ดวงโลกและดาวดวงอื่นๆ ในระบบสุริยะอื่นได้ทำการข้นพบเจอกันและกัน และพยามติดต่อกัน จนกระทั่งสามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้
ทว่าโลกได้ทำการอพยพคนขึ้นไปอยู่ดาวเคราะห์เทียมและอาณานิคมอวกาศที่เรียกว่าสเปชโคโลนีเพื่อฟื้นฟูสภาพทรัพยากรธรรมชาติของโลกที่เสื่อมโทรมไปมากเพราะฝีมืุ์ นานแสนนานจนกระทั่งโลก รัฐบาลสมาพันธ์โลกได้ทำการดำเนินนโยบายควบคุมประชากรอย่างจริงจัง และให้คนไปอยู่อาศัยในอวกาศมากขึ้น
จนนานวันนานปีเข้าสามารถฟื้นฟูได้ แล้วจึงได้มาค้นพบเพื่อนใหม่ๆ ในดาวอื่นๆรวมทั้งชาวต่างดาวที่รูปร่างแทบจะเหมือนมนุษย์ที่กำลังอาศัยยานอพยพเดินทางหาดวงดาวที่มีทรัพยากรและอากาศให้อาศัยอยู่ได้
พวกเขาไม่ได้มารุกราน เมื่อพบเจอกันก็ติดต่อเข้าแจ้งแสดงเจตจำนงขอพักพิงอาศัย ทางรัฐบาลสมาพันธ์โลกเองก็เห็นว่าหลายทศวรรษมานี้ประชากรก็ลดลงไปพอสมควรแล้วและพวกเขาได้นำเอาเทคโนโลยีมามอบให้เพื่อเป็การแลกเปลี่ยน ทำให้วิทยาการของโลกเจริญไปมาก
ชาวต่างดาวหลายชาติพันธุ์ได้นำเทคโนโลยีที่ไม่มีพิษภัยต่อธรรมชาติมา เนื่องจากพวกเขาได้รับบทเรียนอันแสนสาหัสมาแล้วจากดาวดวงเก่าของพวกเขาที่พังพินาศไป จึงได้มีการคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ขึ้น
ทว่า.......
มีดาวเคราะห์น้อยจำลองดวงหนึ่งชือว่าโคราเชีย
ชาวดาวโคราเชียมีความเจริญที่สูงมาก และสามารถสร้างดาวเคราะห์น้อยจำลองโดยมีการเจริญสัมพันธ์ทางโลกและดาวงดาวอื่นๆ
แต่ละดาวทำสัญญารวมเป็สหพันธ์มิตรโดยมีกองกำลังโลกและกองกำลังกาแลคซี่ รวมตัวกัน เป็ สหพันธมิตร EFGF
Earth
Federation
Galaxy
Force
...
ทว่าทางโคราเชียไม่ยอมรวมตัวด้วย เพราะเขาเจริญกว่า แต่ยังสามารถเจริญสัมพันธไมตรีได้อยู่ จนกระทั่งครอบครัวของราชวงศ์ได้เสด็จเจริญสัมพันธไมตรีกับรัฐบาลสหพันธมิตร
จนกระทั่งมีเหตุโศกนาฏกรรมขึ้น
ราชวงศ์ของโคราเชียโดนลอบปรงพระชนม์จนเหลือแต่เ้าชายองค์สุดท้ายของดาวที่ไม่ได้เสด็จไปด้วย
หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของโคราเชียกับสหพันธมิตรก็แตกร้าว
โคราเชียเริ่มเปิดฉากโจมตี
ทั้งนักข่าวและนักวิชาการรวมทั้งนักการเมืองและนายทหารต่างมองว่าต้องมีการจัดฉากปลงพระชนม์เพื่อหาข้ออ้างโจมตีโลกแน่นอน
แต่หลักฐานไม่พบแล้วเพราะเมืองที่เกิดเหตุกลายเป็ทะเลเพลิง เป็เป้าในการเปิดฉากาเรียบร้อย
.......................
