ตอนที่หนึ่งร้อยสามสิบเก้า Gift Economic
“เวลาไปหาใครหาของฝากติดไม้ติดมือไปด้วย”
นั่นคือคำสอนที่ผู้เฒ่าผู้แก่สอนคนหนุ่มสาวในดินแดนแถบนี้
หากเราพิจารณาจากประวัติศาสตร์
โรมันชนชั้นสูงจะไม่รับสินบนโดยตรง
แต่เราจะติดสินบนมาในรูปแบบของ
“ของขวัญ”
เพราะจะมากจะน้อยแม้เราจะเป็นคนโลภและชั่วช้าสารเลวมากมายแค่ไหน
แต่จะมากจะน้อยมนุษย์เราก็ยังหน้าบาง
แถมยังสามารถหลอกตนเองว่าตนเองไม่ได้โลภรับของมาอย่างเดียว
รับของมาแล้วก็ทำงานให้จริงๆ
อย่างเช่นการส่งทหารไปช่วยยึดอาณาจักรที่ประชาชนกระด้างกระเดื่องขับไล่ราชาที่โหดร้ายเสียจนได้รับการจารึกชื่อในคัมภีร์ไบเบิ้ล
ทำให้ท่านเปาบุ้นจิ้นถึงต้องเอาภริยาและครอบครัวไปอยู่นอกนครหลวง
เพราะกลัวคนจะเอาสินบนมามอบให้ตนเองไม่ได้จะไปมอบ
“ของขวัญ”
ให้กับหลังบ้านของตนเอง
พ่อแม่หรือคนมีอายุจะมองว่าเด็กไร้ความมีสัมมาคารวะไปหาใครไม่ถือของไปให้
เด็กรุ่นใหม่อาจจะมองว่า
ตูไม่อยากติดสินบนด้วยของขวัญฟ่ะ
มนุษย์เรานั้นน่าสนใจอย่างหนึ่ง
เราชอบตอบสนองกิเลสของเราแต่ก็พยายามจะหลอกตนเองไปด้วยในเวลาเดียวกัน
อย่างที่เปาเหมี่ยนโดนบอกว่า
ให้ก่อนคือสินบน
ให้ที่หลังคือสินน้ำใจ
ทั้งที่การให้หรือการสัญญาว่าจะให้ทำให้เชื่อว่าจะให้นั้นก็ผิดกฎหมายทั้งสิ้นในเรื่องของการติดสินบน
แต่ท่าทางเราจะมองเป็นเรื่องของการต่างตอบแทนมากๆ
เอาเรื่องของการรักษาความสัตย์ต่างตอบแทน
มาแก้ข้อครหาการทำชั่วรับสินบนผิดกฎหมาย
แต่แนวคิดพื้นฐานนี้ก็ยังมีอยู่ทั่วไปและเจิดก็ต้องกัดฟันเช่นกัน
“นี่จ๊ะผ้าไหมสวยงาม”
เจิดเอาของมาให้บรรดาญาติผู้ใหญ่ของเสือดำดู
ผ้าไหมสวยงามแบบไม่มีผีสิงสู่อยู่แสดงให้กับบรรดาผู้เฒ่าผู้แก่ชมดู
“นี่กำไลหยก”
เจิดมอบกำไลให้กับบรรดาแม่เฒ่าที่ยิ้มจนฉีกปากเห็นฟันหลอ
“โอ๊ยไม่ต้องเกรงจงเกรงใจหรอกพ่อหนุ่ม”
กล่าวเช่นนั้นแต่ก็คว้ากำไลแหวนเงินต่างๆไปลองใส่อย่างมีความสุข
“ส่วนนี่เหล้าฝรั่ง”
เจิดมอบให้กับพ่อเฒ่าที่กลืนน้ำลายดังเอื้อกออกอาการเปรี้ยวปากอยากเหล้า
นี่น่าจะเป็นสาเหตุที่การคลำไม่ดื่มสุราดูเป็นเรื่องที่ยากสำหรับคนในดินแดนนี้สินะ
และเจิดได้แอบกระซิบพร้อมกับยื่นนิตยาสารให้ตอนที่พวกผู้หญิงวิจารณ์ข้าวของต่างๆกันอยู่
“ส่วนนี่นิตยสารแหม่มฝรั่งหายากมากเลยพ่อเฒ่า”
“ฮา ฮา ฮา ไม่ต้องลำบากหรอกไอ้หนุ่มเอ๊ย”
แต่ก็คว้านิตยสารแหม่มฝรั่งไปทันที
ด้วยกระบวนการติดสินบนกันเรียบร้อยแล้วพวกเราก็เริ่มทานข้าวและเจรจาทางธุรกิจกันได้เสียที