ที่จริงบาสไม่อยากร่วมหุ้นหรอก แต่ว่าด้วยอะไรหลายๆอย่างทำให้เขาต้องทำแบบนี้ พื้นที่ในเมืองเป็นอะไรที่แพงกว่าแถวโนนเหล็ก มันเทียบกันไม่ได้เลย อีกทั้งค่าทำร้านค่าอุปกรณ์ต่างๆ ในการทำกาแฟไม่ใช่ถูกๆเลย แล้วใครล่ะที่สามารถช่วยเขาได้? ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลเลยสามสาวข้างหน้านี่เอง พวกเธอเป็นลูกคุณหนู แม้ว่าเงินที่ดูเหมือนเยอะในสายตาคนอื่นแต่ในสายตาของพวกเธอแล้วเป็นเงินเพียงไม่กี่ตังค์เท่านั้น ไม่มีค่าพอให้พูดถึง
บวกกับพริ้งดูสนใจเขาเป็นพิเศษ บาสจึงเลยลองเลียบๆถามดูว่าเธอสนใจหรือเปล่า แม้จะต้องเอาตัวเข้าแลกบาสก็ต้องยอม นี่คือโลกของธุรกิจ หรือแม้แต่วงการมายาบางทีเราต้องขายตูดเพื่อให้ได้บทดีๆ แม้อาจฟังดูน่าหัวร่อ แต่เพื่อเงินและความก้าวหน้าแล้ว ทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ทั้งนั้น
“ร้านกาแฟเหรอ? เรื่องแบบนี้เราไม่ค่อยถนัดซะด้วยสิ แต่ถ้าบาสอยากทำล่ะก็ เราจะช่วยก็ได้นะ” พริ้งไม่ได้คิดอะไรมาก แม้ว่าเงินที่จะนำไปทำร้านกาแฟจะหลายตังค์ แต่บ้านรวยแบบเธอแล้วเงินแค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก
“ทำไมแกถึงถามแต่ยายพริ้งล่ะ เรื่องแบบนี้ต้องเราเว้ย ร้านกาแฟน่ะของชอบของเราเลยนะ เดี๋ยวเราจะหุ้นกับแกเอง” ฟางเข้ามาร่วมด้วย บาสไม่แปลกใจที่เห็นเธอสนใจร้านกาแฟ เพราะปกติฟางมักจะเข้าร้านกาแฟอยู่แล้ว อีกทั้งยังชอบลองทำอะไรใหม่ๆ และธุรกิจร้านกาแฟยังเป็นอะไรที่น่าลงทุน
ฟางได้ศึกษามาบ้างแล้ว และคิดว่าร้านกาแฟเป็นธุรกิจที่ดีธุรกิจหนึ่ง จะทำกำไรได้มหาศาล อีกทั้งตลาดยังใหญ่มากอีกด้วย แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นกับทำเลและการตกแต่งร้าน ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ด้วยเงินของฟางมันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
“จริงดิ ดีเลย” บาสเผยรอยยิ้มสดใส ที่จริงเขาเข้ากับผู้หญิงสวยๆไม่ค่อยเก่งนัก เรื่องนี้ต้องขอบคุณการมีแฟนตั้งแต่มัธยมปลาย ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เยอะเลย
“นี่คิดจะเล่นขายของ แต่ไม่คิดจะชวนเราเลยเหรอ?” ผึ้งที่นั่งเขี่ยเนื้อหมูอยู่พูด ดูไม่พอใจเล็กน้อยที่พวกเขาเอาแต่เมินเธอ
“แกสนใจเหรอ ปกติไม่ชอบอะไรแบบนี้นี่นา” ฟางหันกลับไปมองผึ้ง เพื่อนเธอคนนี้ไม่ชอบทำอะไรสักอย่าง ชอบแต่ขอเงินที่บ้าน ซื้อของแพงๆและยังเปย์หนุ่มๆอีกสองสามคน ผึ้งเป็นคนใช้เงินมือเติบ ถ้าใครได้ไปเป็นเมียคงหมดตัวในเร็ววัน
