การปรากฎตัวของจางหลินทำให้ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งข้างสนามอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้ว “เขากำลังแสวงหาความอัปยศอดสูอยู่หรือไม่?”
หญิงชราที่นั่งบนเก้าอี้เองก็กล่าวด้วยเสียงแข็งกระด้าง “แม้ว่าเสี่ยวหลินจะสามารถปลุกจิติญญายุทธ์ได้ั้แ่อายุ 8 ขวบ แต่หากไม่มีพลังลับจากจุดชีพจรในการผสานทั้งสองศาสตร์เข้าด้วยกัน ก็คงยากที่จะเอาชนะเจียหยูได้”
“พลังยุทธ์ของเจียหยูอยู่ที่ขอบเขตขัดเกลา 4 ดาว บางทีต่อให้เสี่ยวหลินมีระดับความแข็งแกร่งทัดเทียมกันก็ใช่ว่าจะสามารถเอาชนะเจียหยูได้…” ชายวัยกลางคนผอมเพรียวอีกคนพยักหน้าเห็นด้วย “แต่เขาไปเอาความมั่นใจแบบนั้นมาจากไหน?”
เมื่อเห็นการกระทำที่ยั่วยุของจางหลิน จางเจียหยูกลับสูดลมหายใจเข้าลึกๆพลางกล่าวว่า “เอาล่ะ เพื่อความเสมอภาคข้าจะไม่ใช้พลังยุทธ์และจิติญญายุทธ์ แต่จะใช้กระบี่เพียงเล่มเดียวกับศิลปะการต่อสู้ที่ข้าฝึกฝนมา...เ้ายินยอมหรือไม่?”
“อะไรก็ได้ที่ท่านสะดวก” จางหลินไม่มีข้อโต้แย้ง
จางเจียหยูยิ้มออกมาจางๆ “เอาล่ะ เลือกอาวุธของเ้าเถิด”
จางหลินตวัดข้อมือพร้อมกับแสดงพัดัสีครามที่ถูกพับไว้ให้นางได้เห็น “นี่คืออาวุธของข้า”
ใบหน้าจางเจียหยูและคนอื่นๆมืดลง เมื่อเห็นว่าจางหลินคิดจะใช้พัดอันบอบบางในการต่อสู้อันดุเดือด
“จางหลิน! นี่ไม่ใช่ที่ที่เ้าจะมาล้อเล่น! ตอนนี้พวกเรากำลังคัดเลือกผู้มีพร์ในตระกูลจางเพื่อที่จะให้ถูกรับเลือกจากสำนักจักรพรรดิดารา หากเ้าคิดจะมาปั่นป่วนก็ไสหัวไป!” ผู้าุโลำดับที่สองของตระกูลจางหอบหายใจอย่างหนักขณะพยายามขับไล่
คนอื่นๆเองก็มีความคิดในลักษณะเดียวกัน แต่พวกเขาเ่าั้ไม่กล้าที่จะปริปากออกมาเนื่องจากว่าจางหลินเป็บุตรชายเพียงคนเดียวของประมุขตระกูลจางในปัจจุบัน
แต่จางหลินกลับเพิกเฉย สายตาของเขายังคงจับจ้องที่จางเจียหยูผู้เดียวเท่านั้น “พี่สาวเจียหยู ได้โปรดชี้แนะ”
ความจริงจังบนใบหน้าของจางหลินทำให้จางเจียหยูรู้สึกหงุดหงิด นางกำลังคิดว่าหากไม่สอนบทเรียนให้เขาสักเล็กน้อย เขาอาจจะทำตัวเย่อหยิ่งเช่นนี้ไปโดยตลอด
มือที่เพรียวบางดึงกระบี่สีเงินออกจากฝักอย่างงดงาม ก่อนที่นางจะตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ “หากข้าบังเอิญทำให้เ้าได้รับาเ็ ก็อย่ามาต่อว่าข้าก็แล้วกัน”
จางหลินยิ้มออกมาจางๆ ก่อนจับพัดัสีครามอย่างมั่นคง “พี่สาวเจียหยู เตรียมรับมือ…”
พรึ่บ!
