และแล้วเย็นวันศุกร์ก็มาถึง หนุ่มสกินเฮดเปลี่ยนจากชุดนักศึกษาชายเป็เสื้อกล้ามกางเกงสามส่วนเนื้อบางสำหรับซ้อมบาสเกตบอลและรองเท้าผ้าใบคู่โปรด
หากแต่เต้ไม่ได้มาซ้อมเพียงลำพัง วันนี้มีดรีม หมิว และแนนมาเป็กองเชียร์เกาะติดอยู่ข้างสนามสมาชิกชมรมบาสฯ คงคิดว่าสามเกลอมาดูการซ้อมตามปกติ แต่อันที่จริงสามเพื่อนซี้มาให้กำลังใจด้วยรู้ดีว่าวันนี้เต้มีภารกิจอันใหญ่หลวงต้องพิชิตให้จงได้ต่างหาก
หลังจากเหล่านักกีฬาฝึกรับส่งลูกกันอยู่พักใหญ่ ร่างสูงเพรียวในชุดเสื้อกาวน์นักกายภาพบำบัดขาวผ่องปรากฏตัวขึ้น
คริสเดินจากทางเข้าโรงยิมเคียงข้างมาพร้อมกับโค้ชชมรมบาสฯ ผู้มีอายุความงดงามของผู้มาเยือนนั้นดึงดูดทุกสายตาราวกับมีมนต์สะกดให้มองตามด้วยความหลงใหลประหนึ่งยอดดอกไม้งามท่ามกลางสวนกว้างขวางก็ไม่ปาน
คริสยังคงวางตัวในบทบาทเ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญน่าเชื่อถือ ให้คำแนะนำทีมงานอย่างฉะฉานพร้อมแจกเอกสารคู่มือให้โค้ชและนักกีฬาอย่างเป็มืออาชีพ
หนุ่มสกินเฮดรอให้คริสทำหน้าที่และสนทนากับผู้ใหญ่เสร็จสรรพ เฝ้ารอจังหวะที่เหมาะสมจึงเข้าหาอีกฝ่ายตัวต่อตัวณ ข้างสนาม
ใบหน้าเรียวสวยนั้นมองมายังเด็กหนุ่มร่างสูงอย่างท้าทายยืนกอดอกอย่างสง่างามรอคอยการมาถึงของเต้อยู่
ร่างกำยำของเด็กหนุ่มนักกีฬายืนประจันหน้าบุคคลที่เขาหลงใหลได้ปลื้มสายตาทั้งสองจับจ้องซึ่งกันและกัน ไม่มีใครหลบตาใครเลยในแววตาสีฟ้าใสเป็ประกายคู่นั้นสะท้อนภาพเด็กหนุ่มเืร้อนอยู่เต็มเปี่ยม ทำให้เต้รู้สึกมีความหวังขึ้นมา
“ว่าไงเด็กน้อย มีอะไรจะพูดกับฉันงั้นรึ?” คริสถามกระเซ้าเย้าแหย่ไม่ใช้คำพูดสุภาพแบบนักวิชาชีพแบบที่คุยกับคนอื่นอีกต่อไป
“มีครับ ผมชื่อเต้ อายุ 19 ปี เป็นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งคณะสังคมศาสตร์ เอกวิชาxxx เป็นักกีฬาบาสเกตบอลของมหาลัยส่วนสูง 187 ซม. น้ำหนัก 75 กก. งานอดิเรกคือบาสฯ เวดเทรนนิ่งและเล่นเกม”
“แล้วยังไงต่อ?”
