Chapter 6 : ผมผิดอะไร??
หลังจากที่เมฆทนทำข้าวผัดไปกว่า 2 ชั่วโมง ในที่สุดเมฆก็ได้หยุดพักซักที เนื่องจากวัตถุดิบต่างๆที่ไว้ใช้ทำข้าวผัดนั้นได้หมดลงไปแล้ว ทำให้เหล่าลูกค้าที่รอคิวอยู่ต่างก็รู้สึกเสียดาย ที่พวกตนอุตส่าห์ต่อแถวรอมาตั้งนาน แต่ไม่ได้กิน จึงได้แต่ทำใจและคิดที่จะมาใหม่ในวันพรุ่งนี้แทน
เมฆในตอนนี้นั้นมีสภาพที่เหนื่อยล้าเป็อย่าง แขนก็ปวดเนื่องจากต้องยืนทำอาหารตลอดทั้ง 2 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก ทำให้ถึงแม้เมฆจะเป็ผู้ชายก็เหนื่อยล้าเป็ธรรมดา และสุดท้าย ยังมีปัญหาใหญ่อยู่อีกอย่างหนึ่งที่เมฆกำลังคิดอยู่ว่าจะอธิบายยังไงดี
“เอาล่ะ บอกแม่มาซิว่าลูกไปหัดทำข้าวผัดที่อร่อยขนาดนี้มาจากไหน? ทำไมแม่ไม่เห็นรู้เื่เลย” พิมผู้เป็แม่ที่กำลังนั่งทานข้าวผัดที่เมฆทำไว้จานแรกเมื่อ 2 ชั่วโมงก่อน แต่ไม่มีโอกาสได้กินเลยเพราะมัวแต่ทำให้ลูกค้าอยู่อย่างเอร็ดอร่อย ถึงแม้จะทำค้างเอาไว้นานแล้ว แต่รสชาติก็ยังคงอร่อยอยู่เช่นเดิม แม้จะไม่สามารถเทียบกับตอนที่มันยังทำเสร็จใหม่ๆได้ก็ตาม
เมฆมองข้าวผัดจานนั้นอย่างเสียดาย เนื่องจากตนยังไม่เคยได้ลองทานเลยแท้ๆ ก่อนที่จะตอบแม่ของตนไป
“เมื่อไม่กี่วันก่อนพบได้ไปพบกับสูตรอาหารบนอินเทอร์เน็ตโดยบังเอิญน่ะแม่ มันบอถึงวิธีการทำแล้วก็การปรุงเอาไว้ เลยกะลองทำมากินดู แต่ไม่นึกเลยวามันจะอร่อยจนเรียกลูกค้าได้มากขนาดนี้” เมฆตอบแม่ของตน
พิมที่ได้ยินลูกชายของตนตอบก็มองหน้าอย่าไม่ค่อยเชื่อมากนัก ถึงแม้เธอจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตมากนักเนื่องจากเป็คนไม่ทันเื่เทคโนโลยี แต่เธอก็รู้ว่าการที่จะทำอาหารให้อร่อยได้นั้น ไม่ได้พึ่งแต่สูตรอาหารเพียงอย่างเดียว แต่มันยังต้องพึ่งทั้งประสบการณ์การทำอาหาร การใช้มือ ควบคุมอุณหภูมิ การช่างสังเกต และอื่นๆอีกมากมายด้วย แต่เท่าที่เธอได้ลอบมองดูตอนลูกชายทำอาหารนั้น กลับพบว่าลูกชายของตนนั้นทำได้อย่างคล่องแคล่วมากราวกับเคยทำมาแล้วนับพันๆครั้งจนชำนาญ
อันที่จริงสิ่งที่พิมสงสัยนั้นก็ไม่ใช่เื่แปลก เพราะการที่จะทำอาหารให้อร่อยได้นั้นต้องพึ่งประสบการณ์ของพ่อครัวแม่ครัวจริงๆ เพียงแต่ตอนที่คลาวส่งวิธีการทำอาหารให้กับเมฆนั้น มันมีทักษะการทำอาหารติดมาด้วย แถมทักษะนั้นก็ดันเป็ระดับเซฟระดับ 5 ดาวอีก และมันยังฝังลงไปยังสมองของเมฆ ทำให้มันกลายเป็สัญชาตญาณของเมฆโดยทันที แน่นอนว่าเมฆเองก็รู้ในเื่นี้ดี แต่ก็ไม่คิดที่จะบอกแม่ของตนอยู่ดี