เนื้อหานี้เล่นซ้ำๆบนจอของห้างในส่วนที่เป็โซนซิมูเลเตอร์จำลองการรบด้วยหุ่นรบ
แมกซ์ เบอร์นาร์ด วัย 19 ปีนิสิตมหาวิทยาลัย และอยู่ชมรมการ์ตูน ..ยืนดูจอฉายและบรรยายเื่ราวนี้ที่ฉายวนซ้ำๆ
“เอ้ยยย แมกซ์ มาเร็ว เราได้สนาม 7” ... เอคิจิ ลอนโด ะโเรียก
“อ่ะ เอ้อ.... รู้แล้วเว้ย จะะโทำซากอะไร โทรมาก็ได้ อายคนอื่นเขา” ... แมกซ์บ่น
“ค่าบริการโคโลนีไซด์ 9มันแพงนะเว้ย เราไม่ได้อยู่ไซด์ 4 นะจะได้มีโทรฟรีในเครือข่าย” ... เอคิจยังคงโบกมือเรียก
แมกซ์เข้ามาในตู้คอกพิธจำลอง เสียบหูฟังแล้วเ้าหน้าที่ก็ปิดประตูเครื่อง
ภาพแสดงผล พวกเขาขับอยู่ในหุ่น vascher หุ่นรบวาสเชอร์ แสตนด์บาย
“เอคิจิ แกว่า ... ามันจะลามมาถึงไซด์ 9นี้ป่าววะ ไม่สิ ถ้ามันลามไปไซด์ 4ก็อดเป็ห่วงพ่อแม่กับพวกเราที่นั่นไม่ได้เลยนะ” ... แมกซ์เป็กัลวล
“คิดมากว่ะ ถ้ามันลามมาถึงจริง เขาคงสั่งอพยพก่อนนั่นแหล่ะ ไม่ต้องเป็ห่วงหรอก” ... เอคิจิ พยามไม่ให้แมกซ์เครียด
“มากันซะทีนะ เซทค่าคอนโทรลหุ่นให้ไวเลย อีกฝั่งมันพร้อมจะขยี้เราแล้ว” ... จิมมี่ อู๋เร่งเพื่อนๆ
“ได้ทีเร่งเชียวนะ ไอ้จิมมี่”
“ไปว่ามันไม่ได้นะ มันมาถึงก็เข้ามาเซทหุ่นรอเรา ส่วนฉันก็มันแต่ไปตามแก และแกก็มัวแต่ยืนดูอะไรที่มันฉายวนไปทั้งชาติอยู่นั่นแหล่ะแมกซ์”... เอคิจิบ่นอีก
“เอาล่ะพร้อมแล้ว พวกมันจะมาแล้ว” ... แมกซ์เซทค่าเสร็จแล้ว
“ไป!” ...ทั้งสามะโพร้อมกัน
.................
“หนอยแหน่ะแก พวกไวโคเรนเจอร์”
“มันจบแล้ว นางพยาบาเบต ย๊ากกกก”
“อ๊า.....”
เสียงเด็กร้องเฮกันสนั่นหวั่นไหวหน้าเวที ลงมาจากหลังฉาก
อิงฟ้า นากาอิ เด็กสาวมัธยมวัย 15 ปีถอดชุดนางพยาบาเบตออก
“ฮ้า...ผู้จัดการค่ะ เมื่อไหร่หนูจะได้มีงานแสดงดีๆ บทดีๆ อะไรดีๆกว่าการเป็นางพยาตัวร้ายในการแสดงเวทีตามสวนสนุกเนี่ย แถมเป็แต่ตัวร้ายด้วย”
“กฎหมายไม่ให้เธอทำงานด้วยซ้ำอายุแค่นี้น่ะ ดีเท่าไหร่แล้วที่เขายอมจ้าง ฉันบอกแล้ว ว่ารออีกหน่อย 17ก็จะได้เดินลุยงานหางานให้” ... ผู้จัดการบ่น
“โอเค งั้นหนูเข้าไปเปลี่ยนชุดแล้วจะได้หาอะไรกิน ค่อยกลับบ้านนะ โทรบอกแม่หนูให้ทีสิ”
“เออๆ ไปเหอะ ฉันจะไปส่ง”
“เอ่อ ก่อนกลับแวะห้างก่อนนะคะ”
“นี่หล่อนจะไปเล่นไอ้ซิมูเลเตอร์บ้าบอนั่นอีกแล้ว นี่จะเป็ไอดอลหรือไพลอตหุ่นรบเนี่ย”
........................
