แผ่นดินใหญ่วันฝนพรำสองสามีภรรยาถึงเวลาแยกทาง จ้าวจิงถิงไม่ค่อยรื่นหูนักที่ถูกลูกน้องฝ่ายนั้นเรียกว่าคุณชายจ้าว คราแรกเขาคิดว่าตนโมโหสีหน้าเหรินซวงอิ๋นก่อนจากกันอีกฝ่ายมองมาอย่างเยาะเย้ย ขึ้นรถมาก็พักใหญ่ยังรู้สึกไม่สบายอารมณ์อยู่จึงสั่งคังข่าย
“ไปสืบที่มาของสี่คนนั้น ให้ละเอียด”สั่งไปแล้วถึงค่อยรู้สึกหายใจโล่งขึ้นมาหน่อย
คังข่ายหันมาตอบรับ “ครับนายผมจะให้คนไปสืบเดี๋ยวนี้” ว่าแล้วมือขวาก็โทรออกบอกความ้ากับลูกน้องของตนอีกทอด และลูกน้องคนนั้นส่งข้อมูลบางอย่างมาให้ด้วยคังข่ายส่งต่อให้จ้าวจิงถิง
“คุณชายนี่คือรายชื่อผู้ร่วมงานคืนนี้ครับ มีคุณนายหงด้วย”
“ก็ไม่แปลกหรอก ตระกูลหงต้องมาอยู่แล้ว”
“งั้นพวกเราควรจัดการใครก่อนดีครับ”
“เป้าหมายเดิม พวกตระกูลหงไม่ต้องไปสนใจต่อให้ประมุขกับผู้เฒ่าหงมาเอง ก็ไม่มีอะไรน่ากลัว”
จ้าวจิงถิงไม่ให้ค่าพวกเขาลูกน้องก็เช่นกัน
“ครับนาย”
งานคืนนี้สื่อในวงการบันเทิงขนานนาม‘ยามฟ้าสาง’ เป็ธรรมเนียมปฏิบัติของวงการ หนึ่งปีมีสักครั้ง ที่นักแสดงดังจะมารวมตัวกัน จัดโชว์ ร้อง เล่น เต้น แม้แต่รำงิ้ว แล้วแต่ว่าจะถนัดด้านไหน เพื่อเปิดรับบริจาคนำเงินที่ได้หลังหักค่าใช้จ่ายไปช่วยกลุ่มผู้ประสบภัย หากปีนั้นไม่มีภัยพิบัติ ก็สมทบทุนไว้ปีหน้าหรือปีต่อไป
บ้านเมืองไม่ขาดผู้ใจบุญและยิ่งไม่ขาดแฟนคลับ ถ้า่ที่ใครแสดงแล้วยอดบริจาคเยอะก็บ่งบอกถึงศักยภาพแฟนคลับของดาราคนนั้น าชิงความใจบุญจึงมีให้เห็นทุกปี
แต่ว่าเื่พวกนั้นเป็แค่ฉากหน้าที่ซ่อนอยู่หลังเื่ราวดีๆ กลับเป็การประชุมใหญ่ของหลายขั้วอำนาจ ไม่ว่าจะเป็ตระกูลหรือกลุ่มคน ที่กำลังเรืองอำนาจใน่เวลานั้น เป้าหมายของการประชุมมีเพียงหนึ่งหาพรรคพวก หรือหุ้นส่วน เพื่อ่ชิงโครงการใหญ่จากรัฐบาล
มันจะมีบางโครงการที่รัฐบาลไม่สะดวกออกหน้าทำเองเช่น อาจเป็เื่อ่อนไหวต่อความมั่นคง หรือเสี่ยงต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนกระทบภาพลักษณ์ของผู้นำประเทศ เป็ต้น
การโยนเื่นี้ให้กลุ่มผู้มีอำนาจทำให้เป็เื่ที่สมเหตุสมผล คนรวยมีอำนาจจะทำอะไรไม่แคร์ใครอยู่แล้วคนทั่วไปถึงยังมองว่าเื่พวกนั้นไม่ใช่เื่ดีเช่นเดิมแต่พอเปลี่ยนจากรัฐบาลเป็คนมีอิทธิพล พวกเขากลับมองว่าเป็เื่ปรกติ
ขณะที่ตระกูล หรือกลุ่มซึ่งได้งานนั้นๆก็จะได้สานความสัมพันธ์กับทางการ วันข้างหน้าขอเพียงไม่สร้างปัญหาใหญ่โตล้วนแต่ทางสะดวกทุกอย่าง ทุกงานที่พวกเขาริเริ่มย่อมประสบความสำเร็จเป็ผลประโยชน์ต่างตอบแทน ที่พอใจทั้งสองฝ่าย
เพียงแต่...มันไม่ง่ายตรงที่ ทุกตระกูลและกลุ่มคน ต่าง้าอภิสิทธิ์นั้น
