บทที่ 6 ถือกำเนิด
หลังจากนั้นไม่นานจันจิราก็พบว่ารอบตัวของเธอกลายเป็สีขาวอีกครั้ง ก่อนที่ทุกอย่างเบื้องหน้าจะค่อยๆปรากฏภาพจนชัดเจนขึ้น ภาพผู้คนมากมายในชุดจีนโบราณเดินกันไปมาทำให้จันจิราอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ นี่เธอยังอยู่ในยุคจีนโบราณอยู่หรือนี่ ข้างกายปรากฏชายชราคนเดิม
ผู้นำดวงิญญา ที่ถูกทำโทษมาพร้อมๆกับเธอเมื่อครู่นั่นเองหากแต่เวลานี้ใบหน้าของชายชุดขาวมีหนวดเคราสีขาวผมสีขาวบ่งบอกถึงความผ่อนคลายมากกว่าเมื่อครู่อยู่มากทีเดียว แน่ละสิเขาโดนโทษเพียงเล็กน้อยจะต้องทุกข์ร้อนอะไรกัน เธอนี่สิโดนจัดหนักเลยทีเดียว
“ที่นี่คือที่ไหนกันเ้าคะ”
แม้จะยังโกรธเคืองอยู่ในใจไม่น้อยแต่จันจิราก็ยังคงปรับน้ำเสียงให้ปกติ และพยายามปรับคำพูดของตนให้สอดคล้องกับสถานการณ์โดยรอบ ออกจะติดขัดไปบ้างแต่ก็ไม่ยากลำบากนัก
“ที่นี่คือเมืองหนิงอัน”
เมืองหนิงอัน เอ่อ...มันมีชื่อเมืองนี้อยู่ส่วนไหนของโลกกันนี่ จันจิราได้แต่ถอนหายใจยาวแล้วพยักหน้ารับอย่างขอไปที ผู้นำดวงิญญาชี้นิ้วไปที่หญิงท้องแก่ผู้หนึ่ง ใบหน้าของนางงดงามราวภาพวาด ผิวพรรณขาวนวลเปล่งประกายคล้ายไข่มุก ดวงหน้ากลม คิ้วโกงรับกับดวงตาที่ค่อนข้างดุ จมูกโด่งแต่พองาม ริมฝีปากบางสีชมพูราวผลอิงเถา ช่างงดงามหาที่ติไม่ได้จริงๆ.
“นางชื่อต้วนอวี้หลินเป็บุตรีคนโตของสกุลต้วน ภรรยาเอกของเสนาบดีหลิวหนิงเต๋อ คุณสมบัติดีและเหมาะสมที่สุด เ้าจงไปจุติในครรภ์ของนางเถิด”
จันจิราเบิกตากว้าง หากให้เธอเกิดในครรภ์สตรีผู้นี้ไม่บอกก็รู้ว่าเธอจะต้องเป็สาวงามอันดับหนึ่งของหนิงอันอย่างแน่นอน ที่สำคัญเป็บุตรีของเสนาบดีย่อมไม่ยากจนมีกินมีใช้สุขสบายแน่ๆ
“ข้าจะส่งิญญาของเ้าไปเกิดในครรภ์ของนางพร้อมหรือไม่”
จันจิราไม่ได้เอ่ยสิ่งใดเพียงยกยิ้มอย่างพอใจระคนตื่นเต้นแล้วพยักหน้ารับ ผู้นำดวงิญญาร่ายเวทย์รวมจิติญญาของจันจิรา จากร่างโปร่งใสแปลเปลี่ยนเป็ดวงจิตกลมเปล่งประกายสีขาวนวลตา ผู้นำดวงิญญาร่ายเวทย์อีกครั้งแล้วส่งดวงจิตของจันจิราไปที่ร่างของต้วนอวี้หลิน
“ฮูหยินระวังเ้าค่ะ”
เสียงสาวใช้ข้างกายต้วนอวี้หลินเอ่ยอย่างใ เมื่อมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งวิ่งมาชนร่างของต้วนอวี้หลิน นางเซถลาไปชนกับสาวใช้ด้านหลังจนเกือบจะหงายหลัง ผู้นำดวงิญญาเบิกตากว้างกับสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า
“แย่แล้ว!!!”
