ขณะนั้นเองคุณหมอก็ออกมาจากห้องฉุกเฉินทำให้ลุคกับลูซี่ต้องหันไปมอง
“ใช่ญาติของคุณนวัฒน์รึเปล่าครับ”
“ครับ”
“คือตอนนี้สภาพขาข้างซ้ายของคนไข้ไม่ว่าจะกระดูกหรือกล้ามเนื้อมันเละมากทำให้ไม่สามารถซ่อมหรือรักษาได้เราจำเป็นจะต้องตัดขาเขาเพื่อรักษาชีวิตครับ”
คำพูดของหมอทำเอาทั้งคู่ช็อคจนพูดไม่ออกไม่คิดว่าอาการน้องมันจะหนักขนาดนี้ดูเหมือนว่าลูซี่จะเริ่มสติแตกถ้าเขาไม่ทำอะไรสักอย่างกลัวว่ามันจะสาย
“ถ้าตัดขาแล้วเขาจะรอดจริงๆใช่มั้ยครับ”
“โอกาสรอดสูงครับแต่คงยังต้องคอยดูอาการอย่างใกล้ชิด”
“โอเคครับถ้าเขาผมก็โอเค”
“เดี๋ยวรบกวนช่วยเซ็นต์เอกสารยินยอมด้วยนะครับ”
ลุคพาลูซี่ไปนั่งพักที่เก้าอี้ด้านหน้าพลางลูบหัวเบาๆ“ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวไทม์ก็หายอาจจะต้องสูญเสียขาไปแต่ก็ยังดีกว่ามันจะไม่กลับมาเลย”
“ทำไมอ่ะไม่มีวิธีอื่นแล้วหรอ ไม่มีวิธีที่จะช่วยน้องให้ไม่ต้องตัดขาหรอ”
“ตามที่หมอบอกสภาพขามันเละจนซ่อมไม่ได้แล้วถ้าอยากให้รอดก็ตัดขาเท่านั้น” ลูซี่ปล่อยโฮออกมาอีกครั้งจนลุกต้องดึงเข้ามากอด“ไอ้ไทม์จะต้องรอด กูจะไม่ปล่อยให้มันตายแน่”
อีกด้านหนึ่งที่ห้องพักฟื้นที่เต็มไปด้วยตำรวจที่มายืนคุมห้องพักนี้เป็นห้องพักของบูมแล้วคนที่จัดการเรื่องบูมต่อลุคได้ส่งหน้าที่ฝากให้ดีนจัดการแทน
มือหนาเปิดเข้าห้องพักกวาดสายตามองร่างท้วมที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ก่อนจะเหลือบมองเขา“คุณมาทำไม”
“แค่อยากคุยด้วยเฉยๆ”หย่อนตัวลงที่โซฟาข้างเตียงพลางเหลือบมองสมุดเล่มหนึ่งที่วางอยู่บนหัวเตียงด้วยความสงสัยเลยเอื้อมมือไปหยิบดูพบว่ามันเป็นอัลบั้มรูปที่เขาเคยถ่ายกับเพื่อนแต่ส่วนใหญ่เป็นรูปของติม
“ชอบมันขนาดนั้นเลยรึไง”
“ก็มากพอที่สามารถฆ่าใครสักคนได้เลยล่ะ”
ดีนได้แต่ถอนหายใจกับความคิดอันสกปรกของคนตรงหน้าก่อนจะวางอัลบั้มรูปลงที่เดิม
“แล้วไอ้ปืนนั่นไปเอามาจากไหน”
“อยากรู้ไปทำไม”
“ถามก็แค่ตอบ”
“ไม่รู้”
“ห๊ะ?” คำตอบของบูมทำเอาดีนถึงกับถอนหายใจ “อย่ามาตลก ไม่รู้แล้วจะเอามาได้ยังไงตอบ!”