งานใหญ่ที่รัฐบาล้าคนช่วยปีนี้มีเพียงสองงานแต่ตระกูลใหญ่จากเกาะต่าง ๆ ไม่รวมตระกูลบนแผ่นดินใหญ่ ไหนจะกลุ่มอำนาจอีกอัตราการแย่งชิงสูงลิบ มีเพียงโอกาสเดียวคือหาแนวร่วม จ้าวจิงถิงมาในนามตระกูลจ้าวแต่ผู้ใหญ่ในตระกูลไม่มีใครทราบว่าเขามา
ประมุขจ้าวติดพันกับงานอื่นยุ่งมากจนไม่มีเวลามาสนใจเขามอบหมายงานให้จ้าวจิงถิงแล้ว ก็ไม่สนใจจะถามอีก เพราะรู้นิสัยลูกชายดีว่าหากงานสำเร็จหรือล้มเหลวจะมารายงานเองความจริงถ้าอยากรู้ความคืบหน้าเขายังถามคังข่ายได้แต่ดูเหมือนเื่เหรินซวงอิ๋นคราวก่อน จะทำให้ลูกชายไม่พอใจมือขวามากเมื่อยังอยากให้คนของตนที่ไว้ใจได้อยู่ข้างกายลูกชายจึงไม่ค่อยเรียกถามอะไรจากคังข่าย เพราะกลัวเขาถูกปลด
ผู้หญิงในตระกูลก็ไม่รู้เื่รายละเอียดของงานส่วนท่านผู้เฒ่าจ้าว ั้แ่ยกตำแหน่งประมุขให้ลูกชายจ้าวเถียนอ้ายเกษียณตัวเองจากงานพวกนี้ถาวรจะให้คำปรึกษาบ้างก็ยามเจอปัญหาเท่านั้น
เหรินซวงอิ๋นมาถึงที่พักเป็บ้านหลังใหญ่สร้างขึ้นในเขตสถาบันวิจัยของหน่วยที่สี่ชายผิวขาวหัวหน้าหน่วยนี้มารับพวกเขาและพามาที่นี่ ยังไม่ถึงเวลานัดหมาย เหรินซวงอิ๋นก็ให้หัวหน้าหน่วยสามย้ำรายละเอียดให้ทุกคนฟังอีกครั้ง
“หน้าที่ของพวกเราคุ้มครองความปลอดภัยให้หงผูเหย่ ไม่ใช่ลูกน้องที่เธอจะสั่งให้ลงมือกับใครก่อนก็ได้รายชื่อแขกในงานและคนที่เราต้องระวังเป็พิเศษเพิ่งได้มาเลยครับนายให้ผมขึ้นจอเลยไหม”
เหรินซวงอิ๋นกำลังใจลอยเพราะเห็นรายชื่อคนที่ไม่คิดว่าจะมางานนี้ด้วย จ้าวจิงถิง แผ่นดินใหญ่ก็ออกจะกว้างดันมางานเดียวกันทำไม
เขาพยักหน้าให้ลูกน้องเป็การอนุญาตและนั่งฟังพร้อมกันกับทุกคน เนื่องจากรายชื่อผู้เข้าร่วมงานจะสรุปก่อนงานเริ่มแค่สองชั่วโมงเท่านั้น เหตุผลเป็เื่ของความปลอดภัย
จอแอลอีดีขนาดใหญ่ปรากฏภาพและข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญของแต่ละคนหัวหน้าหน่วยสามเลื่อนผ่านทีละคนพร้อมอธิบายรายละเอียดที่เขาพอรู้มาบ้างเหรินซวงอิ๋นที่นั่งหัวโต๊ะไม่ได้พูดแทรก
“ผู้ร่วมงานคนสำคัญ เกาะอู๋เฌิ๋นอูลาเยว่เล่อ ประมุขหญิงตระกูลอูลา ฉุนซือ ประมุขตระกูลฉุนตระกูลใหญ่ของเกาะตะวันออก สองคนนี้ไม่มีประเด็นอะไรกับหงผูเหย่”
เกาะยูจินอยู่ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือแต่เกาะอู๋เฌิ๋นอยู่ทางตะวันออก ความสัมพันธ์ค่อนข้างห่างเหิน ไม่เคยร่วมงานใด ๆต่อกัน จึงไม่มีทั้งความเป็มิตรหรือศัตรู
“ฉือตัน ท่านผู้เฒ่าตระกูลฉือ ฟางเหนียงคุณนายผู้เฒ่าตระกูลฟาง ตัวแทนเกาะฟางจิง สองคนนี้ต้องระวังเป็พิเศษต้นปีที่ผ่านมาขัดแย้งกับตระกูลหงอย่างหนัก เื่ส่วนแบ่งทางการค้า”
ฉือตันมากเล่ห์ ฟางเหนียงก็เพทุบายเป็สองคนที่ต่อกรยาก เกาะฟางจิงเดิมมีตระกูลฟางกุมอำนาจเบ็ดเสร็จแต่ภายหลังตระกูลฉือมาแย่งอำนาจบางส่วนไป ด้วยมีตระกูลหงคอยเป็กำลังเสริมทำให้ตระกูลฟางกับตระกูลหงกลายเป็ศัตรูกันั้แ่นั้นมาเมื่อต้นปีตระกูลฉือกับตระกูลหงขัดแย้งกันถึงขั้นแตกหัก
