ลิขิตรักแม่เรือพ่วง

    37ฝูอันอยู่ไหน?

    ผู้หญิงในภาพวาดยิ้มจางๆ ราวกับเห็นด้วยกับคำพูดของโจวเถาเถา

    "นางเป็นเจ้านายคนสุดท้ายของข้า หลิวเสี่ยวถงไม่อยู่ในโลกนี้แล้ว"

    กระหล่ำน้อยถอนหายใจ

    โจวเถาเถาพยักหน้า ตามที่เจ้ากระหล่ำน้อยพูดเอาไว้เห็นได้ว่าเจ้าของคนสุดท้ายน่าจะอยู่มาเป็นพันปีแล้ว

    ไม่น่าแปลกใจที่นางจะไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว

    “อย่างไรก็ตาม ข้าขอเตือนท่านว่าอย่าได้บอกผู้อื่นถึงมิติลับของท่าน มิฉะนั้นแล้วชีวิตท่านอาจจะจบลงอย่างน่าสมเพชเหมือนกับนายเก่าของข้าผู้นี้” กระหล่ำถอนหายใจ โจวเถาเถามองด้วยความงุนงง

    “ทำไมเล่า? ”

    “หลังจากที่นางเปิดเผยเรื่องมติลับนี้กับสามีนางก็ถูกฆ่าตาย แม้แต่คนที่ใกล้ชิดกับท่านที่สุดก็จำต้องรักษาความลับนี้เอาไว้ให้ดี”

    โจวเถาเถานิ่งเงียบนางรู้สึกสับสน สิ่งนี้จะนำพาความโลภของผู้คนมาอย่างง่ายดาย เมื่อมองดูที่ดินและกระท่อมที่สวยงามเหล่านี้แล้ว อารมณ์ของหญิงสาวก็ดีขึ้น นางสามารถซ่อนอะไรก็ได้ในพื้นที่นี้ อีกทั้งไร่นาในมิตินี้ยังเพาะปลูกได้ผลดีอีกด้วย นางกับลูกชายคงไม่ต้องทนหิวอีกต่อไปแล้ว

    หากเมื่อคิดถึงพ่อหวังที่ป่วยหนักนอนอยู่บนเตียง โจวเถาเถาหยิบขวดที่พบเจอในกระท่อม นางไปที่น้ำพุเพื่อตักน้ำใส่ขวด เหมือนที่เสี่ยวไป๋พูดเอาไว้ น้ำจะเย็นลงทันทีเมื่อนางตักออกมา หลังจากบอกลาเสี่ยวไป๋แล้ว โจวเถาเถาก็ออกมาจากพื้นที่นั้น

    เวลานี้ข้างนอกมืดลงแล้ว แสงจันทร์ที่เยือกเย็นส่องผ่านกิ่งก้านและใบไม้เข้าไปในบ้านเป็นประกายสีเงินระยิบระยับ

    โจวเถาเถาหยุดยืนคิดถึงเรื่องราวเมื่อครู่ ความรู้สึกของนางดูราวกับเป็นความฝันตื่นหนึ่ง

    ครึ่งเดือนต่อมา หญิงสาวนำน้ำพุแห่งจิตวิญญานไปส่งให้พ่อหวังดื่มทุกวัน เพื่อกันไม่ให้ผู้อื่นสงสัยนางจึงได้จึ้นภูเขาเก็บสมุนไพรนำมาแช่ไว้ในน้ำวิเศษนั่น

    โจวเถาเถาบอกพ่อหวังว่านางได้ตำรับยามาจากหมอชราผู้หนึ่ง ถ้าดื่มน้ำนี้แล้วจะหายจากโรคภัยไข้เจ็บ

    นางไม่ได้บอกถึงพื้นที่ลี้ลับหรือน้ำพุแห่งจิตวิญญาณแต่อย่างใด หญิงสาวคิดว่าครอบครัวที่เรียบง่ายแบบนี้ควรจะรู้เรื่องนี้ให้น้อยลงจะเป็นการปลอดภัยกว่า

    พ่อหวังนั่งคิดสักพัก แต่เมื่อเขาพูดขึ้นมาน้ำเสียงแหบแห้งก็มีวี่แววตื่นเต้นเต็มไปด้วยความหวัง

