เชียงยืนฟื้นฮัก

    ตอนที่ 7 ยืนทะนงสู้ภัย

         ใกล้จุดหมายเข้าไปทุกที แต่ก็มีเ๱ื่๵๹กระทบก่อให้กองคาราวานหวาดระแวง


         “อดสาเอาเด้อ บักลายสือ”


    คำพูดขจรพลขับเกวียนคนเดิม คอยเติมให้พลังใจ


         “ถอยบ่ได่ดอกน้า เอางัวเพิ่นมาแล้ว”


    อีกเงื่อนไขที่หลีกเลี่ยงทิ้งงานไม่ได้ ลายสือยึดถือสัญญา


         “มึงยังดี ของกูเป็๲หนี้อยู่ตั้งหลาย”


    ขจรสารภาพหยิบยืมเงินมารักษาพ่อ ซึ่งป่วยหนัก


    จำต้องพึ่งพายาหม้อ ทั้งพ่อมดหมอผียังทรุดไม่หาย


    ต่างพันธะผูกให้ร่วมฝ่าฟัน ในการเดินทางแต่ละครั้ง


    หนนี้มีเบื่อหน่ายสำหรับขจร เริ่มรับไม่ได้กับการตายที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า


    ชั่งใจด้วยความจำเป็๲ทำไม่รู้ไม่ชี้ อันภาระหนี้สินที่ติดนายอนันต์มากโข 


    คิดแล้วอึดอัด แค่ลำพังเอาตัวรอดทำตามคำสั่งพอให้ผ่านไปวัน ๆ


    ทั้งบักแปเผลอปากเล่าถึงประการติดสอยห้อยตาม


    เนื่องสัญญาผูกเสี่ยวกันแล้ว ไปไหนต้องไปด้วยกัน


    นึกเอ็นดูที่พวกมันไม่ทิ้งกัน สายสัมพันธ์ระหว่างสหายเพื่อนตาย


    ย้อนแย้งในใจ เพียงภาวนาหวังให้ผ่านพ้น


    สามารถยืนทระนงสู้ภัย ไปด้วยกันตลอดรอดฝั่ง


         “คาเจ่าว่า มีผู้เอาชีวิตมาถิ่มไว้หลายแล้วแม่นบ่ น้า”


    พูดคุยวกเข้าเ๱ื่๵๹เดิม ลายสือลองสืบจากบุคคลใกล้ตัว


    ขณะกลางคืนหยุดขบวนพัก สำรวจดูความเรียบร้อยของลำเกวียนรวมทั้งวงล้อ


    มูลอุบัติเหตุเกิดขึ้น อาจมาจากความหละหลวม 


    ส่วนขจรคิดไม่ถึงเบื้องลึก


         “กะมีทุกเที่ยวนั่นหละ คั่นบ่ฮู้จักแวดวัง”


    ทันใดเงาตะคุ่มเดินมาจนได้ร้องถาม


         “แม่นไผ?”


    สัญชาตญาณ ขจรหูตาไวทักไปจุดเคลื่อนไหว


         “กูเอง”


    บักกึมเอาเสียงนำก่อน รีบบอก


         “เห็นบ่เข้าไปกินผาแลง กูเอาปั้นข้าวบายปลาแดกมาให้”


    รู้จักกันหลายปี ทั้งบักกึมเป็๲คนชักชวนให้มาทำงานกับนายอนันต์กุลาค้าเกลือ


    พักหลังไม่ค่อยสุงสิง จากบทเรียนบักสานตาย เลยต่างคนต่างอยู่


         “๰่๥๹นี่ กูกินข้าวบ่ลง”


    เป็๲จริง ท่าทีขจรเหมือนกังวล


    จับใส่มือบักกึมยัดเยียด


         “หมกอีเห็น กูได่มาต้อนมึงนำ”


    สัตว์ป่าจำพวกเก้งกวาง แต่ตัวเล็กลงมาอีกถูกดักลอบติดบ่วง


    ซึ่งวางไว้ตอนกลางคืน บักกึมได้มาแบ่งปันให้


         “ป๊าด แนวแซ่บตั๊วหนิ”ทางบักแปน้ำลายสอ 


    ตอนเย็นมันได้กินแค่หมกหน่อไม้กับย่างอึ่งแห้ง เสบียงพอมี


         “มาแมะ เอาไปกินสา”ด้านขจรกวักมือเรียก


    จนถูกบักกึมทัก“กูเอามาให้มึง บักจร”


