ณ ท่ามกลางหมู่บ้านที่กลายเป็เศษซากแห่งอดีตนั้น ได้ปรากฎภาพของชายร่างใหญ่คนหนึ่งที่กำลังวิ้งอยู่อย่างรีบร้อน ท่ามกลางบ้านเรือนที่ถูกเผาไหม้เ่าั้เพื่อมุ่งหน้าไปยังเชิงผาที่อยู่ถัดออกไปนอกหมู่บ้านไม่ไกลนัก
(เฮ้อ~ไอ้เ้าพวกบ้านั้น! มันรู้ได้ยังไงกันว่าพวกเรานั้นอยู่ที่นี่ ที่นี่นั้นเป็หมู่ลับแลไม่ใช้เหรอ...ท่านพ่อ!...)
กังที่เริ่มสั่นคลอนในความเชื่อมั่นของตนที่มีต่อพ่อที่ตายไปนั้นได้วิ้งต่อไป บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยโลหิตมากมายที่เกิดขึ้นมาด้วยการกระทำของพวกเขา...
เพื่อที่จะได้มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่จะทำให้คำพูดของท่านพ่อนั้นเป็จริงขึ้นมา
ตึ้ง! แต่ทว่าฝีเท้าของเขานั้นก็ต้องหยุดลง...เพราะกำแพงตรงหน้านั้นได้ถูกทำลายลงและกำลังมีบางสิ่งที่ใหญ่โต้กำลังก้าวก่ายออกมาจากด้านในของรูบนกำแพงนั้น
“โอ้ก~”
เสียงคำรามนั้นได้ดังออกมาจากร่างกายขนาดใหญ่ของุ์รูปร่างคล้ายกับมนุษย์ผสมหมูตนนั้นที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าของตัวเขา…
สิ่งนั้นคือหนึ่งในออร์คที่ถูกส่งมาค้นหาผู้ที่อาจจะหนีรอดมาได้จากการระดมยิงเมื่อครู่นี้นั่นเอง
“หือ...”
ออร์คตนนั้นได้หันมายังกังที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ที่ตรงนั้น
“ชิ!...ดันถูกเจอตัวซะได้...”
กังได้คิดที่จะหันหลังกลับหนีไปยังเส้นทางเดิมที่ตัวเขามา…
ตึ้ง! แต่ทว่าเมื่อเขานั้นหันหลังกลับไป ก็ได้มีเสียงดังขึ้นมาจากทิศทางนั้น…
กำแพงบ้านที่อยู่ตรงนั้นได้ถูกทำลายลงและได้มีออร์คอีกตนหนึ่งออกมาจากด้านในของมันปิดเส้นทางหนีของต้วเขาเอาไว้จนหมดสิ้นแล้ว
“หือ….”
พวกออร์คทั้งสองที่เห็นกังที่อยู่ตรงนั้น ไม่รีรอได้ทำการวิ้งเข้ามาหากังในทันที
พวกมันได้ยกกระบองในมือขึ้นมาเตรียมพร้อมที่จะทุบเข้าใส่กังที่อยู่ตรงหน้า
“โธ่เว้ย!”
ตึ้ง!! กระบองทั้งสองที่พุ่งเข้ามานั้นได้กระเด็นลอยออกไปเพราะบางสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาขวางทางวิถีของมันเอาไว้...
สิ่งนั้นคือบาเรียที่โปร่งใสรูปร่างครายโล่ขนาดเล็กสีฟ้า ที่ถูกปล่อยออกมาจากสนับแขนทั้งสองข้างของกังที่ในตอนนี้นั้นกำลังส่องสว่างออกมา แสดงให้รู้ว่ามันได้ถูกเปิดใช้งานขึ้นมาแล้ว
(ชิ!...ต้องเปิดใช้งานมันจนได้...อุปกรณ์จากผู้มาเยือนจากฟากฟ้าอันนี้…)
กังได้ตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้
(จะต้องรีบจัดการพวกมันลงโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นพลังงานของมันจะต้องหมดลงก่อน...ถ้าเป็แบบนั้นข้าคงหมดทางรอดแน่!...)
กังที่ตัดสินใจได้เช่นนั้นจึงได้กระโจนเข้าใส่หาออร์คที่ขวางทางอยู่ตรงหน้า ที่กำลังยืนมึนงงอยู่ในตอนนี้ เพื่อเปิดเส้นทางที่อยู่ตรงหน้าออกมา
ตัวเขาได้งางหมัดขวาที่เปิดโล่พลังงานเอาไว้ไปด้านหลัง แล้วชกมันเข้าไปที่ใบหน้าของมันด้วยแรงทั้งหมดที่ตัวเขานั้นมีอยู่
ตึ้ง! โล่พลังและหมัดนั้นได้เข้าปะทะกับใบหน้าของออร์คตนนั้นอย่างแรง โดยที่ไม่มีการป้องกันจากตัวมันเลยแม้แต่น้อย
“เป็ไงล่ะ! โดนเข้าไปจังๆแบบนี้แล้วแกได้น็อคเอาท์แน่!”
กังได้แสดงความยินดีออกมาพร้อมกับหมัดนั้นที่ยังคงค้างอยู่ที่ใบหน้าของมัน
“หึ!...”
ท่ามกลางความยินดีนั้นได้มีเสียงขำเล็กๆที่ใหญ่โต้และร้อยยิ้มแห่งการดูถูกเหยียดหยามดังออกมาจากใบหน้าของออร์คตนนั้น
“อะไรกัน…?”
กังได้ชักมือกลับคืนมาเมื่อรู้ว่าหมัดของตนนั้นไม่สามารถสร้างรอยแผลให้กับมันได้เลยแม้น้อย
ครืน~ กังที่รู้แบบนั้นจึงได้ะโถอยหลังออกมาไปตั้งหลักเสียก่อน
“ชิ!...แบบนี้ถ้าไม่ดีแล้วสิ...”
ครืน~ในขนะที่กังกำลังคิดหาวิธีการรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าอยู่นั้น
ก็ได้ถูกออร์คอีกตนหนึ่งที่อยู่ที่ทางด้านหลังพุ่งเข้ามาหาตัวเขาพร้อมกับได้ยื่นมืออันใหญ่โต้คู่นั้นของมันออกมาพยายามที่จะคว้าจับตัวเขาเอาไว้
(แย่ล่ะสิ!แบบนี้หลบไม่ทันแน่...)
กังพยายามที่จะถอยหนี แต่ที่ด้านหน้าของเขานั้นมีออร์คพึ่งชกไปขวางทางอยู่
เรียกได้ว่าสถานการณ์ของตัวเขาในตอนนี้นั้นสิ้นหวังแบบถึงขีดสุดแล้ว
“เ้าั์! หลบไปทางขวาซะ!”
เสียงะโได้ดังขึ้นมาจากระยะไกล...