ท่าคาร์โก้ของโคโลนีไซด์ 9
“ขอบคุณมากครับคุณลิสบอน” ...นายทหารยศพันเอกนายหนึ่งกับทหารติดตามอีก 4 คนเข้ามาจับมือ
“ยินดีค่ะผู้พัน เอาจริงทางเราต้องขอบคุณมากกว่าที่ไว้ใจทางเราให้ส่งมอบโปรเจคG•I•R•L Type” ... เคท ลิสบอน วิศวกรวัย 34 ของบริษัท Voll industry (ฟอยล์ อินดัสทรี่)ยิ้มขอบคุณกับทางทหาร
“มาครับ เราจะไปส่งคุณขึ้นยานซิกนัสและเอาเ้านี่กับชุดอะไล่ขึ้นรถบรรทุกใหญ่ไป”
“ประกอบยานเสร็จจริงด้วยสินะคะ ถ้าไม่แยกชิ้นมาประกอบที่นี่ มีหวังโดนพวกโคราเชียทำลายทิ้งระหว่างเดินทางมาแน่นอน”
“นั่นสิครับ”
“ว่าแต่ไม่ใหญ่ไปเหรอคะ? รถพวกนี้” ... เคทถาม
“ใหญ่สิครับ แต่เราจะไปทางพิเศษ โปรเจคนี้เป็ความลับ แม้แต่นายกเทศมนตรีของไซด์ 9 ก็มารู้เื่”
“จะไม่เป็ปัญหาเอาเหรอคะ? ผู้พัน” ... เคทกังวลนิดๆพร้อมกับเดินขึ้นรถคันใหญ่ไป
“เพราะงั้นผมถึงต้องมาเองไงครับ คุณลิสบอน”
................................
“ค่ะพ่อ .... โธ่ พ่อคะ หนูใกล้จะสามสิบแล้วนะ ... ค่า ค่า ก็ 28 แล้วนี่...ค่ะ รักพ่อนะคะ ฝากสวัสดีแม่ด้วยนะ ค่ะ .... เอ๋ให้หนูติดไปกับยานรบเหรอ? ไม่เอาค่ะพ่อ ถ้ามีการรบล่ะ หนูไปยานพลเรือนดีกว่า .. ก็จริงค่ะ ยานกองทัพมันปลอดภัยกว่า แต่....ถึงหนูจะเป็ทหารธุรการ แต่...หนูก็รู้สภาพการรบนะ เราแพ้โคราเชียมาตลอดเลยนี่ ค่ะ ค่ะ ค่ะๆๆ ได้ค่ะ แค่นี้นะคะ”
พันตรี จูลลี่ แมกไกว์ อายุ 28นายทหารหญิงเพิ่งวางหูจากสายของครอบครัว เป็นายทหารที่มีคนในครอบครัวเส้นสายคนใหญ่โตในกองทัพมากมายรวมทั้งคนใหญ่คนโตทางการเมืองจึงพยามดันไม่ให้ไปสู้การรบแนวหน้า และทำงานเอกสารอยู่แนวหลังโดยเติบโตเงียบ แม้จะเป็ยศที่โตมาด้วยการไร้อำนาจในสายบังคับบัญชาใดๆแต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะครอบครัวเธอเตรียมปูทางที่จะให้เธอมีบทบาททางสังคมเช่นพี่น้องคนอื่นๆไว้แล้ว
นายทหารหญิงที่ไม่ได้จบโรงเรียนนายร้อยหญิง แต่โตได้ไวเพราะเส้นสาย
เธอสตาร์ทรถขับไปยังที่ที่พ่อบอก
...........................
เ้าหน้าที่เรียกรถบรรทุกคันใหญ่จอด
“ขอตรวจหน่อยครับ ข้างหลังเป็อะไร ทำไมเอารถใหญ่มาวิ่งทางนี้”
“นี่เป็ขนเสียงงานอบรมวิชาการของนักวิทยาศาสตร์ของที่นี่ครับ”... จ่าโทพลขับชะเง้อลงมาจากรถคันใหญ่
จ่าโทหันมามองหน้าผู้พัน
“เอ่อ ให้เราผ่านไปหน่อยนะ” ...พันเอกออกตัวเอง
“คงจะไม่ได้ครับ” ... เ้าหน้าที่พจบก็ชักปืนกลมือมายิงใส่พลขับ
“บัดซบ!!” ... พันเอกชักปืนพกมายิงสู้
ปัง ปัง
เ้าหน้าที่คายคาที่
“เกิดอะไรขึ้นคะผู้พัน?” … เคทโผล่หน้ามาจากตู้ด้านหลัง
“พวกมันรู้ตัวแล้ว มันแฝงตัวปะปนเข้ามาที่นี่เรียบร้อย เราไว้ใจใครไม่ได้อีกแล้ว แจ้งยานซิกนัส เตรียมพร้อมออกตัวอีก 10นาทีหากเราไม่กลับไปให้บินออกจากที่นี่” ... ผู้พันวอสั่งทหารนายอื่น
“รับทราบ” ...ทหารรีบแจ้งยานตามที่สั่ง
ผู้พันมาขับรถเอง วิ่งฝ่าด่านทุกด่านจนเกิดโลหาหล
เคทชะเง้อไปด้านหลังรถ
“พวกมันขับรถทหารตามมาด้วย ไม่รู้มันเตรียมมาจากไหน คุณวิศวกรหลบเข้าข้า......”