สุดท้ายบูมก็ยอมเล่าให้ฟังปืนกระบอกนั้นเดิมทีเป็นปืนของบ้านติมนั่นแหละวันที่ไปเยี่ยมติมที่บ้านตอนช่วงที่ติมบาดเจ็บเจาได้แอบขโมยปืนออกมาโดยที่ติมไม่รู้ตอนแรกก็กะจะหาจังหวะจัดการไทม์นั่นแหละเต่เขาดันไปรู้มาว่าพวกบอลกำลังทำการวางแผนล่อไทม์ให้ไปที่โกดังเลยเลือกที่จะอาศัยช่วงเวลานั้นเอาปืนที่ขโมยมาพกไปด้วยเพื่อที่จะทำการเก็บไทม์ณ ที่นั้น
ทันทีที่บูมเล่าจบดีนก็ถึงกับช็อคที่ผ่านมาไทม์ก็ทั้งทำดีและเป็นเพื่อนที่ดีกับบูมมาตลอดไม่คิดว่าบูมจะมีความคิดอันชั่วร้ายได้ขนาดนี้นี่ถ้าเป็นเขาคงไม่ปล่อยให้ไอ้คนแบบนี้ลอยนวลแน่
“แกนี่มัน…หมดคำจะพูดเลยว่ะ”
“งั้นก็ฆ่าเลยสิฆ่าฉันเลยฆ่าฉันให้ตายๆ ไปเลย!!! ฮ่าๆๆๆๆๆ” จู่ๆบูมก็เกิดหัวเราะร่าออกมาแถมสีหน้าของเขายังดูน่ากลัวและขยะแขยงอีก
นี่มันสติไม่ดีขนาดนี้เลยหรอวะ
ดีนถอนหายใจเสยผมที่ปรกหน้า
หลังจากคุยกับหมอและตำรวจเสร็จพอบูมและไทม์อาการดีขึ้นจะต้องไปขึ้นศาลเพื่อตกลงและจัดการเรื่องโทษของบูมที่ทำขณะที่ดีนกำลังจะจะกลับก็ถุกบูมเรียกเอาไว้
“นี่ไทม์เป็นไงมั่ง”
“อยากรู้ทำไม”
“ก็อยากรู้”
“ต้องตัดขา”
“ยังไม่ตายหรอ”คำถามของบูมทำเอาดีนถึงกับขมวดคิ้ว “ยัง”
“เหอะ!เสียดาย”
ไอ้เด็กเวรนี่ไม่สำนึกไม่พอยังจะปากหมาอีก ได้แต่ก่นด่าในใจก่อนจะสูดหายใจเข้าเพื่อสะกดอารมณ์“เก็บปากไว้ใช้ในศาลเถอะ”
พูดจบดีนก็เดินออกจากห้องไปในทันทีหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดก่อนจะสูดควันเข้าปอดพลางเสยผมอย่างหงุดหงิดความจริงเขาไม่อยากมาคุยกับเด็กเวรแบบนี้หรอกคุยแล้วก็เสียสุขภาพจิตแต่เพราะลุคต้องอยู่ดูลูซี่กับไทม์แล้วแต่ละคนก็ต้องจัดการเรื่องอื่นๆทำให้เขาที่ว่างต้องมาจัดการเรื่องบูมแทน
“คุณดีนครับเรื่องคดีเราจัดการให้เรียบร้อยแล้วครับ”ทนายประจำตระกูลวรลักษณ์พูดขึ้นพร้อมกับยื่นซองเอกสารปึกหนึ่งมาให้เขา
“ขอบคุณมากครับวันขึ้นศาลก็ขอฝากด้วย”
“ยินดีครับผม”
ทีนี้เรื่องวุ่นวายจะได้จบเรื่องกันเสียที
ดวงว่างเปล่ามองตรงไปที่แฟนหนุ่มที่กำลังนอนสลบไสลอยู่บนเตียงคนไข้นี้ก็เข้าวันที่ 3 แล้ว ไทม์ก็ยังไม่ฟื้นสักทีตั้งแต่นแรกจนวันนี้ลูซี่ก็ยังคงอยู่เฝ้าเช่นเคยแต่ก็นอนไม่ค่อยหลับหรอกข้าวก็ไม่ค่อยกิน วันๆ เอาแต่นั่งจ้องไทม์ที่นอนหลับไม่รู้เรื่อง ไม่ว่าใครมาบอกให้เธอพักก็ไม่ยอมไปเรียกได้ว่าตอนนี้เธอสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแบบ 100% เลย
