เมฆเหินหาว.
จงซานที่ถูกส่งลอยเข้าไปข้างในห้องโถง,ซึ่งตอนนี้นอกจากาุโทั้งสาม,ภายในห้องโถงไคหยางแล้ว,ดูเหมือนว่าจะมีเพียงจงซานคนเดียว.
เมื่อเขาถูกส่งเข้ามาข้างใน,พวกเขาทั้งสามคนก็จ้องมองมายังจงซาน,พร้อมกับพินิจพิเคราะห์เขาอยู่.
"ผู้น้อย,จงซาน,ยินดีอย่างยิ่งที่ได้พบกับาุโทั้งสาม"จงซานที่เป็คนกล่าวออกมาก่อน.
"ข้าคือประมุขคนปัจจุบันสำนักไคหยาง,เทียนซวินจื่อ,ส่วนคนนี้คือซือเหม่ย,ผู้นำขุนเขาเสวี๋ยจู๋,กู่ซ่างจื่อ,และอีกคนคือซือตี,ผู้นำขุนเขาเหยี่ยนซาน,เสวียนซวินจื่อ,เ้าไปได้ชิ้นส่วนหยกมาจากที่ใหนรึ?"ชายชราในชุดนักพรตจ้องมองไปยังจงซานขณะถาม.
师弟 shīdì รุ่นน้อง(ช) 师妹 shīmèi รุ่นน้อง(ญ)
"เย็นวันหนึ่ง,ขณะที่ข้าพักผ่อนอยู่ที่บ้านนั้น,ปรากฏาุโที่มีทักษะสูงคนหนึ่งได้เข้ามาหาข้าและขอร้องข้า,ให้นำชิ้นส่วนหยกนี้ส่งไปยังสำนักไคหยาง,เขากล่าวว่าหากทำเสร็จ,ประมุขจะรับฟังคำขอของข้าไม่ว่าข้าจะปรารถนาสิ่งใดก็ตาม,"จงซานที่กล่าวและอธิบายสิ่งที่เขาได้เห็นทั้งหมด,ด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง,น้ำเสียงที่สัมพันธ์ไม่ช้าไม่เร็ว,ทุกวันที่เขาได้ประดิดประดอยและซ้อมพูดที่บ้านเป็ประจำ.
หลังจากที่กล่าวจบนั้น,าุโทั้งสามเชื่อคำพูดของจงซาน,พวกกับจ้องมองไปยังจงซาน,จากนั้นก็จ้องมองกันและกัน,ท้ายที่สุดทุกคนก็พร้อมใจจ้องมองไปยังจงซาน.
"เ้ามีปรารถนาใดอย่างงั้นรึ?"เทียนซวินจื่อสอบถามออกไป.
จงซานที่คุกเข่าลงในทันทีหลังจากที่ได้ยินคำถามดังกล่าว."ความปรารถนาของจงซานนั้นขอแค่ได้เป็ศิษย์ของสำนักไคหยางและหวังว่าท่านประมุขจะเติมเติมความปรารถนาของข้าได้."
พวกเขาที่ราวกับรับรู้ความปรารถนาของจงซานั้แ่ยังไม่ได้กล่าวแล้ว,และยืนยันได้เมื่อครั้นที่เขาคุกเข่าลง,พวกเขาที่ใช้ััเทวะตรวจสอบร่างของจงซานอย่างระเอียด.
"เ้าก้าวไปถึงระดับเซียนเทียนด้วยการใช้ยาอย่างงั้นรึ?"เทียนซวินสื่อขมวดคิ้วและสอบถามออกไป.
"ครับ,ข้าเพิ่งได้รับเม็ดยาโพวจวินเมื่อไม่นานมานี้ทำให้สามารถก้าวไปถึงระดับเซียนเทียนได้."จงซานตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา.
