หนึ่งปีก่อนซูลี่เริ่มออกเดินทางมาอย่างเงียบๆ โดยมีคนคุ้มกันข้างกายซึ่งเป็ยอดฝีมือสองคน และสาวใช้ประจำตัวหนึ่งคน ซึ่งนางก็รู้ดีว่าครอบครัวสกุลจางได้ส่งองครักษ์เงาติดตามมาห่างๆ อีกจำนวนมาก แต่พวกเขาก็ไม่ได้ปรากฏกายให้เห็นหรือให้เป็ที่เอิกเกริกแต่อย่างใด
หญิงสาวรอนแรมนับหลายเดือนจากตอนกลางแคว้นอันฉีซึ่งอยู่ทางใต้ของแคว้นเว่ย จนในที่สุดก็มาถึงเมืองเฉินเฟิงซึ่งเป็สถานที่ในความทรงจำที่นางจากมาเกือบสิบปี
บ้านหลังเล็กปรากฏสู่สายตา ทว่ามันแตกต่างจากเดิมเพราะดูกว้างขวางขึ้นและสามารถบดบังลมหนาวได้ทุกด้านแล้ว นางเดินเข้าไปใกล้ประตูและออกแรงเคาะด้วยตนเอง ไม่นานนัก หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งก็เปิดประตูออกมา อีกฝ่ายจ้องใบหน้าของซูลี่นิ่ง ก่อนจะเข้ามาจับไปตามเนื้อตัว
“ซูลี่...ซูลี่อย่างนั้นหรือ” สิ้นเสียงของนาง ผู้เป็สามีที่อยู่ในบ้านก็ชะโงกหน้ามามอง เมื่อเห็นว่าคนที่มาหาเป็ใครก็รีบกึ่งวิ่งกึ่งเดินมาหาทันที
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ลี่เอ๋อร์ขอโทษนะเ้าคะที่กลับมาช้า” ซูลี่กล่าวน้ำตาคลอก่อนโผเข้ากอดคนทั้งคู่แน่น ซึ่งพวกเขาก็ต่างลูบหลังปลอบใจพร้อมน้ำตาแห่งความปลื้มปีติ
“ไม่เป็ไร เ้ากลับมาก็ดีแล้วลี่เอ๋อร์ของแม่”
จากนั้นซูลี่ก็ได้เล่าความจริงที่ประสบพบเจอให้พวกเขาได้ฟังอย่างละเอียด ถึงเหตุผลที่ขาดการติดต่อไป ั้แ่นางความจำเสื่อมและถูกอุปการะโดยครอบครัวหนึ่ง ทว่านางก็ไม่ได้เอ่ยว่าพวกเขามีฐานะใดในแคว้นอันฉีด้วยกลัวบิดามารดาจะตื่นตระหนก
ส่วนสองสามีภรรยาก็เคยคิดสงสัยเช่นกันว่าเป็เพราะเหตุใดบุตรสาวคนนี้จึงไม่ส่งข่าวคราวมาอีกเลย ที่แท้เหตุผลก็เป็เช่นนี้เอง ดังนั้นพวกเขาก็ไม่ได้ติดใจอะไรอีกและเข้าใจว่าบุตรสาวก็ไม่ได้ตั้งใจให้เป็แบบนี้เช่นกัน
เมื่อซูลี่คุยไป ก็ถามถึงน้องสาวฝาแฝดของตน เพราะนางไม่เห็นอีกฝ่ายเลยคิดว่าคงออกไปด้านนอก ทว่าบิดามารดากลับมองหน้ากันก่อนจะตัดสินใจเล่าความจริงที่เคยปิดบังซูลี่เอาไว้ในยามนั้น
“ความเป็จริง ในตอนที่ลี่เอ๋อร์มอบเงินก้อนนั้นไว้เพื่อการรักษาจากอาการป่วยของแม่ แม่ก็นำเงินก้อนนั้นไปให้หมอทันที แต่ว่า...หมอคนนั้นกลับเชิดเงินทั้งหมดหนีไปโดยที่ยังรักษาไม่เสร็จสิ้น ดังนั้นอาการก็เริ่มกำเริบขึ้นทุกวัน จนในที่สุดฮวาเอ๋อร์ก็ตัดสินใจขายตนเองเป็สาวใช้ในจวนแม่ทัพผู้หนึ่งเพื่อหาเงินมารักษา ในตอนนั้นพวกเราตั้งใจปกปิดเื่นี้กับเ้าเพราะไม่อยากให้เ้าเสียความตั้งใจ น้องของเ้าก็กำชับเอาไว้ว่าอย่าเพิ่งบอกเื่นี้ แม่ขอโทษ แม่ผิดเองที่โง่เขลาและปกป้องลูกไม่ได้สักคน”
ซูลี่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกสะท้อนใจ ทางบ้านเกิดเื่มากมายนางกลับไม่รับรู้เลยและยังใช้ชีวิตอย่างมีความสุขบนกองเงินกองทองที่แคว้นอันฉี “ฮวาเอ๋อร์...ไปเป็สาวใช้อยู่ที่ใดหรือเ้าคะ”
“จวนสกุลหยูที่อยู่ในเมืองหลวง ได้ยินว่าประมุขของตระกูลคือแม่ทัพใหญ่ที่ประจำอยู่เขตแดนเหนือของพวกเรา น้องอยู่ที่นั่นบอกว่าสุขสบายดี ที่พ่อกับแม่มีความเป็อยู่ที่ดีขึ้นเพราะฮวาเอ๋อร์คอยส่งเงินกลับมาให้” ผู้เป็บิดาเอ่ยขึ้นบ้าง พูดมาถึงตรงนี้เขาก็แย้มยิ้มออกมา แม้จะเหงาไปบ้างแต่พวกเขาก็ติดต่อหากันอยู่ตลอด