“ผมชอบคุณครับ คุณคริส” เด็กหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งประกาศ
“ตอนแรกผมเข้าใจว่าเป็แค่ความใคร่เสน่หาอย่างเดียวแต่พอไม่มีคุณอยู่ข้างๆ แล้วกลับทำให้ผมไม่เป็ตัวของตัวเองเพราะผมเอาแต่คิดถึงคุณอยู่ตลอดเวลาจนไม่เป็อันทำอะไรเลย
“ผมรักคุณและอยากสานสัมพันธ์ให้มากกว่านี้ครับ…คุณยังไม่ต้องรู้สึกเหมือนกันกับผมก็ได้แต่อย่างน้อยขอแค่อย่าเพิ่งหายไปจากชีวิตผมก็พอ และผมขอ contact ช่องทางการติดต่อคุณหน่อยจะได้มั้ยครับ”
น้ำเสียงนั้นทั้งหนักแน่นมั่นคงและก้องกังวานได้ยินทั่วทั้งโรงยิม
เหล่าเพื่อนนักกีฬาและโค้ชต่างก็ตกตะลึงพรึงเพริดไปกับเหตุการณ์สารภาพรักของหนุ่มสกินเฮดที่ไม่นึกไม่ฝันว่าจะเกิดขึ้นมาก่อน
ส่วนสามเกลอทั้งดรีมและสองสาวหมิวแนนต่างก็กอดกันแน่นลุ้นระทึกจนตัวโก่งไม่รู้ผลลัพธ์จะออกหัวออกก้อย ต่างก็อยากให้เพื่อนได้เบอร์คนที่แอบชอบกลับไปจริงๆสามสหายเม้มปากแน่นระหว่างรอฟังคำตอบของอีกฝ่ายอย่างใจจดใจจ่อ
ร่างอันสมส่วนในชุดเสื้อกาวน์ส่ายศีรษะขบขันเล็กน้อย
คริสเดินไปหยุดอยู่กลางสนามที่มีสมาชิกชมรมบาสฯ รวมตัวกันอยู่เป็จำนวนมากกลายเป็จุดสนใจของคนรอบข้างยิ่งกว่าเดิม พลางเอ่ยวาจาสุดแสนท้าทาย
“ถ้าเธอกล้าแสดงความรู้สึกต่อหน้าทุกคนที่นี่ ฉันจะลองเก็บไปพิจารณาดู”
“...ย่อมได้ครับ”
สิ้นคำพูดน้้น เต้ก็ย่างเท้าตามไปยังพื้นที่กลางโรงยิมท่ามกลางสายตาจับจ้องจากคนรอบข้างโดยไร้ซึ่งความหวาดหวั่นใดๆดวงตาดำทมิฬจ้องมองเพียงบุคคลตรงหน้าที่เขาตกหลุมรักสุดหัวใจ
ริมฝีปากหนาประกบทาบทับลงกับกลีบปากสีชมพูอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มประคองกอดคนตรงหน้าพร้อมส่งลิ้นเข้าทักทายในโพรงปากอุ่นรอบข้างเงียบสงัดผู้คนล้วนตัวแข็งทื่อ มีเพียงเสียงลูกบาสฯ ร่วงหลุดจากมือเพื่อนร่วมทีมกระเด้งกระดอนลงกับพื้นไปตามทางจนหยุดนิ่งในท้ายที่สุด
ภาพการแลกลิ้นระหว่างเด็กหนุ่มผิวแทนผู้มีร่างกายใหญ่โตกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อกับหนุ่มสวยร่างเพรียวมากเสน่ห์ผู้มีอายุมากกว่าปรากฏแก่สายตาทุกคนอย่างเด่นชัดรสจูบระหว่างทั้งสองนั้นช่างรุนแรงเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็ดูดดื่มราวกับจะกระชากิญญา จนคนรอบข้างมองแล้วก็รู้สึกเสียวสะท้านตามไปด้วย
จุมพิตอันเผ็ดร้อนนั้นดำเนินต่อไปอย่างยาวนานเกินกว่านาทีจนสะโพกบางสั่นเทาส่ายหนีแต่ก็ถูกสองมือหนาตรึงเอาไว้กดแก่นกลางของคริสเข้ากับกลางลำตัวของตนอย่างแแ่ดูแล้วเร้าอารมณ์ยิ่งกว่าหนังอีโรติกเสียอีก
เป็เวลาเนิ่นนานกว่าเด็กหนุ่มจะถอดถอนริมฝีปากออกมาอย่างเชื่องช้าใบหน้าสวยนั้นแดงซ่าน ั์ตาทั้งสองหวานเชื่อมเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ต่างฝ่ายต่างปรับลมหายใจเป็ปกติในเวลาไม่นาน
“ผมทำตามสัญญาแล้ว รบกวนขอ contact คุณด้วยครับ”เด็กหนุ่มหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงส่งให้อีกฝ่าย
“ขอปฏิเสธ”
“ห๊ะ??” เต้เลิ่กลั่กไปต่อไม่ถูก
คริสยังคงกอดอกทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
“นี่ผมก็ทำตามที่คุณบอกทุกอย่างแล้ว จะมากลับคำพูดได้ยังไงกัน”
“ใครบอกจะไม่ให้ไลน์ล่ะ ให้น่ะให้แน่แต่ไม่ใช่ตอนนี้…”
“เอ่อ แล้วตกลงคุณจะให้ผมเมื่อไรล่ะครับ...?”