ยามนี้เกาะฟางจิงจึงเป็เขตหวงห้ามของตระกูลหงจะไปที่ใดล้วนมีความตายรอต้อนรับ
“เกาะเจียวเมิ่ง เลี่ยงหวง และ เลี่ยงจินสองพี่น้องผู้นำกลุ่มกวางปีศาจ และหนิงเทียน ผู้นำกลุ่มตะขาบพิษสามคนนี้ไม่สนใจใคร อาจมาแค่หาลูกค้า น่าจะไม่มีปัญหากับตระกูลหง”
เกาะเจียวเมิ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในอดีตเป็เกาะร้างอยู่ห่างไกล ทางการเห็นว่าสิ้นเปลืองทรัพยากรในการพัฒนาจึงไม่เคยส่งเ้าหน้าที่ไปประจำการ ต่อมากลายเป็ที่ซ่องสุมของพวกโจรเกิดการตั้งหลักปักฐาน และมีผู้นำในที่สุดปัจจุบันมีการขึ้นทะเบียนเกาะเจียวเมิ่งไว้ เป็เขตปกครองพิเศษ กลุ่มต่างๆบนเกาะมีสองกลุ่มที่มีอิทธิพล คือกวางปีศาจ และ ตะขาบพิษสองกลุ่มที่นานครั้งจะห้ำหั่นกันบ้าง ยามที่ต้องแย่งลูกค้าแต่เวลาปรกติก็ต่างคนต่างอยู่
พวกเขารับงานทุกอย่างไม่สนว่าถูกกฎหมายหรือไม่ กลุ่มพยัคฆ์เร้นกายของเหรินซวงอิ๋นก็มีรูปแบบคล้ายกับสองกลุ่มนี้ เพียงแต่เขาจะคัดเลือกงานที่ถูกกฎหมายก่อนถ้าเสี่ยงมีปัญหากับทางการอาจต้องพิจรณาเป็งานไปเื่ในอนาคตยังไม่อาจบอกตอนนี้ได้
“ทางแผ่นดินใหญ่ คนสำคัญของแต่ละเมืองปิ่นซาน ประมุขตระกูลปิ่น หนิงเหมย คุณนายตระกูลหนิง เข่อซิง คุณชายเล็กตระกูลเข่อซูมี่ คุณหนูใหญ่ตระกูลซู เยว่ส่าง คุณชายรองตระกูลเยว่ ในบรรดาคนพวกนี้ต้องจับตาเป็พิเศษคือเข่อซิง ซูมี่ และ หนิงเหมย”
แผ่นดินใหญ่แบ่งเขตตามภูมิภาค…
ภาคเหนือมีเมืองเหอหม่าง เป็เมืองใหญ่ตระกูลปิ่นเป็ตระกูลที่กุมอำนาจอยู่ เป็เขตยากจน ดินเลว น้ำเสียภูมิประเทศติดต่อกับเขตป่าเขาซึ่งไม่หลงเหลือความอุดมสมบูรณ์ ที่ราบเป็แหล่งนิคมของโรงงานต่าง ๆส่วนบนูเาหัวโล้นหลายลูก เป็ที่ตั้งของบ่อนทั้งถูกและผิดกฎหมาย ซ่องและสนามมวยเถื่อน ชายแดนทางเหนือเต็มไปด้วยการค้าที่ผิดศีลธรรม ทั้งหญิงสาว เด็กแรงงานเถื่อน ยาเสพติด กระทั่งอาวุธา ก็หาได้จากที่นี่
ทางการพยายามจัดระเบียบ กวาดล้างผู้กระทำผิดแต่ตราบใดที่การเจรจาผลประโยชน์ลงตัว การกวาดล้างก็ไม่ต่างจากละครลิงตระกูลปิ่นมีประมุขที่ขึ้นชื่อเื่ความชั่วร้าย เขาเคยสั่งเผาูเาทั้งลูกซึ่งถูกตระกูลอื่นยึดไป ภายหลังได้มาแคู่เาเปล่าและศพผู้คนนับพันแต่เขาก็ยินดีมากกับชัยชนะของตน
ภาคใต้มีเมืองอู๋เฌิ๋นเป็เมืองใหญ่ตระกูลเยว่เป็ตระกูลทรงอิทธิพลของภูมิภาคนี้ มีภูมิประเทศเป็ที่ราบ ดินดี น้ำดี การเกษตรได้ผล อากาศบริสุทธิ์ส่วนใหญ่ผู้ที่มาตั้งหลักแหล่งที่นี่ จะเป็ผู้มีฐานะ เนื่องจากราคาที่ดินแพงเทียบเท่าบนเกาะเลยทีเดียวเป็ที่มาของฉายาเขตผู้ดี หากไม่มีบ้านทางใต้ไว้สักหลัง แต่เรียกตัวเองว่าเศรษฐียากจะมีใครเชื่อ
