตึง เขาเหลือบมองอันโหรวอย่างเย็นชา ก่อนจะอุ้มอันหน่วนเข้ามากอด “หน่วนหน่วน แม่ของหนูกินดินระเบิดเข้าไป วันนี้เราไม่ต้องไปสนใจเธอ”
“คุณจิ่งคะ อันหน่วนเป็นลูกสาวของฉัน กรุณาเว้นระยะห่างจากเธอด้วยค่ะ” อันโหรวใจหาย เธอทนเห็นลูกสาวอยู่กับจิ่งเป่ยเฉินแบบนี้ไม่ได้ จึงรีบดึงอันหน่วนออกจากอ้อมแขนของเขา
อันหน่วนยื่นมือออกไปผลักอันโหรว ก่อนจะอ้าแขนให้จิ่งเป่ยเฉินอุ้ม เธอสะอื้นไห้พร้อมกับออดอ้อน “ลุงคะ อุ้มหนูหน่อย หนูไม่เอาแม่แล้ว”
จิ่งเป่ยเฉินเลิกคิ้วอย่างพอใจ เขารับอันหน่วนมาอุ้มไว้ในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย ก่อนจะโยกตัวไปมาเบา ๆ เพื่อปลอบโยนเธอ
อันโหรวกัดริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เป็นแบบนี้อีกแล้ว และที่เห็นได้ชัดคือ อันหน่วนยิ่งชอบจิ่งเป่ยเฉินมากขึ้นเรื่อย ๆ
หากเป็นแบบนี้ต่อไป สักวันหนึ่งลูกสาวต้องทิ้งเธอไปแน่ ๆ
เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอจึงกำมือแน่น สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงแข็ง “อันหน่วน แม่นับถึงสามนะ ถ้าลูกไม่มาหาแม่ แม่จะไปเดี๋ยวนี้ ลูกก็ไปกับลุงเลยแล้วกัน”
“หนึ่ง สอง...” เธอนับถึงสอง ก่อนจะหยุดไปครู่ใหญ่
“แม่ หนูจะไปหาแม่” อันหน่วนดิ้นรน มือเล็ก ๆ ตีไปที่มือของจิ่งเป่ยเฉิน เธอลงมาจากอ้อมกอดของเขา หันหลังกลับไป ยื่นมือออกไปกอดขาของอันโหรว แล้วเงยหน้ามอง ดวงตาใส ๆ เต็มไปด้วยน้ำตา ดูน่าสงสารเป็นอย่างมาก
อันโหรวคลายความกังวลลง เธอก้มลงอุ้มลูกสาว หยิบกระดาษทิชชูออกมาเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของเจ้าตัวน้อย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “หน่วนหน่วน ครั้งหน้าลูกจะออกไปไหนต้องบอกพี่ชายก่อนนะ ลูกเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ออกไปข้างนอก แม่กับพี่ชายเป็นห่วงมากเลยรู้ไหม”
อันหน่วนพยักหน้าอย่างว่าง่าย ดวงตาและจมูกแดงเหมือนกระต่ายน้อย เธอกะพริบตาปริบ ๆ พยายามจะกลั้นน้ำตาเอาไว้
จิ่งเป่ยเฉินมองดูฉากนี้ หัวใจก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างกะทันหัน ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็นภาพความรักระหว่างแม่ลูกมาก่อน แต่พอเห็นอันอวี้หานกับอันหน่วนแบบนี้ หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
ถ้าพวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกัน...