“ไทม์หนูนอนหลับเป็นไงบ้างคะ เจ็บตรงไหนมั้ย พี่น่ะนอนไม่หลับเลยนะตั้งแต่วันนั้นเอาแต่เป็นห่วงเราอย่างเดียวเลย”
ดวงตาเริ่มก่อนจะมีน้ำใสค่อยๆไหลออกมาจากดวงตา
“พี่ขอโทษนะที่ทำตามสัญญาไม่ได้พี่ขอโทษที่ปกป้องเราไม่ได้ พี่ขอโทษ…ที่ปล่อยให้หนูต้องเจ็บ พี่ขอโทษ”
สุดท้ายก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่จนต้องปล่อยโฮออกมาแม้จะรู้ดีว่าต้นตอของเรื่องทั้งหมดมันมาจกาคนอื่นแต่เธอก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดีรู้สึกผิดจนไม่น่าให้อภัย
“อย่าโทษตัวเองเลยครับคนผิดไม่ใช่พี่ลูซี่สักหน่อย”
เสียงอันคุ้นเคยให้ลูซี่ต้องหยุดก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพบกับแฟนหนุ่มส่งยิ้มให้เธอเป็นการทักทาย
“ผมกลับมาแล้วครับ”
ทันทีที่ไทม์พูดจบลูซี่ก็พุ่งตัวเข้ากอดแน่นพร้อมกับปล่อยโฮออกมา“พี่ขอโทษ พี่ขอโทษ ฮือ!!!!!”
“ไม่เป็นไรนะครับพี่ลูซี่ทำดีที่สุดแล้ว” ยกมือลูบปลอบหลังของเธอเบาๆ แล้วผละตัวออกเช็ดน้ำตาให้เธอ
“ดูสิแฟนผมตาแดงหมดแล้ว ร้องไห้ไปกี่รอบแล้วครับเนี่ย”
“หลายรอบเลยค่ะ”ประโยคของไทม์ทำเอาลูซี่ก็หลุดขกับตัวเองไม่น้อย
“เดี๋ยวพี่เรียกหมอนะคะแล้วค่อยว่ากัน”
“ครับ”
หมอเข้ามาตรวจดูอาการพร้อมกับแจงรายละเอียดตอนแรกก็แอบเป็นกังวลว่าไทม์จะเครียดเพราะเขาต้องเสียขาไปแต่พอเอาเข้าจริงน้องกลับนิ่งสนิทไม่ได้ตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแต่อย่างใดมีรอยยิ้มที่ยอมรับความจริงที่แสดงออกมาเท่านั้น…ที่เธอเห็น
พอหมอออกไปลูซี่ก็กลับมานั่งดังเดิมคอยสังเกตอาการน้องอยู่เป็นระยะจนไทม์สังเหตเห็น
“มีอะไรหรอครับ”
“พี่แค่สงสัยว่าเราไม่เครียดบ้างหรอเพราะเราทั้งโดนทำร้ายขนาดนั้น ไหนจะเรื่องเจมส์แถมยังต้องมาเสียขาอีก”
ไทม์ยกยิ้มน้อยพลางเอื้อมมือมาจับมือเป็นการบอกว่าเขาไม่เป็นไร
“ผมเครียดนะทั้งเรื่องที่โดนทำร้าย ทั้งเรื่องที่เจมส์ตาย ไหนจะเรื่องที่ต้องโดนตัดขาอีกมันทั้งเจ็บปวดไปหมดราวกับตายทั้งเป็นเลยแต่ว่า…มันก็แก้ไขอะไรไม่ได้นอกจากจะต้องยอมรับความจริงเพื่อก้าวผ่านแล้วก็ต้องใช้ชีวิตที่เหลือต่อไปก็แค่นั้นเอง”
ประโยคของไทม์เอาเธอถึงกับรู้สึกผิดเลยเธอดันไปเครียดแทนซะได้