กังที่ได้ยินเสียงนั้นได้รู้ในทันทีเลยว่าเสียงนั้นคือเสียงของใคร ตัวเขาจึงได้ทำตามนั้นแล้วะโหลบไปที่ด้านขวาในทันที
ปัง! ะุพลังงานสีฟ้าขนาดเท่ากับลูกเทนนิสได้พุ่งเข้ามาจากทางด้านหลัง
ตึ้ง! มันได้ทะลุผ่านร่างกายของออร์คตนนั้นที่อยู่ด้านหลังของกังทำให้ตัวมันตายลงภายในทันที
ครืน~ไม่เพียงแค่นั้นะุนัดนั้นยังได้พุ่งต่อไปชนเข้ากับออร์คอีกตนหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าทำให้ตัวมันถึงกับเสียหลักเซไปมา
“แกน่ะ! จะต้องให้ข้าช่วยอีกสักกี่ครั้งถึงจะพอใจกันฮะ!”
เสียงนั้นได้ดังขึ้นมาจากทาง้าของบ้านที่อยู่แถวนั้น
กังที่ได้ยินแบบนั้นตัวเขาจึงได้หันไปยังทิศทางนั้นและสิ่งที่ตัวเขาเห็นอยู่นั้นก็คือชายคนหนึ่งที่สพายปืนสามกระบอกเอาไว้ที่ด้านหลังและอีกหนึ่งกระบอกที่ได้มีควันลอยออกมาจากปากกระบอกนั้นพร้อมกับได้เล็งเข้ามาที่ทางนี้ด้วย
“คะ...ข้าก็ไม่ได้ขอให้แกมาช่วยซะหน่อย!...”
“หึ!งั้นเหรอ ทำเป็ปากแข็งไปได้...”
ปัง! ชุนฝูที่ได้ตอบกลับได้เหนี่ยวไกปืนในมือยิงออกมาอีกครั้ง
ตึ้ง! ะุนัดนั้นได้เข้าปะทะกับร่างของออร์คที่เซไปมาแล้วทะลุออกไปสังหารมันลงได้ในทันที
“ข้าไม่ได้ปากแข็งสักหน่อย!”
กังที่พูดออกมาใส่ชุนฝูที่ได้ะโลงมาจากบ้านหลังนั้นแล้วกำลังเดินเข้ามาหาตัวเขาที่ได้ปิดโล่พลังทั้งสองข้างในมือไปแล้วในตอนนี้
“หึ!จะจริงอย่างที่พูดเหรอ~”
“ชิ!หุปปากไปเลย เสียเวลามามากพอแล้วรีบๆไปกันต่อได้แล้ว!...”
กังที่ได้พูดออกมาได้หันหนีไปด้วยความเขินอายแล้วเดินจากไปในทันที
“เฮ้อ~ไม่สื่อตรงซะจริงๆเลยนะ”
ชุนฝูได้เก็บปืนที่ถืออยู่ขึ้นหลังไปแล้วได้เดิมตามกังไปแบบติดๆในทันที
ทั้งสองคนที่มารวมตัวกันได้มุ่งหน้ารวมกันไปยังจุดนัดพบในทันที โดยที่คอยระวังไม่ให้พวกออร์คตนอื่นๆที่อาจจะอยู่ในเมืองนี้นั้นหาตัวของพวกเขาพบได้
ตัดมาที่อีกด้านหนึ่งใน่เวลาที่ไล่เลียกัน...
ณ คันนาที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อและซากศพมากมายที่กองอยู่เกลื่อนกลาดพื้นนั้นได้มีชายสองคนที่กำลังวิ้งไปตามเส้นทางที่จะนำไปยังป่าที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น
“หือ…?”
คาเซฮัสได้หยุดวิ้ง แล้วหันมองไปยังที่ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่บนเนินหางออกไปจากตัวเขาไม่ไกลนัก
“มีอะไรเหรอครับบอส?”
ชายสวมแวนที่วิ้งนำไปได้หยุดลงแล้วหันกลับมาหาบอสของตน
“แกไปก่อนได้เลย...ข้าขอทำธุระก่อนแล้วเดียวจะตามไป...”
คาเซฮัสที่พูดออกมาแบบนั้นได้เดินไปยังต้นไม้ใหญ่ต้นนั้น
“ครับ….”
จางเฉินที่พูดออกมาแบบนั้นได้วิ้งต่อไปพร้อมกับความสงสัยในใจที่ไม่ได้ถามออกมา…
คาเซฮัสได้เดินมาจนถึงต้นไม้ใหญ่นั้น แล้วหยุดลงตรงหน้าของแผนป้ายหลุมศพที่ทำจากไม้ที่ตั้งอยู่ที่ด้านหน้าของต้นไม้ใหญ่นั้นพร้อมกับร่างกายของเด็กสาวคนหนึ่งที่วางอยู่ตรงหน้าของสิ่งนั้น
“นี่มัน...”
คาเซฮัสได้มองลงมายังร่างกายของเด็กสาวคนที่ไร้ซึ่งชีวิตที่ถูกวางเอาไว้อย่างปราณีตอยู่ใต้ร่มไม้นั้น
“เด็กคนนี้เธอจะต้องเป็ลูกสาวของเ้านั้นไม่ผิดแน่นอน...”
ท่ามกลางเศษซากมากมาย ท่ามกลางศพของลูกน้องที่ถูกจัดการไปและรวมไปถึงป้ายหลุมศพที่ตั้งอยู่ตรงหน้าด้วย
คาเซฮัสที่มองดูสถานที่แห่งนี้นั้นสามารถรู้ได้ในทันทีเลยว่าร่างกายนี้นั้นจะต้องเป็ของลูกสาวของเฟยที่ตายไปไม่ผิดแน่
“อย่าถือโทษโกรธกันเลย...”
ตัวเขาที่พูดออกมาเช่นนั้นได้เดินเข้าไปใกล้ร่างกายของสาวน้อยขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับได้หยิบมีดสั่นที่พบอยู่ด้านหลังออกมา
“ที่เธอตายไปนั้นก็เพราะเธอเป็ลูกสาวของเ้านั้น….ลูกสาวที่มีความสุขที่สามารถอาศัยอยู่กับบิดาที่ตนรักได้!….”