หลังจากที่พิมจ้องมองลูกของตนอยู่ซักพักหนึ่ง เมื่อเห็นว่าถึงมองต่อไปเ้าลูกชายของตนก็คงไม่ยอมบอกแน่ๆ จึงได้แต่ถอนหายใจออกมา
“เอาเถอะ ถ้าไม่คิดจะบอกแม่ก็ไม่เป็ไร แต่ว่าพรุ่งนี้ลูกก็ต้องมาช่วยแม่ทำงานนะ ไม่งั้นลูกค้าที่มารอทานในวันพรุ่งนี้ได้โวยวายแม่แน่ เพราะแม่ทำข้าวผัดที่อร่อยขนาดนี้ไม่ได้หรอก” พิมกล่าวกับลูกชายของตน พร้อมกับเดินไปล้างจานที่ยังเหลืออยู่
หลังจากที่เมฆและแม่ของตนได้เก็บของทั้งหมดเรียบร้อยและเตรียมตัวที่กำลังจะกลับบ้านแล้ว เมฆเห็นว่าตอนนี้เป็เวลาประมาณบ่าย 3 โมง นั่นแสดงว่าใกล้ได้เวลาที่จะประกาศเลขสลากกินแบ่งแล้ว ถึงแม้ว่าเมฆจะรู้ว่าเลขที่ตนได้ซื้อมามันต้องถูกรางวัลอย่างแน่นอน แต่เมฆก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้อยู่ดี จึงคิดว่าหลังจากที่ถึงบ้านแล้วค่อยไปตรวจเช็คจะดีกว่า
หลังจากที่เมฆและแม่ของตนเดินทางมาถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว เมฆก็ขอตัวขึ้นไปบนห้องในทันทีเพื่อทำการตรวจเลขหวย และก็เป็ไปตามคาด เขาถูกรางวัลที่หนึ่ง ที่สองและที่สามทั้งหมด ถึงแม้เมฆจะรู้อยู่ก่อนแล้ว แต่ก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ เลยทำให้เมฆในตอนนี้นอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงด้วยความดีใจเป็อย่างมาก
หวยที่ถูกรางวัลที่หนึ่งที่เขาซื้อมามีทั้งหมด 8 ใบ รวมเป็เงิน 48 ล้านบาท ซึ่งหากคำนวณการหักค่าธรรมเนียมแล้ว เขาจะได้เงินประมาณ 47,520,000 บาท นี่ยังไม่รวมกับหวยรางวัลที่สองและสามอีก เรียกได้ว่าเมฆในตอนนี้กลายเป็เศรษฐีชั่วข้ามคืนไปแล้ว
เมฆเลือกที่จะไปขึ้นเงินรางวัลเอง แต่เนื่องจากวันพรุ่งนี้เขายังคงไม่ว่างเนื่องจากต้องไปช่วยแม่ทำงาน เลยทำให้ต้องหาวันอื่นที่จะไปขึ้นเงินรางวัลแทน โชคดีที่ร้านแม่ของเขาหยุดทุกวันพุธ ซึ่งก็คืออีกสองวันต่อจากนี้ เมฆจึงคิดที่จะไปขึ้นเงินรางวัลในวันนั้น
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เมฆก็เก็บใบหวยที่เขาซื้อมาไว้ในกล่อง เขาไม่อยากพกมันติดตัวมากนัก เพราะกลัวที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น อีกทั้งคนในครอบครัวขงเขามักไม่ได้มายุ่งกับห้องของเขาอยู่แล้ว ทำให้เมฆไม่เป็กังวลอะไรมากนัก สำหรับเื่ที่เมฆถูกรางวัล เมฆยังไม่คิดที่จะบอกครอบครัวของเขาในตอนนี้ เมฆกะว่ารอให้ตัวเขาได้ไปขึ้นเงินรางวัลให้เสร็จก่อน แล้วค่อยบอกครอบครัวของเขาในตอนนั้นจะดีกว่า ถือซะว่าเป็การเซอไพรซ์เล็กๆน้อยๆไปในตัว
