ตำนานยอดหญิงซูเจิน

    โจรปล้นสุสาน 2


    โอ้สวรรค์! อย่าบอกนะว่านั้นคือ…ศพ!“หะ… หัวหน้า” จือเหลียงเรียกหัวหน้าเสียงเบาแล้วเดินมาหลบหลังพี่ใหญ่อย่างกลัวๆหัวหน้าเหมือนจะได้สติ หันมายังพวกเขาด้วยแววตาตกตะลึงและฉายแววความกลัวเด่นชัด“พวก…พวกเจ้าว่าคิดเห็นเช่นไร?” จือเหลียงได้ยินเสียงกลืนน้ำลายดังอึก“ข้าว่าเรากลับกันเถอะหัวหน้า” พี่ใหญ่เป็นคนกล่าว เหงื่อของเขาออกเต็มแผ่นหลังจนเสื้อเปียกชุ่ม“นะ…นั่นสินะ งั้นกลับ!” หัวหน้ารีบเดินนำไปทันที“หัวหน้า แล้วนายหญิง...” เป็นจือเหลียงที่เอ่ยขัด เมื่อนึกถึงใบหน้าของนายหญิงยามที่พวกเขากลับไปมือเปล่าหัวหน้าชะงักทันทีที่ได้ยินแล้วเดินกลับมาด้วยสีหน้าซีดเผือด คิดว่าสำหรับหัวหน้าแล้วนายหญิงน่ากลัวกว่าสิ่งใดเป็นแน่ไม่สิ รวมถึงพวกเขาด้วย แค่คิดถึงบทลงโทษของนายหญิงแล้วเขาก็หวาดกลัวยิ่ง“เช่นนั้นเอาอย่างไรดี?” หัวหน้าถามเสียงเครียด คนอื่นๆเดินเข้ามาช่วยกันคิดจนกลายเป็นวงกลม“ถึงอย่างไรเราก็กลับไปมือเปล่ามิได้เด็ดขาด” จือเหลียงพยักหน้าเห็นด้วย“แต่ถ้าเราไปแตะต้องอันใดเข้าจะมิเป็นไรหรือขอรับ?” ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง“ถ้าเราเอาไปแค่สมบัติมิแตะต้องพระนางเล่าขอรับ”“แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่าจะมิเป็นไร?”“นั่นสิ จะแน่ใจได้อย่างไร?”“เจ้าว่านั่นจะใช่พระนางหรือไม่?” อยู่ๆหัวหน้าก็ถามขึ้น“ต้องใช่อยู่แล้วขอรับ ก็นี่คือศาลเจ้าของพระนางนะขอรับ” พวกเขามองสบตากันไปมา“แต่นั่นมิเหมือนคนที่ตายมาแล้วเกือบพันปีเลย...ใช่หรือไม่?” หัวหน้ายังคงเอ่ยตามความคิดของตน“แต่ตามตำนานกล่าวว่าเมื่อพระนางกล่าวคำสาปแช่งผู้คนและแคว้นแล้ว ก่อนสิ้นใจพระนางได้เอ่ยว่าหากตนมิผิดร่างกายของตนจะคงอยู่เหมือนดังคำสาปที่ยังคงอยู่ของพระนางนะขอรับ” จือเหลียงกล่าวตามตำนานที่ตนเคยได้ยินมาเมื่อกล่าวจบ ทุกคนก็หันไปมองยังร่างที่นอนอยู่ที่แท่นทองอันงดงาม ร่างกายมิเน่าเปื่อยสวมใส่ชุดงดงามอยู่ใต้ศาลเจ้าซูเจิน มิผิดแน่แล้ว นี่ต้องใช่พระนางซูเจินสตรีที่สาปคนทั้งเมืองตามตำนานเป็นแน่ใช่แล้ว ที่ที่พวกเขามาปล้นนั้นก็คือศาลเจ้าซูเจินนั่นเอง เมื่อวานอยู่ๆนายหญิงก็เรียกประชุม แล้วบอกว่าจะให้พวกเขามาปล้นศาลเจ้าแห่งนี้ นางบอกว่านางเจอบันทึกของบรรพบุรุษบอกว่า ตอนสร้างศาลเจ้ามีการขนย้ายทรัพย์สมบัติมากมายมาไว้ที่ใต้ศาลเจ้า แต่มิได้บอกว่ามีศพพระนางอยู่ด้วย มิรู้ว่าแท้จริงแล้วนายหญิงก็มิรู้ หรือรู้แต่มิบอกพวกเขากันแน่ถึงแม้ว่าจะมีสมบัติมากมายจริงดังที่นายหญิงว่า ทั้งสถานที่แห่งนี้ก็งดงามราวกับสรวงสวรรค์ มีดอกไม้บานสะพรั่งหมู่มวลวิหคโผบิน รอบด้านส่องแสงประกายสีทองแวววาวด้วยทองคำมากมายสักเพียงใด แต่เมื่อมีคนนอนเฝ้าประกาศตนว่าเป็นเจ้าของถึงเพียงนี้ ผู้ใดจะกล้าแตะต้องอันใดได้เล่า!