คาเซฮัสที่กัดฟันแน่นได้เดินเข้ามาใกล้ร่างกายนั้นเรื่อยๆ
และในตอนนั้นเองตัวเขาก็ได้คิดย้อนกลับไปในวันนั้น...วันที่ซึ่งตัวเขาลอบเข้ามาดูสถานการณ์ที่หมู่บ้านแห่งนี้ตามลำพัง…
ในวันนั้นตัวเขาได้เห็น….ภาพของสองพ่อลูกที่กำลังใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขท่ามกลางหมู่บ้านที่สงบสุข…
ตัวเขาที่เห็นภาพเช่นนั้นได้รู้สึกโกรธแค้นและเ็ปไปด้วยในเวลาเดียวกัน…
ทำมั้ยกัน....ทำมั้ยตัวแกถึงได้ยิ้มออกมาแบบนั้นกัน...รอยยิ้มแห่งความสุขที่แสดงออกมาหลังจากที่ตัวแกได้่ชิงมันไปจากเด็กน้อยคนหนึ่ง…
ในจิตใจของเด็กน้อยได้ถามออกมา
ทำมั้ยถึงเป็แกกัน...คนที่รอดมาได้...ทำมั้ยถึง….ไม่ใช้ท่านพ่อกัน…
คาเซฮัสในตอนนั้นที่ถูกเติมเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความโกรธแค้นที่เกือบจะเลือนหายไปแล้วนั้นได้ถามออกมาใส่โชคชะตาของตนเอง…
โชคชะตาแห่งความเกลียดชังที่ได้กัดกินหัวใจของตัวเขาไปจนหมดสิ้นแล้ว....
หลังจากนั้น ตัวเขาที่ได้กลับมาจากการสอดแนมก็ได้ตัดสินใจที่จะบุกโจมตีหมู่บ้านแห่งนี้อย่างไรซึ่งความปราณีใดๆอีกต่อไป
ด้วยความเศร้าและความแค้นทำให้เหตุผลทั้งหมดนั้นจางหายไป นำมาซึ่งความแค้นและความโกรธที่ไม่สิ้นสุดที่จะดำเนินต่อไปไม่รู้จบ
และผลรับของมันก็คือสิ่งนี้ที่เกิดขึ้นอยู่นะตอนนี้…ภาพของความหายะนะที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวของโลหิตมากมายที่ลอยอยู่ในอากาศที่ซึ่งเกิดมาจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดนั้น
คาเซฮัสได้หยุดเดินลงตรงหน้าร่างกายของสาวน้อยพร้อมกับได้คุกเข่าลงมาอยู่ตรงหน้าของร่างกายเล็กๆนั้น
“ร่างกายของเธอในตอนนี้นั้นชังงดงามราวกับนางฟ้าที่กำลังหลับไหลอยู่ไม่มีผิด...”
คาเซฮัสได้ยกมีดในมือขึ้นมาเหนือร่างกายของเด็กสาว
“ถ้าเกิดว่าร่างกายนี้ ได้รับาแขึ้นมา...จะทำให้เ้านั้นสิ้นหวังได้มั้ยนะ?”
หลังจากสิ้นสุดเสียงนั้น ตัวเขาก็ได้ใช้มืออีกข้างหนึ่งเข้ามาจับมีดเล่มนั้นเอาไว้ก่อนที่จะใช้ทั้งสองมือแทงมีดเล่มนั้นลงมาใส่ร่างกายของสาวน้อยตรงหน้า…
กึก!...แต่ทว่าก่อนที่มีดเล่มนั้นจะถึงตัวร่างกายของเด็กน้อยมันก็ได้หยุดลงเสียก่อนพร้อมกับนํ้าตาที่ไหลรินออกมาจากดวงตานั้น ไหลลงมาตกลงสู่ใบหน้าของสาวน้อยผู้ซึ่งหลับไหลไปตลอดการแล้ว...
“ข้าขอโทษ...ข้าขอโทษจริงๆ...”
คาเซฮัสได้ร้องไห้ออกมาอย่างหนักเพราะความรู้สึกผิดที่เก็บซ่อนอยู่ภายในใจนั้นได้ทะลักออกมาในคราวเดียว จนทำให้ตัวเขานั้นรับมันเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป…
“อา-------!!!!!”
ตัวเขาได้กรีดร้องออกมาท่ามกลางเศษซากแห่งความโกรธแค้นมากมายที่ตัวเขานั้นได้สร้างขึ้นมาจากการกระทำนั้น…
“แต่ว่าไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอกนะ....”
คาเซฮัสได้ยืนขึ้นมาพร้อมกับเก็บมีดในมือเอาไว้ที่เดิม
“การเสียสละของเธอนั้นจะไม่สูญเปล่าอย่างเด็ดขาด….”
ตัวเขาได้เอื้อมมือไปหยิบหน้ากากที่เก็บอยู่ในกระเป๋าหลังออกมา
“ข้าจะเปลี่ยนการเสียสละของทุกคนที่นี่ให้กลายมาเป็พลัง...พลังที่จะก้าวต่อไปและนำพาชัยชนะมาสู่เผ่าพันธุ์ของพวกเรา...”
ตัวเขาได้ใส่หน้ากากลายพยัคฆ์เขียวนั้นเข้าไปบนใบหน้าของตนอีกครั้ง
“ข้าขอสัญญาด้วยนามแห่งนักรบของข้า เฉิง เปา บุรุษผู้ซึ่งจะนำพาชัยชนะมาสู่เผ่าพันธุ์พวกเราและดวงดาวดวงนี้!”
คาเซฮัสที่ได้ประกาศก้องออกมาอย่างห้าวหาญท่ามกลางความเสียสละเ่าั้ ได้เดินจากไปโดยที่ไม่ได้หันหลังกลับมามอง...มุ่งหน้าไปยังเชิงผาที่ซึ่งอาวุธลับของพวกเขานั้นหลับไหลอยู่...
ตัดมาที่อีกด้านหนึ่งหลังจากนั้นไม่นานนัก…
ภายในท่ามกลางหมู่บ้านที่กำลังรุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำขึ้นมาอีกครั้งนั้น ได้มีชายสองคนที่โดนรายล้อมไปด้วยพวกออร์คจำนวนมากนับสิบตนที่กำลังวิ้งพุ่งตรงเข้ามาจู่โจมพวกเขาอย่างต่อเนื่อง
“ชิ!โผล่ออกมาจากไหนกันเยอะแยะว๊ะเนี่ย!”
กังที่ได้ะโออกมาด้วยความหงุดหงิดได้ยกโล่พลังในมือขวาขึ้นมาป้องกันการโจมตีด้วยขวานขนาดใหญ่ที่ได้เหวี่ยงเข้ามาจากออร์คที่อยู่ตรงหน้า
ตึ้ง! คมขวานได้ชนเข้ากับโล่ จนกระเด็นออกไปทำให้ออร์คตนนั้นเสียสูญไปครู่นึง
“โอกาศนี้แหละ!”
