บทที่ 1 งานแต่งงานอลเวง
จางจิงจิงรู้สึกตัวขึ้นมาพร้อมกับเสียงพูดคุยโหวกเหวกโวยวายดังอยู่รอบ ๆ ตัว
“จางจิงจิง วันมงคลแบบนี้ แกอย่ามาทำให้พวกเราขายหน้าไปมากกว่านี้เลย ถ้าแกยังทำตัวแบบนี้อยู่ พวกเราจะไม่ยอมรับว่าแกเป็ลูกสาวอีกต่อไป!”
เสียงผู้หญิงคนหนึ่งพยายามพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง บ่งบอกให้รู้ว่าตอนนี้เธอโกรธมาก
“ตระกูลจางนี่มันยังไงกัน ตระกูลฮั่วก็นับว่าเป็ตระกูลใหญ่ พวกเขาทำแบบนี้มันไม่น่าเกลียดไปหน่อยเหรอ?”
“ใครว่าไม่จริงล่ะ ตอนแรกบอกว่าจะให้จางจือจือแต่งงาน แต่จู่ ๆ กลับมีลูกสาวโผล่มาอีกคน เปลี่ยนตัวกะทันหันแบบนี้ไม่พอ ยังจะมาสร้างเื่น่าอายอีก”
เสียงซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นรอบทิศทาง ทำเอาจางจิงจิงรู้สึกเหมือนหัวจะะเิ
เธอลืมตาขึ้น ภาพแรกที่เห็นคือชายหญิงวัยกลางคนสองคน อายุประมาณสี่สิบถึงห้าสิบปี ถัดไปไม่ไกลนักมีหญิงสาวหน้าตาสะสวยอีกหนึ่งคน ทุกคนมองมาที่เธอด้วยแววตาโกรธเกรี้ยว
ดูจากเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายของพวกเขาแล้ว พวกเขาน่าจะเป็คนยุค 70 ถึง 80
พอเห็นเธอลืมตาขึ้น ผู้หญิงวัยกลางคนที่อยู่ใกล้ ๆ ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“จิงจิง แกเลิกโวยวายได้ไหม? แม่ขอร้องล่ะ ในสถานการณ์แบบนี้ แกไว้หน้าครอบครัวบ้างเถอะ”
ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยปากพูดอะไร ความมืดก็บดบังเข้ามาในหัวอีกครั้ง ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาในสมอง
ตอนนี้เธอถึงเข้าใจแล้วว่า ตัวเองข้ามเวลามาอยู่ใน่ปลายยุค 70
เ้าของร่างเดิมเป็ลูกสาวของครอบครัวชาวนาผู้ยากไร้ในชนบท เมื่อไม่นานมานี้ แม่ของเธอบอกกับเธอว่า เธอไม่ใช่ลูกสาวแท้ ๆ ของพ่อ แต่เป็ลูกของแม่กับปัญญาชนคนหนึ่งที่มาเยือนชนบท
ต่อมา ปัญญาชนคนนั้นสอบเข้าโครงการนักศึกษาแนวทางการปฏิวัติ มหาวิทยาลัยในเมืองได้ จึงทิ้งสองแม่ลูกเอาไว้
ตอนนี้ สุขภาพของแม่กับพ่อเลี้ยงก็แย่ลงเรื่อย ๆ ที่บ้านก็ยังมีพี่ชายอีกสองคน ทำให้พวกเขาไม่สามารถเลี้ยงดูเธอได้อีกต่อไป จึงตัดสินใจพาเธอไปตามหาพ่อที่เมืองหลวง
เ้าของร่างเดิมเป็คนรักสบาย เห็นแก่เงิน เมื่อรู้ความจริงก็รีบเดินทางไปเมืองหลวงกับแม่ทันที
พ่อแท้ ๆ ของเธออาศัยอยู่ในค่ายทหาร ภรรยาที่แต่งงานด้วยเป็หัวหน้าสำนักงานการศึกษา ส่วนพ่อของเธอก็มีตำแหน่งในสถานีตำรวจ
ตอนแรกพ่อของเธอไม่อยากรับเธอเป็ลูก แต่กลัวว่าเื่จะแดงขึ้นมา แล้วทำให้ตัวเองเสียชื่อเสียง จึงจำใจต้องรับเธอไว้
