“นี่มันของวิเศษอะไรกัน!” เสียงะโดังขึ้น
“น้ำสีแดงนี่ หลังดื่มเข้าไปเหมือนกับสารพิษที่ตกค้างอยู่ในกายข้ามาหลายสิบปีจะถูกชะล้างไปหมดแล้ว” เสียงที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงอีกเสียงดังตาม
“อย่าไปกินอาหารปลา!!” และสุดท้ายเสียงที่ะโห้ามด้วยความใ
“ข้าเอาทุกอย่างเลย!”
“หลบไปให้พ้น ข้าจะซื้อก่อน!!!”
“ของเหล่านี้ดียิ่งกว่าของที่ไอ้พวกศาลาโอสถมันมันโม้ว่าของมันดีที่สุดซะอีก”
ก่อนหน้านี้ราวๆหนึ่งชั่วโมง
หลังพระอาทิตย์ตกดินตระกูลซูและเย่ซีก็พากันตั้งกระโจมหาฝืน ก่อไฟ ตั้งกระโจม ทำอาหาร เฝ้ายาม ล้วนเป็หน้าที่ตระกูลซูทั้งหมดเย่ซีก็แค่เดินเล่นไปรอบๆ รับชมบรรยากาศเท่านั้น
“คนเยอะขนาดนี้ น่าจะขายของได้เยอะเลย” เย่ซีคิดในใจ
“ระบบ ข้าขอซื้อป้ายร้าน” หลังเดินทางกับตระกูลซูมาได้สี่วันพวกเขาก็ซื้อสินค้าทุกอย่างที่ซื้อได้ทุกวัน แถมยังซื้อครบทุกคนอีกทำให้เงินของเขามีรวมๆแล้วเกือบห้าพันผลึก
“ติ๊ง! ท่านได้รับป้ายร้าน” เสียงระบบดังขึ้น
แต่ก็ไม่เห็นจะมีอะไรโผล่ออกมาให้เห็น“ไหนล่ะ?”
“อยู่ที่รถเข็น”เสียงระบบตอบกลับ
“เจอแล้วๆ แต่ทำไมมันถึงชื่อร้านเซียนรับจ้างล่ะ ข้าตั้งชื่อเองไม่ได้รึไง”เขาเห็นว่าป้ายทำมาจากไม่อะไรสักอย่าง ตัวอักษรสีทองมองแล้วดูสวยงามเป็อย่างยิ่งลายมือนี้ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาในชีวิตเลย
“ชื่อไม่สามารถแก้ไขได้ โปรดทำใจ” ระบบตอบกลับเสียงเรียบตามเดิม
“เออๆ ติดไว้ตรงนี้แล้วกัน” ว่าแล้วก็ทำใจยกป้ายไปติดที่ด้านข้างรถเข็น ดีที่ระบบให้มาสองป้ายเขาจึงนำไปติดทั้งสองข้างโดยไม่ต้องกังวลว่าคนที่มองมาจะไม่เห็นป้ายถ้ายืนอยู่ผิดฝั่ง
“นั่นเขากำลังทำอะไรน่ะ”ผู้าุโสามกระซิบกับผู้าุโห้าที่ยืนอยู่ด้านข้าง
“เหมือนจะเอาป้ายร้านประดับรถเข็นพวกเราเข้าไปดูกัน” ผู้าุโห้ากล่าวจบก็เดินไป
ทันทีที่พวกเขาเดินเข้าไปใกล้รถเข็นคันนั้นก็รู้สึกได้ถึงคลื่นพลังอันรุนแรงบางอย่าง มันให้ความรู้สึกอ่อนโยน ดึงดูดทำให้เคลิบเคลิ้ม ชวนให้พวกเขาอยากก้าวขาเข้าไปชิดใกล้จนคุมตัวเองไม่อยู่
ถ้าหันไปสังเกตรอบๆก็จะพบว่าผู้คนเกือบครึ่งของตระกูลซูต่างพากันเดินมาทางรถเข็นนี้ทั้งๆที่ตอนแรกยังไม่มีคนสนใจซะเท่าไหร่ด้วยซ้ำเนื่องด้วยคุณชายสามยังไม่ได้เล่าถึงความมหัศจรรย์ของสินค้าในร้านเย่ซีให้ฟังเพราะต้องรีบเดินทางจนลืมไปซะสนิท