ปัง
เืพุ่งกระจายผ่านหน้าเคทไป
“อ๊า!!”
เคทร้องด้วยความใ รีบหลบเข้าในตัวรถ เธอรีบวิ่งไปเปิดแทบเลตข้อมูลที่เชื่อมต่อหุ่น เธออาจจะต้องเอามันหนี แต่ถ้าลงทะเบียนยืนยันตัวตนคนขับเธอจะกลายเป็คนขับถาวรของมัน นั่นไม่ใช่เื่ที่ควรทำแน่ ดังนั้นเตรียมลบข้อมูลและทำลายระบบภายในทั้งหมด อย่างดีถ้ามันยึดไปได้ก็เอาไปได้แค่เกราะของหุ่นรุ่นใหม่นี้
เคทร้อนรนเพราะด้านนอกมีเสียงยิงกันสนั่นขณะที่รถวิ่งไปด้วย
“เหวอ!!” ...เคทร้องด้วยความตระหนก เธอหงายกลิ้ง รถเลี้ยวออขวาและเหมือนจะลงเนินต่างระดับ
ตึง!
เสียงกระแทกแรงก่อนจะวิ่งต่อ เคทเปิดประตูเชื่อไปยังห้องคนขับ
“ผู้พันคะเราจะไปไหน ก็ทา.....ว๊าย!!”
กระจกมีรู ผู้พันตายแล้วคอพันคร่อมพวงมาลัยบนคอนโซลรถ
ไม่ทันแล้วที่เคทจะไปคว้าไว้ มันเข้าที่ลานกว้างของห้าง รถคันขนาดใหญ่พอจะบรรทุกหุ่นขนาด 12-13เมตรได้พุ่งเข้ามา
เคทเหยียบเบรกไว้
“เคที่ เคที่เธอจะมาตายที่นี่ไม่ได้น๊า!!” ... เคทบ่นะโกับตัวเอง รถเบรกทันพอดี
ผู้คนวิ่งหนีกันกระเจิง ไม่ใช่แค่เพราะรถ แต่เพราะมีบางอย่างกำลังวิ่งมาทางนี้
ตึง ตึง ตึง ตึง
เคทหันไปพบว่า Tuve (ทูฟ) หุ่นรบพื้นฐานหลักของโคราเชียกำลังวิ่งมา 3 ตัว ในมือมีซับแมชชีนกัน 2 ตัว อีกตัวดาบความร้อน
ผู้คนร้องแตกตื่น มีหุ่นรบวิ่งติดอาวุธในโคโลนี แสดงว่าาเกิดในโคโลนีแล้ว
เสียงตูมสนั่นเกิดขึ้นไม่ไกลจากจุดนัดที่เป็ท่าคาร์โก้ ไฟลุกโหมจนเห็นได้ชัด
ปังๆๆๆๆๆๆ
พวกสปายของโคราเชียยิงทหารคุ้มกันตายหมด
“นั่นวิศวกร จับเป็” ... พวกสปายะโบอกต่อๆ กัน
ปังๆๆๆๆๆๆๆ
เสียงะุจากด้านข้างดังขึ้น พวกสปายที่ชะล่าใจวิ่งมาในที่โล่งพากันโดนยิงตาย เหลือแค่ 1 คนที่หลบหลังรถที่พลิกคว่ำอยู่
เคทหันไป พบว่าหลังเสาของห้างมีผู้หญิงถือปืนทหารที่ตายแล้วยิงสู้ เธอยิงกดเป็ระยะ แล้วย้ายที่กำบัง จากนั้นโดนะเิมือไปแถวๆ รถ สปายรีบโดนออกมาหมอบ
ตูม!