ตอนนี้เขากับภรรยาใหม่มีลูกสาวหนึ่งคนและลูกชายสองคน ส่วนจางจือจือ ลูกสาวคนโตที่อายุไล่เลี่ยกับจิงจิงไม่พอใจมาก จึงมักจะหาเื่กลั่นแกล้งเธออยู่เสมอ
เธอใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้ไม่นาน ตระกูลของฮั่วฉางชิงคู่หมั้นของจางจือจือก็มาหาฤกษ์แต่งงาน หลังจากตระกูลฮั่วกลับไป จางจือจือก็ร้องไห้ บอกว่าไม่อยากแต่งงานกับฮั่วฉางชิง ไม่อยากไปเป็แม่เลี้ยงให้ลูก ๆ ของเขา
ฮั่วฉางชิงเป็ทหาร อายุยังน้อยก็เป็ถึงระดับหัวหน้ากองพันแล้ว เมื่อสองปีก่อน ลูกน้องของเขาสละชีพอย่างกล้าหาญเพื่อปฏิบัติภารกิจ แม่ที่อยู่บ้านนอกกับลูก ๆ อีกสามคนไม่มีใครดูแล ในฐานะหัวหน้า ฮั่วฉางชิงจึงรับอุปการะเด็กทั้งสามคน แม้แต่คนแม่เอง ชายหนุ่มก็ยังต้องจ่ายเงินจ้างคนดูแล
เดิมทีตระกูลนี้เป็ที่หมายปองของใคร ๆ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็ต้องหลีกเลี่ยง
แต่งงานไปก็ต้องเลี้ยงลูกสามคน ใครจะทนไหว ยิ่งเป็คุณหนูอย่างจางจือจือที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ยิ่งเป็ไปไม่ได้
แต่นี่เป็การหมั้นหมายที่ตกลงกันไว้แล้ว ตระกูลจางก็เป็คนมีหน้ามีตาในสังคม ย่อมไม่สามารถผิดสัญญาได้ จึงหันไปใช้วิธีสกปรกกับเธอแทน
แม้เธอจะเป็ลูกแท้ ๆ แต่เพราะถูกเลี้ยงดูมาโดยคนอื่น พ่อที่ไร้หัวใจอย่างนั้นย่อมรักและเอ็นดูจางจือจือมากกว่าอยู่แล้ว
แม้เธอจะมีหน้าตาพอไปวัดไปวา แต่ก็เป็แค่เด็กบ้านนอก การแต่งงานกับฮั่วฉางชิงที่มีหน้าที่การงานดี แม้ต้องเลี้ยงลูกถึงสามคน ก็นับว่าเป็โชคดีของเธอแล้ว
พวกเขาจึงหลอกเธอว่า ฮั่วฉางชิงเป็คนมีชาติตระกูลสูงส่ง แถมยังหน้าตาหล่อเหลา ตระกูลก็มีฐานะมั่นคง พอได้ยินแบบนั้น เธอจึงตอบตกลงทันที
ส่วนฮั่วฉางชิงก็แปลก ไม่มีความเห็นอะไรกับการเปลี่ยนตัวเ้าสาว บอกเพียงว่าขอแค่จางจิงจิงเต็มใจมาดูแลเด็ก ๆ เื่อื่นค่อยว่ากัน
ไม่นานนัก ทั้งสองตระกูลก็จัดงานแต่งงาน ทุกอย่างราบรื่นดี แต่แล้วกลับมีแขกปากมากคนหนึ่งพูดจาไม่เข้าหูให้เธอได้ยิน หญิงสาวถึงได้รู้ว่าฮั่วฉางชิงมีลูกแล้วถึงสามคน! เธอโวยวายกลางงานแต่งงาน ทำให้งานแต่งงานที่ควรจะสวยงามกลับกลายเป็เื่น่าอับอาย
สุดท้ายเธอก็วิ่งชนโต๊ะจนสลบไป
……
ทันทีที่หญิงสาวกลับมาได้สติ ก็ต้องเผชิญกับเื่ใหญ่โตแบบนี้พอดี
ด้วยนิสัยของจางจิงจิง เธอไม่้าให้ใครมาบงการชีวิตตนอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ยังเป็ปี 1977 การออกไปไหนมาไหนยังต้องใช้ใบรับรอง การทำธุรกิจยิ่งเป็ไปไม่ได้ หากเธอแตกหักกับตระกูลจางแล้วหนีไป เธอจะใช้ชีวิตอย่างไรในอนาคต จะไปเป็ขอทานอย่างนั้นเหรอ?