“ไว้บอกคืนนี้ที่ห้องเธอก็แล้วกัน”
“…”
“ทำไม? เธอไม่ดีใจรึยังไง?”
“ดีใจสิครับ แต่คุณน่ะลูกไม้สารพัดมีอะไรกันเสร็จจะไม่หนีหายจากผมไปไหนอีกใช่มั้ย?”
“ก็ไม่แน่ ถ้าเธอไม่จับตามองฉันคนเดียว ก็อาจจะคลาดกันอีกก็ได้ใครจะไปรู้”ร่างเพรียวผมทองยิ้มยั่ว
“ไม่มีวันซะล่ะ สายตาผมมีไว้มองเฉพาะกับคุณเพียงคนเดียวเท่านั้นจากนี้ไม่ยอมให้หายไปไหนง่ายๆ หรอกครับ” เด็กหนุ่มร่างสูงกำชับเป็มั่นเป็เหมาะ
“ปากกล้าจังนะ ไว้คืนนี้ฉันส่ายสะโพกเป็ id line ให้เธอเดาซะดีมั้ยนะคิกคิกคิก”
“…ไม่รู้ล่ะ ยังไงคืนนี้คุณต้องค้างห้องผมตามที่สัญญาด้วย”
“จ้าๆ ฉันไม่หนีหรอกน่า ไว้ทำงานเสร็จก่อนเย็นนี้ค่อยว่ากัน”
“ครับ แล้วเจอกัน”
เต้ฝากจุมพิตแ่เบาบนริมฝีปากบางก่อนจะผละจากหนุ่มรูปงามออกมาสายตาของโค้ชและเพื่อนร่วมชมรมยังคงนิ่งเงียบงันด้วยความตกตะลึง
ไม่นานทีมกายภาพบำบัดที่เหลือก็ตามมาสมทบ คริสผู้เป็หัวหน้าทยอยเรียกชื่อนักกีฬาแต่ละคนเข้ารับการเช็กสภาพร่างกายและอาการาเ็ตามลิสต์รายชื่อ
หนุ่มสวยทรงเสน่ห์เปล่งเสียงฉะฉานพร้อมวางตัวน่าเชื่อถือเป็มืออาชีพเฉกเช่นเคยไม่นานนักบรรยากาศภายในโรงยิมก็กลับเข้าสู่สภาวะปกตินักกีฬาทั้งหลายดูใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก
หนุ่มผิวแทนโบกมือให้เพื่อนทั้งสามที่มาให้กำลังใจขอบสนาม เขาชูนิ้วโป้งให้เหล่ากองเชียร์จำเป็ก่อนที่สองสาวจะกรูเข้ามากอดเพื่อนในทันที
“กรี๊ดดด! สารภาพรักสำเร็จแล้วไอ้เต้!” หมิวโอบแขนเพื่อน
“ยินดีด้วยนะ ดีใจกับมึงด้วย ฮือๆๆ” แนนสะอื้นน้ำตาไหล
“มึงจะร้องไห้ทำห่าไรวะ อีแนน!” เต้โวยวาย
“ก็กูดีใจนี่นา ที่มึงใกล้สมหวังในความรักเข้าไปอีกก้าวแล้วฮือ…ยินดีด้วยนะไอ้เต้ ฮึก… ฮือ…”
“มึงจะยิ้มรึจะร้องไห้ก็เอาสักอย่างสิวะ” หนุ่มนักกีฬาบ่นอุบ
ข้างหลังสองสาวคือเพื่อนซี้ตัวน้อยที่เอาใจช่วยมาตลอดด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
“บทจะทำก็ทำได้นี่นา มึงเท่มากเลยว่ะไอ้เต้” ดรีมกล่าว
“ขอบใจ… มึงชมกูก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอกนะ แล้วกลับหอตัวเองด้วย คืนนี้ห้องกูไม่ว่าง”
“เออรู้แล้วน่า ไล่กูจังมึงนี่ ฮะฮะฮะ”
เพื่อนสนิททั้งสี่พูดคุยหยอกล้อกันต่อ พลันรับรู้ได้ถึงการมาถึงของผู้มาเยือน
เด็กมหาลัยทั้งหลายหันไปก็พบหนุ่มลูกครึ่งอิตาลีในชุดทำงาน
“…พี่เจ”
ดรีมมองอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อสายตา ว่าชายหนุ่มคนรักของเขาจะมาปรากฏตัวที่โรงยิมมหาลัยได้อย่างไร
ใบหน้าหวานของเด็กหนุ่มท่าทีอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