คนทั้งสามจ้องมองหน้ากันไปมา,เสวียนซวินสื่อและกู่ซ่างสื่อที่พร้อมใจกันขมวดคิ้วไปมา,แม้ว่าจงซานจะดูฉลาดเฉลียว,ทว่ากลับไม่เหมาะที่นำมาฝึกฝนสักเท่าใดนัก.
เห็นท่าทางของซือตีและซือเหม่ย,เทียนซวินสื่อก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมาพร้อมเผยยิ้มและกล่าวออกมาว่า,"หากเป็เช่นนั้น,เ้าก็มาเป็ศิษย์ของข้าก็แล้วกัน,ให้ศึกษาพร้อมกับเหล่าศิษย์ระดับเซียนเทียนคนอื่นๆ,เป็ศิษย์ขั้นสาม,หากว่าเ้าดีพอ,คงจะมีใครรับเ้าเป็ศิษย์หลัก."
"ขอบคุณ,ท่านประมุข."จงซานกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น.
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หนึ่งเดือนหลังจากนั้น.
จงซานที่กำลังนั่งหลับตาบำเพ็ญเพียร.
ตอนนี้จงซานได้เป็ศิษย์ของสำนักไคหยางแล้ว.ซึ่งสำนักไคหยางนั้นมีอยู่ด้วยกันสามขุนเขา,ขุนเขาไคหยาง,ขุนเขาเหยี่ยนซาน,และขุนเขาเสี๋ยจู๋,กู่ซ่างสื่อที่เป็ผู้นำขุนเขาเสี๋ยจู่นั้นจะรับเพียงแค่ศิษย์ที่เป็ผู้หญิง,ส่วนเสวียนซวินสื่อผู้นำขุนเขาเหยี่ยนซานนั้นจะรับเพียงศิษย์ชายเท่านั้น,ส่วนประมุขเทียนซวินสื่อผู้นำขุนเขาไคหยางนั้น,ส่วนมากจะรับศิษย์ชายทว่าบ่อยครั้งก็มีศิษย์หญิงด้วยเช่นกัน.
ภายในสำนักไคหยางนั้น,จะมีประมุขและสองผู้นำซึ่งเป็ผู้ฝึกตนที่ก้าวไปถึงระดับก่อตั้งิญญา.โดยพวกเขาเป็ศิษย์ขั้นหนึ่ง,ส่วนศิษย์ขั้นสองนั้นก็คือคนที่ก้าวไปถึงขั้นแกนทอง,และศิษย์ขั้นสามคือคนที่อยู่ในระดับเซียนเทียนนั่นเอง,สำนักไคหยาง,พลังฝึกตนคือตัวกำหนดสถานะ,ตราบเท่าที่สามารถทะลวงผ่านระดับ,ก็จะสามารถกลายเป็ศิษย์ขั้นสองหรือขั้นหนึ่งได้.
จงซานที่เป็หนึ่งในศิษย์ระดับสาม,ในหนึ่งเดือนนี้,จงซานที่ฝึกฝนรอคอยให้การคัดเลือกศิษย์ของสำนักไคหยางเสร็จสิ้น.
มีการจัดประลองชุมนุมประตูัอีกหลายที่เหมือนกับที่จงซานเคยไป,สำนักไคหยางนั้นเดินทางไปทุกสถานที่เพื่อที่จะเสาะหาศิษย์ที่เหมาะสมจากสถานที่ต่างๆเข้ามา.
ผ่านไปหนึ่งเดือนทุกคนก็กลับสำนักเรียบร้อยแล้ว.
เทพธิดาจื่อซวินเป็สมาชิกของสำนักไคหยาง,ทว่าจงซานย่อมไม่กล้าที่จะสอบถามรายระเอียดเกี่ยวกับนาง.
หลังจากเสร็จสิ้นการบำเพ็ญ,จงซานก็แต่งตัว,พร้อมกับเดินทางไปยังลานฝึกที่อยู่ไกลออกมา.
ลานขนาดใหญ่บนขุนเขาไคหยาง,เหล่าสมาชิกใหม่ต่างก็มารวมตัวกันในวันนี้.