“แค่อยากลองดู เห็นว่ามันน่าสนุกดี น่านะ ขอร่วมด้วยคนดิ เราก็แค่ออกเงินใช่ปะ จากนั้นก็จ้างคนมาดูแล แล้วคอยนั่งนับเงินในทุกๆเดือน งานง่ายๆแบบนี้เราโคตรถนัดเลยนะ” ผึ้งดูกระตือรือร้นเป็นพิเศษ เงินที่บ้านให้ใช้ว่าเยอะแล้ว แต่เธอยังเปย์ผู้ชายไปตั้งสามคน แม้ที่บ้านจะรวยแต่เธอก็โดนด่าว่าเหมือนกันว่าเอาแต่ใช้เงินเกินตัว จึงอยากร่วมหุ้นแล้วเอาเงินไปเปย์ผู้ชาย
คนเรามีความอยากที่ต่างกัน บาสอยากทำเงินให้ได้มากๆเพื่อครอบครัวที่สบาย บางคนก็นึกสนุก เห็นว่าเป็นสีสันของชีวิต บ้างก็คิดว่าสามารถเอาเงินตรงนี้ไปใช้จ่ายซื้อผู้ชายได้ แม้จะต่างกันแต่จุดหมายล้วนเหมือนกัน สุดท้ายแล้วการสร้างร้านกาแฟจึงมีหุ้นส่วนสี่คน
บาสยิ้มมุมปากอย่างฝืนๆ เขารู้ว่านี่เป็นช่วงเเรกเริ่ม อะไรๆยังเปราะบาง แต่อีกไม่นานหุ้นส่วนคงพากันถอนตัว เรื่องแบบนี้มีให้เห็นกันบ่อยๆ โดยเฉพาะผึ้ง เธอไม่ได้สนใจเรื่องธุรกิจเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่สนใจมีเพียงการงาบเด็กหนุ่มหล่อๆ โดยเฉพาะเด็กมัธยมปลาย นั่นเป็นอะไรที่ผึ้งชอบเป็นพิเศษ และวันนี้บาสได้เห็นเด็กคนหนึ่งของผึ้ง สูงยาวเข่าดี หน้าตาตี๋ๆตัดผมรองทรง
เด็กคนนี้ยังกล้าเข้ามากระซิบถามบาสอีกนะ “พี่เองก็เป็นเด็กของพวกเธอเหรอ?”
บาสหันไปมองเด็กคนนี้แล้วส่ายศีรษะ นี่เขาดูเหมือนคนแบบนั้นจริงๆเหรอ?
“พี่ไม่ต้องอาย ยังไงซะเราก็ได้ทั้งเงินทั้งความเสียว ไม่มีอะไรต้องเสีย นี่รู้มั้ยเดือนที่ผ่านผมเพิ่งจัดบิ๊กไบค์คันนึงละ ถ้าหากพี่ทำให้เธอพอใจได้เหมือนผมล่ะก็ บางทีพี่อาจจะมีรถเท่ๆขับแบบผมก็ได้”
“ถึงตอนนั้นเราคงได้ไปทริปด้วยกัน และสาวๆก็มีเข้ามาอย่างไม่ขาด อึ๊บกันใครก็ได้ ขอแค่เรามีรถพวกเธอก็วิ่งเข้ามาเหมือนซอมบี้” เด็กคนนี้แตะไหล่บาสก่อนจะส่งยิ้มให้ จากนั้นเดินไปหายายผึ้งเหมือนกับลูกหมาเชื่องๆ
บาสลอบยิ้มมุมปาก “นี่สินะข้อดีของคนหน้าตาดี ไม่ต้องทำอะไรให้เหนื่อย แค่อึ้บผู้หญิงด้วยท่าทางร้อนแรงก็มีเงินใช้ ทำให้พวกเธอพอใจแล้วเธอก็จะเปย์ให้เราหนักๆ”
“ยิ้มอะไรอยู่เหรอบาส?” พริ้งถือไอศกรีม ปากของเธอเลอะไอศกรีมเล็กน้อย ดูแล้วน่ารักไปอีกแบบ
“ไม่มีอะไร แค่ตลกพริ้งที่กินเหมือนเด็กๆน่ะ" บาสแตะไอศกรีมที่ติดปากเธอก่อนจะลองชิมดู