“สวัสดีครับพี่” เต้และสองสาวยกมือไหว้ผู้าุโกว่า
“ดีครับ เมื่อกี้เป็คำสารภาพรักที่ร้อนแรงมากครับเต้ยังไงจากนี้พี่ฝากดูแลคริสด้วยนะ” หนุ่มมาดนักธุรกิจกล่าว
“…ดูแลอะไรครับพี่ แต่ขอไลน์ผมยังไม่ได้เลยแถมยังหลอกปั่นหัวให้ผมจูบต่อหน้าโค้ชกับเพื่อนๆ อีกผมนี่อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว” เต้พ่นระบายความอัดอั้นตันใจ
“ฮะฮะ พี่ไม่รู้ว่าบอกไปเต้จะเข้าใจมั้ยนะแต่ที่พี่แนะนำไปก่อนหน้าขอถอนคำพูดทั้งหมดนะ ดูเหมือนคริสในตอนนี้เริ่มจะเปิดใจให้เต้แล้วล่ะ”
“ห๊า??” หนุ่มนักกีฬาอุทาน
“ที่ผ่านมาคริสตัดสัมพันธ์กับคู่นอนไร้เยื่อใยมากนะไม่เสียเวลารับฟังใครนานๆ หรือยื่นเงื่อนไขอะไรแบบนี้หรอก เขากำลังทดสอบเต้อยู่ว่าจะรักและจริงจังกับเขาจริงรึเปล่าต่างหาก”พี่เจอธิบาย
“…ใช่เหรอครับพี่ ผมรู้สึกเหมือนกำลังหลงรักข้างเดียวอยู่เลยเอาแต่วิ่งไล่ตามคุณคริสอยู่ฝ่ายเดียวยังกะคนบ้า...”
“เห็นแบบนั้นคริสเองก็ขี้กลัวนะครับ เขาไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่ดีมาก่อนและเชื่อมาตลอดว่าความรักระหว่างเพศเดียวกันไม่มีอยู่จริงการมีอยู่ของเต้ทำเอาโลกทั้งใบของคริสสั่นคลอนเลยล่ะ… ตอนนี้เขาคงกำลังหวาดหวั่นกับการเปลี่ยนแปลงอยู่พอสมควรเลยไม่งั้นคริสคงไม่โทรเรียกให้พี่มาหาแบบนี้หรอก”
“…แต่ผมไม่เห็นเขาจะเป็แบบนั้นเลยครับ เล่นลิ้นกับคนอื่นไปทั่วไม่เคยแสดงท่าทีกังวลอะไร...” เต้ถอดถอนใจ
“ยิ่งยิ้มแย้มนั่นแหละแปลว่าเขากำลังกังวลอยู่เต้เพิ่งรู้จักคริสไม่นานค่อยๆ สังเกตเรียนรู้นิสัยอีกฝ่ายเถอะ คริสไม่ใช่คนไม่ดีหรอกแค่จับทางได้แล้วจะรู้ว่าเป็คนน่ารักมากคนหนึ่งเชียวล่ะ” พี่เจกล่าว
“ครับ ขอบคุณมากครับพี่เจ” เต้ไหว้ผู้าุโกว่าอีกครั้ง
“ไม่เป็ไรครับ พี่มาในฐานะเพื่อนของคริสเฉยๆ”
ร่างสูงใหญ่ตอบ ก่อนจะหันไปสบตาแฟนหนุ่มตัวน้อยที่หนีหน้าและไม่ยอมรับสายมาตลอดอาทิตย์
“วันนี้ดรีมจะไม่หลบหน้าพี่แล้วเหรอครับ” พี่เจถาม
“ไม่หลบแล้วฮะ”
“หายโกรธพี่รึยังครับ”
“…ยังฮะ”
“ยังโกรธพี่เื่อดีตที่กลับไปแก้ไขไม่ได้อีกเหรอ แล้วแบบนี้พี่จะตามง้อเรายังไงดีล่ะ”หนุ่มลูกครึ่งส่ายน่าเอ็นดู
“…”
“ดรีมครับ”
“…ผมแค่อิจฉาฮะ” ร่างบางยอมเอ่ยปากในที่สุดหลังจากหนีไม่กล้าเผชิญหน้าปัญหามาตลอด
“ดรีมกำลังอิจฉาเื่อะไรอยู่ล่ะครับ”
“ทุกเื่เลยฮะ ทั้งอดีตของพี่เจที่ผมไม่เคยรับรู้มาก่อนทั้งที่เจที่สนิทสนมรู้ใจกับพี่คริสขนาดนั้น ทั้งพี่เจที่เก่งเื่บทเตียง…หรือพี่เจที่มีคู่นอนมามากมาย... ผมอิจฉาคนอื่นที่รู้จักพี่เจมากกว่าผมทั้งหมด...”