ด้วยการใช้เท้าแตะพื้นเบาๆ ทันใดนั้นร่างของจางหลินก็หายไปจากจุดเดิมราวกับภูตผี ก่อนที่เงาสีขาวจะปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมกับฟาดพัดโลหะตรงไปที่ลำคอของจางเจียหยูด้วยแสงประกายอันเฉียบคม!
“อะไร!?” ผู้าุโหลายๆคนลุกขึ้นพรวดอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่ได้นัดหมาย เมื่อพวกเขาทั้งหลายเกือบจะมองไม่เห็นวิถีการเคลื่อนไหวของจางหลิน
แม้แต่ผู้าุโที่นั่งรถเข็นเนื่องจากเป็อัมพาต่ล่างก็เผลอลุกขึ้นยืนด้วยความใ
วู้ม!
ชั่วระยะเวลาของการกระพริบตาแค่ครั้งเดียว ปลายพัดที่เฉียบแหลมก็หยุดลงห่างจากลำคอของจางเจียหยูด้วยระยะที่ไม่ถึงคืบ ในขณะเดียวกันนางยังไม่ได้ทำการเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย และยังคงอยู่ในท่วงท่าสำหรับการเตรียมโจมตี
ใบหน้าที่สงบของจางหลินเผยให้เห็นถึงความเรียบเฉย เขากล่าวออกมาด้วยเสียงแ่ “เ้าแพ้แล้ว”
การเคลื่อนไหวเพียงก้าวเดียวของจางหลินทำให้คนอื่นๆที่กำลังจ้องมองต่างก็ตาค้าง แม้แต่ระดับผู้าุโที่อยู่ในขอบเขตที่สูงกว่าก็พูดไม่ออก
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป! เร็วถึงขนาดที่แม้แต่ระดับผู้าุโก็เกือบจะมองตามไม่ทัน
เมื่อมองเห็นพัดที่จ่อลำคอ ดวงตาของจางเจียหยูพลันสั่นไหวด้วยระลอกคลื่น เหงื่อเย็นๆไหลผ่านใบหน้าโฉมงามทำให้นางหน้าถอดสีอย่างไม่เชื่อ
หากเมื่อครู่นี้เปรียบจางหลินเป็ศัตรูในสนามรบ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคอของนางคงจะหลุดออกจากบ่าไปโดยที่นางไม่ทันได้ตอบโต้อะไรไปแล้ว
ใครจะคาดคิดว่าความเร็วของจางหลินจะน่าพิศวงถึงขนาดนี้ แม้ว่าเขาจะไม่มีการใช้พลังปราณหรือจุดฝังเข็มเพื่อเพิ่มศักยภาพในการเคลื่อนไหวก็ตาม
นั่นทำให้จางเจียหยูอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายด้วยความกลัว
[ั้แ่เมื่อใดกันที่เขาแข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้?]
[เป็ไปได้ไหมว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาเก็บซ่อนความแข็งแกร่งนี้มาโดยตลอด?]
จางหลินยิ้มออกมาจางๆก่อนจะสะบัดดึงพัดกลับคืน เขาแตะเท้าเบาๆกับสนามประลอง พร้อมกับที่ร่างของเขาถอยกลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิมอย่างคล่องแคล่ว
ั้แ่ต้นจนจบแขนซ้ายของเขายังคงไพล่หลังและไม่ได้ขยับออกจากตำแหน่งเดิมแม้แต่น้อย “ครานี้ท่านควรจะใช้จิติญญายุทธ์ของท่านดู บางทีท่านอาจจะได้เปรียบเหนือข้าก็เป็ได้”
ใบหน้าของจางเจียหยูแดงก่ำด้วยความอับอาย ใครจะคาดคิดว่านางจะต้องมาพ่ายแพ้ให้แก่อัจฉริยะตกอับที่แม้แต่การเปิดจุดชีพจรก็ยังทำไม่ได้
ช่างเป็ความอัปยศอดสูเสียนี่กระไร!
จางเจียหยูพยายามสงบสติอารมณ์ นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆพลางหลับตา
จากนั้นดวงตาของนางก็เบิกขึ้น เผยให้เห็นแสงแห่งความจริงจังที่ฉายอยู่ภายใน!
