ตอนที่ 23 ความลับของพันผา
รุ่งเช้าวันต่อมา.........
ณ บริเวณลานหน้าวัดท่าเสด็จ..........
ย่ะ ย่ะ!
เพ่งเพ่งเพ่งเพ่ง!
หลังจากที่เมื่อวานทุกคนได้แยกย้ายกันไปพักผ่อนและทำหน้าที่ของตนเรียบร้อยแล้วเวลาก็ได้ผ่านล่วงเลยไปจนถึงเช้าอีกวัน ซึ่งในเช้าวันนี้พันผากับกล้วย ได้พากันออกมาฝึกวิชาการใช้กระบี่กระบองด้วยความมุ่งมั่นและจริงจังกันั้แ่เช้าตรู่อยู่ที่บริเวณหน้าวัดท่าเสด็จ………
อีกสามชั่วโมงผ่านไป........
เอาละ!
“วันนี้พอแค่นี้กันก่อนนะลูก!เราไม่ควรที่จะหักโหมมากเกินไป เด็กๆไม่ควรที่จะฝึกหนักเพราะมันอาจจะทำให้เสียสุขภาพได้”เสียงพันผาบอกกล้วยให้หยุดการฝึกซ้อมเอาไว้แค่นี้ เพราะนี่ก็ฝึกกันมากว่าสามชั่วโมงแล้วซึ่งเป็เวลาที่พอสมควรในการฝึกพอดี……..
ขอรับท่านพ่อ!
“กล้วยเอ๊ย!! ผาเอ๊ย!!” ซึ่งในขณะนั้นเอง เสียงหลวงตาเสาร์ได้ะโเรียกหากล้วยและพันผามาจากทางหน้าต่างของกุฏิที่อยู่ไม่ห่างไกลจากพวกเขานัก……...
“ขอรับหลวงตา!!”และในเวลาเดียวกันนั้น ทั้งกล้วยและพันผาได้หันกลับไปตอบขานรับหลวงตาเสาร์พร้อมๆกันในทันทีที่เสียงของหลวงตาเสาร์หยุดลง………
“หยุดฝึกวิชากระบี่กระบองของพวกเอ็งเอาไว้เสียก่อน! แล้วไปอาบน้ำอาบท่ากินข้าวแล้วขึ้นมาพบข้าที่บนกุฏิหน่อย! เพราะข้ามีเื่อยากจะคุยกับพวกเอ็งสักหน่อย” ซึ่งเหตุผลที่หลวงตาเสาร์เรียกทั้งคู่มาพกก็เพราะว่าท่านมีเื่บางอย่างที่้าจะพูดคุยด้วย..........
ขอรับหลวงตา!
สามสิบนาทีผ่านไปณ กุฏิของหลวงตาเสาร์.........
ตุบ ตุบ ตุบ
หลังจากที่กล้วยและพันผาไปอาบน้ำกินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งสองก็ได้เดินขึ้นไปพบหลวงตาเสาร์ที่กุฏิทันที.........
อ่ะ!
“พี่ผา! กล้วย! มาพบหลวงตากระนั้นหรือขอรับ!?” ไอ้จุกที่นั่งอ่านตำราอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้ากุฏิของหลวงตาเสาร์ ได้ะโทักพันผากับกล้วยหลังจากที่เห็นทั้งคู่เดินขึ้นมา........
“ใช่จุก! ว่าแต่หลวงตาอยู่ข้างในกุฏิไหม!” พันผาได้หันไปตอบกลับไอ้จุก ก่อนจะถามว่าหลวงตาเสาร์อยู่ข้างในหรือไม่.........
อยู่จะพี่ผา!
อื้ม!
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“หลวงตาขอรับข้ากับลูกชายมาแล้วขอรับ ขออนุญาตเข้าไปนะขอรับ!”
เอ้อ เข้ามา!
แก๊ก แอ้ดดดดด
ตุบ! ตุบ!
“กราบนมัสการหลวงตาขอรับ!”พันผาได้เปิดประตูกุฏิเข้าไปข้างในทันที หลังจากที่ได้ยินเสียงของหลวงตาเสาร์อนุญาตให้เข้าไปก่อนที่จะเดินเข้าไปและคุกเข่ากราบสามครั้ง.........
