ฉันเชื่อมาตลอดว่า ‘เพื่อนสนิท’ คือครอบครัวที่เราเลือกเองและสร้างขึ้นมาได้
สำหรับฉัน ‘มะลิ’ แล้ว โรสกับลิลลี่ก็คือครอบครัวนั้น พวกเราสามคนเป็เพื่อนซี้ที่ตัวติดกันเป็ปาท่องโก๋มาั้แ่ปีหนึ่งในรั้วมหาวิทยาลัย เราทำทุกอย่างด้วยกัน เรียนด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ดูหนังด้วยกัน จนกระทั่งเรียนจบและก้าวเข้าสู่โลกของการทำงาน เราก็ยังเลือกที่จะแชร์ค่าเช่าบ้านหลังเล็กๆ ที่อบอุ่นและอยู่ด้วยกันสามคนเหมือนเดิม
แน่นอนว่าเราแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในทุกมิติ
โรส… เธอคือสาวสวยสุดเท่ผู้เป็พี่ใหญ่ของกลุ่ม ผมซอยสั้นสีไวน์แดงของเธอมันช่างขับเน้นดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวให้ดูมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ นิสัยของเธอห้าวๆ ตรงไปตรงมา และพร้อมจะกางปีกปกป้องฉันกับลิลลี่จากทุกสิ่งเสมอ ฉันยังจำวันที่โดนรุ่นพี่ผู้ชายในคณะพูดจาแทะโลมได้อยู่เลย โรสเป็คนแรกที่เดินเข้าไปยืนขวางหน้าฉัน ก่อนจะใช้สายตาเ็าคู่นั้นจ้องมองจนรุ่นพี่คนนั้นต้องล่าถอยไปเอง เธอคือความแข็งแกร่งของกลุ่มเรา
ลิลลี่… เธอคือนางฟ้าผู้อ่อนหวานและใจดี ผมยาวสลวยสีดำขลับของเธอมักจะถูกปล่อยให้ยาวตรงสยายไปกลางหลัง ดวงตาของเธอกลมโตและดูอ่อนโยนเหมือนลูกกวางอยู่เสมอ เธอเป็ผู้ฟังที่ดีที่สุดในโลก ในวันที่ฉันร้องไห้เพราะทำโปรเจกต์ใหญ่พลาด ลิลลี่เป็คนที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉันทั้งคืน ใช้มือเรียวยาวของเธอลูบหลังฉันเบาๆ โดยไม่พูดอะไรสักคำ แต่การกระทำนั้นกลับอบอุ่นและปลอบโยนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ เธอคือความสงบสุขของกลุ่มเรา
ส่วนฉัน มะลิ… ก็คงเป็แค่ผู้หญิงธรรมดาๆ ที่คอยเชื่อมความแตกต่างของทั้งสองคนเข้าไว้ด้วยกัน ฉันอาจจะไม่แข็งแกร่งเท่าโรส หรืออ่อนโยนเท่าลิลลี่ แต่ฉันก็มีความสุขที่สุดที่ได้เป็จุดกึ่งกลางของพวกเธอ
แต่ลึกๆ แล้ว… ลึกลงไปในก้นบึ้งของหัวใจ ฉันรู้ดีว่าความรู้สึกที่ฉันมีให้พวกเธอทั้งสองคนมันมากกว่าคำว่า ‘เพื่อน’ มานานแล้ว
หัวใจของฉันมักจะเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมานอกอกทุกครั้งที่แผ่นหลังของฉันเผลอไปัักับแผงอกที่ดูแข็งแรงของโรสตอนที่เรานั่งเบียดกันบนโซฟา… ทุกครั้งที่ปลายนิ้วของเราัักันตอนที่ส่งของให้กัน… หรือทุกครั้งที่ลิลลี่ใช้สายตาอ่อนโยนคู่นั้นมองมาที่ฉันแล้วถามเบาๆ ว่า ‘มะลิเหนื่อยไหมคะ?’