สะเก็ดะเิทำเอาเศษปูนและหินอ่อนของพื้นที่หน้าห้างกระจาย สปายเงยหน้ามาผู้หญิงคนนั้นเอามือย่อยิงระยะเมตรครึ่ง
ปังๆๆๆๆๆ
ตายสนิทเอคนนั้นล้วงของจากสปายที่ตายแล้วเอาอาวุธกับะุมา
“เป็อะไรมั้ยคะ?”
เคทแทบไม่อยากเชื่อสายตา
“เด็ก?”
นั่นคือคำที่อุทานออกมา
เด็กสาวอุย ราว 15 สะพายปืนหน้าตาเปื้อนผงเสษหินปูน
“เธอ...ทำไม....”
“อ้อ หนูพ่อหนูเป้นทหารเก่าแม่เป็...เอ่อ...คน..คนเล่นปืนผาหน้าไม้น่ะค่ะ พวกเขาสอนหนูมาเยอะ” … เด็กสาวตอบ
“อ..อื้ม..แจ๋ว..แต่..เธอ...ยิงไม่ลังเลเลย ไม่กลัวเหรอ?”...เคทถาม
“ตอน 13 เคยทำปืนลั่นค่ะ .... มีคนตาย แต่เพราะเป็เยาวชน หนูไม่ได้เรียนต่อที่โลก ต้องมาเรียนที่ไซด์ 9 ที่ห่างไกลนี่”
ตึง ....ตึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
วี้.......
เสียงหุ่นรบขนาด 12 เมตรยิงถล่มกันในเมือง ตอนนี้ย่านศูนย์การค้านี้แทบไม่เหลือสภาพเดิมแล้ว
หุ่นวาสเชอร์ของทัพสหพันธมิตรกำลังสู้กับทูฟ แต่ดูเหมือนจะเสียเปรียบ
“เธอ...ขับหุ่นเป็มั้ย?” ... เคทถาม
“โคตรชอบเลยค่ะ ทำไมคะ?”
เคทเรียกกเธอให้ขึ้นรถมา
“เข้าไปในคอคพิธเ้านี่”
“อะไรนะคะ?”
“เร็วเข้าไม่มีเวลาแล้ว ฉันต่อสู้ไม่เป็ ขับหุ่นก็แค่พอเดินได้หยิบจับของได้ ต้องพึ่งเธอแล้ว ตอนนี้นายทหารพากันตาย จุดนัดพบก็โดนโจมตี มีโอกาสที่ไพลอตอาจจะตายไปแล้ว”
“ค่ะ”
เด็กสาวเข้าใจอะไรในทันที เธอเข้าที่นั่งเบาะ
“กดตามที่ฉันบอก”
เด็กสาวทำตาม เบาะเลื่อนลงไปในส่วนบนของทรวงอก
เด็กสาวมองเงยขึ้นไป
“นี่มันหน้าคนนี่คะ นี่หุ่นจริงๆ เหรอ?”
“เออสิ ตอนนี้มีลำแสดงสแกนตัวเธอรึยัง?”
“มีแล้วค่ะ”
ดี มันตั้งค่าลงทะเบียนตัวเธอ ทันทีที่เซทเสร็จมันจะทำงานได้ มันเป็ของเธอแล้ว เธอ เอ่อ....”
“อิงฟ้าค่ะ อิงฟ้า นากาอิ”
“อิงฟ้า ... เธอคอลโซลในคอกพทแบบพาโนรามิคได้มั้ย?”
ไฟในคอกทสว่างขึ้น ออกซิเจนทำงาน อิงฟ้าไม่เคยเห็นคอกพิทแบบจำลองภาพเป็โดมทรงกลมรอบทิศแบบนี้มาก่อน
97’
ครืดดดดดดดด
ฟี้......
ดาบความร้อนสูงผ่าหลังคาครอบที่บรรทุกมาแล้ว
“คุณวิศวกรหลบไปไกลๆ ก่อน”
ไม่ต้องบอกเคทวิ่งหนีออกนอกตัวรถทั้งแต่หลังคาดังตึงแล้ว
“ไวแฮะ...” ... อิงฟ้ามองเคทที่โดยแนบออกไป
วู้ม...เสียงบนหน้าจอดังขึ้น
G•I•R•L
Generation
Industry
Robotic
Last
“เกิร์ล.....หุ่นเกิร์ลไทป์?” ... อิงฟ้ามองหน้าจอ
“ฮ่ะฮ่า เจอแล้ว เ้าของใหม่ นี่เหรอ หน้าตาแบบนี้รบได้เหรอวะ หุ่นไอดอลสาวน้อยเหรอไง? ฮ่าๆๆๆๆ” ...ไพลอตของทูฟที่ถือดาบความร้อนพูดออกมาผ่านเครื่องกระจายเสียงของหุ่น
แล้วแทงดาบลงมาผ่าั้แ่หน้ายันกลางอก
ฟี้.....ครืดด.ด.ด.ด.ด.
