จักรพรรดินวดาราเพลิง

    ตอนที่ 35 หานเฟิง เจ้ารอก่อนเถอะ!

    "ฝ่ามือน้ำขึ้นน้ำลง!!"


    ภาพฉากน้ำขึ้นน้ำลงปรากฏตรงหน้าหานหลินกับหานเฟิงและคนอื่น ๆ หมาป่านักรบหนึ่งเขาส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดออกมาพลางร่นถอยอย่างต่อเนื่อง มันส่งเสียงคำรามที่โกรธยิ่งกว่าเดิมขึ้น กระแสพลังของสัตว์อสูรระดับหกระเบิดออก


    เพียงแต่รัศมีของคนที่ปรากฏกายก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าสัตว์อสูรระดับหก หมาป่านักรบหนึ่งเขาระแวดระวังอยู่ครู่หนึ่ง มันคำรามครั้งแล้วครั้งเล่า หากแต่ไม่ได้ผลีผลามลงมือ


    "ครูฝึก!!"


    ฉางเหวินจวินที่รอดพ้นความตายมาอย่างหวุดหวิดตื่นเต้นยินดีขึ้นมาทันที เขาตะเกียกตะกายคลานไปหลบอยู่ข้างหลังครูฝึกฉาง จากนั้นก็ใช้สายตาอาฆาตมองมาทางหานหลินกับหานเฟิง


    ครูฝึกฉางถามขึ้นอย่างรวดเร็ว "เกิดเรื่องอะไรขึ้น?สัตว์อสูรระดับหกออกมาจากป่าลึกของเขายอดหยกได้อย่างไร?


    "ฉางเหวินจวินตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ "ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน สัตว์อสูรตัวนี้ตามหานเฟิงมา ก่อนหน้าก็เป็นหานเฟิงที่เตะข้า หากไม่ใช่เพราะครูฝึกท่านมาถึงทันการ ข้าอาจจะ..."


    ครูฝึกฉางเหลือบมองหานหลินกับหานเฟิงอย่างเยือกเย็น "พวกเจ้าคนต่ำช้า รนหาที่ตาย!"


    ครูฝึกฉางปลดปล่อยพลังที่ฝ่ามือออกไป พลังที่น่าหวาดหวั่นกระเพื่อมไหว ทำให้หานเฟิงกับหานหลินนึกหวาดกลัว


    การโจมตีจากผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์ระดับกลาง พวกเขาไม่มีทางรับได้แม้แต่น้อย


    ฉางเหวินจวินที่อยู่ด้านหลังเผยรอยยิ้มสะใจออกมา


    "ดาบเปลวเพลิง!!"


    เพียงแค่พลังจากฝ่ามือของครูฝึกฉางมาถึงครึ่งทางเท่านั้นเอง ดาบเปลวเพลิงก็พุ่งออกไปปะทะ


    ร่างของครูฝึกหลินปรากฏขึ้นตรงหน้าหานเฟิงกับหานหลิน


    ครูฝึกหลินเอ่ยด้วยสีหน้าเยือกเย็น "ท่านหมายความว่าอย่างไร? "


    ใบหน้าครูฝึกฉางเกรี้ยวกราด "นี่ต้องถามเจ้าเด็กสองคนของตระกูลหานนี่แล้ว พวกเขาถึงกับเตะฉางเหวินจวิน ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ พวกเขาใช้ชีวิตของฉางเหวินจวินซื้อเวลา หรือว่าชีวิตของลูกหลานตระกูลหานเราสู้พวกเจ้าตระกูลหานไม่ได้? "


    ครูฝึกหลินขมวดคิ้ว รู้สึกได้ด้วยสัญชาตญาณว่าเรื่องราวไม่ได้ง่ายดายเพียงนั้น หลังจากใช้เวลาหลายปีอยู่ในตระกูลหาน ครูฝึกหลินจึงรู้ว่าตระกูลฉางต่ำช้าน่ารังเกียจมาโดยตลอด


    ในยามนี้เองครูฝึกหลินกล่าวเสียงต่ำ "หานเฟิง หานหลิน เป็นเช่นนั้นหรือ!"


    หานหลินตอบทันควัน "ครูฝึก เป็นฉางเหวินจวินที่ลงมือก่อน พวกเราเพียงแค่ตอบโต้กลับ"


    "อีกทั้งฉางเหวินจวินเป็นฝ่ายยินดีสละชีวิตคนตระกูลฉางอีกสามคนเอง นี่ไม่เกี่ยวอะไรกับเรา"


    ครูฝึกหลินพยักหน้า เข้าใจความจริงของเรื่องราวแล้ว


    ครูฝึกฉางตะโกนอย่างโมโห "เจ้าเด็กสารเลวสองคน อย่าได้พูดจาเหลวไหล!"


    ครูฝึกหลินกล่าวด้วยสีหน้าเยียบเย็น "ท่านอย่าได้รังแกผู้อื่นตามอำเภอใจ!"


