หลังจากการฝึกฝนไม่กี่วันเยี่ยซางก็ได้เข้าสู่ขั้นแรกของคัมภีร์หมื่นวิถีตราบใดที่เขาตั้งใจฝึกพลังของคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์และคัมภีร์หมื่นวิถีก็จะโคจรพร้อมกัน
นอกจากนี้เยี่ยซางพบว่าความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นมาก หมัดสามารถทำลายต้นไม้ที่มีความหนาเท่าปากชามได้เขาคาดว่าแขนคงมีพลังหลายพันจิน ขาทั้งสองข้างก็เช่นเดียวกันความแข็งแกร่งหลายพันจินในตอนนี้คงไม่มีทางเกิดขึ้นเลยหากไม่ได้ฝึกคัมภีร์หมื่นวิถี
เมื่อความแข็งแกร่งของขาและแขนทั้งสองข้างเพิ่มขึ้นทั้งความแกร่งและความเร็วของทักษะหอกไล่ลมก็ดีขึ้นอย่างมากเยี่ยซางรู้สึกว่าถ้าเขายังคงฝึกฝนเช่นนี้ต่อไปอีกไม่นานก็จะเข้าสู่ระดับแรกของหอกไล่ลม
ใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมาความสัมพันธ์ของเยี่ยซางและเทียนอวี่ก็ดีขึ้นเรื่อยๆทุกวันหลังจากการฝึกฝนเยี่ยซางจะอาบน้ำให้เทียนอวี่และจัดขนให้มัน
เทียนอวี่มีพฤติกรรมแปลกๆอยู่บ้าง มันยอมรับแต่เยี่ยซางเท่านั้น พอศิษย์รับใช้ทำอาหารให้มันกลับไม่แตะต้องอาหารที่ได้รับจากศิษย์รับใช้ แม้จะออกไปล่าสัตว์ด้วยตัวเองมันก็จะไม่กิน เว้นแต่เยี่ยซางจะอยู่ด้วย
เยี่ยซางเข้าใจดีว่านี่เป็เื่ของความไว้วางใจเทียนอวี่ไว้ใจเขาเท่านั้น มันไม่ไว้ใจผู้อื่น
ในวันที่เงียบสงบเขาอยู่ที่บ้านไม้ไผ่เป็เวลาหนึ่งเดือนแล้วการบ่มเพาะของเยี่ยซางได้เข้าสู่ขั้นที่ห้าของเลี่ยนชี่เมื่อหกหรือเจ็ดวันก่อนก็เข้าสู่ขั้นที่สองของเลี่ยนเซวี่ยของคัมภีร์หมื่นวิถีเช่นกัน
เมื่อเข้าสู่เลี่ยนเซวี่ยขั้นสองของคัมภีร์หมื่นวิถีเยี่ยซางก็สามารถฝึกฝนระดับแรกของหอกไล่ลมได้ด้วย เมื่อหอกเหล็กสีดำถูกเหวี่ยงออกก็คล้ายจะกลายเป็ัดำ เสียงหวีดหวิวของหอกที่แหวกอากาศดังแว่วขึ้นเรื่อยๆ
“บัดซบ! สิบสามน้อยทำไมเ้าถึงดุดันนัก? นี่คือทักษะหอกที่เ้าฝึกหรือ?” ขณะเยี่ยซางกำลังฝึกซ้อมถังเทียนและฉู่หนิงก็ปรากฏตัวขึ้นเมื่อทั้งสองเห็นการใช้หอกที่รวดเร็วของเยี่ยซางพวกเขาต่างก็ประหลาดใจมากทักษะดาบและหอกที่พวกเขาฝึกล้วนเป็ระดับหนึ่งแต่มันดูต่ำกว่าทักษะหอกไล่ลมเสียอีก