    “ตกลง พ่อจะดื่ม”

    นางหลิวผู้มารดาอุ้มเสี่ยวหงเอ๋ออยู่ในขณะนั้นถึงกับร้องไห้ด้วยความยินดี

    คืนนั้นพ่อหวังก็ไอน้อยลง นอนได้มากขึ้นเสมหะในลำคอก็หายไปในเช้าวันรุ่งขึ้น

    โจวเถาเถาดีใจเมื่อรู้ข่าว น้ำพุแห่งจิตวิญญาณได้ผลตามที่นางคาดเอาไว้ หวังต้าซานเองก็ไม่ได้มาก่อเรื่องอีกแต่อย่างใด พ่อหวังเสียใจที่ทำให้ลูกสาวเดือดร้อนเขาอยากมาขอโทษนางถึงบ้าน แต่โจวเถาเถากลับรั้งเขาไว้ หลังจากดื่มน้ำพุนั้นหลายวันติดๆ กันอาการเจ็บไข้ได้ป่วยของพ่อหวังที่เรื้อรังมานานหลายปีก็เริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเขาไม่เจ็บไข้ได้ป่วยเหมือนเมื่อก่อนแล้วเขาก็อารมณ์ดีขึ้นมากในทุกวันนี้ ส่วนโจวเถาเถากับลูกชายดื่มน้ำพุทุกๆ เช้าไม่นานนักร่างกายของหญิงสาวก็ดีขึ้นมาก นางไม่ได้ดูน่าเกลียดอีกต่อไปแล้ว หากยังดูสวยงามขึ้นอีกด้วย

    เมื่อทุกอย่างเริ่มดีขึ้นก็มีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนที่หน้าประตู วันนี้ก่อนรุ่งสาง นางหลี่รีบวิ่งไปมาอย่างโกรธแค้น มองไปรอบๆ ไม่เห็นร่างของฝูอัน เมื่อเห็นโจวเถาเถานางจึงตะโกนขึ้นมาว่า “ฝูอันอยู่ไหน? ”

    หญิงสาวถึงกับผงะไป “ไม่ได้อยู่ที่นี่”

    นางหลี่ไม่เชื่อ” เจ้าซ่อนเขาไว้ที่ไหน? ”

    “ป้าหลี่…เจ้าพูดอะไรกัน? คนตัวใหญ่อย่างฝูอันข้าจะซ่อนไว้ได้อย่างไร? ” นางตอบตรงไปตรงมา

    “นี่..นี่เจ้า.” นางหลี่ถึงกับพูดไม่ออกด้วยความโกรธ สตรีน่าตายผู้นี้เคยเป็นหญิงโง่เขลามาก่อนหากตอนนี้กลับมีฝีปากที่คมกล้าเยี่ยงนี้ ช่างน่าโมโหเสียจริง

    “ข้าไม่อยากเสียเวลาพูดกับเจ้า ข้าจะเข้าไปหาฝูอันเอง "

    นางหลี่ยกเท้าขึ้นทำท่าจะเดินเข้าไปในบ้านโจวเถาเถา

    หากโจวเถาเถาจะปล่อยนางเข้าไปได้อย่างไร? นางรีบปิดปประตูใสหน้านางหลี่ทันที นางหลี่โกรธจัด “เปิดประตูนะ”

    โจวเถาเถาหัวเราะ “นี่บ้านของข้า ถ้าอยากกลับบ้านเจ้าก็หันหลังเดินตรงไปข้างหน้าสิ”

    “เจ้าแอบซ่อนอะไรไว้หรือ? ถึงไม่กล้าให้ข้าเข้าไปค้นหาคน!!”