    หมาป่านักรบหนึ่งเขาคำรามขึ้นมากะทันหัน ทำให้ครูฝึกหลินกับครูฝึกฉางได้สติขึ้นมาโดยพลัน ตอนนี้ยังมีสัตว์อสูรระดับหกตัวหนึ่งที่ยังไม่ทันได้จัดการ


    ฉางเหวินจวินขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ด้านหลัง "บัดซบ เจ้าสองคนนี้เหตุใดดวงดีเช่นนี้ หากครูฝึกหลินมาช้าอีกเพียงน้อยนิด เจ้าสองคนนี่คงถูกฆ่าแล้ว"


    "โดยเฉพาะหานเฟิง ก่อนหน้านี้ยังคิดมาโดยตลอดว่าเขาเป็นคนไร้ความสามารถ แต่เมื่อครู่นี้ ข้าถูกเตะจนได้รับบาดเจ็บก็ไม่มีแม้กระทั่งเวลาได้โต้ตอบ หานเฟิงจะต้องไม่เรียบง่ายเป็นแน่"


    "หากปล่อยให้หานเฟิงเติบโตล่ะก็ ตระกูลฉางเราจะต้องถูกคุกคามอย่างใหญ่หลวง จะต้องหาโอกาสฆ่าหานเฟิงให้ได้"


    "ดาบเปลวเพลิง!!"


    "ฝ่ามือน้ำขึ้นน้ำลง!!"


    ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์ระดับกลางทั้งสองปลดปล่อยกระบวนท่าที่พวกเขาชอบใช้ออกมา


    หมาป่านักรบหนึ่งเขาอ้าปากของมันกว้าง กระแสลมที่น่าหวาดกลัวถูกปล่อยออกมา พุ่งไปทุกทิศทาง ต้นไม้สูงใหญ่นับไม่ถ้วนถูกตัดขาดเป็นท่อน ๆ เหลือไว้เพียงความยุ่งเหยิงในรัศมีสิบกว่าเมตร


    หานเฟิงกับหานหลินอยู่ไม่ไกลจากด้านหลังครูฝึกหลิน เมื่อพวกเขาเห็นฉากนั้นก็พลันหวาดกลัวขึ้นมา หากก่อนหน้าหมาป่านักรบหนึ่งเขาโจมตีพวกเขาเช่นนี้ พวกเขาคงตายไปแล้ว


    พลังสามสายพุ่งเข้าปะทะกัน ก่อให้เกิดประกายแปลบปลาบ ควันตลบกลางอากาศ


    ครูฝึกหลินและครูฝึกฉางต่างก็ร่นถอยกันทั้งคู่


    หัวใจของครูฝึกหลินหนักอึ้ง "หมาป่านักรบหนึ่งเขานี้แข็งแกร่งขึ้นกว่าก่อนหน้าเสียอีก มันอาจจะเข้าสู่ระดับหกขั้นกลางแล้ว เทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์ห้าดารา ด้วยกำลังของเราสองคน หากร่วมมือกัน ก็อาจจะฆ่ามันได้"


    "เพียงแต่น่าเสียดายนี่ไม่มีทางเป็นไปได้ เดิมทีพวกเราสองคนก็ไม่สามารถร่วมมือกันได้"


    คิดถึงตรงนี้แล้ว ครูฝึกหลินก็ตะโกน "หานเฟิง หานหลิน พวกเจ้าสองคนไปก่อน รอพวกเจ้าปลอดภัยแล้วข้าจึงจะจากไป อาศัยเพียงสัตว์ร้ายตัวนี้ ไม่มีทางรั้งไม่ให้ข้าจากไปได้"


    ครูฝึกฉางได้ยินดังนี้ ก็ส่งสัญญาณให้ฉางเหวินจวินจากไปทันที


    ฉางเหวินจวินพลันหน้าซีดเผือด หากเขาจากไปเพียงลำพัง เขาอาจจะถูกหานเฟิงกับหานหลินฆ่าก็เป็นได้


    ครูฝึกฉางกลับไม่รู้ถึงความกังวลของฉางเหวินจวิน ฉางเหวินจวินไม่ได้บอกความจริงก่อนหน้านี้ เพียงแค่บอกว่าเขาถูกหานเฟิงโจมตี ดังนั้น ครูฝึกฉางจึงไม่รู้ว่าความแข็งแกร่งของหานเฟิงข้ามผ่านฉางเหวินจวินไปแล้ว


    ชัยชนะซึ่ง ๆ หน้ากับลอบโจมตีสองอย่างนี้ต่างกัน


    ถึงตอนนี้ครูฝึกฉางเห็นฉางเหวินจวินรีรอไม่ยอมจากไป ในใจก็เริ่มเกิดความไม่พอใจขึ้นมา แต่เมื่อเขานึกถึงพี่ชายสามคนเหนือฉางเหวินจวินขึ้นไป ครูฝึกหลินก็รีบสลัดความไม่พอใจออกไป ครอบครัวของฉางเหวินจวิน ไม่ใช่สิ่งที่เขาซึ่งเป็นลูกหลานสายรองธรรมดา ๆ ผู้หนึ่งจะล่วงเกินได้


    หมาป่านักรบหนึ่งเขาโจมตีเข้ามาอีกครั้ง ครูฝึกหลินกับครูฝึกฉางละความสนใจจากหานเฟิงและคนอื่น ๆ ไปเผชิญหน้ากับหมาป่านักรบหนึ่งเขา


    จู่ ๆ ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏข้าง ๆ หานเฟิง หานเฟิงตกใจจนผงะถอยไปข้าง ๆ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นก็เป็นต้องประหลาดใจ "ครูฝึกหาน!!"


