ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 33 พระสวามีปรากฏตัวแล้ว


              หลี่ลั่วครุ่นคิดอยู่สักพัก “ท่านปู่ใหญ่ ถึงสูงวัยยังแข็งแรง[1] ท่านย่าใหญ่ ใบหน้าอิ่มเอิบมีเมตตากรุณา[2]”

              “ยังพูดเฉิงอวี่[3]ได้ด้วยหรือนี่ เก่งกาจเหลือเกิน ท่องบทกวีได้หรือไม่?” กั๋วกงฮูหยินถามอีก ชมชอบหลี่ลั่วนั้นเป็นเรื่องจริง และยังมีหมายความยกยอหลี่หยางซื่ออยู่ในนั้นด้วย หลี่ลั่วได้ดี หลานสะใภ้คนนี้จึงจะได้หน้า หากว่าหมิงเจี๋ยเอ๋อร์กับหลี่หงมีวาสนาต่อกัน ก็จะเป็นหน้าเป็นตาให้แก่หมิงเจี๋ยเอ๋อร์

              การกระทำของคนชราเพียงเรื่องหนึ่ง มักจะกระทบและเกี่ยวพันไปถึงความสัมพันธ์ของคนหลายคน

              หลี่ลั่วก้มหน้าอย่างขัดเขินเล็กน้อย เอาหน้าไปซุกไว้ที่ขาของกั๋วกงฮูหยิน จากนั้นก็ท่องกวีออกมาบทหนึ่ง “เอ๋อ เอ๋อ เอ๋อ ร้องขึ้นฟ้าด้วยคอโค้งงอ ขนสีขาวลอยล่องเหนือลำน้ำเขียว เท้าสีแดงแกว่งไกวสร้างคลื่นแวววาว[4]”

              “ฮ่าๆๆ...” ทุกคนต่างก็หัวเราะ เด็กคนนี้ เมื่อมีท่าทางหยิ่งผยองนั้นน่ารักยิ่งนัก ท่าทางเขินอายก็น่ารักเช่นกัน อย่าว่าแต่กั๋วกงฮูหยิน ต่อให้เป็นคนอื่นที่มาพบเห็น ก็คงอดไม่ได้ที่จะชมชอบ

              หลี่หยางซื่อถอนหายใจอย่างโล่งอก ครานี้นางกลับมิได้สงสัยว่าผู้ใดเป็นคนสอนหลี่ลั่ว เพียงแต่รู้สึกคาดไม่ถึงเล็กน้อย ดูแล้วหลี่ลั่วได้รับการอบรมเลี้ยงดูเป็นอย่างดีจากครอบครัวที่รับเลี้ยงเขาแน่นอนแล้ว ตั้งแต่เมื่อวานที่กลับมา คำพูดและการกระทำของเด็กคนนี้ล้วนดีทั้งสิ้น

              ด้วยเหตุที่มิรู้ว่าครอบครัวที่รับเลี้ยงเด็กน้อยนั้นอยู่แห่งหนใด ดังนั้นหลี่หยางซื่อจึงได้แต่คิดว่า อย่างไรเสียครอบครัวที่รับเลี้ยงต้องเป็นครอบครัวของปัญญาชนเป็นแน่

              กั๋วกงฮูหยินหยิบชิ้นหยกออกมาชิ้นหนึ่ง เป็นหยกมันแพะที่ใสจนสามารถมองทะลุได้ ข้างในหยกชิ้นนั้นเส้นสีเหลืองแม้สักเส้นก็ยังไม่พบ มูลค่าของหยกชิ้นนี้อยู่ที่ราวๆ แปดร้อยถึงหนึ่งพันตำลึง ไม่มีใครคาดคิดว่ากั๋วกงฮูหยินจะหยิบของขวัญชิ้นใหญ่เช่นนี้ออกมา

              หลี่ลั่วยิ้มและรับของเอาไว้ ทว่ามิได้ส่งต่อให้ผิงอัน กลับนำมาใส่ลงบนลำคอของตนเอง แล้วซ่อนไว้ในเสื้อผ้า เพราะเขาได้ใส่สร้อยเงินหยกอุ่นที่หลี่เหล่าไท่ไท่มอบให้เขาแล้วเส้นหนึ่ง หากว่าเขาใส่หยกขาวมันแพะนี้ไว้ด้านนอก ก็จะทำให้เป็นเรื่องไม่น่าดู

              มองตามกริยาของหลี่ลั่ว ทุกคนต่างก็เห็นสร้อยเงินห้อยหยกอุ่นเส้นนั้น กั๋วกงฮูหยินยังรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย คาดไม่ถึงว่าน้องสะใภ้คนนี้จะตัดใจส่งหยกอุ่นมาเป็นของขวัญ เพียงแต่ว่า...หยกอุ่นชิ้นใหญ่ทั้งชิ้นนำมาทำเป็นสร้อยเงินหยกอุ่นจึงจะสวยงาม นี่กลับเอามาประดับบนกุญแจอายุยืนเพียงชิ้นเล็กๆ ก็เป็นได้เพียงเครื่องประดับ แต่ถึงกระนั้นน้องสะใภ้ที่ใจแคบของนางคนนี้สามารถมอบของชิ้นใหญ่ถึงเพียงนี้ก็ทำให้นางหลากใจยิ่งนักแล้ว

