ไลฟ์สด ปลดพลังเวทย์

    พลังแห่งกริช

    สถานการณ์ขนหัวลุกแบบนี้ ฉันไม่มีเวลามาอ่านคอมเมนต์จากช่องแชทสักเท่าไหร่ ฉันคิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะถอนตะปูที่ติดตรึงวิญญาณของเธอออกได้  มันคงไม่ใช่การนำค้อนมาแล้วถอนตะปูออกแบบที่เราตอกตะปูปกติเป็นแน่            ระหว่างนั้นโทรศัพท์ของฉันก็สั่น ฉันหยิบมันขึ้นมาดู เป็นข้อความจากผู้ใช้ที่ชื่อรัตติกาล คนที่ส่งคำขอมาเป็นเพื่อนฉัน และฉันส่งข้อความไปขอบคุณเธอ ตอนนี้เธอส่งข้อความกลับมา            เธอส่งข้อความมาบอกฉันว่า “ถ้าคุณต้องการที่จะถอนอาคมเพื่อช่วยวิญญาณผู้หญิงคนนั้น คุณต้องทำตามที่ฉันบอก อันดับแรกใส่หูฟังเพื่อฟังเสียงฉัน”            เธอดูไลฟ์สดของฉันและเธอส่งข้อความส่วนตัวมา ซึ่งนับว่าเธอมีไหวพริบมากเพราะหากเธอพิมพ์มาในช่องแชทที่คอมเมนต์ไหลราวกับน้ำ ฉันก็คงไม่เห็นข้อความของเธอ ฉันหยุดชะงักและต่อหูฟังไร้สายเข้ากับโทรศัพท์ตามที่เธอบอก            “ตอนที่ฉันดูไลฟ์สดตอนที่เธออยู่ให้ห้อง ฉันเห็นพวกสิ่งที่ใช้ในการทำมนต์ดำ มันมีดินจากป่าช้าอยู่ในผอบทองเหลือง เธอต้องใช้มัน เอาผ้ายันต์และตุ๊กตาดินเหนียวนั้นมาด้วย” เธอบอก            ผอบทองเหลือง ใช่ฉันเห็นมันตอนที่เราค้นตู้ในห้อง ฉันจึงรีบกลับไปที่ห้องนั้นและหยิบมันมาพร้อมกับผ้ายันต์ที่เปื้อนเลือดและตุ๊กตาดินเหนียวที่เต็มไปด้วยตะปูนั้น            ฉันกลับมาที่เดิมพร้อมสิ่งของสามสิ่งนั้น คนที่ชื่อรัตติกาลบอกกับฉันต่อ “เธอต้องเชื่อฉัน และทำตาม ปู่ของฉันเป็นหมอผี ฉันรู้ขั้นตอนพิธีกรรมที่เธอต้องทำตาม ไม่เช่นนั้นเธอจะต้องตาย” ฉันกลืนน้ำลายเอื้อกกับคำพูดนั้น มันคงไม่มีทางใดที่ดีกว่าการเชื่อสิ่งที่เธอบอก ฉันต้องทำตาม            (เธอกำลังจะทำอะไรน่ะ)            (เหมือนเธอกำลังจะทำพิธีบางอย่างนะ)            (เธอจะปลดปล่อยวิญญาณงั้นเหรอ เธอไม่ใช่หมอผีนี่)            ใช่ ฉันไม่ใช่หมอผี แต่เวลานี้มันมีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ไหมล่ะ            “หยิบดินป่าช้าในผอบมาแล้วโปรยไปที่วิญญาณตนนั้น” รัตติกาลพูดต่อ ฉันทำตามทันที ฉันเปิดผอบทองเหลืองนั้น แล้วหยิบดินโปรยไปข้างหน้า ตรงที่วิญญาณนั้นถูกตรึงอยู่            “เอาผ้ายันต์ออกมา ใช้กริชอาคมของเธอทำลายมันซะ”            ฉันใช้กริชแทงลงไปที่ผ้ายันต์เปื้อนเลือดนั้น ทันทีที่กริชของฉันแทงผ่านยันต์นั้นไป ผ้ายันต์นั้นก็ไหม้กลายเป็นจุลทันที ทำเอาฉันตกใจจนแทบจะล้มก้นจ้ำเบ้า            “เอาตุ๊กตาดินเหนียวออกมา ใช้กริชอาคมของเธอแทงลงไปและถอนตะปูออกให้หมด”            ฉันหยิบเอาตุ๊กตามาวาง กริชในมือของฉันมันสั่นและแผ่ความร้อนออกมา ฉันแทงมันลงไปที่ตัวของตุ๊กตาดินเหนียวนั้น ทันทีที่กริชแทงเข้าไป วิญญาณของผู้หญิงคนนั้นก็ร้องโหยหวนน่าสยอง จนช่องแชทของฉันอยู่ไม่สุข            (หลอนมาก เสียงโหยหวนของเธอหลอนมาก)            (เธอกำลังทรมาน ขอให้เธอพ้นทุกข์สักที)            (เธอจะตายไหม