    ผู้มาก็คือหานหย่งซิ่ง


    หานหย่งซิ่งจิ๊ปากกล่าว "วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการทดสอบ เดิมทีเพียงแค่คิดจะมาดูผลลัพธ์ของพวกเจ้าเสียหน่อย นึกไม่ถึงว่าจะได้พบเหตุการณ์เช่นนี้ พวกเจ้าสองคนโชคไม่ดีจริง ๆ ถึงได้ถูกสัตว์อสูรระดับหกไล่ตาม"


    หานหลินกล่าวอย่างร้อนใจ "ครูฝึกหาน ท่านรีบลงมือเข้าเถอะ ครูฝึกหลินใกล้จะเสียเปรียบแล้ว"


    หานหย่งซิ่งหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ "พวกเจ้าสองคนประเมินครูฝึกของพวกเจ้าต่ำไปแล้ว หากพวกเจ้าสองคนไม่อยู่ที่นี่ ด้วยระดับพลังของครูฝึกหลิน เขาคงหนีไปนานแล้ว เจ้าสัตว์ร้ายนี่ตามไม่ทันแม้แต่น้อย"


    "เอาเถอะ ในเมื่อข้ามาที่นี่แล้ว ข้าจะออกโรงฆ่ามันเอง แก่นของสัตว์อสูรระดับหกสามารถแลกเปลี่ยนเป็นศิลาวิญญาณชั้นต่ำได้ไม่น้อย ทำให้โอกาสในการทะลวงข้ามระดับของข้าเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน"


    "ดัชนีสายฟ้า!!"


    สายฟ้าห้าสายพุ่งลงมาจากฟ้า ผ่าเข้าที่หมาป่านักรบหนึ่งเขารวดเดียว


    หานหย่งซิ่งเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์หกดาราขั้นปลาย หากเทียบกับสัตว์อสูรแล้ว เท่ากับระดับหกขั้นปลาย ร้ายกาจกว่าหมาป่านักรบหนึ่งเขาที่อยู่ระดับหกขั้นกลางไม่น้อย


    สายฟ้าห้าสายนั้นผ่าแยกร่างหมาป่านักรบหนึ่งเขาโดยตรง


    หลินเยวี่ยกับครูฝึกฉางร่นถอย ด้วยกลัวว่าตนจะพลอยถูกลูกหลงจากสายฟ้านั้น


    "ดัชนีอัสนีกัมปนาท!!"


    ห่านหย่งซิ่งชี้นิ้วไป ทันใดนั้นสายฟ้าขนาดใหญ่ก็พุ่งออกไป


    หมาป่านักรบหนึ่งเขาเปล่งเสียงร้องอย่างทรมานออกมา จากนั้นมันก็ล้มฟุบลงกับพื้น


    ระดับพลังขั้นมนุษย์หกดาราขั้นปลายผนวกกับวิทยายุทธขั้นมนุษย์ระดับกลาง แม้กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์เจ็ดดารา หานหย่งซิ่งก็มีความสามารถพอที่จะต่อกร


    กล่าวอีกอย่างคือ หานหย่งซิ่งมีความสามารถพอที่จะรับมือกับสัตว์อสูรระดับเจ็ดขั้นต้นได้ นับประสาอะไรกับหมาป่านักรบหนึ่งเขาสัตว์อสูรระดับหกขั้นกลางธรรมดา ๆ


    หานหย่งซิ่งเดินไปหาร่างของหมาป่านักรบหนึ่งเขา จากนั้นควักแก่นสัตว์อสูรระดับหกออกมา


    สีหน้าของครูฝึกฉางเคร่งขรึมขึ้นมาโดยพลัน อย่างไรก็ตามพลังของเขาไม่แข็งแกร่งเท่าหานหย่งซิ่ง เขาจึงทำได้เพียงข่มความโลภที่มีต่อแก่นสัตว์อสูรลงไป แล้วหมุนกายจากไป


    ก่อนจะจากไป ฉางเหวินจวินเหลือบมองหานเฟิงแวบหนึ่ง แล้วค่อย ๆ เปิดปากกล่าวสองสามคำโดยไร้สุ้มเสียง


    "หานเฟิง เจ้ารอก่อนเถอะ!"


    หานเฟิงเข้าใจความหมาย จึงหัวเราะเยาะขึ้นมาเบา ๆ