โชคดีที่ครอบครัวของเขาในตอนนี้เหลือกันอยู่เพียงแค่สี่คนเท่านั้น ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีญาติที่ไหนมาขอส่วนแบ่งในเื่นี้ หรือถึงจะมี เขาก็ไม่คิดที่จะให้อยู่แล้ว
[เรียนนายท่าน อันที่จริงครอบครัวของนายท่านยังมีญาติเหลืออยู่นะครับ จากการที่ผมได้ตรวจสอบข้อมูลทางออนไลน์ทั้งหมด พบว่าบิดาของนายท่านมีพันธุกรรมตรงกันกับนายไชยวัน ตะวันฉาย CEO ของบริษัท Sunshine Cooperation ที่ทำหน้าที่หลักในการผลิตอุปกรณ์ซอฟแวร์ รถยนต์ และอุตสาหกรรมเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ภายในประเทศ โดยพันธุกรรมที่ว่ามานั้นมีความเข้ากันถึงกว่า 98.75% เลยทีเดียวครับ] คลาวที่ได้ยินความคิดของเมฆก็เลยตอบขัดขึ้นมา ซึ่งนั่นทำให้เมฆรู้สึกใเป็อย่างมากที่ได้รู้เื่ที่คลาวได้บอกกับตน
“แน่ใจนะคลาวว่าที่พูดน่ะเป็ความจริง?? ทำไมชั้นถึงไม่เคยรู้เื่นี้เลยล่ะ?” เมฆถามคลาวด้วยความสงสัย เพราะเท่าที่เขาเคยจำได้ในอดีต พ่อของเขาไม่เคยแม้แต่จะพูดเื่นี้ให้เขาฟังเลยด้วยซ้ำ
[จากข้อมูลที่ผมได้สืบค้นมา มีความเป็ไปได้ที่จะเป็ความจริงถึง 99.99% ครับ] คลาวตอบ
และจากคำตอบที่คลาวได้ยืนยัน ทำให้เมฆถึงกับขมวดคิ้วขึ้นอีกครั้ง ว่าทำไมพ่อของเขาถึงไม่เคยบอกเื่นี้กับตนหรือครอบครัวมาก่อนเลย....หรือว่าเป็เพราะมีปัญหาอะไรกันรึเปล่าเลยต้องแยกกันอยู่?
แต่เมื่อเมฆคิดไปซักพักหนึ่งก็เลิกที่จะสนใจ ถึงปู่ของเขาจะเป็ CEO ของบริษัทจริงตามที่คลาวว่า แต่เมฆก็ไม่เคยเจอรึพบเห็นเขามาก่อนเลยด้วยซ้ำ อีกทั้งพ่อของตนก็ไม่เคยบอกตนเกี่ยวกับเื่นี้ ทำให้เมฆตัดสินใจที่จะไม่สืบหาความจริงต่อว่าทำไมพ่อของเขาถึงไม่ยอมบอกในเื่นี้ ในเมื่อพ่อของเขาไม่อยากให้เขารู้ เขาก็จะไม่สนใจ เมื่อตัดสินใจได้แล้วเมฆก็เดินลงไปยังชั้นล่าง เพื่อช่วยแม่เตรียมข้าวเย็นในทันที แต่เนื่องจากวันนี้ผู้เป็มารดารู้สึกงอนอะไรก็ไม่อาจทราบได้ จึงได้ให้เมฆเป็คนลงมือทำอาหารเย็นทั้งหมดในวันนี้ เมฆที่ได้ยินสิ่งที่แม่ของตนบอกก็อึ้งไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะรีบทำตามคำสั่งของแม่ตนโดยที่ไม่อาจขัดขืน โดยเมนูอาหารที่แม่ของตนได้สั่งให้ทำในวันนี้คือ ผัดผักรวม ต้มจืดหมูสับ และไข่เจียว นับว่าเป็เมนูอาหารง่ายๆสำหรับคนที่ทำอาหารเป็