คงจะดีแค่ไหน
“คุณจิ่ง ขอโทษนะคะที่ทำให้คุณต้องมาเห็นเรื่องน่าขำแบบนี้” อารมณ์ของอันโหรวค่อย ๆ สงบลง ขณะที่อุ้มลูกสาว บนใบหน้ามีรอยยิ้มที่ดูสุภาพเรียบร้อย แต่กลับเต็มไปด้วยความเฉยชาและห่างเหิน
อันหน่วนซบหน้ากับไหล่ของเธอ ร่างกายเล็ก ๆ กำลังสั่นเทา อันโหรวจึงเอามือลูบหลังลูกสาวเบา ๆ พลางพูดเสียงดังว่า “ไม่รบกวนเวลาทำงานของคุณจิ่งแล้วค่ะ ฉันจะพาลูกสาวออกไปก่อน”
พูดจบเธอก็กำลังจะไป แต่จิ่งเป่ยเฉินกลับยื่นมือออกมาขวางเธอไว้ “รออีกแป๊บหนึ่ง ผมมีของจะให้”
อันโหรวอุ้มอันหน่วนมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ เห็นเขาหยิบกล่องสีขาวออกมาจากลิ้นชักโต๊ะทำงาน เพียงแค่เหลือบมองแวบเดียวเธอก็ดูออกว่ามันคืออะไร
“ขอบคุณในความหวังดีของคุณจิ่ง แต่ฉันคิดว่าฉันไม่ต้องการค่ะ” เธอพูดจบก็ก้าวเท้าเดินออกไป
“หน้าจอโทรศัพท์แตกขนาดนั้นยังไม่เปลี่ยน หรือว่ามันมีความหมายทางใจมาก หรือว่าเงินเดือนบริษัททีอีต่ำ จนคุณไม่มีเงินแม้แต่จะเปลี่ยนโทรศัพท์เครื่องใหม่?” จิ่งเป่ยเฉินเลื่อนกล่องไปที่ขอบโต๊ะทำงาน จนกระทั่งครึ่งหนึ่งของกล่องลอยอยู่กลางอากาศ
น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย ไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ แต่ยิ่งเป็นแบบนี้ ก็ยิ่งทำให้อันโหรวรู้สึกกังวล
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ อันหน่วนยังอยู่ในอ้อมกอดของเธอ ลูกสาวของเธอชอบจิ่งเป่ยเฉินมาก ทำให้เธอทั้งรู้สึกกังวลและกลัว แต่ก็มีความสุขปนอยู่ลึก ๆ
ลูกสาวชอบพ่อ มันเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องที่น่ายินดี
แต่สถานการณ์ปัจจุบันของพวกเขา ไม่เหมาะที่จะติดต่อกันมากเกินไป
“คุณจิ่งว่างมากจริง ๆ นะคะ บริษัทจิ่งใหญ่ขนาดนี้ ถ้าพนักงานทุกคนได้รับการปฏิบัติแบบนี้ คุณจิ่งคงต้องเปลี่ยนโทรศัพท์ให้พนักงานทั้งวัน” อันโหรวลูบหลังอันหน่วนเบา ๆ น้ำเสียงกลับสงบกว่าเขาเสียอีก
“ดังนั้นคุณควรจะรู้สึกเป็นเกียรติ” สายตาของจิ่งเป่ยเฉินเลื่อนขึ้นไปมองอันหน่วน มุมปากก็ยกยิ้มขึ้น “ไม่งั้นว่าง ๆ ก็ให้หน่วนหน่วนโทรหาลุงบ้าง ดีไหม?”
“ดีค่ะ! หนูชอบคุณลุงเป็นอันดับสามเลย” อันหน่วนยิ้มร่ามองเขา แต่เมื่อรู้ว่าแม่ไม่ชอบเขา เธอก็เม้มปาก แล้วเงยหน้ามองอันโหรว “แม่...”
ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู อันโหรวใจอ่อนยวบตั้งนานแล้ว แต่เธอไม่ต้องการของของจิ่งเป่ยเฉิน
“แม่จะซื้อให้ลูกเอง เราก็ซื้อให้พี่ชายด้วย” เธอไม่มองจิ่งเป่ยเฉินอีกต่อไป แล้วอุ้มอันหน่วนเดินออกจากห้องทำงานของเขา
เมื่อได้ยินเสียงปิดประตูห้องทำงาน จิ่งเป่ยเฉินจึงก้มลงมองโทรศัพท์มือถือที่อยู่บนโต๊ะ ขนาดของยังให้ไม่ได้ เขารู้สึกพ่ายแพ้เล็กน้อย
แต่พอคิดถึงสิ่งที่อันหน่วนพูดไปเมื่อครู่ว่า ชอบเขาเป็นอันดับสาม เขาก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง นอกจากแม่กับพี่ชาย ก็เป็นเขาแล้ว
ในขณะที่กำลังใจลอยอยู่ เขาก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น