ไม่สิ เธอตายไปแล้วนี่นา)            (โอ๊ยๆๆ น่ากลัว)            ฉันถอนตะปูออกทีละตัวจนหมด เมื่อถูกปลดพันธนาการ วิญญาณของเธอก็พุ่งมาปะทะฉันจมล้มลง ควันสีขาวพวยพุ่งไปทั่วบริเวณ และวิญญาณของเธอก็หายไป            ฉันถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่วิญญาณของเธอไม่ทำร้ายฉัน สิ่งที่ฉันต้องทำต่อไปคือตามหาตะวัน ฉันเดินออกไปจากตรงนั้น จนฉันได้ยินเสียงของตะวันแว่วมา เขาอยู่ในห้องๆหนึ่ง ฉันเปิดประตูเข้าไปก็พบตะวัน เขานอนอยู่บนเตียง เขาพยายามดิ้นไปมา แต่ราวกับว่าเขาถูกเชือกที่มองไม่เห็นมัดเอาไว้ ข้างๆเตียงนั้นมีวิญญาณของชายแก่คนนั้นยืนอยู่            “หยุดนะ! ฉันตะโกนออกไป โอย..นี่ฉันกำลังตวาดใส่ผีงั้นหรือ เรื่องมันบ้ากันไปใหญ่แล้ว วิญญาณชายแก่หันมาทางฉัน เขาแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว            “ระวังนะ ก่อนตายเขาคงเป็นคนที่มีอาคมแรงกล้า วิญญาณของเขามีพลังไม่ธรรมดา” รัตติกาลพูดกับฉัน ยังไม่ทันขาดคำ วิญญาณชายแก่คนนั้นก็พุ่งตรงมาที่ฉันราวกับหายตัวได้ฉันเหมือนโดน เขาบีบคอฉันจนหายใจไม่ออก ระหว่างนั้นฉันได้ยินเสียงท่องคาถาดังก้องไปทั้งสองหู สติของฉันกำลังจะขาดลง            “กริชอาคม เธอต้องใช้กริชแทงไปที่เขา” รัตติกาลพูดกับฉัน แต่ฉันไม่สามารถขยับตัวได้อีกแล้ว กริชของฉันร่วงหล่นลงไปที่พื้น ฉัน...ฉันกำลังจะตาย ตะกรุดของฉันแผ่ความร้อนออกมา ฉันเหมือนสังเกตเห็นว่าวิญญาณชายแก่คนนั้นลดพละกำลังลง แต่อาคมของเขาคงแก่กล้ามากจริงๆ ตะกรุดของฉันจึงไม่สามารถทำอะไรวิญญาณตนนี้ได้            ก่อนที่ฉันจะหมดสติไป ฉันมองไปที่ตะวัน เขาพยายามดิ้นให้หลุดพันธนาการจากเชือกล่องหนนั้น ในที่สุดเขาก็ขยับตัวลุกขึ้นมาได้ ตะวันวิ่งลงมาจากเตียงและหยิบกริชอาคมที่ตกอยู่บนพื้น แทงเข้าไปที่วิญญาณชายแก่นั้น วิญญาณนั้นร้องโหยหวนออกมา และร่างของเขาก็สลายกลายเป็นควันสีดำโพยพุ่งเข้ามาปะทะที่ใบหน้าของฉัน ฉันล้มลงและสามารถหายใจได้อีกครั้งหนึ่ง            ฉันคิดว่าตะกรุดของฉันทำให้วิญญาณของเขาลดอิทธิฤทธิ์ลง ทำให้ตะวันหลุดจากพันธนาการมาช่วยฉันได้ ฉันยังไม่ตายและตะวันก็ยังไม่ตาย            (น่ากลัวมาก คิดว่าจะไม่รอดเสียแล้ว)            (ฉันกดติดตามช่องนี้เลยหลังจากได้ดูคืนนี้ ฉันจะโดเนทให้เยอะๆ)            “ไพลิน คุณไม่เป็นอะไรนะ” ตะวันประคองฉันขึ้นมา “ผีจริงๆ ผมเห็นผีจริงๆแล้ว”            ฉันเล่าเรื่องที่ฉันถอนอาคมสะกดวิญญาณของหญิงสาวคนนั้นให้เขาฟัง ดูเขาทึ่งมาก เราทั้งสองคนเดินขึ้นไปต่อยังชั้นบนสุด มีบางสิ่งบางอย่างดึงดูดเราให้ขึ้นไป            ที่ห้องชั้นบนสุด มันเป็นห้องขนาดใหญ่คล้ายห้องทำงาน ตะวันเปิดประตูเข้าไป กลิ่นเหม็นสาบราวกับซากศพลอยออกมาจนเราทั้งสองถึงกับผงะ ฉันส่องไฟฉายไปข้างในห้อง ประตูปิดเองจนฉันสะดุ้งเฮือก แทบไม่อยากเชื่อสายตา ภายในห้องนี้ปรากฏกลุ่มควันสีขาวและสีดำลอยไปมาทั่วห้อง ฉันเกือบจะกรีดร้องออกมาจนตะวันต้องเอามือมาปิดปากฉันไว้ วิญญาณมากมายรายล้อมเราทั้งคู่อยู่            เสียงของรัตติกาลดังขึ้น เรายังไม่ขาดการติดต่อกัน เธอบอกว่า “อย่าตกใจ พวกนี้เป็นเพียงสัมภเวสีชั้นต่ำ” ฉันและตะวันเดินผ่านวิญญาณเหล่านั้นไป จนกระทั่ง            วิญญาณชายแก่คนเดิมปรากฏตัวออกมา กริชอาคมของฉันทำลายเขาไม่ได้ เขาจ้องมายังเราสองคนและท่องคาถา ทำให้เราสองคนเหมือนโดนบีบคอและลอยขึ้นบนอากาศ เราดิ้นทุรนทุรายแต่แล้วก็มีควันสีขาวโพยพุ่งมาปะทะวิญญาณชายแก่นั้น ทำให้ฉันและตะวันร่วงหล่นลงมาและหลุดพ้นจากความตาย            วิญญาณของหญิงสาวนั่นเอง เธอยืนจ้องชายแก่ด้วยแววตาอาฆาตแค้นและส่งเสียงคำรามออกมาว่า “แกทำให้ฉันต้องตาย ฉันจะมาแก้แค้น”            วิญญาณทั้งสองต่อสู้กัน วิญญาณของชายแก่ใช้อาคมในการสู้และดูจะได้เปรียบ แต่ด้วยแรงอาฆาตทำให้วิญญาณหญิงสาวเฮี้ยนหนัก            (ผีต่อสู้กัน ฉันเชียร์ผีผู้หญิง)            (ผีผู้ชายดูได้เปรียบกว่านะ)            (นี่รายการผี หรือไทยไฟท์นะ 555)            “ใช้ผ้ายันต์และตะปูตอกลงไปที่หัวของเขา” เสียงของรัตติกาลแว่วมา            ใช้ตะปูตอกงั้นหรือ โธ่เอ๊ย ลำพังเข้าใกล้วิญญาณชายแก่คนนั้น ฉันยังมาสามารถทำได้เลย แล้วฉันจะเอาผ้ายันต์และตะปูไปตอกได้อย่างไรกัน            ฉันบอกสิ่งที่รัตติกาลแนะนำให้ตะวันฟัง เขาก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเช่นกัน เขามีผ้ายันต์ ส่วนฉันมีตะปูอาคมที่ถอนมา            ราวกับว่าล่วงรู้ความคิด วิญญาณของหญิงสาวพุ่งเข้าปะทะชายแก่และบีบคอเขาเอาไว้ แต่ดูแล้วเธอคงจะสู้ไม่ไหว            “ส่งผ้ายันต์มา” ฉันตะโกนบอกตะวัน เขารีบส่งผ้ายันต์มาให้ทันที ฉันนำมันมาถือไว้ที่มือซ้าย ส่วนมือขวาฉันกำตะปูอาคมแน่น ฉันวิ่งเข้าไปที่วิญญาณสองตนนั้น            “เอาวะ เป็นไงเป็นกัน” ฉันใช้ผ้ายันต์ติดไปที่หัวของวิญญาณชายแก่และใช้ตะปูปักลงไปที่ยันต์นั้น เสียงโหยหวนดังออกมา ฉันกระเด็นออกมาจากตรงนั้นอย่างแรง วิญญาณของชายแก่กลายเป็นควันสีดำใหญ่กว่าเมื่อครู่นี้เสียอีก โพยพุ่งไปทั่วบริเวณและปะทะเข้ากับฉันอย่างแรง            วิญญาณของหญิงสาวดูท่าทางอ่อนแรง เธอหันมามองที่ฉันและสลายกลายเป็นควันสีขาวและจางหายไป            ในห้องว่างเปล่า มันจบแล้วสินะ ฉันทิ้งตัวลงนั่งด้วยความเหน็ดเหนื่อย ตะวันบอกกับฉันว่า “เป็นยังไงล่ะผ้ายันต์ของผมศักดิ์สิทธิ์ใช่ไหม” แล้วเขาก็นั่งลงข้างๆฉัน            ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูช่องแชท            (จบแล้วหรือ สยองจริงๆ ยอมรับเลย)            (อปป้าของฉันหล่ออย่างกับณเดชน์)            (สุดยอดจริงๆรายการนี้ ทั้งคู่เลย)            (ฉันขอเป็น FC เลย ฉันจะรอดูไลฟ์สดทุกครั้งต่อจากนี้ และจะโดเนทให้เยอะๆ คุณจะได้ไลฟ์สดอีกเรื่อยๆ)            เอาล่ะ คืนนี้คงต้องพอแค่นี้ ไม่รู้ว่าทำไมชีวิตของฉันมันถึงได้ต้องมาพบเจอกับเรื่องลี้ลับแบบนี้ แต่ก็ดีนะ ฉันได้ทั้งเงินและได้ทั้งเจอเขา “ตะวัน”