ปัง! ชุนฝูที่เห็นจังหวะนั้น ได้ยิงะุพลังงานออกมาจากปืนของตนที่ถืออยู่ยิงเข้าไปใส่ออร์คตนนั้นที่ไร้การป้องกันในทันที
ตึ้ง! ะุนัดนั้นได้พุ่งทะลุผ่านร่างกายของออร์คตนนั้นปลิดชีพมันลงภายในครั้งเดียว
(ต่อไปก็ทางด้านขวา…)
ชุนฝูได้หันปากกระบอกปืนไปยังออร์คอีกตนที่อยู่ทางด้านขวาที่กำลังเสียสูญอยู่ในทันที…
ปัง! ชุนฝูได้ยิงะุพลังออกมาพุ่งเข้าไปปะทะเข้ากับร่างของออร์คตนนั้นปลิดชีพมันลงภายในพริบตา
“โฮ้ก!”
ในขณะที่ชุนฝูกำลังวุ่นอยู่กับออร์คที่อยู่ตรงหน้า ทำให้เปิดโอกาศให้ออร์คตนหนึ่งพุ่งเข้ามาจากด้านหลัง
ครืน~มันได้เหวี่ยงกระบองหนามขนาดใหญ่ในมือเข้ามาใส่ตัวเขาในทันที
ตึ้ง! กระบอกที่พุ่งเข้ามานั้นได้กระเด็นออกไป เพราะโล่พลังงานที่พุ่งเข้ามาป้องกันเอาไว้พร้อมกับร่างกายของชายตัวใหญ่ที่พุ่งเข้ามายืนอยู่เคียงข้างกับชุนฝูที่อยู่ตรงนั้น
“อย่าเปิดช่องโหว่ซิว๊ะ!”
“ไม่ได้เปิดสักหน่อย ข้ารู้อยู่แล้วว่าแกจะต้องเข้ามาป้องให้เหมือนกับทุกครั้งยังไงล่ะ!”
ชุนฝูได้ยิมออกมาก่อนที่จะหันมาเล็งปืนเข้าใส่ออร์คตนนั้น
ปัง! ะุพลังงานได้ถูกยิงออกมาพุ่งทะลุผ่านร่างของออร์คตนนั้นปลิดชีพพวกมันลงไปได้อีกหนึ่งตน
“หึ!ในสถานการณ์แบบนี้ก็อย่างหวังให้มากนักก็แล้วกัน!...”
ตึ้ง! กังได้ใช้โล่ของตนในการป้องกันการโจมตีจากพวกออร์คที่พุ่งเข้ามาโจมตีใส่ชุนฝูจากด้านหลังอีกครั้ง โดยที่ไม่มีการโจมตีของออร์คตนใดหลุดรอดการป้องกันของเข้าไปได้เลยแม้แต่ตัวเดียว
ทั้งสองคนได้หันหลังชนกันคอยระวังให้แกกันและกันจากการโจมตีของพวกออร์คที่พุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่องและพยายามที่จะพากันออกไปจากวงล้อมของเหล่าออร์คจำนวนมากนับ10ตนที่อยู่ที่นี่
“เฮ้ย! พวกแกถอยไปซะ!”
เสียงที่โต้และทุ้มใหญ่ได้ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของพวกออร์คเ่าั้
ครืน~!เหล่าออร์คนับสิบได้เดินแยกตัวออกจากกันก่อให้เกิดเป็ทางเดินยาวขึ้นมา
ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง! เสียงฝีเท้าที่ใหญ่โต้ที่กำลังใกล้เข้ามาจากเส้นทางนั้น จนในที่สุดแล้วก็ได้มาหยุดลงตรงหน้าของทั้งสองที่ได้จ้องมองไปยังร่างกายอันมหึมาของเ้านั้นที่ยืนอยู่ตรงหน้าของพวกเขา
“เฮ้ยๆ!อะไรกัน แค่สองคนเองเหรอ น่าผิดหวังจริงๆความสนุกหายได้หายไปหมดกันพอดีซิแบบนี้...”
เ้านั้นได้พูดออกมา ออร์คร่างกายสูงใหญ่กว่าออร์คทั้งหมดที่อยู่นะที่นี้...
ทั้งร่างกายสีเขียวที่ไม่ได้สวมเกาะใดๆเผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งยิ้งกว่าหินผาที่มีอยู่ทั่วทั้งร่างกายของมันที่ใหญ่โต้เกือบเท่ากับบ้านสองชั้น
แรงกดดันที่มองไม่เห็นได้ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศรอบๆตัวของมัน จนทำให้บรรยากาศโดยรอบนั้นหนักอึ้งขึ้นจนแทบที่จะหายใจไม่ออกเลย
แถมในมือซ้ายของมันก็ยังมีกระบองหนามขนาดใหญ่สีแดงสนิดที่ดั้งเดิมนั้นเคยเป็สีดำมาก่อน แต่มันได้ถูกย้อมไปด้วยโลหิตมากมายที่ไหลออกมาจากชีวิตนับไม่ทั่วที่จบลงเพราะมัน จนทำให้มันกลายเป็สีแดงฉานไปในที่สุด...
“ถ้าพวกเราจะงานเข้าแล้วซิแบบนี้...”
กังที่แสดงความกังวลออกมาอย่างชัดเจนได้ยกโล่ในมือทั้งสองข้างขึ้นมาเตรียมพร้อมเอาไว้ พร้อมกับได้ขยับเข้ามาใกล้ชุนฝูเพื่อเตรียมพร้อมเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉินที่หวังว่าจะไม่เกิดขึ้นเอาไว้
“แบบนี้จะเอายังไงต่อดีล่ะ โดนล้อมไม่พอแถมยังมีไอ้ตัวที่ไม่พึงประสงค์ปรากฎตัวออกมาอีกต่างหาก...”
“...บอกตามตรงข้าก็คิดไม่ออกเหมือนกัน...คงมีแต่จะต้องเดิมพันบุกฝ่าออกไปเท่านั้นแล้วล่ะมั้ง...”
ชุนฝูได้หันไปมองปืนทั้งสองกระบอกในมือทั้งสองข้าง
(ถ้าปรับพลังงานระดับสูงสุดน่าจะยิงได้สักประมาณข้างล่ะ10นัดล่ะมั้ง...)
ชุนฝูได้เหลียวหลังหันไปมองปืนสีขาวอีกสองกระบอกที่สพายอยู่ที่ด้านหลังที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อมากมายจนมันเปียกชุ่มไปหมดแล้ว
(ที่เหลือด้านหลังยิงได้เต็มที่ประมาณกระบอกล่ะ30นัด...จะพอที่จะจัดการกับเ้านั้นรึป่าวนะ….)
ชุนฝูที่เก็บความกังวลเอาไว้ในใจพยายามที่จะไม่แสดงมันออกมาได้กำปืนในมือทั้งสองข้างเอาไว้แน่น...
แต่ทว่าถึงเขาจะพยายามปกปิดอากาศนั้นมากแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถปิดบังกังที่อยู่ตรงหน้าได้เลยแม้แต่น้อย
(อาการกำปืนเอาไว้แน่นแบบนั้น ท่าทางจะเป็กังวลเื่พลังงานของปืนสินะ...แล้วของเราจะใช้ได้สักกี่ครั้งกันนะ...)
