"ฝ่ามือน้ำขึ้นน้ำลง!!"
ภาพฉากน้ำขึ้นน้ำลงปรากฏตรงหน้าหานหลินกับหานเฟิงและคนอื่น ๆ หมาป่านักรบหนึ่งเขาส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดออกมาพลางร่นถอยอย่างต่อเนื่อง มันส่งเสียงคำรามที่โกรธยิ่งกว่าเดิมขึ้น กระแสพลังของสัตว์อสูรระดับหกระเบิดออก
เพียงแต่รัศมีของคนที่ปรากฏกายก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าสัตว์อสูรระดับหก หมาป่านักรบหนึ่งเขาระแวดระวังอยู่ครู่หนึ่ง มันคำรามครั้งแล้วครั้งเล่า หากแต่ไม่ได้ผลีผลามลงมือ
"ครูฝึก!!"
ฉางเหวินจวินที่รอดพ้นความตายมาอย่างหวุดหวิดตื่นเต้นยินดีขึ้นมาทันที เขาตะเกียกตะกายคลานไปหลบอยู่ข้างหลังครูฝึกฉาง จากนั้นก็ใช้สายตาอาฆาตมองมาทางหานหลินกับหานเฟิง
ครูฝึกฉางถามขึ้นอย่างรวดเร็ว "เกิดเรื่องอะไรขึ้น?สัตว์อสูรระดับหกออกมาจากป่าลึกของเขายอดหยกได้อย่างไร?
"ฉางเหวินจวินตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ "ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน สัตว์อสูรตัวนี้ตามหานเฟิงมา ก่อนหน้าก็เป็นหานเฟิงที่เตะข้า หากไม่ใช่เพราะครูฝึกท่านมาถึงทันการ ข้าอาจจะ..."
ครูฝึกฉางเหลือบมองหานหลินกับหานเฟิงอย่างเยือกเย็น "พวกเจ้าคนต่ำช้า รนหาที่ตาย!"
ครูฝึกฉางปลดปล่อยพลังที่ฝ่ามือออกไป พลังที่น่าหวาดหวั่นกระเพื่อมไหว ทำให้หานเฟิงกับหานหลินนึกหวาดกลัว
การโจมตีจากผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์ระดับกลาง พวกเขาไม่มีทางรับได้แม้แต่น้อย
ฉางเหวินจวินที่อยู่ด้านหลังเผยรอยยิ้มสะใจออกมา
"ดาบเปลวเพลิง!!"
เพียงแค่พลังจากฝ่ามือของครูฝึกฉางมาถึงครึ่งทางเท่านั้นเอง ดาบเปลวเพลิงก็พุ่งออกไปปะทะ
ร่างของครูฝึกหลินปรากฏขึ้นตรงหน้าหานเฟิงกับหานหลิน
ครูฝึกหลินเอ่ยด้วยสีหน้าเยือกเย็น "ท่านหมายความว่าอย่างไร? "
ใบหน้าครูฝึกฉางเกรี้ยวกราด "นี่ต้องถามเจ้าเด็กสองคนของตระกูลหานนี่แล้ว พวกเขาถึงกับเตะฉางเหวินจวิน ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ พวกเขาใช้ชีวิตของฉางเหวินจวินซื้อเวลา หรือว่าชีวิตของลูกหลานตระกูลหานเราสู้พวกเจ้าตระกูลหานไม่ได้? "
ครูฝึกหลินขมวดคิ้ว รู้สึกได้ด้วยสัญชาตญาณว่าเรื่องราวไม่ได้ง่ายดายเพียงนั้น หลังจากใช้เวลาหลายปีอยู่ในตระกูลหาน ครูฝึกหลินจึงรู้ว่าตระกูลฉางต่ำช้าน่ารังเกียจมาโดยตลอด
ในยามนี้เองครูฝึกหลินกล่าวเสียงต่ำ "หานเฟิง หานหลิน เป็นเช่นนั้นหรือ!"
หานหลินตอบทันควัน "ครูฝึก เป็นฉางเหวินจวินที่ลงมือก่อน พวกเราเพียงแค่ตอบโต้กลับ"
"อีกทั้งฉางเหวินจวินเป็นฝ่ายยินดีสละชีวิตคนตระกูลฉางอีกสามคนเอง นี่ไม่เกี่ยวอะไรกับเรา"
ครูฝึกหลินพยักหน้า เข้าใจความจริงของเรื่องราวแล้ว
ครูฝึกฉางตะโกนอย่างโมโห "เจ้าเด็กสารเลวสองคน อย่าได้พูดจาเหลวไหล!"
ครูฝึกหลินกล่าวด้วยสีหน้าเยียบเย็น "ท่านอย่าได้รังแกผู้อื่นตามอำเภอใจ!"