ยิ่งไปกว่านั้น เธอและฮั่วฉางชิงได้จดทะเบียนสมรสกันแล้ว ในทางกฎหมายก็เป็สามีภรรยากันเรียบร้อย
ในเวลาเพียงชั่วพริบตา จางจิงจิงครุ่นคิดเื่ต่าง ๆ มากมาย
จางจือจือพยุงจางจิงจิงขึ้นแล้วยืนอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับแววตาที่ดูเหนือกว่า
“พี่จิงจิง พี่ฮั่วเป็คนดีมาก พี่เป็คนต่างถิ่นที่เขาแต่งงานด้วย ถือว่าเป็เื่ดีแล้ว อย่าทำอะไรตามใจจนทำลายชีวิตตัวเองเลย”
คำพูดเหล่านี้ฟังดูเหมือนหวังดีต่อจางจิงจิง แต่แท้จริงแล้วกำลังด่าทอเธอว่าไม่รู้จักดีชั่ว
ส่วนพ่อจางกับแม่จางที่อยู่ด้านข้างก็ร้อนใจเช่นกัน
“แกอายุมากกว่าน้องตั้งสองปี ทำไมถึงไม่รู้จักคิดแบบนี้ พวกเราผิดหวังในตัวแกมากนะ!”
เมื่อเห็นแม่จางเ็ปรวดร้าวถึงเพียงนั้น จางจิงจิงกลับหัวเราะเยาะในใจ
“พ่อคะ แม่คะ เื่นี้พ่อกับแม่หลอกฉันก่อนนะ จะให้ฉันแต่งงานแทนก็ได้ แต่ฉันแต่งงานไปแล้ว ก็ไม่มีเงินติดตัวเลย ดูหน่อยสิว่าพอจะรวบรวมเงินให้ฉันได้บ้างไหม? ฉันจะได้ไม่ต้องขายหน้าเวลาแต่งเข้าบ้านตระกูลฮั่ว”
ในเมื่อเป็แบบนี้แล้ว ยังไงเธอก็ต้องแต่งงานอยู่ดี เื่ราวบานปลายมาถึงขั้นนี้ งั้นเธอต้องหาผลประโยชน์ให้ตัวเองบ้างสิ ถึงแม้จะต้องรีดไถจากพวกเขาก็ตาม
แม่จางมองเธออย่างไม่อยากจะเชื่อ
“หมายความว่ายังไง ขอเงินพวกเรา?”
“ไม่ให้เหรอ? ถ้าไม่ให้ก็ให้จางจือจือแต่งงานไปสิ เื่นี้เดิมทีก็เป็เื่ของเธออยู่แล้วนี่”
จางจือจือกับคนอื่น ๆ ได้ยินแบบนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนเป็เขียวคล้ำ ท้ายที่สุดจึงจำใจต้องควักเงินส่งให้จางจิงจิง
จางจิงจิงไม่ได้นับจำนวน แล้วรีบยัดใส่กระเป๋าเสื้อตัวเองทันที
“ในเมื่อคุณจางไม่เต็มใจ งั้นก็ยกเลิกงานแต่งงานเถอะ”
ทันใดนั้นเอง เสียงเย็นะเืของชายคนหนึ่งก็ดังมาจากเบื้องหน้า
จางจิงจิงเงยหน้าขึ้น มองเห็นชายหนุ่มที่เอ่ยปากพูดทันที เมื่อเห็นใบหน้าอันสง่างามและเคร่งขรึมของเขา จางจิงจิงรู้ได้ทันทีว่าเขาคนนี้น่าจะเป็ ฮั่วฉางชิง
ใบหน้านี้ ไม่ว่าจะมองด้วยสายตาของยุคสมัยไหน ก็ล้วนโดดเด่นเป็อย่างมาก จางจิงจิงนึกคำบรรยายไม่ถูก ในสายตาของเธอ ชายคนนี้สามารถเป็ไอดอลระดับท็อปสตาร์ได้สบาย
“ฉันไม่ได้ไม่เต็มใจ เมื่อครู่เป็ฉันเองที่เสียมารยาทไป ต้องขอโทษคุณด้วย ให้งานแต่งงานดำเนินต่อไปเถอะ”
ขณะเดียวกัน สีหน้าของพ่อแม่ฮั่วนั้นดูไม่ดีเลย ยอมให้ลูกชายแต่งงานกับสาวบ้านนอกก็แย่พอแล้ว แต่หล่อนยังกล้ามาสร้างเื่น่าอายในงานแต่งงานแบบนี้อีก ช่างร้ายกาจเกินไป
แต่ในเมื่อจดทะเบียนสมรสไปแล้ว แถมยังมีแเื่มากมายขนาดนี้ คงทำอะไรไม่ได้ นอกจากฝืนทำพิธีแต่งงานต่อไปให้จบ ๆ
เมื่อเห็นว่าจางจิงจิงไม่โวยวายอะไรอีก ทางฝั่งตระกูลจางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
หลังงานเลี้ยงแต่งงานสิ้นสุดลง ทั้งสองฝ่ายต่างพากันไปส่งแขก ซึ่งจางจิงจิงก็มุ่งหน้าไปยังตระกูลฮั่วพร้อมกับทุกคน