แต่ทั้งปิ่นซาน จากภาคเหนือ และเยว่ส่าง จากภาคใต้ ต่างไม่เคยมีประเด็นกันตระกูลหง จึงไม่สำคัญเท่าไหร่ในงานนี้ไม่เหมือนกับสามคนที่เหลือ
ภาคกลางมีมหานครจินตงเป็เมืองหลวงของประเทศตระกูลหนิงเป็ตระกูลทรงอิทธิพลของภูมิภาคนี้อันที่จริงมีตระกูลอื่นบารมีสามารถเทียบกันได้ เพียงแต่ตระกูลพวกนั้นไม่สนใจจะแย่งความร่วมมือในครั้งนี้ด้วย
เมืองหลวงของที่นี่ก็คล้ายเมืองหลวงที่อื่นเป็ศูนย์กลางของทุกด้าน ประชากรร้อยละแปดสิบเป็คนต่างถิ่น ส่วนใหญ่มาหางานทำแต่ส่วนน้อยจะคิดลงหลักปักฐาน
หนิงเหมย คุณนายตระกูลหนิง สามีเสียแล้วเธอมีลูกชายแต่ยังเล็กมาก ผู้าุโในตระกูลก็ล้วนไม่อยู่แล้ว ที่สามีและญาติของเธอจากไปเป็ฝีมือของฉือตันพอตระกูลหงร่วมมือกับตระกูลฉือ หนิงเหมยก็กาหัวตระกูลหงไว้ แม้ว่าตอนหลังตระกูลหงกับตระกูลฉือจะแตกคอเธอก็ไม่เคยลืมเื่ที่ตระกูลหงออกหน้า มาสร้างความยุ่งยากให้เธอจนธุรกิจที่จะเปิดสาขาบนเกาะยูจินไปต่อไม่ได้ นับเป็แค้นฝังหุ่น
ภาคตะวันตกมีเมืองหลงโต้ว เป็เมืองใหญ่ตระกูลเข่อเป็ตระกูลทรงอิทธิพลของภูมิภาคนี้ มีท่าเรือหลายแห่ง เป็เขตการค้าสำคัญทางน้ำทั้งส่งออกและนำเข้า ประกอบกับภูมิประเทศของเขตนี้ส่วนใหญ่เป็ูเาหินทำให้การประกอบอาชีพอื่นเป็ไปได้ยาก นอกจากการค้าขายและแหล่งสัมปทานะเิหินแล้ว แทบไม่มีช่องทางหากินอื่น
ความขัดแย้งของเข่อซิงคุณชายเล็กตระกูลเข่อ ไม่ได้เกี่ยวกับตระกูลหงโดยตรงเขาแค่เคยหมายตาดาเร็นตอนเธอเพิ่งเข้าวงการเวลานั้นตระกูลเข่อยังไม่มีอำนาจเท่าปัจจุบัน เธอไม่เพียงเมินเขายังไปฟ้องหงเหมินว่าเขาตามตื๊อเธอไม่เลิก หงเหมินหลงดาเร็นมากมาวางอำนาจในเขตของเขาจนกลายเป็เื่ใหญ่แม้ภายหลังผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายคุยกันแล้ว
แต่คนที่มีประเด็นยังวางไม่ลงเข่อซิงไม่เสียดายดาเร็น แต่เขาแค้นใจมากกว่าคุณชายใหญ่และคุณชายรองเข่อหายตัวไปหลังไปเจรจาธุรกิจที่ต่างประเทศทำให้เข่อซิงกลายเป็คุณชายคนเดียวของตระกูล ที่มีโอกาสได้รับตำแหน่งประมุขเขามีหวังจะได้แก้แค้นหญิงร้ายชายเลวคู่นั้น อยู่ทุกลมหายใจเข้าออก
ภาคตะวันออกมีเมืองก่วงเล้งเป็เมืองใหญ่ ตระกูลซูเป็ตระกูลทรงอิทธิพลของภูมิภาคนี้เนื่องจากราคาที่ดินไม่แพงมากเท่าเขตทางใต้ แต่อากาศดีไม่ต่างกัน มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่หลายแห่งมีความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่นน้ำตก บ่อน้ำร้อนขุนเขาที่ยังเขียวขจี ทุ่งดอกไม้ อาหารพื้นเมืองอร่อยแถมขึ้นชื่อเื่ความปลอดภัยสำหรับคนต่างถิ่น นักลงทุนนิยมซื้อที่สร้างโรงแรมรีสอร์ต หรือที่พักเชิงนิเวศ ภาคตะวันออกจึงเป็เขตการท่องเที่ยว