ใช่… ฉันแอบรักเพื่อนสนิทของตัวเอง… ฉันรักพวกเธอทั้งสองคน
และในคืนวันศุกร์ที่ฝนตกหนักจนทำให้แผนการออกไปท่องราตรีของเราต้องล่มลง… ความรู้สึกที่ฉันพยายามเก็บซ่อนไว้มาตลอดกำลังจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างไปตลอดกาล
“ดูสิ… รถติดเป็บ้าเลย…” โรสบ่นอุบอิบขณะที่เธอนั่งไถหน้าจอโทรศัพท์อยู่บนโซฟา “…แถมฝนยังตกหนักยังกับฟ้ารั่วอีก ออกไปตอนนี้ก็มีแต่เปียกกับหงุดหงิดแหละน่า”
“ลิลลี่ว่าเราหาหนังรักโรแมนติกมาดูดีกว่านะคะ…” ลิลลี่เสนอขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “…อากาศเย็นๆ แบบนี้… ดูหนังรักแล้วกอดกันน่าจะดีที่สุดเลยค่ะ”
แค่ได้ยินคำว่า ‘กอดกัน’ หัวใจของฉันก็เต้นผิดจังหวะไปแล้ว!
“ความคิดดีนี่!” โรสร้องขึ้นอย่างเห็นด้วยทันที “งั้นสั่งพิซซ่า! เอาหน้าฮาวายเอี้ยนที่มะลิชอบด้วย!”
“งั้นเดี๋ยวมะลิไปเอาผ้าห่มผืนใหญ่มา…” ฉันรีบเสนอตัว “…แล้วก็ไวน์ขวดโปรดของพวกเราด้วย!”
ค่ำคืนที่ควรจะเปลี่ยวเหงาจึงกลายเป็ปาร์ตี้เล็กๆ ของเราสามคน… พิซซ่าถาดใหญ่ที่ส่งกลิ่นหอมฉุย ไวน์แดงรสเลิศที่เราแอบเก็บไว้สำหรับโอกาสพิเศษ และหนังรักสุดโรแมนติกบนจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ แสงไฟในห้องนั่งเล่นถูกหรี่ลงจนเหลือเพียงแสงสลัวๆ จากหน้าจอ
เราสามคนนั่งเบียดเสียดกันอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ ห่มผ้าห่มผืนหนาผืนเดียวกัน ฉันนั่งอยู่ตรงกลาง ขนาบข้างด้วยโรสและลิลลี่ กลิ่นไวน์หอมๆ ไออุ่นจากร่างกายของพวกเธอ และเสียงฝนที่โปรยปรายอยู่ด้านนอก มันช่างเป็บรรยากาศที่สมบูรณ์แบบจนน่าใจหาย
บนหน้าจอ พระเอกกับนางเอกกำลังสารภาพรักกันท่ามกลางสายฝน ก่อนที่พวกเขาจะโน้มตัวลงจูบกันอย่างดูดดื่ม…
ในจังหวะนั้นเอง… ฉันก็รู้สึกได้ถึงมืออุ่นๆ ของโรสที่ค่อยๆ เลื่อนจากพนักพิงโซฟา มาวางบนต้นขาของฉันอย่างแ่เบา
ฉันสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกสองคนจะได้ยิน… ทำยังไงดี… ฉันควรจะหยุดเธอไหม… หรือว่า… ฉันควรจะปล่อยให้มันเกิดขึ้น…
มือของเธอค่อยๆ ลูบไล้ต้นขาของฉันอย่างเชื่องช้า ก่อนจะหยุดนิ่ง
“มะลิ…” โรสกระซิบเรียกชื่อฉันเบาๆ เสียงของเธอแหบพร่ากว่าปกติเล็กน้อย
ฉันค่อยๆ หันไปสบตาเธอในความมืดสลัว… ดวงตาคมกริบคู่นั้นตอนนี้ฉ่ำเยิ้มและเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน
“ขอโทษนะ… โรสทนไม่ไหวแล้ว”
สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากอุ่นร้อนของเธอก็ประทับลงมาบนริมฝีปากของฉัน!
(⸝⸝⸝ᵒ̴̶̷ ⌑ ᵒ̴̶̷⸝⸝⸝)
สมองของฉันขาวโพลนไปชั่วขณะ! แต่ััที่นุ่มนวลและร้อนแรงของเธอก็ทำให้สติของฉันพร่าเลือน… ฉันค่อยๆ หลับตาลง แล้วจูบตอบเธอกลับไปอย่างลืมตัว
มันเป็จูบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน…
แต่แล้ว… ในขณะที่ฉันกำลังเคลิบเคลิ้มอยู่กับจูบของโรส ฉันก็รู้สึกได้ถึงััที่อ่อนโยนอีกแห่งหนึ่งที่ซอกคอของฉัน…
ลิลลี่!