    เท้ากำลังย่างค้างไว้“ข่อยอิ่มแล้ว น้า”บักแปหันหลังเดินกลับ


    ฝ่ายลายสือจึงเอ่ยปาก“ป่ะเฮา ผู้ใหญ่สิคุยกัน”ดุนบักแปก้าวห่าง


         “สูอย่าไปไกลเด้อ”


    ลางเหมือนสำนึกเจือห่วงใย คำย้ำจากขจรดังตามก่อนถามกับบักกึม


         “มีหยัง กะเว้ามาโลด”


    แลรอบบริเวณสายตา มองไปอีกฟากเกวียนจอดเป็๲แถวเรียง


    กองไฟถูกจุดก่อยามกลางคืน แสงสว่างช่วยได้มาก


    จำพวกสัตว์น้อยใหญ่ไม่กล้าเข้าใกล้ เวรยามต่างเป็๲หูเป็๲ตาให้กัน


    สำคัญนายอนันต์รู้ถึงขวัญกำลังใจของบรรดาลูกน้อง


    จึงประกาศเพิ่มอัตราค่าแรงให้ โดยเอาเบี้ยหวัดชักจูง


    นิสัยบักกึมคือเอาพวกพ้อง เห็นใครคิดเอาใจออกห่าง


    ต้องนำเ๱ื่๵๹ถึงหัวหน้า เช่น กรณีบักสาน


    ข้อเสียตรงระแวง เกรงมันแพร่งพรายทำความแตก


    อาจสร้างหายนะสู่ขบวนการขนส่งเกลือ ในคราวหนต่อไป


    วิธีสกัดกั้นคือปิดปากเท่านั้น หากเลิกราผันตัวออกจากบ่วงวงจรนี้


    แรกเริ่มไม่มีใครยอมรับได้ จนต้องโน้มน้าวทุกสารพัด


    จำนวนรู้ลึกที่มีอยู่สิบคนพลขับ จึงช่วยกันเก็บความลับอันสยดสยอง


    อีกสิบคนถูกเป่าหูให้หลงเชื่อ ทุกครั้งการสูญเสียคืออุบัติเหตุ


    หรืออิทธิฤทธิ์สิ่งตามองไม่เห็น ซึ่งส่วนใหญ่ก็เชื่อไปอย่างนั้น


    นิ่งสักพักบักกึมเอ่ยขึ้น


         “มึงกับกู เป็๲หมู่กันโดนแล้ว”


    ย้อนถึงหนหลังเท้าความ รอยยิ้มผุดรำลึก


    สำหรับขจรถ้าไม่ได้บักกึมคอยแนะช่องทางหาเงิน บิดามันคงอายุสั้นลง 


         “คั่นบ่ได่มึง เฒ่าพ่อจักสิเป็๲จังได๋”


    ซึ่งเป็๲จุดพลิกพันหันเหของชีวิต ขจรให้เปื้อนบาป


    จำยอมรับแลกมากับการตอบแทนผู้มีพระคุณ


         “ได่ข่าวบ่ ไผเว้าพื้นกู”


    เปิดประโยคเข้าประเด็นของบักกึม


    การพูดลับหลังในวงแคบมีบ้าง ระหว่างสองคนลักษณะคล้ายมีบางอย่างติดค้างในใจ


    ซึ่งนานมาแล้ว บักสานเคยมีเ๱ื่๵๹ราวกับบักกึม


    สมัยแข่งกันจีบอีลุน เนียนละออลูกสาวหมอช้างประทายต่างชิงดีชิงเด่น


    ผลมีวิชาอาคมเชื้อสายไทกะโซ่ บักสานผ่านพิจารณา ได้เสียผีกินดองแต่งเป็๲เขยกวยสุรินทร์


    ความบาดหมางพอทางบักกึมพ่ายแพ้ ขั้นเก็บแค้นไว้ในอก เมื่อยามจะเอาคืนได้มันเลยจัดการ


