บทที่ 37 คนร้ายก็คือเธอ (รีไรต์)
หลังจากสร้อยเพชรร่วงลงบนพื้น เสียงฮือฮารอบข้างก็ดังขึ้น พวกเขาจ้องมองเสิ่นชิงด้วยสายตาเหยียดหยาม
เสิ่นชิงมองสร้อยคอที่อยู่บนพื้นชั่วครู่ ดวงตาของเธอเย็นชา
ต้องยอมรับว่าเฉียวอวี้เหอเล่นสกปรกจริง ๆ
“อ๊ะ! สร้อยคอของฉัน!” สาวสวยเซ็กซี่ในชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดงวิ่งลงมาจากบันได เธอคือเจ้าของห้อง 801 ที่อยู่ติดกับห้องเสิ่นชิงนั่นเอง
สาวสวยเซ็กซี่ก้มลงเก็บสร้อยคอด้วยความเจ็บปวด เธอตะโกนใส่เสิ่นชิงด้วยความโกรธ
“ยัยขโมยไร้ยางอาย! ฉันจะส่งเธอเข้าคุก! สร้อยคอเพชรบลูไดมอนด์ลิมิเต็ดอิดิชั่นเส้นนี้ราคา 500,000 หยวน เธอเตรียมนํ้าตาเช็ดหัวเข่าในคุกได้เลย!”
พนักงานที่อยู่ข้าง ๆ ก็ส่งเสียงดังกว่าเดิม “เสิ่นชิง! ทั้งคนทั้งของเป็นหลักฐานขนาดนี้ เธอยังมีอะไรจะพูดอีก!”
“หึ! ยัยขโมยไร้ยางอาย แค่มองก็สกปรกแล้ว!”
“รีบโทรแจ้งตำรวจจับเธอเลย! เธอมันตัวอันตรายชัด ๆ!”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากฝูงชน “กล่องเหล็กนั่นคืออะไร? เปิดดูหน่อยสิ! ใครจะไปรู้ ข้างในอาจจะมีของที่ขโมยมาซ่อนอยู่ก็ได้!”
นอกจากสร้อยคอแล้ว สิ่งที่หล่นออกมาจากกระเป๋าเป้ของเสิ่นชิงยังมีบัตรประจำตัวนักศึกษา เอกสารพินัยกรรม และกล่องเหล็กอีกหนึ่งใบ
เมื่อได้ยินคนตะโกนจะเปิดกล่องเหล็ก เสิ่นชิงก็ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย เพราะข้างในนั้นเป็นหลักฐานที่เธอรวบรวมไว้เกี่ยวกับการสลับตัวของพ่อแม่เฉียวเฟิง
เธอกำลังหนักใจว่าจะเปิดเผยเรื่องนี้อย่างไรดี แต่ถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกมาแบบนี้ ก็ถือว่าประหยัดเวลาได้มาก
ดังนั้น เมื่อสตรีมเมอร์คนนั้นเปิดกล่องเหล็กออกมา เสิ่นชิงจึงไม่ได้ขัดขวาง
พรึบ! กล่องเหล็กถูกเปิดออก
ข้างในกล่องบรรจุรูปถ่ายหลายใบ แฟลชไดร์ฟ เทปบันทึกภาพ และเอกสารที่ดูเหมือนจะเป็นคำให้การจำนวนมาก
สตรีมเมอร์คนนั้นกวาดตาดูอย่างรวดเร็วพบว่าข้างในไม่ใช่เครื่องประดับทองคำหรืออัญมณีมีค่า เธอจึงปิดฝากล่องอย่างรู้มารยาท แล้วเก็บใส่กระเป๋าคืนให้เสิ่นชิง
เสิ่นชิงเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ หืม? ทำไมไม่ดูต่อล่ะ? เธอยังอยากจะใช้โอกาสนี้เปิดเผยความจริงอยู่เลย
ขณะเดียวกัน ในห้องถ่ายทอดสดของเหล่าสตรีมเมอร์ก็เต็มไปด้วยข้อความแสดงความคิดเห็นมากมาย
ช่องแชต : บ้าไปแล้ว! ไม่จริงใช่ไหม เสิ่นชิงขโมยสร้อยไปจริง ๆ เหรอ! รู้หน้าไม่รู้ใจจริง ๆ
ช่องแชต : ฮะ? ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้ ฉันชอบเธอมากเลยนะ
ช่องแชต : บ้าเอ๊ย! เลิกติดตาม เลิกติดตามแล้ว! ฉันจะไปกดยกเลิกติดตามเดี๋ยวนี้เลย!