หมาป่านักรบหนึ่งเขาคำรามขึ้นมากะทันหัน ทำให้ครูฝึกหลินกับครูฝึกฉางได้สติขึ้นมาโดยพลัน ตอนนี้ยังมีสัตว์อสูรระดับหกตัวหนึ่งที่ยังไม่ทันได้จัดการ
ฉางเหวินจวินขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ด้านหลัง "บัดซบ เจ้าสองคนนี้เหตุใดดวงดีเช่นนี้ หากครูฝึกหลินมาช้าอีกเพียงน้อยนิด เจ้าสองคนนี่คงถูกฆ่าแล้ว"
"โดยเฉพาะหานเฟิง ก่อนหน้านี้ยังคิดมาโดยตลอดว่าเขาเป็นคนไร้ความสามารถ แต่เมื่อครู่นี้ ข้าถูกเตะจนได้รับบาดเจ็บก็ไม่มีแม้กระทั่งเวลาได้โต้ตอบ หานเฟิงจะต้องไม่เรียบง่ายเป็นแน่"
"หากปล่อยให้หานเฟิงเติบโตล่ะก็ ตระกูลฉางเราจะต้องถูกคุกคามอย่างใหญ่หลวง จะต้องหาโอกาสฆ่าหานเฟิงให้ได้"
"ดาบเปลวเพลิง!!"
"ฝ่ามือน้ำขึ้นน้ำลง!!"
ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์ระดับกลางทั้งสองปลดปล่อยกระบวนท่าที่พวกเขาชอบใช้ออกมา
หมาป่านักรบหนึ่งเขาอ้าปากของมันกว้าง กระแสลมที่น่าหวาดกลัวถูกปล่อยออกมา พุ่งไปทุกทิศทาง ต้นไม้สูงใหญ่นับไม่ถ้วนถูกตัดขาดเป็นท่อน ๆ เหลือไว้เพียงความยุ่งเหยิงในรัศมีสิบกว่าเมตร
หานเฟิงกับหานหลินอยู่ไม่ไกลจากด้านหลังครูฝึกหลิน เมื่อพวกเขาเห็นฉากนั้นก็พลันหวาดกลัวขึ้นมา หากก่อนหน้าหมาป่านักรบหนึ่งเขาโจมตีพวกเขาเช่นนี้ พวกเขาคงตายไปแล้ว
พลังสามสายพุ่งเข้าปะทะกัน ก่อให้เกิดประกายแปลบปลาบ ควันตลบกลางอากาศ
ครูฝึกหลินและครูฝึกฉางต่างก็ร่นถอยกันทั้งคู่
หัวใจของครูฝึกหลินหนักอึ้ง "หมาป่านักรบหนึ่งเขานี้แข็งแกร่งขึ้นกว่าก่อนหน้าเสียอีก มันอาจจะเข้าสู่ระดับหกขั้นกลางแล้ว เทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์ห้าดารา ด้วยกำลังของเราสองคน หากร่วมมือกัน ก็อาจจะฆ่ามันได้"
"เพียงแต่น่าเสียดายนี่ไม่มีทางเป็นไปได้ เดิมทีพวกเราสองคนก็ไม่สามารถร่วมมือกันได้"
คิดถึงตรงนี้แล้ว ครูฝึกหลินก็ตะโกน "หานเฟิง หานหลิน พวกเจ้าสองคนไปก่อน รอพวกเจ้าปลอดภัยแล้วข้าจึงจะจากไป อาศัยเพียงสัตว์ร้ายตัวนี้ ไม่มีทางรั้งไม่ให้ข้าจากไปได้"
ครูฝึกฉางได้ยินดังนี้ ก็ส่งสัญญาณให้ฉางเหวินจวินจากไปทันที
ฉางเหวินจวินพลันหน้าซีดเผือด หากเขาจากไปเพียงลำพัง เขาอาจจะถูกหานเฟิงกับหานหลินฆ่าก็เป็นได้
ครูฝึกฉางกลับไม่รู้ถึงความกังวลของฉางเหวินจวิน ฉางเหวินจวินไม่ได้บอกความจริงก่อนหน้านี้ เพียงแค่บอกว่าเขาถูกหานเฟิงโจมตี ดังนั้น ครูฝึกฉางจึงไม่รู้ว่าความแข็งแกร่งของหานเฟิงข้ามผ่านฉางเหวินจวินไปแล้ว
ชัยชนะซึ่ง ๆ หน้ากับลอบโจมตีสองอย่างนี้ต่างกัน
ถึงตอนนี้ครูฝึกฉางเห็นฉางเหวินจวินรีรอไม่ยอมจากไป ในใจก็เริ่มเกิดความไม่พอใจขึ้นมา แต่เมื่อเขานึกถึงพี่ชายสามคนเหนือฉางเหวินจวินขึ้นไป ครูฝึกหลินก็รีบสลัดความไม่พอใจออกไป ครอบครัวของฉางเหวินจวิน ไม่ใช่สิ่งที่เขาซึ่งเป็นลูกหลานสายรองธรรมดา ๆ ผู้หนึ่งจะล่วงเกินได้
หมาป่านักรบหนึ่งเขาโจมตีเข้ามาอีกครั้ง ครูฝึกหลินกับครูฝึกฉางละความสนใจจากหานเฟิงและคนอื่น ๆ ไปเผชิญหน้ากับหมาป่านักรบหนึ่งเขา
จู่ ๆ ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏข้าง ๆ หานเฟิง หานเฟิงตกใจจนผงะถอยไปข้าง ๆ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นก็เป็นต้องประหลาดใจ "ครูฝึกหาน!!"
