ฤดูใบไม้ผลิปีถัดมา — ท้องฟ้ายังคงใส แม้จะไม่มีดาวเต็มฟ้าแบบที่เอมเคยชอบ
นัทยืนอยู่บนยอดเขาเดิมในวันครบรอบหนึ่งปีหลังจากเอมจากเขาไปเป็ครั้งที่สอง... และอาจเป็ครั้งสุดท้าย
เขาวางกล่องโลหะใบเล็กไว้บนหินแผ่นเดิม จุดที่เธอเคยนั่ง ก้มหน้าลงเงียบ ๆ แล้วพูดเพียงแ่เบา
“ผมไม่ฝันถึงคุณอีกแล้วนะ...”
เขาเงยหน้าขึ้น สูดหายใจลึก
“เพราะตอนนี้ คุณคือส่วนหนึ่งของชีวิตผมไปแล้ว”
โลกเปลี่ยนไปเงียบ ๆ หลังเหตุการณ์นั้นDreamscapes Inc. ปรับระบบใหม่ทั้งหมด — เปลี่ยนจากการ “ขายฝัน” เป็การ “เก็บรักษาฝัน”
ผู้คนที่สูญเสียไม่ต้องลืมอีกต่อไปAnchor ที่มีสายใยกับผู้จากไป จะได้รับสิทธิ์ให้เก็บ “เศษฝัน” ไว้ในโลกจริง — ในรูปของเสียง ภาพ หรือความรู้สึกที่ไม่มีใครเข้าใจ แต่ “มีอยู่จริง”
ไม่มีการรื้อโครงสร้าง ไม่มีการลบความจำ ไม่มีใครถูกบังคับให้ “พอ” กับการรักใครสักคน
วันหนึ่ง เด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่งวิ่งเข้ามาที่ร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่นัทเปิด
เธอชี้ไปที่โปสการ์ดใบหนึ่งบนผนังร้าน — ใบที่มีข้อความเขียนด้วยลายมือที่แ่จาง
“อย่าลืมท้องฟ้าบนนั้นนะ”
“ลุงคะ… ใครเขียนเหรอ?”
นัทยิ้มเล็ก ๆ ไม่ตอบในทันที เขาเดินไปหยิบแก้วกาแฟอีกใบ แล้วยื่นให้ผู้ปกครองของเด็กหญิง
จากนั้นจึงหันกลับไปมองโปสการ์ด แล้วพูดว่า
“ใครบางคนที่เคยอยู่ในฝันของลุงน่ะ... และตอนนี้เธอก็อยู่ในชีวิตของลุงตลอดไป ข้างในนี้” นัทเอามือมาทาบไว้ที่อก
คืนนั้น เมื่อเขาปิดร้านและเดินกลับเข้าห้อง
ที่หัวเตียง — วางอยู่คือ สมุดเล่มหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็น
เขาเปิดออกทีละหน้า พบลายมือของใครบางคนที่เขาจำได้ดี
ทุกหน้าเล่าความทรงจำที่เขามีร่วมกับเธอ — ทั้งที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง
ความฝันที่ไม่มีระบบใดสร้างได้เพราะมันถูกเขียนด้วย “หัวใจ”
และเมื่อเขาหลับตาลงในคืนนั้น...เขาไม่ได้ฝันถึงสถานที่สวยงามไม่ได้ฝันถึงอดีต
เขาฝันถึงตอนที่เขาแก่ลงนั่งอยู่กับใครบางคนบนระเบียงไม้
และแม้เธอจะไม่มีเงาไม่มีััไม่มีเสียง
แต่เขารู้ว่าเธออยู่ตรงนั้น
จบบริบูรณ์Dreamscapes — ระหว่างโลกของเธอกับเขา