กล่าวถึงซูมี่ คุณหนูใหญ่ตระกูลซูสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเธอเป็เพื่อนร่วมคณะของหงเหมิน เธองดงามปานนางฟ้านาง์สมกับเป็สาวจากเขตตะวันออก ไม่แปลกที่หงเหมินจะหมายตาเธอตระกูลหงกับตระกูลซูก็เห็นดีเห็นงามกับการดองครั้งนี้ ซูมี่ไม่ได้รักหงเหมินแต่เธอก็รู้หน้าที่คุณหนูใหญ่ การแต่งงานถ้านำมาซึ่งผลประโยชน์ที่เธอทำได้ เธอก็ยินดีทำ
ทว่าคืนวันจบการศึกษาหงเหมินทำเื่ที่ผิดกับเธอใหญ่หลวง เขาเมาจนขาดสตินัดเพื่อนชายหลายคนมาร่วมเตียงกับเธอ ผลจากการคึกคะนองไร้การไตร่ตรองของคุณชายหงซูมี่เกือบตายเพราะาเ็จากการถูกข่มขืนและต้องรักษาอาการป่วยทางจิตอีกนานถึงสามปี วันนี้เธอกลายเป็คนสวยสะพรั่งดังเดิมแต่ที่เปลี่ยนไปคือนิสัยใจคอ ที่เด็ดขาด ไร้หัวใจ พวกนักลงทุนในภูมิภาคต่างไม่มีใครกล้ามีปัญหากับคุณหนูใหญ่คนนี้
ส่วนความแค้นคดีที่ยังไม่ได้คิดบัญชีหนหลังกับหงเหมินเธอจดไว้ในกระดูก ถ้ามีโอกาสฆ่าคนตระกูลเขาได้ เธอก็ไม่ปล่อยโอกาสแน่ แต่ที่ผ่านมาตระกูลหงไม่ใช่ตระกูลทั่วไปไก่กาตระกูลซูก็เจรจาเื่นี้จบไปแล้วโดยครั้งนั้นตระกูลหงต้องจ่ายค่าเสียหายเป็เงินมหาศาลและยกเขตการค้าสำคัญถึงสองแห่งให้ตระกูลเธอ เพื่อแลกกับการไม่แจ้งความ
ซูมี่ผู้น่าสงสารความหมายของการมีชีวิตอยู่ทุกวันของเธอ ก็เพื่อแก้แค้นหงเหมิน
ใครจะรู้ หนิงเหมย เข่อซิง และซูมี่อาจจะร่วมมือกันในคืนนี้ก็ได้
สุดท้ายคือคนกันเองอย่างจ้าวจิงถิงซึ่งมาจากเกาะเดียวกัน เกาะยูจินอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือตระกูลหงและตระกูลจ้าวมีอำนาจพอกัน แม้ประมุขรุ่นปัจจุบันจะไม่ได้เปิดศึกโจ่งแจ้งแต่ก็ไม่อาจจัดอยู่ในประเภทมิตร
“ตระกูลหงนี่อยู่รอดมาถึงทุกวันนี้ได้ยังไง” หัวหน้าหน่วยหนึ่งสงสัย ทุกคนก็สงสัยช่างมีความสามารถในการสร้างศัตรูซะจริง โดยเฉพาะคุณชายหง เรียกตัวหายนะยังไม่เกินไปเลย
หัวหน้าหน่วยสองที่นานทีจะแสดงความคิดเห็นร่วมกับคนอื่นกล่าวอย่างมีเหตุมีผล “ทุกตระกูล ทุกกลุ่ม ไม่มีใครที่ไม่มีศัตรูหรือมิตรคืนนี้เราโฟกัสที่ตระกูลหง และยิ่งพุ่งเป้าไปที่ศัตรู ทำให้มองเห็นแค่นี้”
ก็อย่างที่ชายตัวเล็กว่าความเป็จริงตระกูลอื่นอาจมีศัตรูมากกว่านี้ก็ได้ แต่ไม่ว่าจะเป็คนหรือตระกูลกระทั่งกลุ่ม จำต้องมีทั้งมิตรและศัตรู มิตรเอาไว้พึ่งพาส่วนศัตรูก็เอาไว้ฝึกฝนพัฒนาตัวเอง มีดจะคมก็ต้องพึ่งหินลับคมไม่ใช่หรือศัตรูก็มีประโยชน์ของศัตรูนะ
เหรินซวงอิ๋นเห็นว่าทุกคนไม่ได้สงสัยอะไรแล้วเขาก็ปิดการประชุม
“งานแรก จะผิดพลาดไม่ได้”ไม่เช่นนั้นจะมีลูกค้ารายไหนไว้ใจจ้างพวกเขาอีก
ลูกน้องทั้งสี่คนขานรับ "ครับนาย!!" พร้อมกัน
หนึ่งทุ่มตรงคืนนั้น....