ขณะที่จงเทียนมาถึงนั้น,มีคนระดับเซียนเทียน 20 คนที่ได้มารวมตัวกันอยุ่แล้ว,และยังมีคนที่ยังไปไม่ถึงระดับเซียนเทียนอีกจำนวนหนึ่ง,โดยมีชายในชุมคลุมสีม่วงกำลังออกคำสั่งจัดระเบียบทุกคนอยู่.
"เ้า,มาตรงนี้,เข้าแถวตรงนั้น,รอเดี๋ยว,ซีปั๋วและซีชู,มายืนตรงนี้."ชายหนุ่มชุดม่วงที่ะโออกมาเสียงดัง.
ศิษย์พี่ของอาจารย์(ทั้งชายและหญิง) เรียกว่า 师伯 [shībó]
ศิษย์น้องของอาจารย์(ทั้งชายและหญิง) เรียกว่า 师叔 (shīshū) หรือเรียกว่าอาจารย์อา
จงซานที่เร่งรีบมายังตำแหน่งของตน,ที่มีอยู่ด้วยกัน 20 คนแล้ว,ก่อนที่จะมีคนเพิ่มทีละคนๆ.
ท้ายที่สุด,จงซานที่ลองนับศิษย์ใหม่,มีทั้งหมด 56 คน,ครั้งนี้สำนักไคหยางได้รับศิษย์ใหม่จำนวน 56 คน.
หลังจากที่ทุกคนเข้าแถวดีแล้ว,ชายชุดม่วงก็เริ่มกล่าวออกมา,"นับจากวันนี้,พวกเ้าทุกคนล้วนแล้วแต่เป็ศิษย์ของสำนักไคหยาง,ที่เหล่าอาจารย์ได้คัดเลือกพวกเ้ามาจากการประลองประตูั,โปรดจำไว้ว่า,พวกเ้าคือศิษย์ขั้นสาม,หาก้าเป็ศิษย์อันดับสองหรืออันดับหนึ่ง,เพียงแค่อย่างเดียวคือต้องบำเพ็ญเพียรให้หนัก,เมื่อพวกเ้าก้าวไปถึงเซียนเทียนขั้นที่หกได้,สามารถสร้างแก่นแท้ได้แล้ว,ในเวลานั้นถึงจะมีโอกาสได้รับเรียกเป็ศิษย์หลักของเหล่าาุโ,ไม่เช่นนั้นแล้ว,พวกเ้าจะต้องเป็ศิษย์ขั้นสามของสำนักไคหยางไปตลอดชีวิต."
"ครับ."ทุกคนที่ตอบรับอย่างหนักแน่น.
ชายชุดคลุมสีม่วงรู้สึกยินดีไม่น้อยเมื่อเห็นเหล่าสมาชิกใหม่ที่ให้ความร่วมมืออย่างดี.
"ข้าเองก็อยู่ในระดับเซียนเทียน,ทว่าข้าได้ก้าวไปถึงระดับ 7 แล้ว,เป็ศิษย์พี่ลำดับ 9 ของพวกเ้า,เรียกข้าว่าหนานป่าเทียน,สำหนักไคหยางของพวกเรานั้น,มีบ้านหลายหลัง,ทุกๆคนสามารถใช้เป็ที่พักได้,พวกเ้าจำเป็ต้องใช้มันเพื่อฝึกตนและทะลวงระดับขั้นให้เร็วที่สุด,มองตรงนั้น,พวกเ้าเห็นหรือไม่นั่นคือหอตำรา?"หนานป่าเทียนที่ชี้ไปยังตำหนักขนาดเล็กที่อยู่ไกลออกไป.
"คับ."ทุกๆคนที่ตอบรับ.