“ศิษย์พี่ทั้งสองมาแล้ว! ข้ามีชากับเหล้าอยู่พวกท่าน้าดื่มอะไรหรือ?” หลังเยี่ยซางหยุดฝึกเขาก็เช็ดเหงื่อบนใบหน้าของตนเองด้วยผ้าสะอาดแล้วพูดขึ้น
“มีชามีเหล้าหรือ? อาจารย์ลุงกงลำเอียงเกินไปแล้ว พวกเราไม่มีทั้งสองอย่างเลย”ฉู่หนิงกล่าวด้วยใบหน้าขมขื่น
“ฮ่าฮ่า อาจารย์ลุงไม่ได้ให้ แต่ข้าขอให้คนอื่นซื้อมาให้”เยี่ยซางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ขั้นห้าของเลี่ยนชี่... สิบสามเ้าต้องไม่อยากให้พวกเรามีชีวิตอยู่แน่ๆ ความเร็วในการฝึกฝนของเ้าเร็วเกินไปแล้วอาจารย์ลุงคงได้จัดการพวกเรากันแน่นอน ไม่พูดแล้ว เหล้าเล่า?” ถังเทียนนั่งลงพลางพูดขึ้น
ตอนที่เยี่ยซางทะลวงขั้นสี่ของเลี่ยนชี่กงเสวียนไปต่อว่าถังเทียนและฉู่หนิง ตอนนี้เยี่ยซางเข้าขั้นห้าของเลี่ยนชี่แล้วถังเทียนและฉู่หนิงก็เข้าใจได้ทันทีว่าถ้ากงเสวียนรู้เื่นี้จะต้องนำเื่นี้ไปสอนพวกเขาสองคนแน่
“ทำไมศิษย์พี่ทั้งสองถึงมีเวลามาหาข้าเล่า?” เยี่ยซางถามหลังจากเทเหล้าใส่ชามให้แต่ละคน
“เมื่อสองวันก่อนอาจารย์ลุงบอกว่าเ้ามีนกสีขาวที่ดุร้ายอยู่ตัวหนึ่งวันนี้พอพวกเราฝึกเสร็จก็เลยมาดู” ถังเทียนพูดหลังจากดื่มเหล้าที่เยี่ยซางมอบให้
“เ้ากำลังพูดถึงเทียนอวี่สินะ มันออกไปล่าสัตว์” เยี่ยซางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ขณะที่ทั้งสามกำลังพูดคุยและดื่มเหล้ากันอยู่กงเสวียนก็ปรากฏตัวขึ้น
ความประทับใจของเยี่ยซางที่มีต่อกงเสวียนคืออีกฝ่ายมักจะมีรอยยิ้มใจดีบนใบหน้าของตนเองแต่การปรากฏตัวครั้งนี้เขากลับมีสีหน้าที่ถมึงทึง
“พวกสารเลวทั้งสองไม่ยอมฝึกฝนกันดีๆเ้าวิ่งมาที่นี่เพื่อดื่มเหล้าหรือ? พวกเ้า้าเข้าไปในป่าหมื่นอสูรใช่หรือไม่? ถ้าเ้า้าเข้าไป ข้าจะช่วยส่งพวกเ้าไปตอนนี้เลยก็ยังได้”กงเสวียนที่เข้ามาพบถังเทียนและฉู่หนิงในลานบ้านตวาดขึ้น
“อาจารย์ลุง เราผิดไปแล้ว เราจะกลับไปฝึกเดี๋ยวนี้” ฉู่หนิงมึนงงเล็กน้อยเพราะการปรากฏตัวของกงเสวียนก่อนจะเทเหล้าหนึ่งจอกลงคอของเขา
“เดี๋ยวก่อน ข้ามีอะไรจะบอกพวกเ้าในอีกสองเดือนยอดเขาไท่เสวียนของเราจะเปิดอาณาเขตรวบรวมจิติญญาถึงตอนนั้นพวกเ้าสามคนและคนอื่นๆ จะต้องเข้าไปข้างในถ้าพวกเ้าสามคนทำให้ข้าอับอาย ข้าก็ไม่มีอะไรจะพูดอีกนอกเสียจากพวกเ้าต้องไปที่ป่าหมื่นอสูรแทน”หลังจากกล่าวประโยคนี้จบกงเสวียนก็จากไป