ป้ายหลังเวทีใหญ่ ใจความว่า ยามฟ้าสางประจำปี ค.ศ. 2059 แขกในงานกว่าครึ่งเป็บุคคลมีชื่อเสียงในวงการอีกส่วนคือพวกไฮโซ และส่วนสุดท้ายคือพวกมีทั้งเงินและอำนาจ หนุ่มหล่อ สาวสวยเดินสวนกันให้ตาลายไปหมด
เหรินซวงอิ๋นคุ้นเคยกับงานเช่นนี้ถึงงานเลี้ยงในชาติก่อนของจวนตระกูลเหริน จะคนน้อยกว่านี้ แสงสีเสียงก็ด้อยกว่านี้แต่ก็มีรูปแบบและหลายอย่างไม่ต่างกัน ทุกคนสวมชุดพิธีการบนใบหน้าประดับรอยยิ้มการค้า บทสนทนาส่วนใหญ่เป็ทางการหนึ่งประโยคแปลความหมายได้หลายทาง
ทุกอย่างปลอม จนไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเขาเดินอยู่หลังคุณนายหง ส่วนลูกน้องอีกสี่คนประกอบซ้ายสอง ขวาสอง พยัคฆ์เร้นกายสวมหน้ากากเงินปิดหน้ามองเผินๆ เหมือนพวกดาาายห้อมล้อมเศรษฐีนี ในงานห้ามพกอาวุธทุกชนิดหน้างานมีการตรวจอย่างละเอียด เป็เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เหรินซวงอิ๋นตกลงรับงานนี้เขายังไม่ถนัดใช้อายุสมัยใหม่ ถ้าเป็มีดสั้น ธนู ดาบ หรือกระบี่ค่อยว่าไปอย่าง
อีกเหตุผลคือ ตระกูลหงเป็พื้นที่หวงห้ามของเขาเมื่ออยู่ในสถานะคุณนายเล็กจ้าว เขาแทบหมดโอกาสจะเข้าไปใกล้ชิดคนสำคัญของตระกูลนี้อยากได้ลูกเสือไม่เข้าถ้ำเสือคงไม่ได้เขาอยากสืบเื่พ่อบ้านฉายว่าเป็ตระกูลหงส่งมาหรือไม่ทางเดียวคือต้องแฝงตัวเช่นนี้
โชคดีที่คุณนายหงทะเลาะกับสามีจึงประชดด้วยการหาบอดี้การ์ดเอง แถมต้องรูปร่างหน้าตาดีด้วย พวกเขาอยู่ในเงื่อนไขนายหน้าหางานแทบจะใส่พานงานนี้มาถวายเขา
“สวัสดีค่ะท่านประมุขหญิงอูลา”หงผูเหย่เจอคนที่พอจะคุยด้วยได้ ก็นวยนาดเข้าไปทักทายเหรินซวงอิ๋นจำผู้หญิงที่มีท่วงท่าดุจนางพญาคนนี้ได้ เธอมาร่วมงานแต่งของเขาด้วย อูลาเยว่เล่ออายุมากกว่าวิตอเรียไม่กี่ปีแต่ดูมีอายุกว่ามาก อาจเป็เพราะตำแหน่งประมุขหญิงทำให้เธอมีเื่ให้เครียดไม่หยุดหย่อน
“คุณนายหง ไม่เจอกันนานสบายดีหรือเปล่าคะ”
“ก็เรื่อย ๆ ค่ะ่นี้ไม่พ้นปวดหัวเื่ลูกชายตัวดี”
“คุณชายหงสง่าผ่าเผยต้องเป็ประมุขที่ดีไม่ต่างจากพ่อของเขาแน่นอน มีอะไรให้ปวดหัวกัน”
“ท่านก็ชมเกินไปค่ะหงเหมินของดิฉันถึงจะสง่าผ่าเผย แต่ยังมีความไร้เดียงสา กรรมของชายหน้าตาดีกลัวจะผ่านด่านหญิงงามไม่ได้ นี่ดิฉันก็มองหาหญิงสาวที่เพียบพร้อมพอจะเป็คู่หมั้นคู่หมายให้เขา ติดที่หงเหมิน เอาแต่สนใจเื่งาน”