"หอตำรานั้น,มีเคล็ดวิชามากมายสำหรับระดับเซียนเทียนของสำนักเรา,ทุกคนมีเวลาสิบวัน,พวกเ้าไม่ได้รับอนุญาตให้คัดลอกมันออกมา,ทว่าอนุญาตให้พวกเ้าค้นหาและจดจำพวกมันเอาไว้ได้,พวกเ้าจงไปเสาะหาวิชาที่เหมาะกับตัวเอง,หลังจากผ่านไปสิบวัน,พวกเ้าจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปอีก,หอตำรานั้นจะเปิดสิบวันในทุกปี,จากนั้นพวกเ้าถึงจะมีโอกาสเข้าไปใหม่เพื่อค้นหาวิชาที่เหมาะสมกับตัวเองอีกครั้ง,เข้าใจหรือไม่?"หนานป่าเทียนกล่าว.
"เข้าใจแล้ว."เหล่าสมาชิกใหม่ขานรับเสียงดัง.
หนานป่าเทียนที่ค่อนข้างพอใจกับสมาชิกใหม่ทีเดียว.
"เสี่ยวหนานจื่อ,ดูเหมือนว่าเ้าจะบรรยายเหมือนกับบิดาข้าเลยนะ!"เสียงๆหนึ่งที่ก้าวขัดหนานป่าเทียนชั่วขณะ.
ทุกคนที่มองตามเสียงดังกล่าว,ก่อนที่จะเห็นหญิงสาววัยรุ่น,ในชุดสีแดงดูแทบจะไม่ต่างจากตุ๊กตา,ริ้วของชายผ้าใหมที่โบกสะบัดไปกับสายลม,นางที่จ้องมองไปรอบๆเหล่าศิษย์ใหม่ที่หนานป่าเทียนกำลังจัดแจงอธิบายเื่ต่างๆอยู่.
"ซือเหม่ย....."ใบหน้าของหนานป่าเทียนเปลี่ยนไปในทันที.
"หืม?"สายตาข่มขู่ของสาวน้อยแก่นแก้วมองหาเื่หนานป่าเทียน.
"ซือ...ซื่อเจี่ย."หนานป่าเทียนที่เผยยิ้มออกมาอย่างขมขื่น.
"อืม."สาวน้อยที่หน้าตาเหมือนตุ๊กตาแสดงท่าทางภาคภูมิออกมา.
"หลิงเอ๋อ."ทันใดนั้นเสียงที่ดังก้องจากท้องฟ้าปรากฏขึ้น,เข้ามาขวางนาง.
ทุกๆคนที่จ้องมองตามก่อนจะเห็นว่าเป็ประมุขและผู้นำทั้งสองที่อยู่บนก้อนเมฆ,ด้านหลังของพวกเขานั้นมีคนกว่ายี่สิบคนที่เหินมาด้วยอาวุธวิเศษต่างๆ,ซึ่งคนที่กล่าวออกมาเสียงดังก็คือเทียนซวินจื่อ.
"เตี่ย,ก็ถูกแล้วไง,เกี่ยวกับกฏของสำนักไคหยาง,ใครที่มีพลังเหนือกว่าก็จะมีตำแหน่งสูงกว่า,ข้ามีระดับ 8 เซียนเทียนแล้ว,ผิดตรงใหนที่จะให้เขาเรียก ซือเจี่ยหรือเรียกเขาว่าเสี่ยวหนานจื่อ?"สาวน้อยที่เหมือนตุ๊กตากล่าวออกมาอย่างไม่ค่อยพอใจนัก.
"เอาล่ะ,พวกเราจะไม่พูดถึงเื่นี้กัน,เ้าเงียบได้แล้ว,"เทียนซวินสื่อที่ส่ายหน้าไปมา,ราวกับว่าเขาไม่รู้วิธีที่จะจัดการกับบุตรสาวของตัวเองได้เลย.
"หึ!"สาวน้อยแสนซนที่สะบัดหน้าพร้อมกับเดินไปอยู่ด้านข้างเทียนซวิงสื่อ.