“มันจะไม่เป็นไรครับเดี๋ยวทุกอย่างจะผ่านไปได้เอง”
“ค่ะพี่จะพยายามไม่เครียดนะคะ”
“ดีมากครับ”
ผ่านไปสองสัปดาห์การรักษายังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่องอาการของไทม์ดีขึ้นต่อเนื่องไม่มีอาการแทรกซ้อนหรืออาการอื่นๆส่วนสุขภาพจิตน้องก็ดีขี้นแม้มีบางคืนที่น้องก็นอนผวาแต่ตอนนี้ก็แทบไม่มีแล้ว
รถตู้คันโตขับไปตามถนนจนมาถึงวัดวันนี้พวกเขามางานศพเจมส์ ลงจากรถเข็นรถเข็นเข้าศาลาพลางกวาดสายตามองสำรวจรอบๆมีคนมาร่วมงานไม่มากนัก จะมีแต่พวกญาติๆ คนในครอบครัวและคนในหมู่บ้านเท่านั้น
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีจ๊ะขอบใจที่มานะ”
ย้อนกลับไปเมื่อณ วันที่เกิดเหตุการณ์เจมส์มีอาการโคม่า ช่องทางหลังเกิดการฉีกขาดกระดูกซี่โครงแตกหักทะลุทิ่มปอด เขาไม่สามารถทนพิษบาดแผลไหวจึงทำให้เสียชีวิต
ตอนที่เขารู้เรื่องยอมรับว่าวินาทีนั้นช็อคจนสติเกือบหลุดหลังจากฟื้นทุกๆ ที่ลูซี่หลับเขาจะแอบร้องไห้คนเดียวตลอดแต่ในเมื่อมันทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่ต้องยอมรับความจริง
เสียงพระสวดดังไปทั้งศาลาภาพของเหล่าญาติๆที่กำลังร้องไห้กับการจากไปของหลานชาย
ก้อนเนื้อในอกเต้นตุ๊บๆรู้สึกเจ็บปวดแปล๊บๆ ต้นเหตุส่วนหนึ่งก็มาจากเขา ถ้าเขาไม่ไปทำความรู้จักกับเจมส์เขาก็คงไม่ต้องมาเจ็บปวดแบบนี้
“ขอบคุณที่มานะลูกนะ”
“ครับผมขอโทษนะครับที่ช่วยเขาไม่ทัน”
“อย่าโทษตัวเองเลยนะลูกแค่นี้หนูจะเจ็บมากพอแล้ว”
“ครับ”
แหงนมองควันสีดำที่กำลังพวยพุ่งออกจากปล่องควันก่อนจะเหลือบมองของชำร่วยที่อยู่ในมือ
“ไปสบายแล้วเนาะ”ลูซี่เดินมาสมทบหลังจากวางดอกไม้จันทร์
“ครับจากนี้เขาก็ไม่ต้องทนเจ็บปวดทรมานเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ไปสบายนะเจมส์”
รถตู้คันโตขับกลับไปยังบ้านหลังเดิมที่เคยอยู่ที่ตอนนี้สภาพเละเทะพังจนไม่เหลือชิ้นดีคนที่ทำตอนแรกเขาคิดว่าเป็นพวกบอลแต่หลังจากสืบสวนดีนบอกว่าคนทำคือบูม
บูมได้ไปจ้างพวกอันธพาลกลุ่มหนึ่งให้มาถล่มบ้านช่วงที่พวกเขาไปส่งของที่โกดังตอนแรกไทม์ก็ไม่อยากจะเชื่อหรอกแต่หลักฐานกับกล้องวงจรปิดมันมัดตัวว่าบูมเป็นคนจ้างจริงๆทำให้ช่วงนี้เขากับแม่จึงต้องไปอาศัยที่บ้านของลูซี่ก่อนแล้วก็ทำการซ่อมแซมที่นี่บวกกับรีโนเวทให้เข้ากับเขาในสภาพตอนนี้ด้วย
