หลังจากที่รถม้าหยุดลง เยว่อวี้หลงจึงอาศัยจังหวะนี้เปิดม่านออกไปดูว่าเบื้องหน้าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ จึงได้พบกับการต่อสู้ที่เรียกได้ว่า ไม่มีการใช้สลิงไม่มีตัวแสดงแทน เออ..เรียกสั้นๆ ว่าสุดยอดแล้วกัน เป็การต่อสู้ที่เหมือนในหนังกำลังภายในของจีนที่ใช้จำพวกลมปราณได้ ทำให้อดมองด้วยดวงตาเป็ประกายปนความตื่นเต้น
ก็แหมมันเป็การต่อสู้ที่เร้าใจจริงๆ นี่น่า..!
"หลงเอ๋อร์ เ้ามองสิ่งใดอยู่รึ" เสียงหวานไพเราะของท่านแม่ ทำให้เด็กน้อยได้สติก่อนจะรีบปิดม่านลงอย่างรวดเร็ว แล้วปรับสีหน้าไร้เดียงสาตามปกติแล้วหันกลับมาทางท่านแม่ผู้อ่อนหวานทันทีด้วยท่าทางตื่นกลัวแบบฉบับเด็กน้อยผู้น่าสงสาร
"ข้า..ข้าเห็นผู้คนสู้กันและมีคนตายด้วยท่านแม่"เสียงสั่นเครือของบุตรชายทำให้นางต้องรีบกอดปลอบอย่างอ่อนโยน แม้นางเองพอมองเห็นยังรู้สึกใเช่นกัน โดยไม่ทันเห็นสีหน้าสำนึกผิดและไม่ได้มีความหวาดกลัวแต่อย่างใดของคนถูกปลอบแม้แต่น้อย เยว่อวี้หลงมักรู้สึกผิดเสมอที่ต้องแสดงเป็เด็กน้อยผู้ขลาดกลัวให้ผู้เป็มารดาคอยปลอบโยนเช่นนี้
กุบกับ กุบกับ!!
เสียงของฝีเท้าม้าดังขึ้นขัดบรรยากาศภายในรถม้าแทบจะทันทีพร้อมกับฝ่ามือเรียวยาวของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็สามีและบิดา ทำให้ทั้งสองหันไปมองเ้าของใบหน้าหล่อเหลาพร้อมกัน
"พวกเ้าทั้งสองคนห้ามส่งเสียงเด็ดขาดหรือออกไปเบื้องนอก เพราะเบื้องหน้ามีการปล้นและอันตราย แถมยังมีผู้คนาเ็ล้มตายเป็ภาพที่ไม่น่าดูนัก..! น้องหญิงรบกวนเ้าดูแลลูกเราด้วยนะ" ชายหนุ่มกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนปนความเห็นใจที่ทั้งสองต้องมาเห็นภาพเ่าั้ ถึงชายหนุ่มจะเห็นภาพคนตายมาจนชินตาแล้วแต่ยังรู้สึกไม่ดีกับภาพคนตายเ่าั้เลย
"เ้าค่ะท่านพี่ ว่าแต่เหตุใดโจรร้ายถึงกล้าปล้นตอนกลางวันเช่นนี้เ้าค่ะ ช่างไม่กลัวทางการเสียเลย" นางกล่าวตอบพลางพยักหน้าพยายามให้ตนดูเข้มแข็งจะได้ไม่ทำใหบุตรน้อยของนางต้องหวาดกลัวไปด้วย
"อืม รู้สึกโจรพวกนั้นจะไม่ใช่โจรธรรมดา เพราะวิชาฝีมือที่ใช้จากที่สังเกตต้องเป็คนในยุทธภพฝ่ายอธรรมหรือพวกนอกรีตแน่นอน"เยว่เทียนฟงเอ่ยขึ้นหลังจากที่วิเคราะห์กับเยียนจงคนสนิทของตนแล้วก่อนที่จะมายังรถม้า และได้สั่งคนของตนออกไปช่วยผู้ที่ถูกปล้นด้วยว่าาเ็มากน้อยเพียงใด แม้ตอนแรกจะไม่อยากยุ่งก็ตาม
"เช่นนั้นหรือเ้าค่ะ..!" นางกล่าวออกมาด้วยความใ เพราะนางเคยได้ยินมาว่าคนในยุทธภพนั้นน่ากลัวยิ่งนัก คนพวกนั้นฆ่าคนโดยที่ไม่กลัวเกรงกฎหมายใดๆ เลย
"อืม เช่นนั้นข้าไปดูพวกนั้นก่อน เ้าและหลงเอ๋อร์ก็อยู่ในรถม้าก็ระวังตัวด้วย หืม..หลงเอ๋อร์เล่า" หลังจากที่พูดคุยเสร็จกำลังจะปิดม่านลง ค่อยสังเกตว่าบุตรชายตนนั้นหายไปแล้ว..!