เทียนหลิงเอ๋อ? ทุกคนต่างก็ชำเลืองมองไปยังสาวน้อยที่เหมือนตุ๊กตานั่น,ตระหนักได้ว่าแท้จริงนางก็คือบุตรสาวของท่านประมุขนั่นเอง.
หลังจากที่ใคร่ครวญตรวจสอบศิษย์ทั้ง 56 คนแล้ว,เทียนซวินสื่อก็กล่าวต่อ,"หนานป่าเทียนเ้าคงจะอธิบายไปหมดแล้วสินะ,เอาล่ะพวกเ้าทุกคนจะมีโอกาสไปเลือกเคล็ดวิชาที่หอตำราสิบวัน,จากนี้ต้องฝึกฝนด้วยตนเอง,อีกหนึ่งปี,พวกเราจะมาประเมินความก้าวหน้าของพวกเ้าอีกครั้ง."
"ครับ."ทุกๆคนต่างตอบรับอย่างแข็งขัน.
"อืม."เทียนซวินสื่อพยักหน้า.
จากนั้น,เทียนซวินจื่อ,เสวียนซวินจื่อ,กู่ซ่างจื่อ,ก็จากไป,จากนั้นเหล่าผู้ติดตามแต่ล่ะคนต่างก็ออกมาให้คำแนะนำเหล่าศิษย์ใหม่.
เป็ศิษย์ขั้นสองกลุ่มหนึ่งที่พยักหน้าให้กัน,พวกเขาจ้องมองไปยังจงซานที่ยืนอยู่ห่างออกไป,เห็นได้ชัดเจนว่า,พวกเขาได้เอ่ยถึงเกี่ยวกับเื่ของชิ้นส่วนหยก.
สาวน้อยร่างตุ๊กตา,เทียนหลิงเอ๋อและหนานป่าเทียนเองก็จ้องมองไปยังทิศทางของจงซานด้วยความใคร่รู้เช่นกัน.
ประมุขและผู้นำทั้งสองที่อยู่บนเมฆนั้นได้เหินไปยังทิศทางหนึ่ง,ตามความทรงจำของจงซาน,ทิศทางดังกล่าวนั้นเป็ทิศทางตรงกันข้ามกับสำนักไคหยาง.
พวกเขากำลังออกไปนอกสำนักอย่างงั้นรึ?
สาวน้อยแก่นแก้ว,เทียนหลิงเอ๋อ,ที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น,ทว่าเทียนซวิงจื่อนั้นไม่บอกอะไรกับนางเลย,นางที่ไม่ค่อยพอใจนักจากนั้นก็หันหน้าจ้องมองไปยังจงซานด้วยความอยากรู้.
"เอาล่ะ,พวกเ้าเดินทางไปยังหอคัมภีร์เพื่อเลือกวิชาที่เหมาะกับตัวเองได้แล้ว."เหล่าศิษย์ระดับสองขั้นแกนทองคนหนึ่งกล่าว.
"ครับ."ทุกคนต่างก็ตอบรับอย่างพร้อมเพรียง.
หลังจากที่เหล่าศิษย์ระดับสองที่ออกมาทักทายกล่าวต่อทุกคน,ทุกคนต่างก็เป็ศิษย์ที่พวกเขาได้คัดเลือกมาจากการประลองประตูั,หลังจากที่ให้คำแนะนำทุกคนก็ได้ปล่อยศิษย์ใหม่เดินทางไปยังหอตำรา.
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาได้ทำการแนะนำวิธีการเลือกวิชาต่างๆสำหรับศิษย์ใหม่,ซึ่งแน่นอนว่าเหล่าศิษย์ใหม่เหล่านี้หากว่าสามารถที่จะทะลวงผ่านระดับไปได้ก็จะกลายเป็หน้าเป็ตาให้กับพวกเขา
หลังจากที่ได้รับคำแนะนำต่างๆ,เหล่าศิษย์ระดับสองขั้นแกนทอง,ทุกคนก็บินจากไปทีละคนๆ.