“หื้ย...ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย ไอศกรีมมันใหญ่เกินไป จะให้ไม่เลอะเลยคงเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ เมื่อไหร่ที่เรากินเลอะบาสก็จะ...กินต่อ” พริ้งไม่ได้เคอะเขินเหมือนเด็กสาวแรกแย้ม สำหรับเธอคงผ่านผู้ชายมาไม่น้อย ใครจะรู้ว่าในช่วงมัธยมพริ้งจะเก็บแต้มได้กี่คน เรื่องนี้คงมีแต่เธอเท่านั้นที่รู้
บรรยากาศในโรงหนังอย่างที่รู้ อาศัยความมืดนำพาหาเศษหาเลยกับหญิงสาว แต่บาสไม่ใช่คนอย่างนั้น เขาไม่ได้เป็นเด็กของพริ้ง ความสัมพันธ์แค่เพื่อนกันเท่านั้น ต่างจากเด็กของยายผึ้ง ที่ตอนนี้ล้วงมือไปใต้กระโปรง ไม่บอกก็รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่
หลังจากดูหนังเสร็จก็ไปต่อกันที่ผับ ยายผึ้งเมาแอ๋และเด็กหนุ่มคนนั้นก็ประคองเธอออกไป อีกทั้งก่อนที่เขาจะออกไปยังหันมาขยิบตาให้บาส ประมาณว่าสู้ๆนะพี่
บาสส่ายศีรษะอย่างยิ้มๆ สถานที่แบบนี้เขาไม่ชอบเลย มันวุ่นวายและมีแต่พวกขี้เมา แต่การเข้าสังคมก็แบบนี้แหละ ไม่งั้นเราจะเหมือนแกะดำที่อยู่ในฝูงแพะ เพราะงั้นจึงต้องฝืนทนดื่มเหล้า ยิ้มแย้มด้วยการใส่หน้ากากเข้าสังคม
พริ้งกับฟางแม้จะเห็นแบบนี้ก็เถอะ แต่พวกเธอกลับเป็นสาวนักดื่มที่คอแข็งกว่าผึ้ง บาสไม่กล้าดื่มแบบพวกเธอ เพราะเขายังต้องขับรถกลับบ้าน
วันนี้ไม่ได้กลับไปดูแลร้านจิ้มจุ่ม แต่ไม่เป็นไรเพราะโทรบอกพี่น้ำพี่เมย์แล้ว พวกเธอจะจัดการเรื่องนั้นเอง ส่วนที่ทรายก็มาทำงานตามปกติ เธอไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับบิ๊กไบค์แต่ดูเหมือนลึกๆยังสนใจไม่ต่างจากชีวิตที่แล้ว
ข้อแก้ตัวของบาสกับที่บ้านคือหาทำเลทำร้านกาแฟ คุยกับเพื่อนๆเพื่อลงทุน เพราะงั้นพี่ทรายจึงไม่ได้เป็นกังวลอะไร แต่หากเธอรู้ว่าบาสมากับสาวๆกลุ่มนี้ คงโกรธจนแทบอยากเอารองเท้าฟาดหน้า
“บาสเราขับรถกลับบ้านไม่ไหวแล้วอะ ช่วยขับให้เราหน่อยดิ” พริ้งส่งสายตาเย้ายวนชวนเคลิ้มมาให้ เธอดูยั่วยวนจริงๆ บวกกับชุดที่ใส่เป็นอะไรที่ล่อจระเข้เหลือเกินหากเป็นชีวิตก่อนหน้าบาสคงตกปากรับคำทันที แต่ตอนนี้เขามีแฟนแล้ว จะให้ไปส่งผู้หญิงอื่นกลางค่ำกลางคืนก็ยังไงอยู่
“ฟาง พริ้งเมาแล้วอะ เธอยังไม่เมาใช่ปะ...” บาสหันไปถามฟางที่ตอนนี้เอาแต่นั่งตาเยิ้ม ดูแล้วไม่ต่างจากยายพริ้งสักเท่าไหร่ บาสถอนหายใจก่อนจะมองพวกเธอสลับกัน สุดท้ายแล้วแม้พวกเธอจงไม่ใช่แฟนแต่ก็ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ ดีไม่ดีอาจถูกใครพาไปห้องแล้วอัดคลิปโป๊ นั่นเป็นอะไรที่แย่มาก