"ข้าจะระวังตัว ลูกรึ..ก็นั่งอยู่ที่ด้านข้างไม่ใช่รึ ตายแล้ว..หลงเอ๋อร์หายไปที่ใดเ้าค่ะท่านพี่..!" หลังจากที่นางตอบเสร็จ จึงก็หันไปมองดูว่าบุตรชายยังอยู่รึไม่ จากนั้นเสียงหวานไพเราะก็ร้องออกมาอย่างใเมื่อรู้ว่าบุตรชายของนางหายตัวไป..!
"เ้าอยู่แต่ในนี่ห้ามออกมาเด็ดขาด เสี่ยวหง ิสง ดูแลฮูหยินของข้าด้วย" ก่อนจะปิดม่านรีบกำชับนางอีกรอบ พร้อมกับเรียกสาวใช้และบ่าวชายให้มาคุ้มกันฮูหยินตน
"เ้าค่ะ/ขอรับ" ทั้งสองรับคำอย่างหนักแน่น ชายหนุ่มจึงพยักหน้าให้อย่างวางใจแม้จะยังกังวลจนต้องขมวดคิ้วก็ตามเพราะรู้ดีว่าทั้งสองก็มีฝีมือพอตัว ก่อนจะรีบกระตุ้นม้าไปยังบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งตอนนี้เ้าตัวป่วนก็โดนจับไปเป็ตัวประกันเสียแล้ว..!!
หลังจากที่เห็นท่านพ่อเปิดม่านและเริ่มบทสนทนา ก็อาศัยจังหวะนั้นแอบย่องออกไปจากรถม้าอย่างเงียบเฉียบและะโลงอย่างแ่เบา ก่อนจะแอบเดินตามพวกท่านอาเยียนจงคนสนิทและคนคุ้มกันของท่านพ่อไปด้วยอย่างเงียบๆ เพราะบริเวณช่องเขานี้มีแต่หินและต้นไม้เล็กๆ เท่านั้นบ้างประปรายและดูจากความสูงของูเาหินแล้วยากที่จะปีนป่าย นอกจากจะมีวิชากำลังภายในที่สูงหรือเชือกเท่านั้นถึงจะปีนขึ้นไปได้อย่างปลอดภัย ซึ่งอย่างแรกตนทำไม่ได้อย่างแน่นอนเพราะยังไม่เคยฝึกมาก่อน ส่วนอย่างหลังคงต้องคิดหนักเหมือนกันด้วยขนาดร่างกายในตอนนี้
พูดแล้วก็อยากปีนเขาขึ้นมาทันทีแหะ..แต่ในอนาคตเ้าตัวได้ปีนเขาแน่นอนแม้จะไม่ใช่แบบที่คิดไว้ก็ตาม
หลังจากที่เดินมาได้สักพักก็สะดุดเข้ากับของบางอย่างจนเกือบที่จะล้มลงถนนบนพื้นหิน หลังจากที่ยืนทรงตัวได้ก็ก้มลงมองอย่างงงๆ กับของชิ้นนั้น ปรากฏว่าตรงบริเวณพุ่มไม้เล็กๆ ที่ตนกำลังเดินมาแอบดูเหตุการณ์นั้นมีกล่องไม้ที่วิจิตรงดงามแกะสลักไว้ด้วยัสีดำและสีทองคาบแก้วอยู่สองตัวซึ่งกำลังจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอยู่จึงหยิบขึ้นมาดู พบว่ากล่องใบนี้ไม่ได้หนักอย่างที่ตนคิด..!!
ทั้งสองฝ่ายเหลียวมองผู้มาใหม่อย่างระแวดระวัง เพราะไม่แน่ใจว่าผู้มาใหม่นั้นมาดีหรือมาร้ายและ้าสิ่งใดกันแน่ ซึ่งผู้ที่นำหน้ามานั้นมีรูปร่างสูงใหญ่กำยำแค่มองดูก็รู้แล้วว่าเป็ยอดฝีมือผู้หนึ่งอย่างแน่นอนจากประสบการณ์ของทั้งคู่ จึงลอบเกร็งกำลังลมปราณขึ้นเพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉิน
เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเยียนจงก็กวาดตาสังเกตมองรอบหนึ่ง พบว่าฝ่ายชายชุดดำาเ็ล้มตายเยอะกว่าผู้เสียหายหรือก็คือทางสำนักคุ้มกันภัยอู่หลอแห่งเมืองฉางอานที่บางคนาเ็เล็กน้อยบางคนก็สาหัสเอาเื่ด้วยความที่ฝีมือยังไม่เข้มแข็งพอจะรับมือหลายคน จึงหันไปพยักหน้ากับคนที่ตามเข้าไปช่วยเหลือทันที
"ท่านคงเป็อู่หม่าจิ้งเ้าสำนักคุ้มกันภัยอู่หลอแห่งฉางอาน ไม่ทราบว่าเหตุใดจึงถูกปล้นเช่นนี้รึ" เหยียนจงยกมือคารวะหม่าจิ้งก่อนที่จะสอบถามถึงเื่ราวคร่าวๆ ขึ้นอย่างสุขุมไม่ได้หวาดกลัวพวกชายชุดดำเ่าั้แต่อย่างใด ทำให้หม่าจิ้งและพรรคพวกที่เหลือลอบชื่นชมความห้าวหาญของคนผู้นี้อยู่ในใจ
"ใช่ ข้าอู่หม่าจิ้ง อย่างที่ท่านเห็นพวกข้าถูกดักปล้นจากชายชุดดำพวกนี้ ว่าแต่ท่านคือ...? " หม่าจิ้งทางหนึ่งตอบทางหนึ่งหันไปมองคนของตนว่าเป็ใช่ไรบ้าง แล้วก็ต้องลอบถอนหายใจเมื่อพบว่าคนของตนมิได้มีใครตาย แค่าเ็เท่านั้น โชคดีที่คนกลุ่มนี้เข้ามาช่วยไว้ได้ทันเวลา ทำให้บางคนที่ใกล้พลาดท่ารอดมาได้..!