              กั๋วกงฮูหยินย่อมมั่นใจว่านี่คือสิ่งของที่หลี่เหล่าไท่ไท่มอบให้ ครั้งนั้นนางเคยเห็นลูกฝาแฝดชายหญิงของหลี่ฮ่าวสวมใส่สร้อยลักษณะเดียวกันนี้

              หลี่ลั่วเก็บหยกของกั๋วกงฮูหยินแล้วจึงให้ผิงอันหยิบของออกมากล่องหนึ่ง เขานำกล่องมายื่นให้กั๋วกงฮูหยิน “ลั่วเอ๋อร์มาคารวะท่านย่าใหญ่เป็นครั้งแรก นี่คือของขวัญที่หลี่ลั่วมอบให้ท่านย่าใหญ่ขอรับ”

              “ไอหยา เด็กคนนี้...เด็กคนนี้ยังเตรียมของขวัญมาให้หญิงชราเช่นข้า นี่มันช่าง...นี่มันช่าง...” กั๋วกงฮูหยินยิ้มกว้างจนปากแทบจะหุบไม่ลง

              “ท่านแม่ ท่านต้องเปิดให้พวกเราได้ชมเป็นบุญตาด้วยนะเจ้าคะ” หลี่หลินซื่อกล่าว

              “ใช่แล้ว ให้พวกเราได้อิจฉากันบ้าง” ญาติฝ่ายหญิงคนอื่นๆ ก็รีบกล่าวเสริม

              ขนาดกั๋วกงหลี่ลั่วยังมิได้เตรียมของขวัญมามอบให้ คิดแล้วของขวัญคงมีเพียงของกั๋วกงฮูหยินชิ้นเดียว

              “พวกเจ้าทั้งหลายนี้ล้วนเปลือกตาบางทั้งสิ้น...” กั๋วกงฮูหยินพูดแล้วก็เปิดฝากล่องขึ้น ทว่าขณะที่นางเห็นของขวัญที่อยู่ในกล่องนั้น อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง สายตาของทุกคนที่อยู่ที่นั่นเป็นประกาย เมื่อเห็นสีหน้าของนางก็ยิ่งให้สงสัยใคร่รู้ว่าของขวัญในกล่องคืออะไร แต่เมื่อเห็นกั๋วกงฮูหยินหยิบของขวัญขึ้นมา “นี่คือสร้อยประคำที่เป็นเครื่องบรรณาการเมื่อปีที่แล้วใช่หรือไม่?” ในฐานะฮูหยินตราตั้งขุนนางขั้นหนึ่ง นางอยู่ในงานเลี้ยงครั้งนั้นด้วย ครั้งนั้นได้เห็นสร้อยประคำล้ำค่าเส้นนี้ถือได้ว่าเป็นบุญตา แต่กลับคาดไม่ถึงว่า...ฝ่าบาทจะนำสร้อยประคำเส้นนี้ประทานให้แก่เด็กคนนี้?

              สร้อยประคำนั้นเป็นของล้ำค่าแน่แท้แล้ว แต่เมื่อเพิ่มคำว่าพระราชทานเข้ามาอีก ทำให้สูงค่ายิ่งขึ้นไปอีก กั๋วกงฮูหยินถือสร้อยประคำไว้ในมือ ในใจนั้นรู้สึกอิ่มเอมนัก ของขวัญชิ้นนี้มีค่ามากกว่าหยกชิ้นนั้นของนางมาก อีกทั้งยังมีความตั้งใจมากกว่านัก รู้ว่านางชอบสวดมนต์จึงส่งของขวัญชิ้นนี้มาให้ เช่นนั้นย่อมต้องเป็นความคิดของหลี่หยางซื่อเป็นแน่

              กั๋วกงฮูหยินมองหลี่หยางซื่อ หลี่หยางซื่อเพียงประดับรอยยิ้มบางๆ ไว้บนใบหน้าตลอดเวลา น้ำใจของอีกฝ่ายนั้นต่างฝ่ายต่างกระจ่างแจ้งโดยมิต้องเอ่ยคำพูดใดๆ

              หลี่เหล่าไท่ไท่ตกตะลึงเช่นกัน สร้อยประคำเส้นหนึ่งมอบให้แก่ตน ไม่คิดว่าอีกเส้นหนึ่งจะนำมามอบให้กับกั๋วกงฮูหยิน แค่คิดก็รู้ว่าเป็นความคิดของหลี่หยางซื่อ ช่างมีใจคิดถึงเสียจริง