อืม!
“นั่งตามสบายกันเถอะ!” ได้บอกให้ทั้งคู่นั่งตามสบายก่อนที่จะพูดขึ้นต่อว่า“การเดินป่าครานี้ คงจักเป็ประสบการณ์ที่ดีสำหรับพวกเ้าทั้งสองคนมากสินะ ไอ้ผาเ้ากล้วย!” หลวงตาเสาร์ได้ถามถึงความรู้สึกและสิ่งที่ได้รับหลังจากที่ออกเดินทางไปล่าสัตว์ในครั้งนี้..........
“ก็ดีขอรับหลวงตาแต่ก็แย่จนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดเช่นกันขอรับ!” พันผาประนมมือขึ้นตอบกลับหลวงตาเสาร์ว่าเขาได้รับประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมในการออกไปล่าสัตว์ในครั้งนี้.........
อื้ม!
“เป็ธรรมดาละนะการออกไปล่ามักจะพบเจอกับอันตรายเป็ธรรมอยู่แล้ว แล้วเ้าละกล้วย เ้าเกือบจักเอาชีวิตไม่รอดเยี่ยงพ่อเอ็งหรือไม่ไหนลองเล่าให้หลวงตาฟังบ้างซิ!?” หลวงตาเสาร์พยักหน้าให้กับพันพาและบอกว่าเื่แบบนี้มันเป็เื่ธรรมดาก่อนจะหันหน้าไปถามกล้วย ว่าเขาได้ผ่านเื่มาบ้างในการแอบหนีไปในครั้งนี้.......
เอิ่ม…….!
“ขอรับหลวงตาตัวข้าได้เจอทั้งพญาหมูป่าตัวใหญ่ที่แข็งแกล่งและดุร้าย และยังได้พบกับาาเสือสมิงดำที่สามารถจำแลงแปลงกายได้ยังกะภูตผีปีศาจก็มิปานอีกแต่โดยรวมแล้วถือว่าดีขอรับหลวงตา! นอกจากนั้นก็ยังมีเหตุการณ์……….” กล้วยได้บอกเล่าประสบการณ์ของตนเองว่าได้พบเจออะไรมาบ้าง และรวมถึงเหตุการณ์ที่เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดกลับมาให้หลวงตาเสาร์ได้ฟังอย่างละเอียด..........
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!
“กระนั้นเชียวรึเ้ากล้วย! หลวงตาคิดว่าหากเ้าเติบโตเป็ผู้ใหญ่ขึ้นไปคงจักเป็นักเล่านิทานอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน เพราะเ้าสามารถเล่าให้หลวงตาฟังจนสามารถเห็นภาพได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว!แม้ว่าหลวงตาจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วยก็ตามแต่” หลวงตาเสาร์หัวเราะออกมาอย่างชอบใจหลังจากที่ท่านได้ฟังเื่เล่าจากกล้วยจนจบ..........
เอาล่ะ!
“การที่เ้าทั้งสองคนฝึกวิชากระบี่กระบอง หรือเชิงมวยต่างๆนั้นมันก็เป็สิ่งที่ดีแต่ก็ใช่ว่ามันจักป้องกันตัวของเราได้ดีเสมอไป มันยังมีบางวิชาที่เพิ่มขีดจำกัดความสามารถของมนุษย์ให้เพิ่มขึ้นมาได้อีก! อย่างเช่นวิชาอาคมหรือศาสตร์ลี้ลับเป็ต้น” หลวงตาเสาร์ไม่รู้ว่าทั้งสองคนนั้นได้รับการสอนเกี่ยวกับเทคนิคหรือศาสตร์ลี้ลับมาจากพญาคชสารพงไพรแล้วท่านจึงได้พูดบอกและเปรียบเทียบให้รู้ว่ายังมีวิชาการต่อสู้อื่นที่ดีกว่าอยู่............
“ข้าเองก็พอที่จะรู้มาบ้างขอรับเพราะก่อนหน้านี้ข้าเองก็ได้พบเจอกับการจำแลงกายของาาสมิงดำหรือแม้แต่วิชาเสริมกายของพวกยะ……..”