ช่องแชต : พวกนายมีสมองกันบ้างไหม สร้อยคออยู่ในกระเป๋าของเสิ่นชิง แปลว่าเธอเป็นขโมยอย่างนั้นเหรอ? ถ้าเกิดมีคนเอาไปใส่ไว้เพื่อกลั่นแกล้งล่ะ?
ช่องแชต : ฉันว่าเสิ่นชิงไม่ใช่คนแบบนั้นนะ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดก็รู้แล้ว ทำไมต้องมาเถียงกันไร้สาระด้วย?
ช่องแชต : เอ๊ะ? ไม่มีใครสนใจเอกสารในกล่องเหล็กนั่นเหรอ? ฉันเหมือนเห็นคำว่า 'สับเปลี่ยน' 'ธนาคารเลือด' อะไรเทือก ๆ นี้อยู่ด้วยนะ
ตอนนี้สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่การขโมยสร้อยของเสิ่นชิง ทำให้สิ่งของในกล่องเหล็กถูกมองข้ามไป
เมื่อเห็นดังนั้น เสิ่นชิงจึงได้แต่อธิบายต่อไปว่า “ฉันไม่ได้ขโมยสร้อย มีคนแอบเอามาใส่ไว้ในกระเป๋าตอนที่ฉันไม่อยู่ในห้อง”
พนักงานคนหนึ่งพุ่งเข้ามาชี้นิ้วด่าเสิ่นชิงว่า “ เสิ่นชิง เธอนี่หน้าด้านจริง ๆ! จนถึงตอนนี้แล้วยังกล้าแก้ตัวอีก”
“เธอรีบร้อนตัดสินฉันขนาดนั้นทำไม?” เสิ่นชิงจ้องเขม็งใส่พนักงานหญิงคนนั้น
จากนั้นเธอจึงพูดเสียงเรียบว่า “รอดูกล้องวงจรปิดก่อนแล้วค่อยสรุปก็ยังไม่สาย ถ้าฉันจำไม่ผิด บนทางเดินทุกชั้นของโรงแรมแห่งนี้มีกล้องวงจรปิด ถ้าฉันขโมยสร้อยคอที่ทางเดินจริง ๆ กล้องวงจรปิดก็น่าจะถ่ายภาพนั้นได้”
สิ้นคำพูดของเสิ่นชิง เหล่าสตรีมเมอร์ที่ชอบเรื่องสนุกก็ส่งเสียงโห่ร้อง “ถูกต้อง! ดูกล้องวงจรปิด! ดูกล้องวงจรปิด! พวกเราเชื่อในสิ่งที่เห็นกับตาเท่านั้น”
ในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกกับภาพตรงหน้า เด็กเสิร์ฟคนหนึ่งก็แอบหนีออกจากฝูงชน วิ่งตรงไปยังห้องควบคุมกล้องวงจรปิด
เฉียวเทียนเอินโทรหาผู้จัดการโรงแรม แต่ผู้จัดการโรงแรมก็ไม่รับสายเสียที
ในที่สุด เฉียวเทียนเอินก็ไปพบกับหัวหน้า รปภ. ขอให้เขาพาทุกคนไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด
แต่หัวหน้า รปภ. กลับบ่ายเบี่ยง “ขออภัยคุณชายเฉียว นอกจากเจ้าของโรงแรมและตำรวจแล้ว ไม่มีใครสามารถเข้าไปในห้องควบคุมกล้องวงจรปิดได้”
“พี่เฉียว แจ้งตำรวจเถอะ” เสิ่นชิงพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่ต้องเสียเวลาพูดกับพวกเขาหรอก พวกเขาไม่ให้ความร่วมมือกับเราอยู่แล้ว”
สายตาของเสิ่นชิงเย็นชาลง เริ่มจากเจ้าของโรงแรม ผู้จัดการ ไปจนถึง รปภ. และพนักงานทั้งหลาย ทุกคนในโรงแรมต่างสมคบคิดกันเพื่อขัดขวางการสืบสวน
เป้าหมายของพวกเขาก็คือ โยนความผิดเรื่องขโมยนี้มาให้เธอเท่านั้น
ดูเหมือนว่า หากต้องการสืบสวนหาหลักฐาน ก็ต้องแจ้งความเท่านั้น
เฉียวเทียนเอินพยักหน้า เขาค่อนข้างมีอิทธิพลในเมืองหางโจว และรู้จักคนในกรมตำรวจอยู่บ้าง เชื่อว่าเมื่อตำรวจมาถึง เรื่องราวทั้งหมดจะกระจ่างในไม่ช้า
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ตำรวจจากสถานีตำรวจหางโจวก็มาถึง