ผู้นำดวงิญญาพยายามร่ายเวทย์เพื่อดึงดวงจิตของจันจิรากลับมา หากแต่กลับไม่ทันการเสียแล้วดวงจิตของจันจิราที่ถูกส่งออกไปนั้นเดิมทีเป้าหมายคือครรภ์ของต้วนอวี้หลิน หากแต่เพราะนางโดนเด็กหนุ่มชนจนเสียหลักทำให้ดวงจิตของจันจิราพุ่งตรงไปที่ร่างของขอทานหญิงผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ริมทางเดิน
“อั๊ยหยา!!!!...ข้าจะทำเช่นไรดี”
ผู้นำดวงิญญาตีอกชกลมอย่างหัวเสียงานนี้เขาต้องตายแน่ๆ ชั่วชีวิตนี้คงไม่สามารถเลื่อนขั้นเป็เทพชั้นสูงได้อีกแล้ว ดีไม่ดีอาจโดนลงทัณฑ์ให้ไปเกิดเป็สัตว์โลกอีกด้วย
“ไม่ได้ๆๆข้าจะต้องเก็บเื่นี้เป็ความลับ”
5 ปีต่อมา ท่ามกลางแสงจันทร์วันเพ็ญปรากฏร่างของเด็กน้อยหน้าตามอมแมมคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ริมแม่น้ำเล็กๆ เนื้อตัวของนางเปอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นผง สองมือเล็กๆถอดชุดสกปรกมอมแมนของตนเองออกพับวางเคียงข้างกับชามเก่าๆใบหนึ่ง สองขาป้อมก้าวลงแม่น้ำสายเล็กๆที่มีระดับน้ำเพียงเข่าก่อนทิ้งตัวลงแช่น้ำอย่างเหนื่อยล้า ดวงตาหวานหม่นหมองอย่างชัดเจน
“เย่วเอ๋อร์”
เสียงแหบพร่าดังมาจากทางด้านหลังเด็กน้อยวัยห้าขวบหันไปตามเสียงเรียกนั้น ใบหน้ากลมป้อมมอมแมมปรากฏดวงตาขุ่นเคืองชัดเจน
“ตาเฒ่า!!! มาหาข้ามีอะไรอีก”
“อ่า...เย่วเอ๋อร์ เ้ายังไม่หายโกรธข้าอีกหรือไรกัน”
“หึ!!! หายโกรธอย่างนั้นหรือ ที่ข้าต้องมาเกิดเป็ขอทานแทนคุณหนูผู้งดงาม ความผิดเช่นนี้ให้ข้าหายโกรธท่านง่ายๆเช่นนั้นหรือ”
ใบหน้ากลมของเด็กน้อยยังคงปรากฏร่องรอยของความไม่พอใจอย่างเด่นชัด เป็เพราะความผิดพลาดของผู้นำดวงิญญาผู้นี้ชีวิตของนางถึงวุ่นวายไม่มีที่สิ้นสุด เดิมทีมารดาของนางไม่ควรตั้งครรภ์ก็ตั้งครรภ์แต่สุดท้ายก็ตายจากไปตอนนางได้สามขวบ ชีวิตขอทานน้อยไร้ที่พึ่งเช่นนั้นคงตายตามมารดาไปแล้วหากตาเฒ่านี่ไม่คืนความทรงจำให้แก่นาง ด้วยความสามารถของนางในอดีตแม้ร่างกายจะยังเป็เพียงเด็กสามขวบก็พอดิ้นรนเอาตัวรอดมาได้ หากแต่ก็ยังคงไม่พ้นการใช้ชีวิตแบบขอทานอยู่ดี
“อ่า...ข้าก็คืนความทรงจำให้เ้าแล้วอย่างไรเล่า”
“อย่างนั้นรึ!! ข้าควรคุกเข่าขอบคุณท่านหรือไม่”
ผู้นำดวงิญญาถอนหายใจยาว เขาเองก็รู้สึกผิดกับเื่นี้ไม่น้อย เดิมทีมารดาของนางไม่ควรตั้งครรภ์หากแต่เพราะเขาส่งดวงจิตของนางเข้าไปในร่างของมารดานางสุดท้ายนางจึงตั้งครรภ์โดยไร้บิดาของเด็กในท้อง ด้วยร่างกายที่อ่อนแอหลังคลอดนางมาเพียงสามปีมารดาของนางก็หมดอายุขัยไป เขาจึงจำต้องคืนความจำให้แก่นางเพราะหากนางตายไปแล้วดวงิญญาเข้าสู่ระบบวัฎจักรสังขานอีกครั้ง ความผิดของเขาครั้งนี้คงถูกเปิดเผยและ์คงไม่ให้อภัยเป็แน่
“เ้าก็อดทนอีกหน่อยข้ากำลังหาทางช่วยเ้าอยู่อย่างไรเล่า”
จันจิราที่ตอนนี้มีนามว่าเย่เอ๋อร์ถอนหายใจยาวก่อนหันมาตั้งหน้าตั้งตาอาบน้ำล้างคราบสกปรกที่ติดตัว ทุกเช้านางต้องไปหาขี้เถ้ามาทาตามเนื้อตัวเพื่อให้ดูมอมแมมน่าสงสารเดินทางไปนั่งที่หน้าศาลเ้าแล้วขอทานประทังชีวิต แม้ที่ศาลเ้าจะมีผู้คนสัญจรไม่มากหากแต่ก็ดีกว่าไปนั่งในตัวเมืองที่มีขอทานเกเรมากมายคอยรังแกขอทานที่อ่อนแอกว่า ที่สำคัญหากวันไหนมีคนมาไหว้เ้าที่ศาลนางก็จะได้กินของดีๆไปด้วย ชีวิตสองปีที่ผ่านมาของนางจึงรอดมาได้
หลังจัดการทำความสะอาดร่างกายเสร็จร่างเล็กก็หันไปหยิบชุดสะอาดอีกตัวมาสวมใส่พร้อมหอบหิ้วชุดทำงานมอมแมมและอุปกรณ์ของนางไปด้วย แน่นอนที่นอนของนางก็คือหลังศาลเ้าเช่นกัน ด้วยความที่เป็เด็กตัวเล็กๆผู้ดูแลศาลเ้าจึงทำห้องลับเล็กๆหลังศาลเ้าให้นางได้ใช้หลบลมหลบฝน ร่างเล็กทิ้งตัวลงบนฟูกเก่าๆที่นางไปเก็บมาจากกองขยะนำไปซักแล้วจัดการซ่อมแซมจนสามารถนำมาใช้นอนได้ดวงตาคมดุปิดลงอย่างอ่อนล้าเพื่อรอเริ่มต้นใหม่ในวันพรุ่งนี้
....................................................................................................................................