หือ?!
“ไอ้ผา!เมื่อครู่นี้เอ็งกำลังจักพูดว่ากระไรนะ? ใช่ว่าั์หรือไม่?”หลวงตาเสาร์ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัย เมื่อเห็นว่าพันผาพูดติดๆขัดๆหรือไม่เต็มใจที่จะพูดคำๆนี้ออกมาซึ่งหลวงตาเสาร์สามารถคาดเดาได้ว่ามันคือคำว่าอะไร……
“ใช่ขอรับหลวงตาอันที่จริงแล้วตัวข้านั้น………”
“เอาล่ะ! จงเล่าเื่ราวที่ผ่านมาทั้งหมดของเอ็งให้ข้าฟังเสียหน่อยจักได้หรือไม่!เพราะข้าเองก็เห็นแววตาที่ดูเศร้าหมองของเอ็งมานานแล้วข้าจึงมิได้สอบถามเอ็งแต่อย่างใดแต่หากว่าเอ็งมิเต็มใจที่จะเล่าข้าก็มิบังคับเอ็งดอก!”
อันที่จริงแล้ว หลวงตาเสาร์รู้ว่าพันผากับกล้วยที่ตนเป็ผู้ช่วยชีวิตเอาไว้นั้นจะต้องมีเื่บางอย่างเกิดขึ้นกับพวกเขาแน่ แต่ท่านก็ไม่เคยถามถึงเื่ส่วนตัวของพันผาเลยแม้แต่ครั้งเดียวเพราะกลัวจะทำให้พันผารู้สึกไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา จนถึงบัดนี้ หลวงตาเสาร์จึงได้ลองถามผันผาดูแต่หากพันผาไม่้าท่านก็ไม่บังคับใดๆ........
เอ่อ!
“ได้ขอรับหลวงตา! อันจริงแล้วมันก็มิใช่ความลับอันใดเพราะข้าเองก็คิดที่จะเล่าให้กับทุกคนได้ฟังเช่นกันขอรับซึ่งเื่ทั้งหมดมีอยู่ว่า………”
“ตัวกระผมนั้นเป็ทหารชั้นนายพันได้รับคำสั่งให้มาดูแลหมู่บ้านเนินไผ่ ซึ่งมีทหารในการปกครองอยู่สามร้อยนาย และลูกบ้านพร้อมกับบ่าวไพรในหมู่บ้านอีกประมาณห้าร้อยกว่าคนแต่อยู่มาวันหนึ่ง เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เพราะในตอนนั้นมีกองทัพั์และเหล่าอสุรกายบุกมาจำนวนมากทำให้ข้าและทหารในสังกัดต้องต่อสู้กับพวกมัน”
“แต่เพราะกำลังพลของข้านั้นมีน้อยกว่าต่อให้ใช้กลอุบายไปมากแต่ก็ยังพ่ายแพ้อยู่ดี และเพราะแบบนั้นไม่ว่าจะเป็ลูกเด็กเล็กแดง คนใหญ่คนเฒ่าต่างก็พากันล้มตายและหนีเอาตัวรอดไปคนละทิศละทางแม้แต่เมียของข้าก็ต้องมาจบชีวิตอยู่ที่นั้นในวันที่เ้ากล้วยได้เกิดมาภายในหลุมหลบภัยของหมู่บ้าน”
พันผาได้เล่าถึงเหตุการณ์บางส่วนให้แก่หลวงตาเสาร์ได้ฟังด้วยสีหน้าที่เศร้าเสียจะเมื่อต้องนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นเพราะมันเป็วันที่เขาเ็ปและทรมานมากที่สุดแล้ว แม้ว่าจะผ่านเวลามานานหลายขวบปีแต่เขาก็ยังไม่อาจลบความเศร้าและตราบาปนี้ไปได้เลย............
อื้ม!
“ข้อมือซ้ายของเอ็งคงเกิดขึ้นเพราะเหตุในวันนั้นใช่หรือไม่!?” หลวงตาเสาร์พยักหน้าให้กับพันผาก่อนที่จะถามถึงาแที่เกิดขึ้นตรงข้อมือของเขา…….