“อาจารย์ลุงมีด้านที่ดุร้ายด้วยหรือ? ข้าคิดว่าเขาเป็คนสุภาพอ่อนโยนมาตลอด!”เยี่ยซางกล่าวด้วยความประหลาดใจ
“อ่อนโยน? สิบสามน้อยเ้าพูดว่าอาจารย์ลุงเป็คนอ่อนโยน เ้าคิดว่านี่คืออะไร?” ถังเทียนหันกลับมาและดึงกางเกงลงเล็กน้อยก่อนจะพบรอยช้ำที่ก้นของเขา
เยี่ยซางไม่ได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ถังเทียนพูดออกมาเองเมื่อสองก่อนวันหลังฝึกซ้อมจนเหนื่อยเขาก็นอนพักบนเก้าอี้แล้วจึงถูกกงเสวียนจับได้
ฉู่หนิงยังแสดงให้เห็นรอยบนร่างกายของเขาด้วยการดึงขากางเกงขึ้นมีรอยสีแดงบนน่องของอีกฝ่ายไม่ต้องบอกเยี่ยซางก็รู้ว่านี่เป็ผลจากการถูกตีด้วยหวาย
“เ้ารู้เกี่ยวกับอาณาเขตรวบรวมจิติญญาหรือไม่?” เยี่ยซางถาม
“ข้ารู้เื่นี้มีอาณาเขตรวบรวมจิติญญาอยู่บนยอดเขาทุกแห่งของหุบเขาโอสถหากเ้าฝึกฝนในอาณาเขตรวบรวมจิติญญา การฝึกฝนของเ้าจะเร็วขึ้นกว่าปกติหลายเท่าแต่ทุกปีสามารถเปิดได้เพียงเดือนเดียวเพราะการเปิดอาณาเขตรวบรวมจิติญญาต้องใช้หินิญญา” ฉู่หนิงกล่าว
“ก็แค่เข้าไปฝึกฝนเท่านั้น ทำไมถึงพูดอย่างนั้นเล่า?” เยี่ยซางสับสนเล็กน้อย
“เ้าโง่ ไม่ได้มีแค่เราที่เข้าไป หนานกงอี้และศิษย์คนอื่นๆก็เข้าไปด้วย ถ้าพวกเราสามคนฝึกฝนได้ไม่เร็วเท่าคนอื่นๆอาจารย์ลุงจะรู้สึกขายหน้านะซิ การมีอาจารย์ลุงเข้มงวดแบบนี้ช่างน่าสงสารจริงๆ แม้แต่การเข้าสู่อาณาเขตรวบรวมิญญาก็ต้องต่อสู้ในสำนักไม่แย่ยิ่งกว่านี้หรือ?” ถังเทียนกล่าวอย่างขมขื่น
การแข่งขันในสำนักเยี่ยซางรู้ว่าเป็การแข่งขันของศิษย์จากสำนักเดียวกัน แบ่งออกเป็สามระดับการต่อสู้ของศิษย์ใหม่ การปกครองของศิษย์สายใน และการชิงอำนาจของศิษย์หลัก
ไม่ใช่แค่ศิษย์ใหม่เท่านั้นยังรวมถึงศิษย์สายนอกทั้งหมดด้วย หากพวกเขามีรายชื่ออยู่ในอันดับดีๆพวกเขาจะได้รับรางวัลจากสำนักอีกทั้งทรัพยากรการฝึกฝนของพวกเขาก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน
อย่างไรก็ตามเยี่ยซางไม่มีความหวังสำหรับการแข่งขันประจำสำนักครั้งนี้มากนักเขาจำได้ว่ามีสองคนที่เข้าร่วมการพิธีคัดเลือกศิษย์อยู่ในขั้นที่เก้าของเลี่ยนชี่และอีกหลายคนอยู่ในขั้นแปด นอกจากนี้ศิษย์สายนอกของยอดเขาต่างๆในหุบเขาโอสถล้วนจัดการได้ยาก
หลังจากอยู่ที่นี่สักพักหนึ่งถังเทียนและฉู่หนิงก็จากไป ทั้งสองคนกลัวที่จะโดนกงเสวียนทรมานอีกทั้งยังกังวลเกี่ยวกับบทลงโทษของอาจารย์ด้วยแต่เยี่ยซางกลับคิดว่ากงเสวียนไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้น
หลังจากดื่มเหล้าสองอึกเยี่ยซางก็ฝึกฝนทักษะหอกไล่ลมต่อนี่เป็ทักษะการต่อสู้เพียงอย่างเดียวของเยี่ยซางในตอนนี้
ในการแทงครั้งสุดท้ายเยี่ยซางได้ทำลายก้อนหินที่ด้านข้างของสนามไปในที่สุด
เขาพอใจกับพลังของหอกนี้มากและยังเชื่อว่าการฝึกฝนอย่างหนักของตนเองจะทำให้พลังของหอกไล่ลมแข็งแกร่งขึ้น
เทียนอวี่กลับมาพร้อมกับหมีสีน้ำตาลที่อยู่ในกรงเล็บของมันระหว่างที่เยี่ยซางกำลังทำความสะอาดหอกของตนเอง
หลังจากเทียนอวี่โยนหมีสีน้ำตาลไว้ที่นอกสนามมันก็ร่อนลงข้างๆ เยี่ยซาง รอให้เด็กหนุ่มช่วยจัดขนให้
ในขณะที่เยี่ยซางกำลังจัดขนให้เทียนอวี่อยู่ศิษย์ช่วยงานทั่วไปสองคนก็เข้ามา
พวกเขาไม่จำเป็ต้องนำเนื้อสัตว์มาด้วยทุกวันอย่างไรแล้วเทียนอวี่ก็เป็ผู้ล่าเหยื่อกลับมา พวกเขาจึงมีหน้าที่ในการย่างเท่านั้นเพราะตอนนี้เทียนอวี่ไม่ค่อยกินอาหารดิบมากนัก
หลังจากย่างหมีสีน้ำตาลกับศิษย์รับใช้และให้อาหารเทียนอวี่แล้วเยี่ยซางก็กลับเข้าไปในบ้านไม้ไผ่
เขาหยิบเม็ดยาในแหวนมิติออกมาแล้วเริ่มแยกประเภทเม็ดยาอย่างตั้งอกตั้งใจ
เดิมทีเยี่ยซางวางแผนที่จะดูว่าในแหวนมียาเผยหยวนหรือไม่เพราะตอนนี้เขาฝึกทั้งคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์และคัมภีร์หมื่นวิถีทำให้มียาเผยหยวนไม่พอใช้
หลังจากตรวจสอบเยี่ยซางรู้สึกหมดหนทางเล็กน้อย แหวนของเฟิงเสินไม่ใช่ว่าไม่มียาแต่มันไม่มีเม็ดยาระดับต่ำ เม็ดยาระดับต่ำที่สุดคือยาหนิงหยวนซึ่งเป็นยาระดับสามปกติแล้วมีไว้ให้ผู้ฝึกตนระดับหนิงตันใช้อย่างไรก็ตามเยี่ยซางพบเม็ดยาชนิดหนึ่งที่เหมาะสมกว่าสำหรับเขามันคือยาจิงเซวี่ยซึ่งเป็นเม็ดยาที่ใช้สำหรับเสริมความแข็งแกร่งทางร่างกาย