    อาศัยสืบรู้ บักสานทำงานให้กับใครคอยตามดู 


    กระทั่งเข้าถึงแหล่งใน แต่กว่าจะถอดตัวได้ก็ถลำลึก


    ถือเป็๲หนึ่งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของเ๱ื่๵๹ร้ายเกิดขึ้น


    คืนนี้มาเพื่อหยั่งเชิงถามกับบักขจร คนดงแสนตอภูมิลำเนาเดียวกัน


         “บ่น๊า! กูบ่ได่ยินไผเว้าหยังเด้หละ”


    มือโยนท่อนฟืนเข้ากองเพลิงโหมไฟ ขจรไม่อยากให้มากความชิงตัดทาง


    บักกึมพูดไม่จบ“มีคนว่ากู เฮ็ดให้บักสานตาย”


    เขี่ยไฟให้ลุกโชน ขจรเองยังไม่อยากจะเชื่อ


         “ผู้ได๋ เป็๲ตะไหมปากมันแท้”


    อาการสถบต่อว่าคนพูด ทำนองควรจะถูกสั่งสอนทำให้บักกึมคลายใจ


         “สิไผ กะพวกญ่านกูได่ลืนนั่นแหล่ว”


    แววหางเสียงส่อเสียด“เห็นหัวหน้า ทรงฮักแพงกูเลยอิจสา”


    สิ่งที่บักกึมเล่า ขจรก็พอเห็นตามเพราะมันเอง 


    อุตส่าห์พามาฝากให้ทำงานร่วมอาชีพกับกุลาอนันต์


    พ่อค้าเกลือที่อ้าแขนรับโดยง่ายดาย


         “มึงกะอย่าคึดหลาย”


    ทำได้คือบอกกัน ขจรเอ่ยถึงตรงนั้น


         “กูบ่สะออน ดอก”


    พอทดสอบแล้ว ยังมีคนอยู่ฝ่ายตนบักกึมลุกขึ้นยืน


         “ขอให้มึงเบิ่งกู เป็๲หมู่คึเก่า ซัมนั่น”


    เลยสวนพูด“มะซ่างว่าแถะ กูบ่แม่นคนลืมคาวเด้อ”


    ด้านขจรไม่เคยลืมบุญคุณของบักกึม


         “เอ้า ๆ กินข้าว สา”


    บังกึมยังย้ำก่อนเดินออกไปทางเดิม ฝั่งเกวียนมันจอด


    รอจนพ้นขจรร้องทัก


         “ออกมาโลด พวกสูบ่ต้องจอบหลอย”


    สีหน้าเจื่อน ๆ ทำเป็๲บ่นแก้ลำ


         “ข่อยกะหมูบดี อยู่เด้หละ”


    บักแปมันนึกว่าหาที่หมอบซ่อนดีแล้ว ยังถูกจับได้


    ลายสือยกมือพนม“ขมาเด้อน้า กะญ้อนควมอยากฮู้”


         “บ่เป็๲หยัง ระวังบักกึมไว้กะดี”


    อีกยังได้รับคำเตือนจากขจร   


    แยกแยะออกระหว่างส่วนคบหาเป็๲เพื่อนกัน หากบางอย่างใช่จะไม่รู้ข้างในลึก ๆ


    อึดอัดเก็บทุุกข์ใจ ขจรหวาดสักวันกรรมคงตามทันตน


    อันไม่แตกต่างเพราะขั้นตอนขนเกลือส่งบังหน้า แท้คือลวงคนมาฆ่าตามบัญชีสั่ง


    ทั้งที่รู้แล้วยังขืนทำต่อ ช่างอัปยศในพฤติกรรม 


    กัดกร่อนจำนน ล้วนเพื่อบุพการีผู้บังเกิดเกล้า


    พลางเปิดห่อหมกส่งต่อบักแป


         “กูกินบ่ลง”


    ๻ั้๹แ๻่บักสานคอหักตาย ภาพสยดสยองยังติดตาขจร


    ยิ้มกว้างลงนั่งทะมัดทะแมง


         “จังเป็๲ลาภปาก ข้าน้อย”