หลังจากเข้าใจเรื่องราวคร่าว ๆ แล้ว หัวหน้าเหอแห่งกองตำรวจก็พาเจ้าหน้าที่เข้าไปในห้องควบคุม
มีเพียงตำรวจเท่านั้นที่สามารถเข้าไปในห้องควบคุมได้ คนอื่น ๆ ทำได้เพียงรอผลการสอบสวนอยู่ด้านนอก
เสิ่นชิงยืนพิงราวบันได ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาคล้ำราวกับไม่ได้นอน บ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด
มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ว่าวันนี้เธอผ่านอะไรมาบ้าง ตอนนี้เธอแค่อยากสอบให้เสร็จ ๆ แล้วไปจากสถานที่วุ่นวายแห่งนี้โดยเร็วที่สุด
ทว่าท่าทางเหนื่อยล้าของเสิ่นชิง กลับถูกคนรอบข้างที่มุงดูตีความไปว่าเป็นอาการของคนรู้สึกผิด
“ดูท่าทางอ่อนแรงของเธอสิ คงเพิ่งจะสำนึกได้ว่ากลัวสินะ สมกับคำว่าไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริง ๆ”
“ใช่ เธอเอาความกล้ามาจากไหนถึงกล้าเรียกตำรวจ”
“พวกเราดูเธอไว้ให้ดี อย่าให้เธอหนีไปได้”
“อืม” เสิ่นชิงเมินเฉยต่อเสียงรอบข้าง หลับตาพักผ่อน เธอไม่ได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่มมาหลายวันแล้ว
เฉียวเทียนเอินเห็นท่าทางเหนื่อยล้าของเสิ่นชิงก็รู้สึกสงสาร เขาพูดปลอบโยนอย่างแผ่วเบา “ชิงชิง ไม่ต้องกังวลนะ พี่อยู่ข้างเธอเสมอ”
ระหว่างที่เขากำลังพูด ตำรวจและหัวหน้ารปภ. ในห้องควบคุมก็เดินออกมา
คนที่มุงดูอยู่ด้านนอกต่างพากันตื่นเต้น “เป็นยังไงบ้าง? เห็นภาพไหม? เห็นเสิ่นชิงขโมยของหรือเปล่า?”
ได้ยินเสียงโหวกเหวก เสิ่นชิงจึงลืมตาขึ้นอย่างเหนื่อยอ่อน ดวงตาของเธอดูเหม่อลอย
หัวหน้าเหอเดินมาหาเฉียวเทียนเอิน เขาทำสีหน้าลำบากใจ “พวกเราไม่เห็นภาพในกล้องวงจรปิดครับ ดูเหมือนภาพในกล้องวงจรปิดของวันนี้จะถูกลบไปแล้ว”
สิ้นคำพูด ทุกคนก็พากันโวยวาย ในห้องถ่ายทอดสดก็คึกคักไม่แพ้กัน
ช่องแชต : เฮ้ย! เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำแน่ ๆ ทุกคนอย่าเพิ่งเลิกติดตามสิ่นชิง ฉันว่าเธอเป็นผู้บริสุทธิ์!
ช่องแชต : ใช่ ๆ แค่เรื่องลบข้อมูลกล้องวงจรปิด ก็เห็นได้ชัดว่ามีคนกำลังใส่ร้ายเสิ่นชิง
ช่องแชต : ตอนนี้เสิ่นชิงดังมาก ต้องมีคนอิจฉาตาร้อนบ้างแหละ
ช่องแชต : แล้วจะทำยังไงดีล่ะ? ภาพในกล้องวงจรปิดก็ถูกลบไปแล้ว ใครจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเสิ่นชิง?
สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น บรรยากาศก็ร้อนระอุขึ้นมาเช่นกัน
สาวสวยเซ็กซี่ในชุดเดรสห้อง 801 ยังคงไม่ยอมลดละ ตะโกนใส่เสิ่นชิงว่า “ต้องเป็นเธอแน่ ๆ ที่ลบภาพในกล้องวงจรปิดเพื่อทำลายหลักฐาน เพราะแบบนี้ถึงได้โวยวายอยากดูกล้องวงจรปิดอยู่ได้!”
พูดจบ เธอก็วิ่งไปหาตำรวจที่ยืนอยู่ตรงหน้า กระทืบเท้า แล้วพูดว่า “คุณตำรวจคะ คนร้ายก็คือเธอ จับเธอไปเลยค่ะ!”