กังได้หันไปมองยังสนับแขนที่มือทั้งสองข้าง ที่ตรงกลางด้านหลังของสนับนั้นได้มีประหลอดที่มีแสงสีฟ้าปรากฎขึ้นมาประมาณเกือบครึ่งหลอดอยู่
(จากปริมาณพลังงานที่เหลืออยู่ ถ้าเป็การโจมตีปกติของพวกออร์คล่ะก็น่าจะป้องกันได้สักประมาณ20ครั้งต่อข้างล่ะมั้ง...)
กังได้สูดหายใจเข้าลึกๆแล้วยกโล่พลังงานที่มือขวาขึ้นมาตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือการโจมตีที่ไม่คาดคิดของออร์คร่างั์ตรงหน้าอยู่ตลอดเวลา
“ไม่เข้ามางั้นเหรอ”
ออร์คร่างั์ได้ตั้งท่าเตรียมพร้อมวิ้ง
“ถ้างั้นข้าจะขอเข้าไปเองก็แล้วกัน!”
ออร์คร่างั์ตัวได้ะโออกมาแล้วทำการวิ้งพุ่งตรงเข้ามาหาทั้งคนอย่างรวดเร็ว จนแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าร่างกายใหญ่ๆแบบนั้นจะสามารถเร็วได้ถึงขนาดนี้...
มันได้ยกกระบองสีแดงในมือขึ้นแล้วทำการฟาดมันลงมาใส่ทั้งสองคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างแรงและรวดเร็ว
กังที่เห็นแบบนั้นตัวเขาจึงได้ยกโล่พลังงานที่มือขวาขึ้นมาป้องกันเอาไว้
ตึ้ง! กระบองขนาดั์ได้ปะทะเข้ากับโล่นั้นอย่างแรงจนเกิดเป็เสียงดังกึกก้องขึ้นไปทั่วทั้งหมู่บ้านแห่งนี้
“โฮ่ล~โดนการโจมตีของข้าเข้าไปแล้วยังคงยืนอยู่ได้งั้นเหรอ ถ้าเป็พวกปลายแถวล่ะก็คงได้แหลกเป็ชิ้นๆไปแล้วแท้ๆเลยนะ”
ออร์คร่างั์ได้พูดออกมาพร้อมกับได้จับกระบองในมือซ้ายเอาไว้แน่นมากยิ้งขึ้น
“แต่ว่าแกจะทนได้อีกสักเท่าไหร่กันนะ!”
ออร์คตนนั้นได้ะโออกมาพร้อมกับได้ออกแรงดันกระบองที่ััอยู่กับโล่พลังงานนั้นดันกลับเข้าไปหากังที่หลบอยู่ด้านหลังของมัน
ด้วยแรงดันอันมหาสารนั้นทำให้กังที่ยื่นอย่างมั่นคงนั้นเริ่มถูกดันถอยไปเรื่อยๆ
(แรงบ้าอะไรขนาดนี้เนี่ย….)
กังที่ต้านพลังกับออร์คร่างั์อยู่นั้นได้เหลือกมองไปยังสนับมือขวาของตน
(พลังงานลดลงไปมากกว่าครึ่งเลยงั้นเหรอ...ขนาดโดนเข้าไปแค่ครั้งเดียวเนี่ยนะ!)
ใช้แล้วที่ตรงนั้นกังได้เห็นประหรอกพลังงานที่ไม่ใช้แค่พลังงานลดลงไปมากกว่าครึ่งเท่านั้น แต่ว่ามันยังคงลดลงไปเรื่อยๆจากการต้านพลังของออร์คตนนั้นอยู่ในตอนนี้ด้วยอีกต่างหาก
(แบบนี้อย่าว่าแต่3ครั้งเลย ถ้าโดนกระแทกแบบนั้นอีกล่ะก็มีหวังคงได้แตกกระจายลงภายในพริบตาแน่...)
กังที่คิดได้แบบนั้น ตัวเขาได้ตั้งมั่นยืนหยัดใส่แรงลงไปที่ขาทั้งสองข้างของตนแล้วดันพื้นเอาไว้อย่างมั่นคงไม่ให้ถอยร่นไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว
(จะถอยไปมากกว่านี้ไม่ได้….โอกาศมีเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น...ข้าขอฝากโอกาสชนะในครั้งนี้เอาไว้กับเ้าด้วยล่ะ!...)
กังได้ตั้งสมาธิเอาไว้กับการป้องกันตรงหน้า…
พร้อมกับได้ฝากความหวังเอาไว้กับชุนฝูที่ด้านหลัง ที่ได้เล็งเป็ในมือทั้งสองข้างมายังออร์คร่างั์ตรงหน้าของกังอยู่
แสงสีฟ้าจากปลายปากกระบอกปืนทั้งสองอันนั้นค่อยๆเริ่มส่องแสงสว่างสีฟ้าขึ้นมามากยิ้งขึ้นเรื่อยๆ...
(ถึงจะเป็ความแรงสูงสุดของปืนพวกนี้ก็ตามก็ไม่น่าจะทะลวงร่างกายนั้นได้…)
ชุนฝูได้กำปืนทั้งสองเอาไว้แน่น...
(เพราะแบบนั้นจึงต้องรวบรวมพลังงานทั้งหมดที่เหลืออยู่เอาไว้ แล้วยิงมันออกไปภายในครั้งเดียว!)
ชุนฝูได้รอจังหวะเตรียมพร้อมที่จะยิงมันออกไปได้ทุกเมื่อ
(โอกาศมีเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น...)
ชุนฝูได้กลั้นหายใจปรับสภาพจิตใจให้นิ่งสงบ ราวกับโขดหินที่ไม่สะทกสะท้านต่อคลื่นลมที่ซัดสาดเข้ามาอย่างหนักหน่วงเลยแม้แต่น้อย
“การวอร์มอัพจบลงเพียงแค่นี้แหละ!”
ออร์คร่างั์ได้ะโออกมาพร้อมกับได้งางกระบองในมือซ้ายไปที่ด้านหลังเตรียมพร้อมที่จะฟาดลงมาทำลายโล่พลังตรงหน้าให้สิ้นซาก
แต่การกระทำนั้นได้เปิดโอกาสให้ชุนฝูที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่นั้นได้เห็น
(จังหวะนี้แหละ!)
ชุนฝูที่เห็นโอกาสเพียงหนึ่งเดียวที่จะนำมาซึ่งชัยชนะของพวกเขาได้เหนี่ยวไกลออกไป
ปัง!! ปากกระบอกปืนได้ส่องสว่างออกมาพร้อมกับลูกไฟสีฟ้าขนาดเท่ากับลูกฟุตบอลทั้งสองที่ได้พุ่งตรงออกไปยังร่างกายของออร์คมหึมาตรงหน้า
“หือ?...”