“ครับ”
“ทั้งๆ ที่ตอนนี้ผม…ฮึก…เป็แฟนพี่เจแท้ๆ …ทุกอย่างของพี่เจต้องเป็ของผมสิ! ...ฮึก…คนอื่นจะมารู้จักพี่เจดีกว่าผมได้ยังไง…ผมอยากเป็ที่หนึ่งของพี่นะฮะ...ฮือ...หลังจากนี้ถ้ามีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นอีก...ผมไม่ยอมจริงๆด้วย…!!”
ดรีมตะเบ็งความรู้สึกอัดอั้นที่คับแน่นอยู่ในอกมาตลอด ทั้งอารมณ์หึงหวงและทุกข์ทรมานใจที่เก็บเงียบมาตลอดจากที่แสดงออกไม่เก่งแต่บัดนี้ดรีมได้เรียนรู้ที่จะสื่อสารอย่างตรงไปตรงมามากขึ้นแล้วเขารักพี่เจมากเหลือเกินจนไม่อยากเสียอีกฝ่ายไป ความรู้สึกนี้อัดแน่นเต็มอกชัดเจนจนไม่อาจปฏิเสธหนีได้อีก
จะเป็พี่เจที่อบอุ่นใจดีแบบทุกวันนี้หรือพี่เจที่ผ่านเื่ราวอะไรมามากมาย จะพี่เจในแบบไหนก็คือแฟนหนุ่มที่เขารักที่สุดอยู่ดีก่อนหน้านี้ดรีมเอาแต่กังวลว่าจะอาจจะไม่ดีพอเท่าคนที่พี่เจเคยคบหามาก่อนหน้าจนลืมไปสนิทเลยว่าตนตกหลุมรักชายหนุ่มลูกครึ่งผู้หล่อเหลาคนนี้เพราะอะไรเพราะพี่เจคือคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขนี่นาฉะนั้นไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีอดีตหรือผ่านอะไรมา ก็ไม่สำคัญเท่าปัจจุบันที่ทั้งสองมีความสัมพันธ์อันดีและมีความสุขร่วมกันอีกแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนั้นความรู้สึกวิตกกังวลมากมายก็มลายหายไปโดยพลันเหลือเพียงความรักความอยากใช้เวลาร่วมกันกับอีกฝ่ายเต็มห้องหัวใจ
ร่างสูงใหญ่ประคองกอดคนรักตัวน้อยที่พยายามสื่อสารความรู้สึกออกมาอย่างนุ่มนวล
“ครับ ทุกอย่างของพี่นับจากนี้จะเป็ของดรีมทั้งหมด เพราะพี่มีแค่ดรีมนะ”
“สัญญานะฮะ… ฮือ…”
“สัญญาครับ แล้วดรีมล่ะจะยอมให้ทุกอย่างกับพี่เหมือนกันรึเปล่า”
“…ทั้งหัวใจและร่างกายผมตกเป็ของพี่เจนับั้แ่วินาทีแรกที่เราเจอกันแล้วฮะผมรักพี่เจมากนะฮะ” ดรีมตอบ
“พี่ก็รักเราครับ คนดี”
หนุ่มลูกครึ่งประคองจูบอ่อนโยนเนิ่นนานลงบนริมฝีปากบาง
รสััแสนนุ่มนวลทำเอาเด็กหนุ่มหวั่นไหว น้ำใสๆที่ไหลรินจากดวงตาคู่สวยหยุดไหลลง ดรีมกอดแผ่นหลังกว้างแน่น อีกฝ่ายจะรู้มั้ยนะว่าเขาคิดถึงถวิลหาอ้อมกอดนี้มากขนาดไหน
“ไว้กลับห้องไปหาโมชิกันนะครับ”
“…ได้สิฮะ”