“บ้านเป็นไงบ้างคะทำไปถึงไหนแล้ว”
“เจ็ดสืบเปอร์เซ็นต์แล้วครับเหลือติดเครื่องเคลื่อนรถเข็นกับรีโนเวทชั้นบน”
“งั้นฝากที่เหลือด้วยนะคะ”
“ได้ครับ”
มอเตอร์ไซค์คันโตเทียบจอดที่หน้าบ้านให้เขากับลูซี่หันไปมองพบว่าเป็นดีน
“เป็นไง”ลูซี่เอ่ยทักคงจะถามเรื่องคดีนั่นแหละ “ก็ปวดหัวดี”
“ขอโทษนะครับที่ทำให้ลำบาก”
“พูดเล่นเฉยๆหนักกว่านี้ก็เจอมาแล้ว เอาเป็นพวกนายก็เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมก็พอเพราะพรุ่งนี่จะต้องไปขึ้นศาลฟังคำตัดสินแล้ว”
บอกตามตรงว่าไม่อยากไปเลยแต่ก็ไม่ได้เพราะเขาอยู่ในเหตุการณ์และเป็นเหยื่อในครั้งนี้ส่วนเหตุผลก็เพราะ เขาไม่อยากเจอบูม
“กังวลหรอคะ”
“นิดหน่อยครับ”ลูซี่ย่อตัวให้พอดีกับความสูงของเขาพร้อมกับยิ้มออกมาเพื่อให้กำลังใจ“ไม่ต้องห่วงนะคะพี่จะอยู่ข้างเราเองค่ะ”
“ขอบคุณนะครับ”
“เออว่าแต่ทำไมไม่ย้ายไปอยู่กับยัยสวยเลยอ่ะ”
“ผมเกรงใจน่ะครับอีกอย่าง บ้านหลังนี้ผมก็อยู่มาตั้งแต่เด็กกับแม่ด้วยผมไม่อยากเสียบ้านหลังนี้ไปน่ะครับ”
“ความทรงจำดีๆสินะ”
“ก็ประมาณนั้นแหละครับ”
“เอาเถอะยังไงก็ขอให้โชคดีล่ะกัน” ดีนเอ่ยพร้อมกับตบบ่าเขาสองสามทีก่อนจะเดินไปขึ้นรถ
“ครับขอบคุณอีกครั้งนะครับ”
ลูซี่มองตามแผ่นหลังของอดีตแฟนพูดแบบนี้แสดงว่าพรุ่งนี้เขาไม่ไปสินะ
“ดีน”ดีนหันมามองพร้อมกับเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม “พรุ่งนี้ไม่ไปด้วยหรอ”
“ไม่ล่ะมีธุระ” พูดพลางยกยิ้มมุมปาก ทรงนี้อย่าบอกนะ
“ไปหาสาวหรอ”ดีนหันมองก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าตกใจ ทำหน้าแบบนี้แสดงว่าใช่สินะ
“รู้ดีนะยัยสวย”
“หน้านายมันบอกเอง”
“เหอะ!”
“ยินดีด้วยนะ”ลูซี่ยกยิ้มยินดีให้กับเขาก่อนดีนจะยกยิ้มตอบ “เออ ขอบใจ”
ยกมือโบกลาก่อนจะบิดรถออกไป“เราก็กลับบ้านกันเถอะค่ะ”
หันมาบอกไทม์แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นแฟนหนุ่มกำลังทำหน้าบึ้งพองแก้ม
สงสัยจะงอน
“เป็นไรคะหึงพี่หรอ”
“ครับ”นั่นไง ลูซี่โน้มตัวจุมพิตลงที่ริมฝีปากเรียวเบาๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก “ง้อนะคะ”
ไทม์เม้มปากแน่นแก้มขาวเริ่มเปลี่ยนสีค่อยๆแดงระเรื่อ “งือ~”
แม้จะคบกันมาสักพักแล้วแต่เขาก็ยังไม่ชินสักทีแต่เขาชอบนะ ชอบให้พี่ลูซี่ทำแบบนี้
“ป่ะกลับบ้านเรากันเถอะค่ะ”
“ครับ”