"อ่า ข้าเหยียนจง..." ยังไม่ทันที่เหยียนจงได้กล่าวจบ ก็ต้องแปลกใจกับสีหน้าตกตะลึงปนแข็งกร้าวของหม่าจิ้งที่มองไปทางหัวหน้าโจรร้าย จึงค่อยได้ยินเสียงพวกลูกน้องของตนขานเรียก
"พี่เหยียนจงแย่แล้วคุณชายโดนจับเป็ตัวประกัน" พอฟังจบก็รีบหันไปมองด้วยความตื่นใทันที ด้วยไม่คิดว่าคุณชายจะแอบออกมาจากรถม้ามายังที่เกิดเหตุด้วย จนต้องถูกจับเป็ตัวประกันเช่นนี้ ไม่รู้ว่าพอนายท่านมาเห็นจะเกิดอะไรขึ้นกับโจรผู้นั้น
ส่วนคนที่ถูกเพิกเฉยอย่างเหว่ยเสียนฉือพอมีเวลาพักพละกำลังก็มีเพิ่มขึ้นอีกนิด จึงมีเวลาสำรวจคนในสำนักของตนว่าเหลือมากน้อยเพียงใด จึงพบว่าถูกจัดการไปเกือบหมดจากกลุ่มผู้ที่มาทีหลัง จนหันไปสำรวจทางหนีจึงสังเกตุเห็นเด็กน้อยผู้หนึ่งซึ่งกำลังสำรวจกล่องไม้ที่มัน้าพอดี จึงใช่วิชาตัวเบาทะยานเข้าไปหาเด็กน้อยอย่างรวดเร็ว พร้อมเอามาเป็ตัวประกันทั้งคนทั้งของ..!
หวืดดดดด!!
"เฮ้ย..!" เด็กชายร้องขึ้นอย่างใด้วยน้ำเสียงเล็กๆ เพราะอยู่ๆ ก็ถูกยกขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็วได้ไม่ทันตั้งตัว เพราะมัวแต่สำรวจกล่องไม้เ้าปัญหา จนลืมสังเกตรอบตัวไปว่าตนนั้นอยู่ที่ไหนในตอนนี้..!
"ฮ่าๆ ข้าได้ของที่้าแล้ว ส่วนเด็กน้อยนี้ข้าขอไปเป็ตัวประกันล่ะกัน ฮ่าๆๆ " เสียงพูดอย่างระคายหูเอ่ยขึ้นอย่างดีใจที่ได้ของที่้าสมใจ
"หืมม? " ชายวัยกลางคนที่ปิดบังใบหน้าลอบขมวดขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อเด็กน้อยคนนี้ไม่ได้ตัวสั่นอย่างหวาดกลัวคนตายหรือเื แม้กระทั่งตนเองที่จับไว้เป็ตัวประกัน ซึ่งเด็กปกติควรที่จะร้องไห้หาบิดามารดาแล้ว แต่เด็กน้อยนี่กลับใเพียงแค่ถูกมันยกตัวขึ้นมาไม่ทันตั้งตัวเท่านั้น
"ปล่อยบุตรชายข้า บัดเดี๋ยวนี้..!!"
ก่อนที่จะสลัดความคิดนี้ออกไปจากสมอง เพราะนี้ก็เสียเวลามากแล้ว จึงส่งสัญญาณให้คนที่เหลืออยู่คอยขัดขวางคนพวกนั้นไว้ เพราะตนได้ยินเสียงคนผู้หนึ่งะโขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดด้วยลมปราณระดับสูง มันจึงไม่รอช้ารีบใช้วิชาตัวเบาทะยานหนีไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับเด็กน้อยในอ้อมแขนที่สะดุ้งกับเสียงนั้น ก่อนจะทำหน้าเบื่อหน่ายไม่สมอายุแม้แต่น้อยทั้งๆ ที่ถูกจับเป็ตัวประกัน..!
'เ้ากล่องไม้บ้านี้นำความฉิบหาย (ซวย) มาให้โดยแท้...!!'
เยว่อวี้หลงอยากะโก้องกับความอยากรู้อยากเห็นที่เกิดขึ้นจนติดร่างแหออกไปจริงๆ หากแต่ทำได้เพียงในใจเท่านั้นแหละ