    กำลังหาที่นอน ลายสือเลยถูกเรียกร่วมวงกินข้าวอีกรอบ


         “มาแมะ กูกินผู้เดียวบ่เหมิดดอก”


    การกระทำของบักแป พลอยให้ขจรทบทวน


    ถึงอย่างไรจะชั่วจะดี บักกึมก็คือเพื่อนตน


    ...ทางเวียงวังฝั่งหรดี กลางดึกดื่นเกิดเหตุกะทันหัน


    รับสั่งให้ปุโรหิตเข้าเฝ้ายัง*ปราสาทพนมวัน


         “เดชะละเวิกย้อน ยามฟ้าผ่าหัวปลาหมอพ่ะย่ะค่ะ”


    ขีดเขียนกระดานอ่านทำนาย มังคลาร่ายรายงานเบื้องพักตร์


    อารัมบทยกอ้างเข้าสู่ฤดูฝนน้ำหลาก เขื่อนกั้นแนวคันดินรอบกำแพงเมืองพัง


    จึงเกิดเ๱ื่๵๹วุ่นวาย มวลน้ำทะลักซึมแทรกตรงคูหาบรรทมพื้นเฉอะแฉะชุ่ม


         “คิดออกซอกเห็นเป็๲จังได๋ กูสิย้ายที่”


    องค์เลอสรวงหงุดหงิดถามความคิดเห็น


         “พ่อหลวง อย่าลำพา”


    อวยคำไม่ต้องคิดใส่ใจกับการนี้ ปุโรหิตอัญเชิญ


         “บุริมมีสาน*ปราสาทหินพิมายคอยถ่า ทรงเสด็จประทับ”


    ด้านองค์เลอสรวงกล่าวประสงค์


         “กูอยากซองเบิ่ง*โนนกู่”


    ตรัสถึงปราสาทโนนกู่ สถานรังรักซึ่งสร้างแก่อดีตเทวีคาระปง


    กดแท่งดินสอแทบหัก มังคลาพราหมณ์คัดค้าน


         “โองการว่าม่อง*ส่ำ เก่ามักสิบ่ดี ขอพ่อหลวงอย่าข้องแวะเลย”


    ผ่านมาสิบห้าปียากข่มตัดใจ แม้จะลงอาญาตกตายตามกันแม่ลูกในท้อง


    ท้ายในพระทัยอาลัยอาวรณ์เหลือเกิน จำเป็๲ต้องได้เลือกสักข้อ


         “ให้กูพอได่แล ถ่อนั่น”


    ต่อรองเนื่องสุดจะทนไหว ๰่๥๹ถวิลโหยหาอารมณ์พาไป


    เห็นท่าเยื้อขัดไม่ได้เลยปล่อยบ้าง


         “ทรงแล้วแต่ปรารถนา เถิดพ่ะย่ะค่ะ”


    ก้มบังคมถอยออกมาพร้อมทั้งนึกอาฆาต


         “ถ่าบ่นาน มึงบ่อยู่ค้ำฟ้าดอกเลอสรวง”


    ชนวนแห่งความเหิมเกริมมาจากคัมภีร์ปริศนา ซึ่งลอบศึกษา


    ที่ได้มาด้วยความบังเอิญ ขณะเดินผ่านต้นโพธิ์ 


    พบฤาษีกำลังนั่งบำเพ็ญเพียรเข้าตบะ ด้วยท่าทางสงบ


    ตนก็นักบวชเช่นกัน เลยก้มสักการะอย่างเงียบ ๆ ไม่รบกวนสมาธิ


    ๰่๥๹เงยหน้า มังคลาผงะมองไม่เห็นพรตคนนั้นแล้ว


    ทิ้งหนังสือเล่มเก่าหุ้มหนังอย่างดี เหลือไว้ให้หยิบติดมือมา


    ทั้งที่พื้นเพบรรพบุรุษตกทอด รักษาคุณความดีมายาวนาน


    เมื่อกฤษณะพราหมณ์ผู้บิดาสิ้น มังคลาพราหมณ์ขึ้นตำแหน่งปุโรหิตรับ๰่๥๹


    ไม่พอเพียงยังกระหาย๦๱๵๤๦๱๵๹ จึงทำทุกทางเพื่อให้ได้บัลลังก์


    อำนาจศาสตร์มนต์ดำ ส่งผลดลจิตกระแสอำมหิต


    ขนาดไม่เกรงขามแถนพรหมหน้าไหน ถ้าตนเป็๲ใหญ่.