เธอกำลังประทับจูบลงบนลำคอของฉันอย่างแ่เบาแต่สั่นสะท้าน!
“มะลิ… โรส…” เสียงของลิลลี่สั่นเครือ “…ลิลลี่… ขอด้วยได้ไหมคะ?”
ฉันไม่มีแรงแม้แต่จะตอบอะไรกลับไป ได้แต่ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามที่หัวใจเรียกร้อง
ตอนนี้ฉันถูกปรนเปรอจากเพื่อนรักทั้งสองคนพร้อมกัน! จูบที่ดุดันของโรส และจูบที่อ่อนหวานของลิลลี่ มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะล่องลอยขึ้นไปบน์
มือของพวกเธอเริ่มซุกซน ลูบไล้ไปทั่วร่างกายของฉันอย่างหิวกระหาย ปลุกเร้าทุกอณูความรู้สึกของฉันให้ตื่นขึ้นมาอย่างเต็มที่
“อื้อ… โรส… ลิลลี่…”
ฉันครางชื่อพวกเธอออกมาอย่างไม่อาจควบคุมได้
เสื้อยืดตัวโคร่งของฉันถูกถอดออกไปตอนไหนก็ไม่รู้… บราลูกไม้สีหวานถูกปลดออกอย่างง่ายดาย…
“สวยจัง…” โรสพึมพำออกมาเบาๆ ขณะที่เธอก้มลงไปดูดดื่มยอดถันของฉันอย่างตะกละตะกลาม
“อ๊า!” ฉันสะดุ้งสุดตัว!
ลิลลี่เองก็ไม่ยอมน้อยหน้า เธอก้มลงไปปรนเปรอยอดถันอีกข้างของฉันอย่างอ่อนโยนแต่ดูดดื่มไม่แพ้กัน
ฉันไม่เคยรู้สึกเสียวซ่านและมีความสุขขนาดนี้มาก่อนในชีวิต!
พวกเธอผลัดกันปลดเปลื้องเสื้อผ้าของกันและกันออกจนหมด… จนในที่สุด ร่างกายเปลือยเปล่าของเราทั้งสามคนก็แนบชิดกันอยู่บนโซฟาตัวใหญ่
แต่แล้ว… ในจังหวะที่ฉันกำลังเคลิบเคลิ้มอยู่นั้น สายตาของฉันก็พลันไปเห็น ‘บางสิ่ง’ ที่ทำให้ฉันต้องเบิกตากว้างด้วยความใสุดขีด!
ที่หว่างขาของโรส… และของลิลลี่…
มันมี… ‘ท่อนกล้วยหอม’ ขนาดใหญ่ที่กำลังแข็งขึงชูชันอยู่!
นี่… นี่มันอะไรกัน… ทั้งโรส… ทั้งลิลลี่… พวกเธอ…
“มะลิใเหรอ?” โรสเงยหน้าขึ้นมาถามฉัน ดวงตาของเธอยังคงฉ่ำเยิ้ม
“กลัวรึเปล่าคะ?” ลิลลี่ถามเสริมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
ฉันรีบส่ายหน้าไปมาอย่างรวดเร็ว… ฉันไม่ได้กลัว… แต่กลับรู้สึกตื่นเต้นจนแทบคลั่ง! ความลับที่พวกเธอเก็บซ่อนไว้มันช่าง… สุดยอด…
“มะ…ไม่ค่ะ…” ฉันตอบเสียงสั่น “…มัน… มันไม่ใช่ความกลัวค่ะ… มัน… อธิบายไม่ถูก… แต่มัน… สวย… สวยมากเลยค่ะ”
คำตอบของฉันทำให้พวกเธอทั้งสองคนยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
“งั้นคืนนี้…” โรสกระซิบเสียงพร่า พลางใช้ท่อนกล้วยหอมของเธอถูไถไปมาที่ต้นขาด้านในของฉันอย่างยั่วเย้า
“…เรามาทำให้มะลิมีความสุขที่สุดในโลกกันนะคะ”