ผู้มาก็คือหานหย่งซิ่ง
หานหย่งซิ่งจิ๊ปากกล่าว "วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการทดสอบ เดิมทีเพียงแค่คิดจะมาดูผลลัพธ์ของพวกเจ้าเสียหน่อย นึกไม่ถึงว่าจะได้พบเหตุการณ์เช่นนี้ พวกเจ้าสองคนโชคไม่ดีจริง ๆ ถึงได้ถูกสัตว์อสูรระดับหกไล่ตาม"
หานหลินกล่าวอย่างร้อนใจ "ครูฝึกหาน ท่านรีบลงมือเข้าเถอะ ครูฝึกหลินใกล้จะเสียเปรียบแล้ว"
หานหย่งซิ่งหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ "พวกเจ้าสองคนประเมินครูฝึกของพวกเจ้าต่ำไปแล้ว หากพวกเจ้าสองคนไม่อยู่ที่นี่ ด้วยระดับพลังของครูฝึกหลิน เขาคงหนีไปนานแล้ว เจ้าสัตว์ร้ายนี่ตามไม่ทันแม้แต่น้อย"
"เอาเถอะ ในเมื่อข้ามาที่นี่แล้ว ข้าจะออกโรงฆ่ามันเอง แก่นของสัตว์อสูรระดับหกสามารถแลกเปลี่ยนเป็นศิลาวิญญาณชั้นต่ำได้ไม่น้อย ทำให้โอกาสในการทะลวงข้ามระดับของข้าเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน"
"ดัชนีสายฟ้า!!"
สายฟ้าห้าสายพุ่งลงมาจากฟ้า ผ่าเข้าที่หมาป่านักรบหนึ่งเขารวดเดียว
หานหย่งซิ่งเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์หกดาราขั้นปลาย หากเทียบกับสัตว์อสูรแล้ว เท่ากับระดับหกขั้นปลาย ร้ายกาจกว่าหมาป่านักรบหนึ่งเขาที่อยู่ระดับหกขั้นกลางไม่น้อย
สายฟ้าห้าสายนั้นผ่าแยกร่างหมาป่านักรบหนึ่งเขาโดยตรง
หลินเยวี่ยกับครูฝึกฉางร่นถอย ด้วยกลัวว่าตนจะพลอยถูกลูกหลงจากสายฟ้านั้น
"ดัชนีอัสนีกัมปนาท!!"
ห่านหย่งซิ่งชี้นิ้วไป ทันใดนั้นสายฟ้าขนาดใหญ่ก็พุ่งออกไป
หมาป่านักรบหนึ่งเขาเปล่งเสียงร้องอย่างทรมานออกมา จากนั้นมันก็ล้มฟุบลงกับพื้น
ระดับพลังขั้นมนุษย์หกดาราขั้นปลายผนวกกับวิทยายุทธขั้นมนุษย์ระดับกลาง แม้กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์เจ็ดดารา หานหย่งซิ่งก็มีความสามารถพอที่จะต่อกร
กล่าวอีกอย่างคือ หานหย่งซิ่งมีความสามารถพอที่จะรับมือกับสัตว์อสูรระดับเจ็ดขั้นต้นได้ นับประสาอะไรกับหมาป่านักรบหนึ่งเขาสัตว์อสูรระดับหกขั้นกลางธรรมดา ๆ
หานหย่งซิ่งเดินไปหาร่างของหมาป่านักรบหนึ่งเขา จากนั้นควักแก่นสัตว์อสูรระดับหกออกมา
สีหน้าของครูฝึกฉางเคร่งขรึมขึ้นมาโดยพลัน อย่างไรก็ตามพลังของเขาไม่แข็งแกร่งเท่าหานหย่งซิ่ง เขาจึงทำได้เพียงข่มความโลภที่มีต่อแก่นสัตว์อสูรลงไป แล้วหมุนกายจากไป
ก่อนจะจากไป ฉางเหวินจวินเหลือบมองหานเฟิงแวบหนึ่ง แล้วค่อย ๆ เปิดปากกล่าวสองสามคำโดยไร้สุ้มเสียง
"หานเฟิง เจ้ารอก่อนเถอะ!"
หานเฟิงเข้าใจความหมาย จึงหัวเราะเยาะขึ้นมาเบา ๆ