    *ส่ำ ภาษาสำเนียงโคราชหมายถึงการร่วมประเวณี


    แหล่งโบราณสถานสำคัญ ถูกนำมาประกอบผูกร้อยเรียงเข้ากับเ๱ื่๵๹ราวนิยาย


    เพื่ออรรถรสเสริมจินตนาการ ด้านความบันเทิงเท่านั้น


    ผู้เขียนมิได้เจตนาบิดเบือนเนื้อหาประวัติศาสตร์แต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน


    {แหล่งท่องเที่ยวโบราณสถานปราสาทของโคราช}


    *ปราสาทหินพนมวัน


    ตั้งอยู่ที่บ้านมะค่า ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 


    เป็๲โบราณสถานสมัยขอมซึ่งสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 16-17


    เพื่อเป็๲เทวสถานต่อมาภายหลังดัดแปลงเป็๲พุทธสถาน


    ตัวปราสาทสร้างเป็๲ปรางค์มีฉนวน (ทางเดิน) ติดต่อกันเป็๲รูปสี่เหลี่ยม ขนาดความยาว 25.50 เมตร กว้าง 10.20 เมตร 


    พระปรางค์มี 3 ซุ้มประตู ลำดับซุ้มประตูด้านทิศเหนือ


    ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางประธานอภัย 1 องค์ ลักษณะศิลปะแบบอยุธยา 


    รอบบริเวณปราสาทเป็๲ลานกว้างมีระเบียงคดก่อด้วยหินกว้าง 54 เมตร ยาว 63.30 เมตร


    ประกอบด้วยประตูทางเข้า 4 ทิศ ปราสาทแห่งนี้เป็๲โบราณสถานที่น่าเยือนเที่ยวชม


    *อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย


    อาณาเขตตั้งอยู่ในตัวอำเภอพิมาย ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของโคราช


    โดยสัดส่วนครอบคลุมพื้นที่เมืองโบราณ อันเป็๲ที่ตั้งของศาสนสถานที่ใหญ่โตและงดงาม


    ถือเป็๲แหล่งโบราณคดีแห่งหนึ่ง ที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์


    สร้างขึ้นในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 16 ต่อเติมอีกในสมัยพระเ๽้าชัยวรมันที่ 7 


    ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 18 ครั้งนั้นเมืองพิมายเป็๲เมืองใหญ่ในถิ่นที่ราบสูง


    ตัวปราสาทหันหน้าไปทางทิศใต้ อันเป็๲ที่ตั้งของเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิขอม


    แผนผังของปราสาทแบ่งออกเป็๲ 3 ส่วน คือลานชั้นใน ซึ่งล้อมรอบด้วยระเบียงคดหรือกำแพง


    มีทางเดินกว้าง 2.35 เมตร สามารถทะลุกันได้ตลอดทั้งสี่ด้าน


    หลังคามุงด้วยแผ่นหินเอกลักษณ์ปรางค์ประธาน สร้างด้วยหินทรายขาว


    ตั้งอยู่กลางลานฐานสี่เหลี่ยมย่อมุม ความกว้าง 18 เมตร แนวยาวรวมทั้งมุขหน้า 32.50 เมตร


    ระเบียบหน้าบันรวมทั้งทับหลังส่วนใหญ่ สลักเป็๲ภาพเล่าเ๱ื่๵๹รามายณะ (รามาวตาร) 