จงซานที่ได้แต่หัวเราะให้ตัวเองไม่มีใครที่้าให้คำแนะนำกับเขาเลย,ดูเหมือนว่าพวกเขานั้นจะให้คำแนะนำเฉพาะคนที่พวกเขาได้รับมาจากการคัดเลือกประตูัเท่านั้น.
ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเดินทางตรงไปยังหอคัมภีร์เลย.
"เ้าคือจงซานอย่างงั้นรึ?"เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวหยุดเขาด้วยความอยากรู้.
เห็นสาวน้อยผู้งดงามเหมือนกับตุ๊กตา,จงซานพยักหน้าตอบรับทว่าก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกไป.
"ข้า้าถามเ้า,เ้ามอบหยกอะไรให้กับบิดาของข้า? สิ่งที่เ้านำมานั้นทำให้บิดาข้าและอาจารย์อาปรึกษาพูดคุยกันนับเดือนก่อนที่จะตัดสินใจออกไปด้านนอก?"เทียนหลิงเอ๋อที่สอบถามออกไป.
"อืม?"จงซานที่จ้องมองเทียนหลิงเอ๋อด้วยท่าทางประหลาดใจ.
"ข้าไม่รู้สิ่งใดเช่นกัน,ข้าเพียงแต่ทำตามคำของร้องของาุโเท่านั้น,เขาให้นำมันมาที่นี่."จงซานที่กล่าวออกไปตามจริง.
"หากเ้าบอกกับข้านะ,ข้าจะบอกความลับเกี่ยวกับหอตำราให้กับเ้า.
"ความลับ?"จงซานที่จ้องมองไปยังเทียนหลิงเอ๋อด้วยความประหลาดใจ.
"ใช่แล้ว,ท่านอากูซ่างบอกกลับข้าเองเลย,มันจะช่วยเ้าค้นหาวิชาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในหลายพันวิชาในหอตำราได้.."เทียนหลิงเอ๋อที่กระซิบออกไปเบาๆ.
"หืม,จริงๆรึ?"จงซานที่แสดงท่าทางประหลาดใจเป็อย่างมาก.
"ใช่แล้ว,เป็ความจริงแน่,ข้าเคยบอกเสี่ยวหนานมาก่อน,เ้าดูซิ,ตอนนี้พลังฝึกตนของเขาพัฒนารวดเร็วขนาดใหน,ใช่ไหม่,เสี่ยวหนาน?"เทียนหลิงเอ๋อที่จ้องมองไปยังคนอีกคนที่อยู่ห่างออกไป.
"ใช่แล้ว,ซือเจี่ย."หนานป่าเทียนที่แสดงท่าทางกระอักกระอ่วนตอบกลับมา.
หลังจากที่ได้ยินคนทั้งสองกล่าว,จงซานที่เริ่มครุ่นคิด,เขารู้ว่าการการเลือกเคล็ดวิชานั้นมีความสำคัญต่อพัฒนาการมาก,ซึ่งมันจะช่วยลดปัญหาความผิดพลาดจากการลองผิดลองถูกได้,นอกจากนี้,เขาเองยังไม่มีใครแนะนำอะไรให้เลย,การได้รับเคล็ดวิชาชั้นยอดจึงนับว่าเป็สิ่งจำเป็.
ทว่า,จงซานนั้นไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับหยกชิ้นนั้น,เขาจะบอกคนเหล่านี้ได้อย่างไร? อย่างไรก็ตามเขาจะไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้เสียเหล่าแนะ,จงซานอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก,ไม่แน่ใจว่าจะทำเช่นไร.
เห็นท่าทางอยากรู้ของคนทั้งสอง,ดูเหมือนว่าเื่ดังกล่าวนี้นอกจากท่านประมุขและผู้นำทั้งสอง,คงไม่มีใครรู้เื่รายระเอียดอย่างแน่นอน,เช่นนั้น,บางทีเขาควรที่จะแต่งเื่บางอย่างเพื่อแลกเปลี่ยนกับเคล็ดวิชาที่ดีที่สุด,อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อแก้ไขปัญหาชั่วคราวก่อน,ไว้วันข้างหน้าเขาค่อยขออภัยและหาสิ่งทดแทนพวกเขาทีหลัง.