ออร์คตนนั้นที่กำลังจะฟาดกระบองลงมาใส่กังที่อยู่ตรงหน้า ได้หยุดชะงักแล้วหันไปมองยังลูกไฟทั้งสองที่กำลังพุ่งเข้ามาตรงหน้าของมัน
ตู้ม!! กลุ่มควันหน่าได้เกิดขึ้นมารอบๆตัวของออร์คตนนั้นหลังจากการเข้าปะทะ ปิดบังตัวร่างกายทั้งหมดของมันเอาไว้จากทุกๆสายตาที่อยู่โดยรอบนั้น
“ร้อน!...”
ชุนฝูที่ได้สะบดออกมาพร้อมกับได้โยนปืนทั้งสองกระบอกในมือที่ปากกระบอกปืนที่ได้หลอมละลายนั้นทิ้งไป
“สำเร็จรึป่าวน่ะ...”
กังที่ได้เดินถอยห่างออกมาจากกลุ่มควันนั้น ไปยืนอยู่ที่ข้างๆกับชุนฝูที่ได้หยิบปืนที่เหลืออยู่อีกสองกระบอกออกมาจากด้านหลังของตนแล้วถือมันเอาไว้เตรียมพร้อมรับการจู่โจมจากพวกออร์คที่ยืนมองอยู่รอบๆที่ไม่รู้ว่าจะบุกเข้ามาเมื่อไหรอยู่ตลอดเวลา...
“....”
เงียนสงบ นั่นเป็สิ่งเดียวที่สามารถพูดได้ในตอนนี้…
เสียงของสายลมได้หยุดลง...เสียงของเปลวเพลิงที่รุกไหม้นั้นได้หายไป….
พวกออร์คทั้งหมดนั้นไม่ส่งเสียงใดๆออกมาเลยแม้แต่น้อย...
สิ่งที่พวกมันทำนั้นมีเพียงแค่สิ่งเดียวนั่นก็คือการจ้องมอง...
จ้องมองเข้าไปในกลุ่มควันที่อยู่ตรงกลางของวงล้อมนั้น...
ราวกับว่ากำลังรอร้านอาหารยามเช้าร้านโปรดที่กำลังจะเปิดบริการอย่างใจจดจอยังไงอย่างงั้นไม่มีผิดเลย...
ครืน~~ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง! เสียงได้ดังขึ้นมาจากภายในกลุ่มควันพวกนั้น
มันเป็เสียงก้าวเดินที่หนักแน่นของบางสิ่งที่ใหญ่โต้ ที่กำลังจะก้าวออกมาจากภายในกลุ่มควันนั้น
ภายใต้กลุ่มควันหน่านั้นทุกสายตาได้จับจ้องและเห็นถึงสิ่งเดียวกัน…
เงาขนาดใหญ่ที่ถือท่อเหล็กขนาดั์ที่ได้ยกมาชี้ไปสู่ฟากฟ้า พร้อมกับได้ฟาดมันลงมาสู่พื้นปฐีเบื่องล่าง
ครืน~~~! เพียงแค่ครั้งเดียว การฟาดนั้นได้สร้างสายลมที่รุนแรงดุจดังพายุขึ้นมาพัดพากลุ่มควันทั้งหมดนั้นให้ปลิวหายไปในพริบตาเดียว
เมื่อกลุ่มควันนั้นได้จางหายไป สิ่งที่ปรากฎกายออกมาให้ทุกคนได้เห็นนั้นก็คือร่างกายอันใหญ่โต้ของออร์คร่างั์ที่ไร้ซึ้งาแใดๆ ที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงกลางของกลุ่มออร์คมากมายที่กำลังจับตามองมาที่ตัวเขาอยู่
“อะไรกันได้แค่นี้เองงั้นเหรอ?...”
ออร์คตัวนั้นได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่ปรากฎขึ้นมาบนใบหน้าของมันที่แผงไปด้วยความผิดหวังและเบื่อหน่ายไปด้วยในเวลาเดียวกัน
โอ้ก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
หลังสิ้นสุดเสียงของมัน พวกออร์คทั้งหมดนับ10ตนได้กำหมัดแน่นแล้วชูมันขึ้นสู่ฟ้าพร้อมกับได้ะโออกมาอย่างบ้าคลั่งด้วยเสียงคำรามอันดังกึกก้อง
มันเป็เสียงคำรามที่เผ่าพันธุ์ของพวกมันเอาไว้ใช้เพื่อเชิดชูเกียรติให้กับนักรบผู้แข็งแกร่งที่ได้แสดงความแข็งแกร่งนั้นออกมาให้ทุกคนนั้นได้เห็น
“อะ...อะไรกัน!?...ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งๆที่โดนไปถึงขนาดนั้นแล้วแท้ๆเนี่ยนะ!..”
กังที่แสดงอาการเหนื่อยล้าออกมาอย่างชัดเจน ได้ยกโล่ในมือทั้งสองข้างขึ้นมา ตั้งท่าเตรียมพร้อมรับการโจมตีที่อาจจะเข้ามาได้ทุกเมื่อด้วยสภาพร่างกายที่สั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัวที่เริ่มปรากฎออกมาให้เห็น...
(ไม่ได้ผลงั้นเหรอ...ขนาดเป็การโจมตีที่รุนแรงที่สุดเท่าที่ข้าจะทำได้แล้วแท้ๆเลยเนี่ยนะ!...)
ชุนฝูที่จิตใจเริ่มสั่นไหวได้เผลอก้าวถอยหลังไปสองก้าวโดยที่ตัวเขานั้นไม่รู้ตัว ด้วยความหวาดกลัวที่แสดงออกมาจากสีหน้านั้นอย่างชัดเจนมากยิ้งขึ้น
(สถานการณ์ในตอนนี้นั้นพวกเราไม่มีทางเอาชนะมันได้แน่...ทางเดียวที่พวกเรามีอยู่ในตอนนี้นั้นก็คงมีแค่...)
“เ้าั์!พวกเราจะต้องรีบหนีแล้ว ตามข้ามาซะ!...”
ชุนฝูที่ได้ะโออกมาได้หันหลังไปพร้อมกับยกปืนในมือทั้งสองข้างขึ้นมาเตรียมพร้อมที่จะใช้มันสังหารพวกออร์คที่ขวางทางเส้นทางนั้นอยู่ เพื่อเปิดทางให้พวกเขานั้นได้หนีออกไปจากที่นี่ให้ได้
“จะรีบไปไหนล่ะ...”