    หญิงสาวถึงกับกระตุกมุมปาก “ต่อให้ไปเรียกแม่ทัพนายกองมาจากไหนข้าก็ไม่ให้เข้า”

    “นังแม่ม่าย..วันนี้ข้าจะเข้าไปให้ได้..คอยดูเถอะ”

    “น่าเสียดายยิ่งนัก..วันนี้ต่อให้ข้าตายตรงนี้..หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ให้เจ้าเข้าบ้านข้า!!” โจวเถาเถายังยืนขวางประตูอยู่ไม่ให้นางหลี่เข้ามา

    ใบหน้าของนางหลี่บิดเบี้ยวจนไม่น่าดู

    “เอาล่ะ..ดี ดีมาก” โจวเถาเถาไม่ได้กลัวเกรงนาง เห็นได้ว่าหญิงสาวไม่ได้อยากเป็นสะใภ้ของนางหลี่เลย

    คราวนี้นางหลี่เลยตะโกนเสียงดังว่า

    “ฝูอัน..ฝูอัน!!เจ้าตายแล้วหรือไง?? รีบออกมาเลยนะ ถ้าเจ้าไม่ออกมาอย่าได้คิดว่าจะเข้าบ้านหลี่อีก!!”

    ด้วยเสียงอันดังนี้ ไม่ได้แค่เรียกฝูอันเท่านั้นหากยังจงใจเรียกชาวบ้านออกมามุงดูด้วย ถึงบ้านนางจะอยู่ห่างไกลจากผู้อื่นมากนัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไร้ผู้คน เมื่อนางหลี่เห็นคนกำลังเดินเข้ามาอย่างสนใจ นางรีบพูดพล่ามบ่นด่าขึ้นมาอีก

    “นังม่ายหวังผู้นี้ล่อลวงฝูอันลูกชายผู้โง่เขลาของข้า ตอนนี้นางปกปิดความผิด ไม่ยอมให้ข้าเข้าไปหาลูกชาย!!”

    ตอนนี้เมื่อผู้คนได้เห็นหวังเสี่ยเตี๋ยชัดๆ อดคิดในใจพร้อมกันไม่ได้ว่า “เป็นไปไม่ได้” พักนี้โจวเถาเถาออกจากบ้านแต่เช้ากลับบ้านค่ำมืดเกือบทุกวัน ไม่ค่อยได้เดินไปเที่ยวเล่นรอบๆ หมู่บ้าน ผู้คนจึงไม่ค่อยได้เห็นหน้านางมากนัก แต่ตอนนี้เมื่อมองดูนางชัดทั้งสองลูกตาแล้วทุกคนก็พากันประหลาดใจ รูปร่างหน้าตาของนางเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผิวของนางขาวผ่อง หน้ามีเลือดฝาดดูอิ่มเอิบ กลายเป็นสาวงามที่มีเสน่ห์ไม่น้อย นี่ไม่ใช่ตัวประหลาดที่อ้วนพองหน้าเป็นสิวเขรอะเมื่อก่อนหรอกหรือ โจวเถาเถารู้ว่านางเปลี่ยนไปจากสายตาของชาวบ้านที่มองนาง “นั่น..นั่นเป็นแม่ม่ายหวังหรอกหรือ? ”

    “ข้าไม่ได้ตาฝาดไปนะ”

    “ม่ายหวังจะไปสวยเกินคนงามของหมู่บ้านได้อย่างไรกัน? ”

    “โอ้ว…นี่ข้าคงยังหลับไม่ตื่นอยู่ละสิ ถึงได้เห็นม่ายหวังเป็นคนงามขนาดนี้”

    ทุกคนพากันพูด และพูดต่อๆ กันไม่หยุด จนสิ่งที่พูดราวกับดาบแหลมคมที่พุ่งเข้าสู่หัวใจของนาง หญิงสาวไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า คำพูดจาชมเชยจะทำร้ายคนได้เช่นกัน หลังจากที่ชาวบ้านพากันชมโจวเถาเถา นางหลี่ก็ได้สติเขม้นมองผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าอย่างชัดๆ นางแทบไม่อยากเชื่อสายตาของตนเอง

    นี่..นี่มีอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า? ก่อนหน้านี้นางหลี่ยืนเถียงทะเลาะกับนางอยู่นานแต่ไม่ได้สังเกตเลยสักนิดว่านางเปลี่ยนไปมากแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับสายตาของนางกันแน่นะ ยิ่งคิดนางก็ยิ่งประหลาดใจจนพาลนึกไปว่าม่ายหวังผู้นี้น่าจะหลอกลวงลูกชายของนางอย่างแน่นอน

    ผรร:นางเอกเราสวยขึ้นแล้วนะคะเพื่อนๆ











    คล้ายกับเรื่องลิขิตรักแม่เรือพ่วง ที่คุณอ่าน