“เชี่ยแล้วไง สาดดดด!!” .... อิงฟ้าะโลั่น แรงสั่นจากการลากดาบความร้อนสะเทีบนจนรู้สึกได้
“เฮ้ยอะไรวะ?!” ...ไพลอตของทูฟที่ถือดาบความร้อนอุทานลั่น
“เฮ้ย ทางนี้จัดการวาสเชอร์ไปได้ 4แล้วนะ หมูมาก แล้วแกยังทำลายได้ตัวที่นอนนิ่งๆ ไม่ได้เนี่ยะ?” ... ไพลอตของทูฟที่ถือซับแมชชีนกันบ่น
“มันฟันอีนี่ไม่เข้าเว้ย?!” ...ไพลอตของทูฟที่ถือดาบความร้อนะโ
“ฮีทเซเบอร์เนี่ยนะ?” ... ไพลอตของทูฟที่ถือซับแมชชีนกันถึงกับงง
“เอาไงแบกมันกลับไปเลยมั้ย?”....
วิ้ง....
<ยืนยันตัวตน อิงฟ้า นากาอิ คุณคือไพลอตของฉัน เจมินี>
“พูดกับไพลอตได้ด้วยเว้ย เอาล่ะ ลุยล่ะนะ!!” ... อิงฟ้าเอาคืนแล้ว
มือซ้ายเจมินี่คว้ามือที่ถือฮีทเซเบอร์ของทูฟไว้
ทูฟใรีบกระชากมือกลับ แต่กลับไม่ขยับเลย
“บ้าเอ้ย กำลังอะไรของมันวะ?! ขยับสิเว้ย” ...ไพลอตทูฟเริ่มลนลาน
อิงฟ้าขยับมือเจมินี่กระชากลงมาแล้วเอามือขวาชกสวนเข้าคอกพิท
กร้วมมมมม
หมัดทะลุบี้เข้าคอกพิท พอกระชากมือออกมามีทั้งเศษเครื่องยนต์และเนื้อคนติดมือมา
“เชี่ย.ย.ย.ย.ย. พลังอะไรวะ?...เกราะก็โคตรแข็ง” ... อิงฟ้าไม่รอช้าขยับยืนขึ้น
“บอกเลยว่าขอเอาคืนที่พวกแกมาถล่มห้างโปรดของฉันแน่นอนไอ้พวกเวร จะขยี้ให้เละคาคอกพิททุกตัวเลย” ...อิงฟ้าะโผ่านเครื่องกระจายเสียงของหุ่น
“พวกแกเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนมั้ย?” ... เอคิจิยืนอึ้งมองภาพที่เห็น
“ม .. ม ..ไม่เคยว่ะเพื่อน” ...จิมมี่ก็ตาค้าง
“ดาบพลังงานความร้อนหั่นไม่มีริ้วรอยเลย... งั้นปืนกลมือนั่นก็ยิงแม่สาวตัวแดงนี่ไม่ระคายแล้ว” ...เอคิจิยืนอึ้งไปออกความเห็นไป
“เฮ้ย มาช่วยทางนี้ก่อน มีทหารยังไม่ตาย” ... แมกซ์ตะโดนเรียกพวก พวกเขารีบมาช่วยกันแบกลากทหารนายนี้ไปที่ปลอดภัยกว่านี้
“พวกเธอน่ะ ... พาเขาขึ้นมา”
เคทหารถแถวนี้ได้ กำลังจะขับจากไป พบว่ามีพลเรือนหนุ่ม 3คนกำลังช่วยชีวิตทหารที่มากับเธอก่อนหน้านี้ เลยวกรถมารับ จากนั้นพากันขึ้นหลังกะบะ แล้วออกรถทันที
“เราจะไปไหนครับ?” ... แมกซ์ะโถาม
“ยานชั้นซิกนัส” ... เคทะโตอบ