              หลังจากตกตะลึงกับสร้อยประคำแล้ว หลี่หลินซื่อได้แนะนำบุตรในอนุภรรยาอีกสองคนของกั๋วกงพร้อมกับภรรยาของพวกเขา ด้วยเหตุที่กั๋วกงและกั๋วกงฮูหยินยังมีชีวิตอยู่ หากยังมีผู้อาวุโสอยู่นั้นมิให้แยกเรือน ดังนั้นอีกสองครอบครัวจึงยังคงอาศัยอยู่ด้วยกันในจวนกั๋วกง ครอบครัวนี้เมื่อเปรียบเทียบกับจวนโหวแล้วก็มีความคล้ายคลึงกันมาก

              ต่อมาเป็นการแนะนำในรุ่นของหลานๆ ซึ่งถือเป็นรุ่นเดียวกับหลี่ลั่ว หลี่ลั่วจำได้เพียงแค่สามคน ซึ่งก็คือบุตรชายและบุตรสาวของหลี่หลินซื่อ บุตรชายคนโต หลี่เจ๋อ อายุสิบแปดปี บุตรชายคนรอง หลี่ต้าน อายุสิบสี่ปี และบุตรีคนโต หลี่จือ อายุสิบห้าปี ทว่าหลี่ต้านไม่อยู่

              เมื่อได้แนะนำญาติกันเรียบร้อยแล้ว กั๋วกงจึงได้หยิบผังสกุลออกมาเขียนชื่อของหลี่ลั่วเพิ่มเข้าไป ทว่ามิใช่ลงนามเป็นซู่จื่อ[5] แต่เขียนไว้ด้านล่างชื่อของหลี่หยางซื่อ เป็นตี๋ชื่อจื่อ[6]ของหลี่หยางซื่อ

              เขียนไว้ว่าเป็นลูกของมารดาใหญ่ ก็คือเป็นบุตรของภรรยาเอก บางทีอาจยังจะมีคนเรียกเขาว่าเป็นบุตรอนุอยู่ แต่ด้วยฐานะของหลี่ลั่วเองนั้น จวนโหวทั้งจวนล้วนเป็นของเขา จะเป็นตี๋จื่อหรือซู่จื่อนั้นไม่สำคัญ หลังจากเข้าผังสกุลเรียบร้อยแล้ว กั๋วกงก็ได้เปิดศาลเจ้าบรรพชนพาหลี่ลั่วไปคุกเข่ากราบไหว้บรรพบุรุษพร้อมกับหลี่เหล่าไท่เหฺย

              ส่วนหลี่จือพาหลี่หลินไปนั่งที่เรือนของตน หลี่เจ๋อรับรองหลี่หง

              ณ เรือนต้านสุ่ย

              ทางด้านขวามือของหลี่ต้านมีกาน้ำชาวางอยู่สองใบ เขารินน้ำชาจากกาทั้งสองใบนี้ให้กับผู้ที่นั่งอยู่ตรงข้ามสองถ้วย “ลองดื่มดู น้ำชาสองถ้วยนี้มีความแตกต่างกันเช่นใด?”



    [1] เหล่าตังอี้จ้วง (老当益壮) หมายถึง แม้คนจะอายุมากแล้วแต่ด้านสุขภาพนั้นยังแข็งแรงเหมือนคนในวัยหนุ่มสาว

    [2] ฉือเหมยซ่านหมู่ (慈眉善目) หมายถึง การเยินยอถึงความงดงาม มีเมตตากรุณา

    [3] เฉิงอวี่ (成语) หมายถึง สำนวนสุภาษิตจีน ลักษณะโดดเด่นคือส่วนใหญ่จะมี 4 ตัวอักษร และใน 4 ตัวอักษรนี้จะมีที่มาจากเรื่องเล่าโบราณ อาจจะจริงบ้างหรือแต่งขึ้นบ้างแล้วใช้อักษร 4 ตัวมาแทนความหมายของเรื่องราว แต่มีความหมายที่ลึกซึ้ง

    [4] เป็นกลอนของจีนในสมัยโบราณสอนให้เด็กท่อง ชื่อกลอนว่า หย่งเอ๋อ (ห่านว่ายน้ำ) เพื่อให้เด็กฝึกพูด

    [5] ซู่จื่อ (庶子) หมายถึง บุตรชายที่ถือกำเนิดจากอนุภรรยา

    [6] ตี๋ชื่อจื่อ (嫡次子) หมายถึง บุตรชายคนที่สองที่เกิดจากภรรยาเอก ในที่นี้คือถือว่าเป็นการยกให้เป็นลูกของหลี่หยางซื่อ เพื่อให้หลี่ลั่วสามารถสืบทอดตำแหน่งโหวได้ ตำแหน่งขุนนาง ห้ามถ่ายทอดให้บุตรอนุภรรยา


    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452