เสียงที่หน้าขนลุกกับร่างกายขนาดใหญ่ของศัตรูที่ได้ปรากฎขึ้นมาตรงหน้า
ชุนฝูได้แหงนหน้ามองขึ้นไปที่้า…
สิ่งที่ตัวเขาได้เห็นนั้นก็คือใบหน้าที่กำลังผิดหวังอยู่ของออร์คร่างั์ ที่เมื่อคู่นี้นั้นยังอยู่เบื้องหน้าแท้ๆ แต่ในตอนนี้นั้นดันมาปรากฎตัวอยู่ต่อหน้าต่อตาของเขาที่หันหลังกลับในระยะที่หายใจลดหน้ากันแบบนี้ั้แ่เมื่อไหรก็ไม่รู้...
“อะ...อะไรกัน...”
ชุนฝูที่ได้ส่งเสียงหลงออกมาได้ยกปืนในมือขึ้นมาเล็งไปที่ออร์คตนนั้นที่อยู่ตรงหน้าของเขาแล้วยิงมันออกมาในทันที
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ะุได้ถูกยิ้งออกมาอย่างต่อเนื่องจากปากกระบอกปืนคู่นั้นเข้าใส่ร่างกายขนาดใหญ่ของออร์คตนนั้นที่อยู่ตรงหน้า
ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง!
ะุพลังงานทั้งหมดนั้นได้เข้าเป้าอย่างจังๆทุกนัด…
แต่ทว่าไม่มีนัดไหนเลยที่สามารถสร้างความเสียหายให้กับร่างกายอันใหญ่โต้นั้นได้เลยแม้แต่น้อย...
แต่ถึงกระนั้นชุนฝูก็ยังคงยิงต่อไป...ต่อไป...ต่อไป...จนกระทั้งะุในปืนทั้งสองนั้นได้หมดลง…
กึก..กึก...กึก...กึก เสียงของการกดไกลที่ยังคงวงต่อไปพร้อมกับใบหน้าที่เหม่อลอยและสิ้นหวังที่ได้ปรากฎออกมาเป็ครั้งแรกของชายผู้นั้น ที่บัดนี้นั้นได้จมลงสู่ห่วงทะเลแห่งจุดจบไปเป็ที่เรียบร้อยไปแล้ว
“.....”
“นี่คือทั้งหมดของแกแล้วสินะ...”
ออร์คนั้นได้ถามออกมา
“....”
แต่กลับไม่มีอะไรตอบกลับคำพูดนั้นเลยแม้แต่คำเดียว
“เฮ้อ~น่าเบื่อชะมัดเลยนะ...”
ออร์คหมึมานั้นได้ยกกระบองในมือขึ้นมา ชูขึ้นสู่ฟากฟ้าอีกครั้ง
ในวินาทีที่กระบองนั้นได้ยกขึ้นชุนฝูก็ได้หยุดมือลงเช่นกัน…
ตัวเขาได้แหงนหน้ามองขึ้นไปที่้า…
แต่ว่าสายตานั้นไม่ได้จ้องมองไปสู่ความตายที่ใกล้เข้ามาแต่อย่างใด…
แต่สิ่งที่ตัวเขามองไปนั้นคือท้องฟ้าที่อยู่ถัดออกไปต่างหาก...
(เฮ้อ~~ไม่ว่ายังไง....พวกเราที่ผิดพลาดก็ไม่มีวันเอาชนะพวกมันได้จริงๆนั่นแหละ)
ชุนฝูได้ปล่อยปืนทั้งสองในมือให้ตกลงกระแทกลงสู่พื้น
(ท่านพี่...ข้าคงได้ไปหาท่านแล้วซินะ...)
ตัวเขาได้ยื่นมือทั้งสองข้างออกไป...เข้าหาท้องฟ้าที่อยู่เบื้องบน...ที่ๆพี่ชายที่จากไปนั้นกำลังรอตัวเขาอยู่ที่อีกด้านหนึ่งของฟากฟ้าอันกว่าใหญ่นั้น...
ตึ้ง! กระบองนั้นได้ฟาดลงมากระแทกเข้ากับร่างกายนั้น...ร่างกายของชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า จนแตกออกกระจัดกระจายออกกลายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระเด็นไปทั่วทั้งบริเวณ
โอ้ก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เสียงคำรามกู้ร้องอันทรงเกียรติได้ดังกึกกองขึ้นมาอีกครั้ง
พวกออร์คทั้งหมดนั้นได้ประสานเสียงกันเป็หนึ่งเดียวเพื่อสรรเสริญเกียรติให้แกนักรบของพวกเขาที่แสดงพลังของตนนั้นออกมาให้เป็ที่ประจักษ์…
...แต่ท่ามกลางเสียงคำรามเ่าั้ ได้มีชายผู้หนึ่งได้จ้องมองการกระทำนั้นอยู่ด้วยดวงตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยนํ้าตาที่ไหลรินออกมามากมายเหลือเกิน...
กังที่คุกเข่าอยู่นั้นได้ตัวสั่นไปทั้งตัวพร้อมกับได้ก้มหน้าลงมองพื้นด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง พร้อมกับภายในจิตใจที่เริ่มมีเสียงดังขึ้นมา...
ทำมั้ยถึงไม่ยอมขยับกัน…
คำพูดนั้นได้ดังขึ้นมาซํ้าไปมา...ซํ้าไปมา...ซํ้าไปมาอยู่เช่นนั้น...
คำพูดที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่ว่าทำมั้ยตัวเขานั้นถึงไม่ยอมขยับไปจากตรงนี้กัน...ทำมั้ยถึงยืนอยู่เฉยๆปล่อยให้สหายของตนต้องมาตายไปต่อหน้าต่อตากัน…
“ต่อไปก็ถึงตาของแกแล้ว”
คำพูดที่ทุ้มใหญ่อันหน้าสะพรึงกลัวได้ดังขึ้นมาตรงหน้าของเขา
กังได้หันมองขึ้นไปยังด้านหน้าของตนและสิ่งที่เขาได้เห็นนั้นก็คือร่างกายอันใหญ่โต้ของออร์คตนนั้น...ออร์คที่ฆ่าสหายของตนไป ที่กำลังจ้องมองลงมาหาตัวเขาด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
ในวินาทีนั้นที่กังได้เห็นรอยยิ้มนั่นตัวเขาก็รู้ได้ในทันที…
ถึงเหตุผลที่ตัวเขานั้นไม่เข้าไปช่วย...ถึงเหตุผลที่ตัวเขานั้นไม่ยอมขยับไปไหน ทำได้เพียงแค่จ้องมองอยู่เฉยๆเพียงเท่านั้น...เหตุผลนั่นก็คือ...
ความหวาดกลัว
ใช้แล้วมันเป็สิ่งที่ง่ายด้าย แต่ก็สามารถอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างชัดเจน
กลัวที่จะต้องเจ็บ...กล้วที่จะต้องสูญเสียบางสิ่งไป...กลัวที่จะหายไปตลอดการ...กลัวที่จะไม่ได้มีชีวิตอยู่อีกต่อไป...