อูลาเยว่เล่อแสดงความท่าทีเห็นใจเธอตามมารยาทไม่ต้องรอให้ใครแอบอ้วกในใจ เสียงหญิงสาวคลื่นไส้ก็ดังขึ้นซูมี่ควงแขนมากับหนิงเหมย เหมือนจะแท็กทีมมารุมหงผูเหย่โดยเฉพาะสี่สาวต่างวัยผู้มากด้วยอำนาจ รวมกลุ่มกัน ประมุขหญิงอูลามองหาทางออกจากตรงนี้เธอไม่มีบุญคุณความแค้นกับใคร พอเห็นว่าจะมีศึกจึงรีบถอนกำลัง
“พวกคุณคุยกันไปเถอะ ฉันเจอเพื่อนเก่าต้องไปทักทายเขาหน่อย เดี๋ยวเจอกันนะจ๊ะ”
สามสาวย่อตัวให้เธออย่างไว้หน้าแล้วหันมาทำศึกสองรุมหนึ่งต่อ แต่ละนางนอกจากเครื่องประดับที่ข่มกันไม่ลงยังมีบอดี้การ์ดนี่แหละที่ขนมาอวดกันผู้คุ้มกันของซูมี่เป็สาวสวยสี่คนท่าทางคล่องแคล่วของหนิงเหมยเป็ชายสองหญิงหนึ่ง เทียบกับพยัคฆ์เร้นกายของหงผูเหย่ดูไม่ออกว่าปะทะกันขึ้นมาใครจะชนะ
แต่หากดูแค่บุคลิกภายนอกกับการแต่งตัว พยัคฆ์เร้นกายเหนือกว่าหลายขุมโดยเฉพาะเหรินซวงอิ๋นที่ชวนให้ผู้คนจินตนาการถึงใบหน้าที่แท้จริงใต้หน้ากาก
“หายากที่คุณหนูใหญ่ซูกับคุณนายหนิงจะสละเวลาอันมีค่ามาคุยกับดิฉัน” คุณนายหงป้องปากยิ้มจริตผู้ดีเต็มร้อย ซูมี่มองอดีตแม่คู่หมั้นคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“พวกเราก็แค่อยากมาดูให้ชัดๆเท่านั้นแหละค่ะ”
คุณนายหงเชิดหน้าขึ้น กดสายตามองพวกเธอ“ไม่ทราบว่าดิฉัน มีอะไรที่น่าสนใจขนาดนั้นหรือคะ”
หนิงเหมยหัวเราะขึ้นมาไม่มีปี่มีขลุ่ย“อย่าไปถือสาคุณหนูซูเลย เธอก็แค่นับถือคุณนายหง อยากเรียนรู้ให้มากเื่การโฆษณาชวนเชื่อ ดิฉันเองเห็นว่ามีประโยชน์ เลยขอตามมาด้วย”
แล้วสองสาวก็จ้องคุณนายหงหัวจรดเท้าหงผูเหย่ฝืนยิ้มไม่ไหว แต่ก็หน้าบึ้งไม่ได้สีหน้าของเธอตอนนี้จึงออกมาเป็ที่น่าขบขัน
พยัคฆ์เร้นกายมาเป็ผู้คุ้มกันเธอในคืนนี้แต่พวกเขาหาใช่คนของตระกูลหง เื่ที่หงเหมินทำกับซูมี่มองจากมุมไหนก็เป็เื่ที่ต่ำทรามดังนั้นละครตรงหน้าจึงเป็ฉากที่เรียกได้ว่าสะใจ
หงผูเหย่ปลีกตัวออกมาอย่างรวดเร็วดาเร็นว่าที่ลูกสะใภ้ซึ่งเธอไม่ปลื้มเท่าไหร่รีบเข้ามาทักทันทีที่เห็นเธอหงผูเหย่หลบไม่ทัน ได้แต่ต้องยืนให้นักข่าวเก็บภาพคู่ว่าที่แม่สามีกับลูกสะใภ้ในตำนานไปตามระเบียบ
เหรินซวงอิ๋นพบว่าในงานนี้ไม่ใช่แค่พวกเขาที่สวมหน้ากาก คนส่วนมากหน้ากากหนากว่าพวกเขาซะอีก
ระหว่างที่กำลังเดินตามคุณนายหงนั้นเขาก็กวาดตาไปทั่วงานและในช่องว่างของโต๊ะวางแก้วแชมเปญซึ่งถูกเรียงเป็ชั้นพีระมิดสวยงามอลังการท่ามกลางแสงแชนเดอเรียระยิบระยับ บทเพลงรักหวานซึ้งซึ่งกำลังขับร้องโดยนางเอกแถวหน้าของวงการ
สายตาหนึ่งประสานกลับมาเหรินซวงอิ๋นชะงัก อีกฝ่ายยิ่งดูใกว่า มือขวาอย่างคังข่ายเอียงหัวกระซิบเ้านาย
“คุณชาย บอดี้การ์ดของคุณนายหง ดูคุ้น ๆนะครับ”