ครื้น!
ชั่วพริบตาต่อมาหว่างคิ้วของจางเจียหยูส่องแสงสีเขียวอ่อน พลันปรากฎให้เห็นภาพมายาของวิหควายุขนาดใหญ่จากด้านหลัง มันสยายปีกสร้างกระแสลมแผ่ขยายออกไปเป็วงกว้าง!
รอบกายของนางเผยให้เห็นกงล้อิญญายุทธ์สองวงที่หมุนเวียนอย่างไร้ขอบเขต และมีแสงระยิบระยับสี่ดวงประหนึ่งแสงจากดาราเจิดจ้า
นั่นแสดงให้เห็นว่านางเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลา 4 ดาว!
“นางเปิดใช้จิติญญายุทธ์แล้ว!” ดวงตาของเหล่าเยาวชนเป็ประกายเมื่อมองไปยังวิหควายุที่คลับคล้ายกับพญาเหยี่ยว!
จิติญญายุทธ์ของจางเจียหยูเป็เผ่าวิหค ซึ่งมีคุณลักษณะที่เด่นชัดคือความเร็วและความว่องไวทางด้านการโจมตี และยังรวมถึงความคล่องแคล่วและลื่นไหลไปตามสถานการณ์
คุณลักษณะของจิติญญายุทธ์จะหลอมรวมเข้ากับผู้ ทำให้บุคคลผู้นั้นได้รับความสามารถของจิติญญายุทธ์มาใช้งานได้อย่างไร้ขีดจำกัด
มุมปากจางหลินยกขึ้นเมื่อััได้ถึงแรงกดดันที่แท้จริงของนักฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ขอบเขตขัดเกลา เสื้อผ้าอาภรณ์ของเขาปลิวไสวอย่างรุนแรงจากกระแสลมที่โหมกระหน่ำ
กระบี่สีเงินถูกยกขึ้นเป็แนวนอน จางเจียหยูลูบใบกระบี่จากด้านในสู่ปลายกระบี่สร้างพลังปราณธาตุลมเข้าปกคลุม
ฉากนี้ทำให้การแสดงออกของใครหลายๆคนก็เริ่มที่จะจริงจัง “คราวนี้จางหลินจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน”
หญิงชราเองก็พยักหน้าโดยไม่มีข้อโต้แย้ง “ในตอนที่นางประลองกับจางหลงเมื่อครู่ นางไม่ได้ใช้จิติญญายุทธ์ในการต่อสู้ด้วยซ้ำ แต่การกระทำของจางหลินเมื่อครู่ทำให้นางได้รับความอัปยศอดสูมากเกินไป ฉะนั้นแล้วนางจะไม่ประมาทเหมือนอย่างก่อนหน้านี้อีกเป็ครั้งที่สอง”
จากนั้นจางเจียหยูยกกระบี่ขึ้นมาและกล่าวขณะที่ปราณวายุเข้าปกคลุม “เตรียมรับมือ!”
นางก้าวเท้าไปข้างหน้าเพียงก้าวเดียว ก่อนที่ร่างของนางจะหายไปราวกับว่าหลอมรวมกับสายลมที่พริ้วไหว
พรึ่บ!
ชั่วพริบตาต่อมานางปรากฏขึ้นต่อหน้าจางหลิน พร้อมกับกระบี่สีเงินที่เหวี่ยงเป็แนวโค้งฟาดฟันไปยังร่างของจางหลินด้วยการแสดงออกที่ดุเดือด
“เร็วมาก!” ใครหลายๆคนอุทานออกมา เห็นได้ชัดว่าหลังจากหลอมรวมเข้ากับจิติญญายุทธ์ ความเร็วในการเคลื่อนไหวของนางเหนือกว่าจางหลินเมื่อครู่นี้ด้วยซ้ำ
ทว่าดวงตาของจางหลินไม่มีแม้แต่ความตื่นตระหนก พัดัสีครามถูกยกขึ้นก่อนที่เขาจะเข้าฟาดฟันหมายจะปะทะเข้ากับกระบี่อย่างไม่เกรงกลัว