เด็กหนุ่มตอบรับพร้อมรอยยิ้ม เขาทั้งกลัวกังวลมากมายสารพัด แต่ความรู้สึกทั้งหมดนั้นกลับค่อยๆแทนที่ด้วยความรักความอบอุ่นเพียงแค่ได้เจอพี่เจเท่านั้นดรีมนึกไม่ถึงเลยว่าการมีอยู่ของใครอีกคนหนึ่งจะเติมเต็มและมีความหมายต่อชีวิตเขาได้ถึงเพียงนี้
หากถามว่าความสุขคืออะไรส่วนหนึ่งความสุขของดรีมคือการที่ได้รู้จักและมีชายหนุ่มสุดแสนวิเศษคนนี้อยู่ในชีวิตนั่นเองเป็ส่วนเติมเต็มที่ทำให้เขาอยากเรียนรู้เติบโตเป็คนที่ดีขึ้นในทุกๆ วัน
ดรีมกอดแฟนหนุ่มที่เช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าเขาอย่างเบามือเด็กหนุ่มหลงรักความสุภาพใจดีนั้นไม่รู้เป็รอบที่เท่าไรแล้วรู้เพียงแต่ว่าไม่อยากเสียเวลาที่จะได้ใช้กับอีกฝ่ายอีกต่อไปแล้วบรรยากาศระหว่างคู่รักที่ปรับความเข้าใจกันได้กลายเป็สีชมพูพาสเทลราวกับอยู่ในโลกส่วนตัวกันสองต่อสอง
ดรีมสังเกตเห็นใบหน้าสุดฟินของสองสาวที่กำลังอิ่มเอมไปด้วยก็อดขำไม่ได้
“หมิวแนน ดูพวกแกทำหน้าเข้าสิ! ฮ่าฮ่าฮ่า”
“โอ๊ยดรีม คู่แกน่ารักมากกก คืนดีกันมุ้งมิ้งจนฉันฟินแทบจะจิกหมอนขาดแล้วเนี่ย!”หมิวกรี๊ดกร๊าด
“น่ารักจริงๆ ละมุนละไมต่างจากคู่อีเต้ราวกับหนังคนละม้วนเลย” แนนพูด
“ทีหลังมึงหัดแสดงความรักหวานแหววแบบนี้กับพี่คริสบ้างนะไอ้เต้ ไม่ต้องดูดปากโชว์ขนาดนั้นก็ได้”หมิวชายตาแซวเพื่อนตัวสูง
“…กูมีสิทธิ์เลือกเหรอวะ ทางนั้นเป็คนรีเควสหรอกมึง!”เต้บ่นอุบ เขากับคุณคริสมีแต่เื่ปวดหัวไม่เว้นว่าง ไม่ได้ราบรื่นตามแบบแผนอย่างคู่ของดรีมพี่เจเลยสักนิด
“อ้าวเต้ครับ นั่นคริสกำลังขึ้นคร่อมนักกีฬาคนอื่นอยู่แน่ะ”พี่เจชี้ไปยังกลางสนาม
“ฮึ่ม! คุณคริสเอาอีกแล้วเรอะ ก็บอกแล้วว่าอย่ายืดกล้ามเนื้อท่านั้นอีกปัดโถ่ว้อย!”
ว่าแล้วหนุ่มสกินเฮดก็หายตัวไปอย่างรวดเร็ว รีบบึ่งไปคุมเชิงทันที
คริสหาได้แคร์เด็กหนุ่มหัวเสียไม่ ยังคงยืนยันว่าเป็การยืดเส้นคลายกล้ามเนื้อนักกีฬาเหมาะสมตามหน้าที่
เต้กอดอกยืนเฝ้าการกายภาพบำบัดอย่างใกล้ชิดพร้อมส่งสายตาอาฆาตให้ทุกคนที่เข้าใกล้หนุ่มผมทองอีกด้วยท่าทีประหนึ่งหมาหวงก้างทำเอาแก๊งเพื่อนสนิทหัวเราะออกมาเสียงดัง
เหล่าเพื่อนทั้งสามไม่เคยเห็นหนุ่มนักบาสฯ หัวเสียและสูญเสียความเป็ตัวเองเช่นนี้มาก่อนบางทีการได้รู้จักคุณคริสก็อาจจะนำพาเื่ดีๆ มาสู่ชีวิตเต้มากขึ้นก็เป็ได้