"สิ่งดังกล่าวนี้,พวกท่านต้องสัญญาด้วยนะว่าห้ามบอกใคร,หากว่าข้ากล่าวออกไป."จงซานที่แสร้งแสดงท่าทางเป็จริงเป็จังดวงตาเป็ประกาย.
เห็นท่าทางลึกลับของจงซาน,ดวงตาของเทียนหลิงเอ๋อที่เบิกกว้าง,นางที่รู้ว่าเื่นี้จะต้องน่าอัศจรรย์ใจแน่นอน,หนานป่าเทียนที่ยืนนิ่งแม้ว่าจะทำท่าทางไม่สนใจกับความลับดังกล่าว,ทว่าสายตานั้นกลับปิดไม่มิด.
"เป็อาวุธวิเศษ,เป็อาวุธวิเศษที่ทรงพลังมาก."จงซานที่จ้องมองไปยังคนทั้งสองพลางกระซิบบอก.
"โอ้ว?"ดวงตาของเทียนหลิงเอ๋อที่เปล่งประกายลุกวาวทันทีที่ได้ยินว่าอาวุธวิเศษ.
"อาวุธวิเศษนี้ถูกเรียกว่า,"เมฆเหินหาว" ข้าได้ยินมาว่าหากว่ามีมันในล่ะก็,เพียงแค่ตีลังกาครั้งเดียว,สามารถเดินทางไปนับหมื่นลี้."จงซานนั้นมีวาทศิลป์ในการเจรจาการค้า,ทั้งท่าทางและคำพูด,ที่ยากจะมีคนสามารถแยกแยะได้.
เทียนหลิงเอ๋อที่อ้าปากหว๋อด้วยความอัศจรรย์ใจทีเดียว.
หนานป่าเทียนเองก็แสดงท่าทางไม่อยากเชื่อเช่นนั้น,เมฆเหินหาว? ตีลังกาครั้งเดียวไปไกลนับหมื่นลี้เลยรึ?
"อืมๆ,ข้าเองก็ไม่รุ้อะไรมากนัก,ข้าไม่เคยเห็นว่าแท้จริงในชิ้นส่วนหยกนั้นมีอะไรบ้าง,ทว่านี้ก็แค่สิ่งที่ข้าได้ยินมาเท่านั้นและเื่ที่ข้าได้กล่าออกไปนี้,อย่าได้บอกใครเป็อันขาด. "จงซานที่กล่าวออกมาด้วยความจริงจัง.
"อืมๆ,"เทียนหลิงเอ๋อที่พยักหน้าอย่างหนักแน่น.
หนานป่าเทียนที่จ้องมองจงซานด้วยความสงสัย.
"เช่นนั้น,ข้าจะเลือกเคล็ดวิชาที่ยอดเยี่ยมที่สุดอย่างไร?"จงซานสอบถามเทียนหลิงเอ๋อ.
"วิชาชั้นยอดอย่างงั้นรึ?โอ้ว,ใช่แล้ว,หลังจากที่เ้าเข้าไปในหอคัมภีร์แล้ว,เคล็ดวิชาใหนที่เขียนด้วยลายมือสีขาวพื้นสีดำ,นั่นคือวิชาที่ยอดเยี่ยมที่สุด,"เทียนหลิงเอ๋อที่รักษาสัญญาของนาง.
"อืม,ขอบคุณมาก."จงซานกล่าว,จากนั้นเขาก็ลาคนทั้งสองก่อนที่จะเร่งรีบเดินทางไปยังหอคัมภีร์ในทันที.
ทิ้งให้คนทั้งสองกำลังงงงวย,ประหลาดใจกับสมบัติวิเศษเมฆเหินหาวไป.