หากโดนสาปขึ้นมาจะทำอย่างไร? พระนางเคยสาปเมืองทั้งเมือง ผู้คนอีกนับแสนเชียวนะ! แล้วพวกเขาจะนับเป็นอันใดได้?เมื่อทุกคนประจักษ์แจ้งในความจริงตรงหน้าก็ได้แต่มองหน้ากันไปมา เหงื่อกาฬไหลตามมือเท้าจนชุ่ม ถึงแม้ว่าในที่แห่งนี้อากาศจะหนาวเย็นเพียงใดก็ตาม“ว้ากกกกกก” บัดซบ! ผู้ใดผลักข้า? มารดามันตาย!จือเหลียงโดนผลักเสียจนหน้าทิ่มไปข้างหน้าหลายก้าว“หัวหน้า ท่านพลักข้าออกมาทำไม!” สักวันเถอะ สักวันข้าจะเอาคืนท่าน ข้าขอสาบาน! จือเหลียงคิดอย่างคับแค้นใจ อะไรๆก็ข้าเห็นข้าเป็นอันใดกัน!“ถึงอย่างไรเราก็กลับไปมือเปล่ามิได้ เช่นนั้นเจ้าก็เข้าไปดูหน่อยเถิด” แล้วก็ตามเดิม หัวหน้าอยู่ด้านหน้าโดยที่พวกที่เหลือหลบอยู่ข้างหลังรวมถึงพี่ชายเขาด้วย ให้มันได้อย่างนี้สิ! ฮึ่ม!“เจ้าจะให้ข้าไปดูอันใด? ศพรึ! เหตุใดเจ้ามิมาดูเองทำเป็นแต่หดหัวอยู่ในกระดองซ่อนอยู่ใต้ชายกระโปรงเมียรึ!” จือเหลียงชี้หน้าด่าอย่างเหลืออด หัวหน้ากับคนอื่นๆได้แต่อ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อหูแล้วอย่างไร? หากเป็นเช่นนี้ต่อไปสักวันเขาต้องตายแน่ เขาจะด่าจะเป็นไรไป!“เจ้า! ไอ้พี่เฮงซวยปากก็บอกว่าจะปกป้องข้า แต่ก็ถีบส่งข้าไปเจอแต่เรื่องเสี่ยงตาย! ต่อไปข้าจะมิไยดีเจ้า! มิต้องมานับญาติกับข้า!” ไอ้พี่เฮงซวยได้แต่อ้าปากพะงาบๆ เหมือนอยากจะพูดอันใดแต่พูดไม่ออก เหอะ! คงจะเถียงออกอยู่หรอกส่วนคนอื่นๆ ก็ทำหน้าตกตะลึงมิแพ้กัน พากันมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อสายตา คงคิดว่าเขาโดนผีเข้ากระมังทำไม? คิดว่าข้าด่ามิเป็นรึหรือคิดว่าข้ามิกล้า? คงเห็นข้าทำตัวอ่อนแอเสียจนคิดว่าข้าจะยอมเรื่อยไปอย่างนั้นรึ คิดว่าข้าโกรธมิเป็น?จือเหลียงหอบน้อยๆหลังจากตะโกนด่าอย่างสะใจแล้ว เขาก็หันมามองที่แท่นทองเบื้องหน้า อยากให้ข้าไปดูนักใช่หรือไม่? ได้! ด้วยความโมโหจือเหลียงจึงเดินเข้าไปอย่างมิเกรงกลัว จะกลัวอันใด? อย่างมากก็แค่โดนคำสาปตาย“จะ…จือเหลียงเจ้าจะทำอะ…”“มิต้องมาเรียกข้า! อยากให้ข้าไปดูมิใช่รึข้าก็จะไปดูให้อย่างไรเล่ามิดีใจหรือ? ดีเสียอีกอย่างน้อยก็แค่โดนคำสาป ถึงอย่างไรข้าก็คงมิโดนคนเดียวแน่” จือเหลียงหันไปแขวะหัวหน้า ไม่สิ อดีตหัวหน้าต่างหากหน็อย อย่าคิดว่าข้ามิรู้นะว่าพวกเจ้าคิดว่าข้าคือตัวนำโชคคือเครื่องรางของพวกเจ้าน่ะ พวกเจ้าถึงได้เอาข้าไปทดสอบนู่นนี่นั่นอยู่เรื่อย!สวรรค์หากข้าโชคดีจริงขอให้พระนางตรงหน้าข้าฟื้นคืนด้วยเถิด หากเป็นจริงข้าจะขอติดตามรับใช้คนผู้นี้จนกว่าชีวิตจะหาไม่!พลันใดดวงตาที่ปิดสนิทก็ลืมตาพรวด จนคนที่เดินไปเกือบจะชิดขอบแท่นทองตกใจจนล้มก้นจ้ำเบ้า“กรี๊ดดดดด!”สวรรค์! หรือเขาจะเป็นบุตรเทพเจ้าองค์ใดจริงๆ!