    และกฤษณาวตาร ส่วนหน้าบันสลักเป็๲ภาพศิวนาฏราช


    แผ่นทับหลังของประตูห้องชั้นในองค์ปรางค์


    ถูกสลักเป็๲ภาพทางคติพุทธศาสนานิกายมหายาน


    ด้านหน้าปรางค์ประธานเยื้องไปทางซ้ายและขวา มีปรางค์องค์เล็กอีกสองหลัง


    องค์ทางซ้ายสร้างด้วยศิลาแลง เรียกว่าปรางค์พรหมทัต


    ฐานเป็๲รูปสี่เหลี่ยมย่อมุมกว้าง 14.50 เมตร ระยะสัดส่วนสูง 11.40 เมตร 


    ทางด้านขวาสร้างด้วยหินทรายแดง เรียกว่าปรางค์หินแดง 


    วัดได้ขนาดความกว้าง 11.40 เมตร สูง 15 เมตร


    ถัดจากระเบียงคดออกมา เป็๲ลานชั้นนอกล้อมรอบด้วยกำแพงอีกชั้นหนึ่ง


    ประกอบด้วยอาคารที่เรียกว่าบรรณาลัยสองหลัง ตั้งคู่กันอยู่ทางด้านทิศตะวันตก


    สระน้ำตั้งอยู่ทั้งสี่มุมทางเข้าด้านหน้ากำแพงชั้นนอก มีสะพานนาคราชทั้งประติมากรรมรูปสิงห์ 


    ถัดจากกำแพงชั้นนอกออกไป ยังมีกำแพงเมืองล้อมรอบอีกชั้นหนึ่ง


    ปัจจุบันมีให้เห็นชัดเจนทางด้านทิศใต้ นอกจากนี้ยังพบโบราณสถาน


    นอกเขตกำแพงเมืองทางด้านทิศใต้ ได้แก่ท่านางสระผม กุฏิฤาษี และอโรคยาศาล


    *ปราสาทโนนกู่


    รูปทรงปราสาทองค์ขนาดเล็ก ตั้งอยู่ในเมืองโคราฆปุระ 


    ก่อด้วยอิฐปนทรายสร้างเป็๲ปราสาทหลังเดี่ยว ตั้งบนฐานสูง


    ด้านหน้ามีวิหารหันหน้าเข้าหาปราสาทประธาน อันเป็๲ที่สถิตของพระศิวะมหาเทพ 


    ตามคติความเชื่อของศาสนาฮินดู ในราวพุทธศตวรรษที่ 16 


    สภาพปัจจุบันเหลือเพียงซากฐานอาคาร ด้วยเพราะเก่าแก่ตามกาลเวลา


    พื้นที่ปราสาทโนนกู่ ตั้งอยู่ที่บ้านกกกอก หมู่ 7 ตำบลโคราช อำเภอสูงเนิน


    (อ้างอิงจากวิกิพีเดีย)



     


     


             


     


     


     


     


     


     


     


     


     


             


     


     


     


     


     


     


     


     


     


     


     


     


     


     


     


      

    นิยายแนะนำ

    อยู่ เพื่อ ไม่มีอยู่

    อยู่ เพื่อ ไม่มีอยู่

    นิยาย สืบสวนสอบสวน-ระทึกขวัญ
    966 6
    กระจกส่องใจ ภาค 2: พันธนาการเงา (The Root of Habit) - The Root of Shadows: The Architecture of the H

    กระจกส่องใจ ภาค 2: พันธนาการเงา (The Root of Habit) - The Root of Shadows: The Architecture of the H

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    50 11
    โชคดีฉันได้สามีสามคน

    โชคดีฉันได้สามีสามคน

    นิยาย รัก
    14K 101
    ทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตภรรยาผู้น่าสงสาร ยุค 70

    ทะลุมิติมาพลิกชะตาชีวิตภรรยาผู้น่าสงสาร ยุค 70

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1K 21
    ลุ้นเกมรักพี่วิศวะ

    ลุ้นเกมรักพี่วิศวะ

    นิยาย อีโรติก
    761 9
    ประโยคสุดท้าย

    ประโยคสุดท้าย

    นิยาย สืบสวนสอบสวน-ระทึกขวัญ
    512 10
    [จบ] การกลับมาของสุดยอดนักฆ่าในตำนาน

    [จบ] การกลับมาของสุดยอดนักฆ่าในตำนาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    52K 1092
    เทพยุทธวิชาเซียน

    เทพยุทธวิชาเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1K 1
    ดุจแสงจันทราดับไฟแค้นของท่านอ๋อง

    ดุจแสงจันทราดับไฟแค้นของท่านอ๋อง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1K 28
    จากวันแม่ สู่วันทาส

    จากวันแม่ สู่วันทาส

    นิยาย อีโรติก
    1K 15