เช้าวันจันทร์ที่บรรยากาศมาคุั้แ่วินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้าสู่รั้วโรงเรียนกล้า (จะเด็ด) ในชุดนักเรียนที่รีดจนกริบเดินเข้าไปในห้องฝ่ายปกครองด้วยท่วงท่าที่สุขุมเยือกเย็นเขาไม่ได้เดินก้มหน้าเหมือนนักเรียนที่กระทำความผิดแต่เดินประหนึ่งกษัตริย์ที่กำลังเข้าสู่ท้องพระโรงเพื่อไต่สวนคดีความ
อาจารย์อำนาจ หัวหน้าฝ่ายปกครองผู้ขึ้นชื่อเื่ความเฮี้ยบนั่งจ้องมองกล้าผ่านแว่นสายตาหนาเตอะบนโต๊ะมีรูปถ่ายเหตุการณ์หน้าโรงเรียนเมื่อวันศุกร์และรายงานจากตำรวจสายตรวจเื่ความวุ่นวายในซอยลึก
“นั่งลงสินายนันท์นภัส... หรือจะให้ครูเรียกว่า 'ลูกพี่กล้า' ดีล่ะ?” อาจารย์อำนาจประชดพลางโยนรูปถ่ายลงบนโต๊ะ“ครูได้ยินมาว่าเดี๋ยวนี้เธอคุมซอย เป็เ้าของค่ายมวยแถมยังมีเื่ชกต่อยไม่เว้นแต่ละวัน นี่มันพฤติกรรมของนักเรียน ม.6 ที่กำลังจะสอบเข้ามหา’ลัย หรือพฤติกรรมของอาชญากรกันแน่?”
จะเด็ดหย่อนตัวลงนั่งหลังตรงเปนเส้นลวดสายตาประสานตอบอาจารย์อย่างนิ่งสงบ “คุณครูครับ...คำว่า ‘อาชญากร’นั้นรุนแรงเกินไปสำหรับผู้ที่เพียง้าปกป้องบ้านเรือนจากสุนัขลอบกัด”
“เธอยังกล้าย้อนครูอีกเหรอ!”อาจารย์อำนาจตบโต๊ะดังปัง “พยานบอกว่าเห็นเธอใช้ความรุนแรงหน้าโรงเรียนเห็นเธอทำร้ายคนจนเจ็บหนัก เธอรู้ไหมว่ามันเสียชื่อเสียงโรงเรียนแค่ไหน?”
จะเด็ดคลี่ยิ้มเล็กน้อยที่มุมปากเป็ยิ้มที่ทำให้อาจารย์ฝ่ายปกครองถึงกับชะงักด้วยความรู้สึกประหลาด “เกียรติยศของสถานศึกษามิได้สร้างขึ้นด้วยการปิดหูปิดตาต่อความอยุติธรรมหรอกครับอาจารย์หากวันนั้นลูกมิลงมือ เพื่อนนักเรียนคนอื่นที่เดินผ่านไปมามิต้องรับเคราะห์แทนหรือ?การที่ลูกปราบพยัคฆ์ร้ายมิให้มารังแกแกะในฝูง...นั่นมิใช่สิ่งที่โรงเรียนสอนให้ลูกเป็คนดีมีคุณธรรมหรอกหรือครับ?”
“แต่มันมีขั้นตอนทางกฎหมาย!เธอควรแจ้งตำรวจ ไม่ใช่ตั้งตัวเป็ศาลเตี้ย!”
“กฎหมายที่มาช้าเพียงก้าวเดียวอาจหมายถึงชีวิตที่สูญเสียไปตลอดกาล” จะเด็ดตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนอาจารย์อำนาจถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง“อาจารย์ครับ...หากบ้านของท่านถูกโจรปล้นและกำลังจะฆ่าบุพการีของท่านท่านจะยืนรอพนักงานสอบสวนมาลงบันทึกประจำวัน หรือจะคว้าไม้ขึ้นมาปกป้องผู้มีพระคุณ?”
อาจารย์อำนาจเถียงไม่ออกเขาไม่เคยเจอนักเรียนคนไหนที่มีตรรกะและการเจรจาที่คมคายและหนักแน่นขนาดนี้ราวกับกำลังคุยกับผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ชีวิตโชกโชน
“ยังไงซะ...เธอก็ต้องถูกพักการเรียน 1 สัปดาห์ เพื่อสงบสติอารมณ์” อาจารย์อำนาจสรุปเสียงแข็งเพื่อรักษาอำนาจของตน
จะเด็ดลุกขึ้นยืนช้า ๆโค้งคำนับอย่างสง่างาม “ขอบพระคุณครับอาจารย์... หนึ่งสัปดาห์นี้ ลูกจะได้มีเวลาไป‘ถอนรากถอนโคน’ ปัญหาที่แท้จริงให้สิ้นซากเสียทีจะได้มิมีใครมาสร้างความเดือดร้อนที่หน้าโรงเรียนของท่านอีก”
จะเด็ดเดินออกจากห้องไปทิ้งให้อาจารย์อำนาจนั่งตัวสั่นอยู่กับที่ความรู้สึกหวาดเกรงบางอย่างแล่นพล่านอยู่ในใจของครูฝ่ายปกครองอย่างที่เขาอธิบายไม่ได้...แววตาของเด็กหนุ่มคนนั้นไม่ใช่แววตาของคนหัวรั้น แต่มันคือแววตาของผู้ที่มี"อำนาจเหนือ" ทุกสิ่งในห้องนี้