เหรินซวงอิ๋นบอกคุณนายหงว่าเขาจะไปตรวจรอบงานตอนนี้คนเยอะ ยังอยู่ในงานเลี้ยง คงไม่มีใครกล้าลงมือ เธอบอกให้เขาระวังตัวด้วยมีอะไรผิดสังเกตให้รีบมารายงานเธอ ยังฝากดูเข่อซิงด้วยว่าพาคนมากี่คน
เขาเดินออกมาจากบริเวณที่คนเยอะจำได้ว่าสถานที่จัดงานมีระเบียงรับลมด้านข้าง ด้านหนึ่งให้แขกในงานได้สูดอากาศ อีกด้านเป็โซนสูบบุหรี่ เหรินซวงอิ๋นเลือกโซนสูดอากาศเขายังสวมหน้ากากอยู่ และมีคนมองตามไม่ขาด บ้างคิดว่าเขาเป็ดาราสักคนที่เตรียมโชว์สวมหน้ากาก
“ขอโทษครับ”
เสียงคุ้นหูดังมาก่อนตัวจ้าวจิงถิงไม่ถึงขั้นมั่นใจว่าเป็ภรรยาของตน แต่ก็รู้สึกว่าคล้ายอยู่หลายส่วนเพียงแต่เขาไม่คุ้นเคยกับลุคสูทสีดำและท่าทางเ็ามากเท่านี้ จึงไม่กล้าฟันธงได้แต่ตามมาพิสูจน์ด้วยตนเอง
เหรินซวงอิ๋นยังไม่ทันได้คิดว่าจะตอบหรือไม่ตอบดีก็มีชายแปลกหน้าที่ไม่รู้ว่ามาจากทางไหน ตรงเข้ามาแทรกกลางระหว่างพวกเขาในมือถือของบางอย่าง พอผ่านหน้าจ้าวจิงถิง ก็ยัดของใส่มือคุณชายใหญ่จ้าวแล้วอาศัย่ชุลมุนหนีไป
คุณชายใหญ่จ้าวรู้สึกเจ็บที่หลังมือคล้ายมีตัวอะไรกัดเขาสะบัดมือทันที ตะขาบสีแดงตัวใหญ่ไต่ไปตามพื้น หายไปกับกลุ่มคนในงานไม่นานเสียงกรีดร้องของหญิงสาวที่พบมันเข้าก็ดังขึ้น วุ่นวายน่าดูกว่าพนักงานจะจับสัตว์มีพิษไว้ได้
เหรินซวงอิ๋นไม่คิดจะไล่ตาม มองหาลูกน้องคุณชายจ้าวก็ไม่เห็นใครเ้านายคงสั่งให้รออยู่ในงาน ประมาทเกินไปแล้วนะเ้านี่ ช่างเถอะมีความวุ่นวายอีกเดี๋ยวคนของตระกูลจ้าวคงแยกย้ายมาตามเขาเอง
คิดจะทิ้งเขาไว้ที่นี่คนเดียวถ้าถูกกัดพิษตะขาบคงไม่ร้ายแรงถึงกับตายทันที
“ฉะ..ฉัน...” คุณชายใหญ่จ้าวหมดแรงหน้ามืดคว้าแขนคนใกล้ตัวไว้แน่น ที่พึ่งเดียวของเขาในตอนนี้ ถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่ภรรยาหรือเป็ภรรยาที่ไม่ได้เป็คนของตระกูลหง เขาก็คงมีทางรอด
“คุณ คุณ” เหรินซวงอิ๋นรับร่างเขาไว้คล้ายกำลังพยุงคนเมา ปากก็เรียกสติ แต่ดูเหมือนตะขาบตัวใหญ่ ไม่ใช่ตะขาบธรรมดาในอ้อมแขนของเขาตอนนี้ จึงมีคุณชายใจหมาหมดสติอยู่ จะทิ้งก็ทิ้งไม่ทัน
ช่างเป็สามีวัชพืชเสียจริงสักวันข้าจะถอนเ้าทิ้งทั้งกอ!!!
…………………………
พยัคฆ์เร้นกาย“นายครับงานนี้สามีนายมาด้วย”
เหรินซวงอิ๋น “่หัวเขาไม่ต้องไปสนใจ”
...............
คังข่าย“คุณชายบอดี้การ์ดของคุณนายหงคุ้นๆ นะครับ”
จ้าวจิงถิง“ไม่น่าไว้ใจฉันจะตามไปดูหน่อย พวกนายรอที่นี่”
โจ“ถ้าไม่น่าไว้ใจคุณชายก็ควรให้พวกเราตามไปด้วยนะพี่” /เกาหัว