เมื่อซูลี่ฟังจากที่บิดาบอกก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจโดยไม่ทราบสาเหตุ ถึงกระนั้นนางก็ยังไม่ได้คิดอะไรให้มากความและอาศัยอยู่กับบิดามารดาที่ห่างกันไปนานด้วยความรู้สึกคิดถึง ่เวลาที่นางอาศัยอยู่ที่นี่ ทำให้ทุกอย่างราวกับย้อนไปในวัยเด็ก นางออกไปช่วยท่านทั้งสองทำสวนทำไร่ แม้สาวใช้ประจำกายจะเอ่ยห้ามนางก็ไม่ฟังสิ่งใด ซูลี่ได้แต่คิดว่าหากยามนี้ซูฮวาอยู่ด้วยก็คงดีไม่ใช่น้อย
เมื่อคิดไปคิดมาหลายคืนเข้า ในที่สุดซูลี่ก็ทนต่อความอยากรู้เอาไว้ไม่ไหว ในคืนนั้นนางจึงเรียกองครักษ์เงาออกมาพบและสั่งให้ไปสืบทุกเื่ที่เกี่ยวกับสกุลหยูมาโดยละเอียดรวมถึงความเป็อยู่ของซูฮวาในที่แห่งนั้นด้วย และพวกเขาก็ทำงานกันอย่างรวดเร็วและรู้ลึกถึงขั้นที่ว่าเกิดอะไรกับซูฮวาบ้าง
แม้ในจุดนี้ซูลี่จะนึกสงสัยว่าพวกเขาสืบจนรู้ถึงขั้นนั้นได้อย่างไรแต่สิ่งที่ซูฮวาเจอก็ดึงความสนใจจากนางไปจนหมด
และเื่ที่นางได้รับรู้มาก็คือ ความเป็อยู่ของซูฮวาไม่อาจเรียกว่าดีได้เลย นางถูกกลั่นแกล้งถูกรังแกสารพัดทั้งทางกายและทางจิตใจ เมื่อได้รู้ดังนั้นซูลี่ก็ไม่รอช้าที่จะเดินทางไปเมืองหลวงแคว้นเว่ยด้วยตนเอง นางมีความ้าที่จะไปไถ่ตัวของน้องสาวออกมา ทว่าเมื่อไปถึงทุกอย่างก็ช้าไปหนึ่งก้าว นั่นเพราะซูฮวาได้ถูกขายออกไปยังหอคณิกาแล้ว
ซูลี่ที่ได้ยินดังนั้นก็รีบไปหอคณิกาที่ว่าโดยการปิดบังตัวตนเอาไว้ แต่ก็ไม่พบผู้เป็น้องสาว อีกทั้งคนที่นั่นก็บอกว่านางถูกซื้อตัวไปโดยชายคนหนึ่ง ถึงแม้ซูลี่จะพยายามตามหาก็หาไม่พบ ถึงกระนั้นนางก็ไม่ล้มเลิกความตั้งใจและให้คนของตนเองตามหาต่อไป จนในที่สุดก็ได้เบาะแสบางอย่างที่นำมาซึ่งความรู้สึกสูญสลาย
นั่นคือซูฮวาไม่ได้ไปกับชายใดทั้งนั้น ในคืนนั้นนางถูกล่อลวงไปปลิดชีพโดยคนที่คาดว่าเป็ท่านหญิงใหญ่แห่งจวนหลี่อ๋อง ซึ่งก็คือคู่หมั้นคู่หมายของหยูจินิ บุรุษไม่ได้ความคนนั้น
เมื่อรับรู้เื่ราวทุกอย่าง ภายในใจของซูลี่ก็หนักอึ้งจนแทบคุมสติเอาไว้ไม่อยู่ นางหุนหันพลันแล่นถึงขั้นว่าจะบุกเข้าไปในจวนหลี่อ๋องเพื่อเอาชีวิตของผู้ลงมือ ทว่าสาวใช้ของนางก็ขืนรั้งเอาไว้โดยให้เหตุผลว่าพวกเราเป็คนแคว้นอันฉีในตอนนี้ การกระทำบุ่มบ่ามต่อบุคคลสำคัญของฮ่องเต้แคว้นเว่ย อาจนำมาซึ่งาต่อแว่นแคว้นได้
แรกเริ่มซูลี่ไม่ยินยอมฟังใดๆ จนเมื่อสาวใช้คนสนิทให้คำแนะนำว่าให้นางสวมรอยเป็ซูฮวาที่ตายไปและกลับไปแก้แค้นแทน แบบนี้ถึงจะทำการแก้แค้นได้ทั่วถึงมากกว่า และยังสามารถสร้างความร้าวฉานจากภายในได้อีกด้วย ดังนั้นซูลี่จึงเริ่มฟังความคิดของสาวใช้นางขึ้นมา และเริ่มดำเนินการตามแผนในที่สุด จากนั้นซูลี่ได้เดินทางไปดูหลุมศพของผู้เป็น้องสาว แม้ไม่ต้องพิสูจน์แต่นางก็เชื่อว่าข่าวที่คนของตนได้รับมานั้นไม่มีความผิดพลาด
ดังนั้นในวันนี้ที่นางกลับมา นาง้าแก้แค้นทุกคนที่เคยทำร้ายฮวาเอ๋อร์ของนาง แม้ในครั้งนี้จะต้องแลกด้วยชีวิตของตนก็ตามที