“ใช่ขอรับ!กระผมได้สังหารั์จอมขมังเวทย์ชั้นพันตนหนึ่ง ซึ่งั์ชั้นพันตนนี้เป็เพื่อนร่วมสาบานของั์ชั้นพันตนที่เป็แม่ทัพใหญ่และเพราะแบบนั้นมันจึงทำให้ั์ตนนั้นโกรธเกรี้ยวและตามมาหมายจะเอาชีวิตกระผมเพื่อแก้แค้นแต่ในขณะที่ผมและลูกกำลังจะรอดจากการะโลงหน้าผาน้ำตกสูงที่อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านนั้นั์แม่ทัพตนนั้นได้เสกดาบั์อาคมของมันออกมาโจมตีข้าแต่เพราะข้าสามารถหลบจุดตายได้ ดาบั์อาคมนั่นจึงพุ่งใส่ข้อมือของกระผมแทน และเื่ราวทั้งหมดก็เป็เช่นนี้แหละขอรับ!”
อื้ม!
“ถึงว่า!ทำไมตอนที่ข้าพบเองและเ้ากล้วยถึงได้กลิ่นสาบของพวกั์หากมิใช่เพราะข้าได้ลบกลิ่นสาบพวกนั้นไปพวกั์คงตามาถึงที่หมู่บ้านท่าเสด็จเป็แน่!” หลวงตาเสาร์ได้พูดลอยๆขึ้นมาเกี่ยวกับกลิ่นสาบที่ติดตัวของพันผาในตอนแรกพบซึ่งเป็เพราะท่านได้ลบกลิ่นสาบพวกนั้นไปแล้ว ดังนั้นพวกั์จึงไม่อาจหาทั้งสองเจอได้และเพราะแบบนั้นมันจึงเป็ผลดีต่อหมู่บ้านท่าเสด็จด้วย……...
“ข้าและลูกต้องขออภัยด้วยขอรับหากพวกั์ตามมาและเกิดอะไรขึ้นกับหมู่บ้านท่าเสด็จจริงๆมันคงเป็บาปหนาที่ข้าได้ก่อขึ้นและไม่รู้จะชดใช้ให้ยังไง!”พันผารู้สึกเสียใจและพูดได้แต่ขอโทษเขารู้ว่าถ้าไม่ได้หลวงตาเสาร์ช่วยเอาไว้ เขากับลูกคงตายไปแล้วและหากไม่ใช่เพราะหลวงตาเสาร์ลบกลิ่นสาบั์ออกหมู่บ้านท่าเสด็จก็คงถูกพวกั์โจมตีไปด้วย……
“เฮ้อ!แต่นี่สืบไปมวนมนุษย์คงจักพากันล้มตายอีกมิใช่น้อยและแผ่นดินคงจักลุกเป็ไฟไปในทุกหย่อมหญ้าหากไอ้พวกั์ษามันยังเป็ใหญ่อยู่เช่นนี้ เว้นเสียแต่จักมีใครรวบรวมของวิเศษทั้งเจ็ดมาสร้างเป็มหาศาสตราวุธที่ทรงอนุภาพคงพอจักหยุดมหาราชั์เอาไว้ได้!”
เฮ้อ!
“แต่สิ่งที่หลวงตาจักบอกกับพวกเ้าก็คือพวกเอ็งทั้งสองมีความสามารถในด้านพลังจิติญญาที่สูงกว่าใครใดในหมู่บ้านข้าจึงอยากให้พวกเอ็งมาร่ำเรียนวิชากับข้า เพราะข้าไม่รู้ว่าจะมีชีวิตต่อไปได้อีกได้นานเท่าไหร่เพราะไม่วันใดก็วันหนึ่ง ข้าก็ต้องจากพวกเอ็งไป!” หลวงตาเสาร์อยากที่จะให้ทั้งสองมาเรียนวิชากับตนเพราะตนรู้ว่าตัวเองนนั้นจะหมดอายุขัยในไม่ช้านี้แล้ว ดังนั้นหลวงตาเสาร์จึงอยากหาใครมาสืบทอดวิชาต่อไป……..