“เห้ย!” หลังชายหนุ่มติดป้ายเสร็จพอหันมาอีกทีก็ต้องอุทานออกมาเพราะเขาเห็นว่ามีคนมากมายมายืนล้อมรอบทำหน้าเหม่อๆใส่รถเข็นของเขา
“ทุกท่าน มีอันใดให้ข้าช่วย?” เย่ซีส่งเสียงออกมา ทำให้ผู้คนโดยรอบรู้สึกตัว
“เอ่อ... รถเข็นของท่าน ปกติใช้ทำอะไรบ้าง” ผู้าุโสามที่รู้สึกตัวขึ้นมาทำตัวไม่ถูกผู้ฝึกตนที่เกือบจะทะลวงระดับสี่ได้แล้วแบบเขาถึงกับถูกดึงดูดเข้ามาโดยไม่รู้สึกตัวแบบนี้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก
“พอดีเลย ข้าจะแนะนำสินค้าให้ทุกท่านได้รู้จักข้าขาย....”
หลังจากที่แนะนำสินค้าสรรพคุณ ราคา รวมถึงให้ทดลองชิมไปบางส่วน ก็เกิดาการแย่งซื้อสินค้าขึ้นเนื่องด้วยพวกเขากลัวว่าสินค้าจะหมด จึงแทบจะชกต่อยกันเพื่อให้ได้ซื้อก่อนจนเมื่อชายหนุ่มยืนยันว่าสินค้ามีจำนวนมากพอกับทุกๆคน จึงทำให้เหตุการณ์สงบลง
“สินค้าของท่านเกือบทำให้คนกลายเป็บ้ากันไปหมดแล้ว”ซูไห่ที่เห็นเหตุการณ์มาตลอดเดินมากล่าวกับเย่ซี
เขาเคยเห็นเื่แบบนี้มาบ้างก็ตอนที่ร้านหงเทียนประกาศขายอาวุธระดับราชวงศ์เท่านั้นแหละแต่ตอนนั้นนับว่าวุ่นวายและใหญ่โตกว่าครั้งนี้มากนักเพราะคนทั้งทวีปเดินทางมายังอาณาจักรนี้กันหมดเพื่อประมูลมันไป
ต้องทราบก่อนว่าอาวุธระดับราชวงศ์แทบจะหาไม่ได้เลยในทวีปนี้แถมช่างฝีมือของร้านหงเทียนท่านนั้นก็จัดว่าอันดับฝีมือสูงสุดเป็ที่ยอมรับของทุกคนไปแล้ว เขายังผลิตอาวุธออกมาได้แค่ปีละหนึ่งชิ้นเท่านั้น
“แต่ก็น่าเสียดาย ที่ไม่มีคนซื้ออาหารปลาเลย มีแต่พวกท่านกลุ่มแรกนั่นแหละที่ซื้อไป” เย่ซีบ่นออกมา ถึงเขาจะขายสินค้าได้มากมายแต่อาหารปลาราคาแพงที่สุดดันไม่มีคนซื้อ
“มันไม่มีประโยชน์กับผู้ฝึกตนเลยไม่มีใครซื้อก็ไม่แปลกหรอกท่านเย่ซี” ซูไห่ตอบกลับมา
“แล้วท่านซื้อไปทำไมกัน?” ได้ยินดังนั้นเขาจึงถามกลับ
“ฮ่าฮ่า... ข้าก็แค่คิดว่าในอนาคตอาจจะได้ใช้....เลี้ยงปลาน่ะ”เมื่อได้ยินดังนั้นเขาก็ไม่ถามอะไรอีก เพราะมันไม่เกี่ยวอะไรกับเขา
“ข้าขอตัวก่อนท่านเย่ซีไว้อาหารพร้อมแล้วจะนำมาให้ท่าน” ว่าแล้วซูไห่จึงเดินจากไป
“ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสสำเร็จภารกิจที่ซ่อนไว้ขายสินค้าให้ลูกค้า 100 คน”
“ได้รับ ถั่วเหลืองอบกรอบ”
ชื่อ : ถั่วเหลืองอบกรอบ
ระดับ : ?????