สิ่งเ่าั้คือเื่ง่ายๆที่ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตใดก็ต้องรู้สึกถึงมันได้ในสักวันหนึ่งและวันนี้นั้นก็คือวันของตัวเขานั่นเอง….
“...จบสิ้นแล้ว”
คำพูดที่แ่เบาและเลื่อนลอยได้หลุดออกมาจากปากของชายผู้สิ้นหวัง...
“หะ?แกว่าไงนะ...”
ออร์คนั้นได้ถามออกมาพร้อมกับความคาดหวังที่ได้หายไปจนหมดสิ้นแล้ว
“จบแล้ว...ทุกสิ่งทุกอย่างมันจบสิ้นแล้ว!”
กังได้ใช้ทั้งสองมือทุบลงไปที่พื้นอย่างแ่เบาพร้อมกับสายหัวไปมาตรงหน้าของผู้ซึ้งเป็ศัตรูที่อยู่ตรงหน้า
“มันจบแล้ว! มันจบแล้ว! มันจบแล้ว! พวกเราไม่มีวันที่จะเอาชนะมันได้หรอก!”
ตัวเขาได้ะโออกมาด้วยความสิ้นหวัง
“อะ...อา...อาาาาาาาา------------!”
ชายร่างใหญ่โต้นั้นได้กรีดร้องออกมาอย่างน่าสมเพชท่ามกลางสายตาแห่งการดูถูกเหยียดหยามมากมายที่จับจ้องมาที่ตัวเขา
“เฮ้อ~~ช่างน่าเบื่อซะจริงๆเลย...”
ออร์คร่างั์ได้ยกกระบองสีแดงที่ชุ่มโฉกไปด้วยเืนั้นชูขึ้นมาสู่ฟากฟ้าอีกครั้ง แล้วครั้งนี้นั้นจะเป็ครั้งสุดท้ายแล้ว
“อย่างน้อยๆ ข้าก็อยากให้ต่อต้านมากกว่านี้หน่อยนะ!...”
ครืน~~กระบองขนาดมหึมาได้ถูกฟาดลงมาอย่างแรงเข้าใส่ชายผู้สิ้นหวังตรงหน้า
ในวินาทีนั้นก่อนที่กระบองนั้นจะลงมาถึงตัวของชายผู้นั้น ตัวเขาก็ได้คิดขึ้นมา
(ข้านั้นมันไม่เอาไหน...ขอโทษด้วยท่านพ่อที่ข้านั้นไม่สามารถต่อสู้ต่อไปจนถึงวินาทีสุดท้ายได้...)
ตัวเขาได้หยุดร้องแล้วนิ้งเงียบไป...
(ข้านั้นมันช่างอ่อนแอเสียจริงๆเลย...)
ตัวเขาได้หลับตาลงเพื่อรอรับชะตากรรมของตนเองที่กำลังใกล้เข้ามา...
ตึ้ง! เสียงปะทะได้ดังขึ้นมาก้องกังวาลไปทั่วทั้งบริเวณ
…….
……….
………….เอ๋?
ความแปลกใจได้ผุดขึ้นมาถามกลางความสิ้นหวัง…
ชายหนุ่มนั้นได้คิดว่าตัวเขานั้นน่าจะโดนฟาดด้วยกระบองเหล็กนั่นจนกลายเป็ชิ้นๆเช่นเดียวกันกับสหายของตนไปแล้ว…แต่ทว่ากับไม่เป็เช่นนั้น...
ตัวเขาได้ใช้มือของตนที่ยังคงอยู่ครบเช่นเดิมในการคำไปมาทั่วทั้งร่างกายของตน แล้วพบว่าพวกมันนั้นยังคงอยู่เช่นเดิมโดยที่ไม่มีชิ้นใดหลุดออกไปเลยแม้แต่ชิ้นเดียว...
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น…?”
ชายหนุ่มที่สงสัยได้คอยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆ…
และสิ่งที่ปรากฎขึ้นมาตรงหน้าของเขานั้นก็คือชายคนหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าพร้อมกับดาบั์ในมือคู่นั้น ที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็ของบอสของตน ที่ซึ่งในตอนนี้นั้นมันกำลังเข้าปะทะดันพลังอยู่กับกระบองมหึมาตรงหน้าอย่างสูสี
“ทะ...ทำมั้ยกัน...ทำมั้ยแกถึงมาช่วยข้าเอาไว้กัน!?...”
ความสงสัยได้เปี่ยมล้นออกมาจากชายหนุ่ม จนตัวเขานั้นได้ถามออกไปด้วยปากที่สั่นกลัวใส่ชายวัยกลางคนตรงหน้านั้น
“ผู้สังหารอสูร!...”
คำเรียกนั้นไม่ได้หมายถึงใครอื่นนอกจากคนที่อยู่ตรงหน้า ชายวัยเกินหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า...ชายคนหนึ่งที่เข้ามาช่วยเหลือตัวเขาเอาไว้จากความตายที่ได้จากไป...ชายคนที่เคยเป็ศัตรูที่เมื่อไม่นานมานี้ยังคงปล่อยหมัดใส่กันอยู่อย่างสุดแรง...
“ฉันไม่ได้มาช่วยแกสักหน่อย!”
ชายคนนั้นได้ตอบกลับมา...
“ก็แค่ตอบแทนเท่านั้นเอง..ตอบแทนพ่อของแกที่มีพระคุณต่อตัวฉันคนนี้ยังไงล่ะ!”
ชายหัวโลนคนนั้นได้ตอบกลับมาพร้อมกับได้ออกแรงดันดาบั์ในมือคู่นั้นออกไป...
ตึ้ง! ตัวเขาได้ใช้ดาบนั้นปัดกระบองมหึมานั้นให้กระเด็นลอยออกไปพร้อมกับผู้ถือของมันที่ได้เสไปมาไม่เป็ท่า
“แกเป็ใครกัน…?”
ออร์คที่ยังคงทรงตัวยืนอยู่ ได้คำถามออกมาใส่ชายผู้นั้นที่ได้ยืนหยัดอยู่ตรงหน้าของตน
“ฉัน...ก็แค่ชายคนๆหนึ่งเท่านั้น...”
ตัวเขาได้ค่อยๆยกดาบในมือขึ้นมา
“ชายผู้ซึ่งโกรธแค้นโชคชะตาของตนเองยังไงล่ะ!”
เฟยนั้นได้ประกาศก้องออกมาพร้อมกับดาบั์ในมือที่ได้หันเข้าไปใส่ศัตรูที่อยู่ตรงหน้า...ศัตรูที่มีร้อยยิ้มที่เต็มไปด้วยความคาดหวังปรากฎขึ้นมาบนใบหน้านั้นของตัวมันที่ไม่รู้จักความสิ้นหวังเลยแม้แต่น้อย