“ทำไมหลวงตาถึงพูดเช่นนี้ละขอรับ!? ท่านออกจะแข็งแกร่งเยี่ยงนี้” พันผาถามรู้สึกไม่สบายใจเลยที่เห็นหลวงตาเสาร์พูดเป็ลางออกมาเช่นนี้.........
“เอาละ! วันนี้พวกเ้าทั้งสองกลับไปพักกันเถอะแล้ววันพรุ่งข้าจักให้ไอ้จุกไปตามดอก!” หลวงตาเสาร์บอกพันผากับกล้วยให้กลับไปก่อนวันพรุ่งนี้ท่านจะให้ไอ้จุกไปตามเอง……..
“ขอรับหลวงตาถ้าอย่างนั้นพวกข้าทั้งสองของกราบลานะขอรับ!” จากนั้นพันผากับกล้วยก็ได้กราบลาหลวงตาเสาร์ก่อนจะจากไป.........
……………………………………..
ตุบ ตุบ ตุบ
“ไอ้จุกมึงไปตามผู้ใหญ่สุขให้มาพบข้าที่ลานหน้าวัดสักประเดี๋ยวสิ!” สักพักหลวงตาเสาร์ก็ได้เดินออกมาจากกุฏิของตนก่อนจะะโบอกให้ไอ้จุกไปตามผู้ใหญ่สุขให้มาพบตนที่บริเวณลานหน้าวัดในตอนนี้..........
“ขอรับหลวงตา!”
ยี่สิบนาทีต่อมา........
“กราบนมัสการขอรับหลวงพ่อ! หลวงพ่อให้ไอ้จุกไปตามกระผมมา มีเหตุอันใดกระนั้นหรือขอรับ!?”หลังจากที่ผู้ใหญ่สุขมาถึง เขาก็ได้เดินเข้าไปกราบหลวงตาเสาร์ ก่อนจะถามถึงสาเหตุที่หลวงตาเสาร์เรียกให้มาพบว่ามีเื่อะไร..........
“ข้าจักให้เอ็งจัดสรรปันส่วนผืนป่าให้กับโขลงของพญาคชสารพงไพรได้อาศัยอยู่ที่ป่าทางด้านโน้นซึ่งตรงข้ามกับวัดเพราะข้าเห็นว่ามันอุดมสมบูรณ์ดีมิใช่น้อย แล้วเ้าคิดเห็นว่ากระไรบ้างละผู้ใหญ่!?”หลวงตาเสาร์เรียกผู้ใหญ่สุขมาพบ ก็เพื่อที่จะถามถึงพื้นที่อยู่อาศัยที่จะจัดสรรให้กับโขลงพญาคชสารพงไพรได้อยู่ซึ่งหลวงตาเสาร์เห็นว่าผืนป่าที่อยู่ตรงข้ามกับวัดนั้นน่าจะเหมาะสมดีเพราะอยู่ใกล้แหล่งน้ำและยังมีป่าที่อุดมสมบูรณ์รายล้อม...........
“ดีมากเลยขอรับหลวงพ่อกระผมก็คิดเช่นนั้นอยู่เหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นกระผมจักเข้าไปบอกท่านพญาคชสารพงไพรให้ทราบทันทีเลยนะขอรับพวกเขาคงจักมีความสุขมิใช่น้อยที่ได้ป่าแห่งใหม่ที่ดีเช่นนี้!” ผู้ใหญ่สุขก็ได้กราบลาหลวงตาเสาร์และตอบรับทันที เพราะเขาเองก็คิดเห็นเช่นเดียวกันกับหลวงตาเสาร์ที่จะให้โขลงของพญาคชสารพงไพรไปอยู่ตรงนั้น.........
“ถ้างั้นก็ดีแล้วข้าฝากเ้าช่วยจัดการด้วยละ!”
“ขอรับหลวงพ่อ! ถ้าหมดเื่แล้วกระผมขอนมัสการกราบลาหลวงพ่อเลยนะขอรับ!
เจริญพรผู้ใหญ่!