บาสเป็นสุภาพบุรุษพอ แน่นอนว่าต้องพาพวกเธอไปส่ง เขาไม่รู้ว่าบ้านของพริ้งอยู่ที่ไหนรู้เพียงบ้านของฟางเท่านั้น แต่ครั้นจะให้ไปส่งลูกสาวพ่อในสภาพนี้ก็ยังไงอยู่ ไปถึงคงถูกลูกซองยิงตาย สุดท้ายแล้วบาสจึงจำใจขับรถไปโรงแรม เปิดห้องให้พวกเธอนอนด้วยกัน
ส่วนบาสทีแรกคิดว่าจะขับรถกลับบ้าน แต่ไปๆมากลับรู้สึกเวียนหัวคล้ายจะอาเจียน ขับรถไม่ไหวจึงเปิดอีกห้อง แต่ครั้นห้องของโรงแรมกลับเต็ม บาสจึงจำใจต้องไปนอนบนโซฟาที่ห้องของยายพริ้ง ไม่ใช่ว่าบาสอยากฉวยโอกาสจากสาวๆหรืออะไร แค่เขายังรักชีวิตของตัวเองเท่านั้น หากขับรถกลับแล้ววูบขึ้นมานั่นไม่ใช่เรื่องดีเลย ดีไม่ดีอาจถึงชีวิต
เช้าวันต่อมา เวลาประมาณเก้าโมงเช้า บาสกระพริบตาปริบๆและรู้สึกเย็นช่วงล่าง ก้มมองถึงกับร้องเสียงหลงอย่างผู้หญิง “พริ้ง...ทำอะไรน่ะ!” บาสไม่กล้าตะโกน เพราะตอนนี้ฟางกำลังนอนหลับอยู่ แต่ยายพริ้งตัวดีนี่สิกลับรูดซิบ....เอามือจับไอ้หนูของเขาเล่น
พริ้งดูเหมือนจะตกใจเหมือนกันที่บาสตื่นขึ้นมา ใบหน้าเลิ่กลั่กและยังขึ้นสี เธอพูดตะกุกตะกักว่า
“ก็แค่...เห็นว่ามันชี้โด่ ดูแล้วน่าจะอึดอัด เราเลยลอง...จับดู”
“บ้าเหรอ! นี่ไม่ใช่ของจับเล่นนะ” บาสอยากจะบ้าตาย ยืนเคารพธงชาติมันเป็นเรื่องปกติของผู้ชายไม่ใช่เหรอ ไม่ได้อึดอัดหรืออะไรหรอก ทำไมพริ้งต้องทำให้เรื่องมันยุ่งยากด้วยนะ แล้วแบบนี้จะมองหน้ากันติดได้ไง
“ก็เราอยากจับ! ทำไมอายเหรอ? แต่เจ้าหนูของบาสมันไม่ได้บอกแบบนั้นนะ เราได้ยินมันบอกว่า...จับสิ จับสิ” พริ้งยังมีหน้ามาแลบลิ้นใส่ แต่มือขวาของเธอยังอยู่ตรงหว่างขาของบาส อีกทั้งยังกำแน่นด้วย
“ปล่อยเถอะ...นะ” บาสหน้าขึ้นสี เขาไม่ได้อยากนอกใจพี่ทรายเลย แต่เรื่องนี้อยู่เหนือการควบคุม ใครจะคิดล่ะว่ายายพริ้งจะบ้าถึงขนาดตื่นขึ้นมาเล่นกับน้องชายของเขา เธอบ้ายิ่งกว่าพี่ทรายซะอีก เห็นว่าภายนอกเรียบร้อยแต่ข้างในกลับร้อนแรงอย่าบอกใคร
“ทำไม? จะเสร็จเหรอ”
“ทะลึ่ง!”
“เอ้า แล้วทำไมบอกให้ปล่อยล่ะ? หรือว่า...บาสมีอารมณ์ใช่มั้ย” พริ้งเผยรอยยิ้มมุมปาก เธอแอบมองบาสตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นในวิทยาลัยแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่ได้หล่อชวนหลงแต่ก็มีเสน่ห์ จึงให้ยายฟางติดต่อให้ ใจจริงเพียงแค่นึกเล่นสนุก แต่ใครจะรู้ว่าตัวจริงของเขากลับเป็นคนที่น่าสนใจ จึงอยากแกล้งอีกหน่อย...