เมฆที่เห็นเมนูดังกล่าวจึงบอกกับคลาวให้ส่งสูตรในการทำเมนูอาหารเหล่านี้มาให้ตนเช่นเดิม เพียงแต่คราวนี้ให้ลดระดับเหลือเพียงแค่ระดับ 3 พอ ซึ่งถึงแม้มันจะเป็ระดับ 3 แต่รสชาติของมันก็เทียบเท่าได้กับอาหารระดับ 3 ดาวแล้ว
“....วันนี้อาหารที่แม่ทำอร่อยกว่าทุกทีนะเนี่ย มีเคล็ดลับอะไรเหรอ?” นทีที่มาทานข้าวด้วยหลังจากเสร็จงานแล้วถามขึ้นด้วยความแปลกใจ
“นั่นสิคะ รู้สึกได้เลยว่าอร่อยกว่าทุกทีนะคะเนี่ย” ฟ้าที่นั่งทานอยู่เช่นกันพูดตามพ่อของตน แต่ผู้เป็แม่ที่ได้ฟังคำชมจากทั้งสอง ใบหน้าไม่ได้ยิ้มแย้มเลยแม้แต่น้อย กลับกันยังลอบเตะขาของลูกชายที่นั่งอยู่ข้างๆตนอีกด้วย
‘แล้วผมผิดอะไรเนี่ย??’ เมฆครวญครางอย่างเ็ปเมื่อถูกแม่เตะเข้าที่หน้าแข้ง
วันต่อมา
เมฆที่ตื่นแต่เช้าในวันนี้ หลังจากที่จัดการล้างหน้าแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางไปพร้อมกับแม่ของเขาเพื่อที่จะไปช่วยงานที่ร้านอาหารต่อ โชคดีที่ในตอนเช้าไม่ได้มีลูกค้ามากนัก ทำให้งานของเมฆและแม่ของตนไม่ได้ยุ่งมาก แต่หลังจากที่ถึงเวลาพักเที่ยงของเหล่าพนักงานบริษัทแล้ว เรียกได้ว่าวันนี้เป็วันที่เมฆยุ่งที่สุดยิ่งกว่าเมื่อวานเสียอีก เนื่องจากกลุ่มคนที่มาทานข้าวผัดของเขาเมื่อวาน ต่างก็ติดใจในรสชาติ และพูดกันผ่านปากต่อปาก ทำให้วันนี้เลยมีหลายๆคนที่อยากจะมาลองชิมข้าวผัดว่ามันจะอร่อยตามที่ได้ยินมารึเปล่านั่นเอง
แต่แน่นอนว่าร้านอาหารของแม่เมฆมันเป็ร้านอาหารตามสั่ง พวกลูกค้าที่มากินจึงไม่ได้สั่งแต่ข้าวผัดเพียงอย่างเดียว มีทั้งผัดกะเพราบ้าง หมูผัดน้ำมันหอยบ้าง ซึ่งโชคดีที่เมฆได้เตรียมการเอาไว้ก่อนแล้วโดยให้คลาวส่งข้อมูลวิธีการทำอาหารเหล่านี้มายังสมองของตน โดยคราวนี้เมฆได้ให้คลาวส่งข้อมูลอาหารที่เป็ระดับ 5 ออกมาเช่นเดิม เพราะตนคิดว่าหากข้าวผัดที่ตนทำเป็ระดับ 5 แต่เมนูอื่นๆมีระดับที่ต่ำกว่า จะทำให้มันไม่สมดุลกันนั่นเอง แต่ว่านั่นก็เป็การตัดสินใจที่ผิดพลาดเป็อย่างแรงของเมฆ เพราะมันยิ่งทำให้ชื่อเสียงของร้านอาหารแห่งนี้ดังขึ้นไปอีกเพราะความอร่อยของอาหารเหล่านี้ จนทำให้เมฆไม่มีเวลาได้พักผ่อนเลยทั้งวันเนื่องจากลูกค้าที่มาอย่างมหาศาล
‘สงสัยคงต้องหาคนมาทำหน้าที่นี้แทนเราแล้วล่ะ ไม่อย่างนั้นเราได้ทำแต่อาหารจนไม่มีเวลาไปเตรียมรับมือไวรัสจากนอกโลกแน่ๆ’ เมฆคิดขณะที่สองมือยังคงจับกระทะและตะหลิวทำอาหารต่อไป