ความสามารถ : ด้วยโปรตีนที่อัดแน่นอยู่ในถั่วเหลืองที่คัดสรรมาอย่างดีแต่ละเม็ดทำให้เมื่อกินเข้าไปจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้ออย่างมากชั่วขณะหนึ่ง
ราคา10 ผลึก
“ขอลองหน่อยสิ” ว่าแล้วชายหนุ่มก็หยิบขึ้นมากินทันทีมันเป็ซองสีขาวที่หน้าซองเป็รูปถั่วเหลืองอบกรอบสกรีนไว้
พลันที่ถั่วเหลืองตกถึงท้องชายหนุ่มก็รู้สึกได้ถึงพลังแห่งโปรตีนที่กระจายไปยังกล้ามเนื้อทุกมัดของเขาร่างกายของเขาค่อยๆแข็งแกร่งขึ้น กล้ามเนื้อทั่วร่างพากันขยายตัวจนร่างกายที่สมส่วนในตอนแรก กลายเป็ร่างนักกล้ามล่ำบึกแทน
ตู้ม! ด้วยความที่ยังไม่เคยชินทำให้เพียงแค่ขยับเท้าก้าวเดินก็ทำให้พื้นดินยุบตัวลงไปเกือบหนึ่งนิ้วเป็รูปฝ่าเท้าของเขา
“ไอ้กล้ามโตนั่นมันอะไร๊! ”ผู้คนโดยรอบที่ได้ยินเสียงดังเลยหันมาดูก็พบเข้ากับไอ้หนุ่มร่างสูงกล้ามโตเหมือนคิงคอง ได้แต่ตะลึงกันไปหมด
“ข้าเอง พอดีทดสอบสินค้าใหม่นิดหน่อย” เย่ซีกล่าวออกมา ทำให้ทุกคนต่างวิ่งมาทางเขาอีกรอบนึงเพื่อถามว่ามันคืออะไร
แล้วก็เกิดภาพเดิมซ้ำอีกรอบคนนับร้อยแย่งกันซื้อถั่วเหลืองอบกรอบกัน มีหลายคนที่อดใจไม่ได้จนกินมันไปทันที
ภาพที่เกิดขึ้นจึงเป็ภาพที่แปลกตานักทั้งคนแก่ ชายหนุ่ม หญิงสาว ในรูปร่างบึกบันเหมือนนักกล้ามกระจายกันอยู่ทั่วบริเวณ ถ้าใครมาพบเห็นเข้าคงใไม่น้อย
“เอ๊ะ ไอ้ฟิช เปลี่ยนร่างแล้วมากินดูหน่อยสิ” เย่ซีที่นึกออกว่าฟิชมีอีกร่างที่คล้ายคน แถมยังกล้ามแน่นอยู่แล้วเลยอยากจะทำลองดูว่าเมื่อกินเข้าไปอีกจะเป็ยังไง
“นะ...นายท่าน ข้าจะไม่ตัวะเิใช่ไหม?” ฟิชที่เห็นทุกอย่างและได้ยินเย่ซีเรียกก็หวาดกลัวขึ้นมาเพราะร่างของมันก็เต็มไปด้วยกล้ามเนื้ออยู่แล้ว ถ้ากินเข้าไปอีกมันไม่อยากจะคิดจริงๆ...