ณ จุดแวะพักปั๊มน้ำมันแรกของการเดินทาง
ขบวนคาราวานจิตอาสาของมูลนิธิบ้านอุ่นใจสี่ขาเคลื่อนตัวมาได้ราวสองชั่วโมงเศษรถสปอร์ตคันหรูของ ‘ภาคิน’ และรถอเนกประสงค์ของ ‘หมอทิวากร’ ก็เลี้ยวเข้าจอดเทียบสนิทที่ลานจอดรถของจุดแวะพักปั๊มน้ำมันใหญ่แห่งแรกประจำทริปเพื่อให้ทีมงานและรถตู้เ้าหน้าที่อีกสองคันได้ลงไปยืดเส้นยืดสายและหาเสบียงรองท้อง
ทันทีที่ล้อรถจอดสนิท หมอทิวากรเดินออกไปสมทบทีมงานเพื่อปรึกษาหารือ พิมพ์นลินยังไม่ทันจะได้ก้าวขาลงจากรถดีร่างสูงสง่าของภาคินก็เดินปรี่เข้ามาหาเธออย่างรวดเร็วใบหน้าคมคายของทนายหนุ่มเรียบเฉยทว่าน้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับเป็เชิงออกคำสั่งตามนิสัยเอาแต่ใจ
"ไปซื้อของกินกับน้ำดื่มมาให้ฉันหน่อยสิยัยตัวแสบ"
พูดจบเขาก็ไม่รอฟังคำตอบ สะบัดหน้าเดินแยกออกไปทันทีพิมพ์นลินได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างด้วยความหมั่นไส้แต่แล้วดวงตาคู่งามก็ต้องไหวระริกด้วยความรู้สึกอุ่นวาบขัดแย้งลึกๆในอกเมื่อเห็นว่าในมือของภาคินนั้นมีถุงขนมและเครื่องดื่มที่เขาเพิ่งซื้อมาเอง... เขาซื้อมาให้เรางั้นหรือ?
ทว่า ความดีใจกลับพังทลายลงในวินาทีถัดมาเมื่อทิศทางที่ภาคินเดินมุ่งตรงไปหากลับเป็ร่างบอบบางของพิมพิกาที่ยืนอยู่ไม่ไกลชายหนุ่มยื่นถุงของกินนั้นให้หญิงสาวด้วยท่าทางที่ดูอ่อนโยนลงกว่าตอนที่คุยกับหล่อนราวฟ้ากับเหว
พิมพ์นลินยืนนิ่งก้อนเนื้อในอกซ้ายบีบรัดจนรู้สึกอึดอัดอย่างหาสาเหตุไม่ได้หล่อนสะบัดหน้าค้อนขวับให้แผ่นหลังของคนใจร้ายทันที ความน้อยใจแล่นริ้วขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าวแต่คนอย่างพิมพ์นลินไม่มีทางยอมเจ็บใจอยู่ฝ่ายเดียวแน่ เรียวปากบางเหยียดยิ้มออกมาอย่างเ้าเล่ห์ เมื่อคิดแผนการเอาคืนขึ้นมาได้
หญิงสาวเดินตรงไปยังร้านรถเข็นข้างทางสั่งลูกชิ้นปิ้งไม้ใหญ่มาจำนวนหนึ่ง ก่อนจะอาศัยจังหวะที่แม่ค้าเผลอแอบหยิบพริกขี้หนูสวนเม็ดเป้งเผ็ดจี๊ดสอดไส้เข้าไปตรงกลางลูกชิ้นอย่างแเี!
ทางด้านของพิมพิกาเมื่อรับถุงของกินมาจากภาคินและเห็นทนายหนุ่มเดินกลับไปหาพิมพ์นลินแล้วหล่อนก็หันกลับมามองคุณหมอทิวากรและทีมงานที่กำลังยืนล้อมวงปรึกษางานเคร่งเครียดกันอยู่หญิงสาวคลี่ยิ้มหวานก่อนจะเดินเข้าไปร่วมวงพร้อมกับส่งถุงของกินในมือแบ่งปันให้ทุกคน
"ทานอะไรกันก่อนค่ะทุกคนคุณภาคินเพิ่งซื้อมาให้เมื่อกี้เองค่ะ"
คำพูดนั้นจุดชนวนให้บรรดาตัวแทนทีมงานพากันหันมามองหน้ากันแล้วเอ่ยปากแซวคุณหมอหนุ่มทันที
"แหม หมอกรครับมีคนคอยดูแลเสบียงให้แบบนี้ สงสัยทริปนี้หมอคงไม่อดตายแน่ๆ เลย"
"คุณหมอทิวากรนี่โชคดีจังเลยนะครับมีสาวสวยเอาขนมมาส่งกำนัลให้ถึงมือแบบนี้"
"นั่นสิคะพี่ตั้มสงสัยทริปคาราวาน 1 เดือนนี้ คุณหมอของเราคงอิ่มอกอิ่มใจจนไม่ต้องทานข้าวแน่ ๆเลยค่ะ"
พิมพิกาก้มหน้าลงยิ้มเขินอายจนแก้มใสขึ้นสีระเรื่อเมื่อโดนแซวทว่าคนที่ถูกโยงอย่างหมอทิวากรกลับไม่ได้มีปฏิกิริยาขัดเขินตามเลยสักนิดชายหนุ่มเพียงยิ้มรับแกนๆ ก่อนจะละสายตาจากวงสนทนา ชะเง้อคอยาวจับจ้องไปยังทิศทางที่ภาคินและพิมพ์นลินยืนอยู่
ภาพที่ปรากฏสู่สายตาของหมอทิวากรและพิมพิกาที่ลอบมองตามมาในตอนนั้นคือร่างของทนายปากจัดที่เพิ่งเคี้ยวลูกชิ้นปิ้งเข้าปากไปคำโตใบหน้าหล่อเหลาของภาคินพลันเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำ ดวงตาเบิกกว้างจนน้ำตาเล็ดกลบตาเพราะความเผ็ดร้อนที่ะเิกึ่งกลางลำคอชายหนุ่มคว้าขวดน้ำเปล่าเปิดฝาแล้วยกซดฮวบๆ หนักๆราวกับคนขาดน้ำอยู่กลางทะเลทรายเพื่อแก้เผ็ดขณะที่ยัยตัวแสบอย่างพิมพ์นลินยืนหัวเราะร่าอย่างผู้ชนะ
พอน้ำหมดขวด ภาคินก็ถลึงตาใส่ยัยตัวดีร่างสูงสง่าสลัดคราบทนายผู้สุขุมวิ่งไล่กวดพยายามจะตีพิมพ์นลินที่รีบวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนเสียงใสลั่นปั๊มน้ำมัน
หมอทิวากรจับจ้องภาพการหยอกล้อที่ดูเป็ธรรมชาติและสนิทสนมคู่นั้นด้วยสายตาสงสัยแววตาของเขาไหวระริกเต็มไปด้วยความสับสนและคำถามมากมายที่อธิบายไม่ได้
และสายตาคู่นั้นเอง...ก็ไม่ได้รอดพ้นไปจากพิมพิกา หญิงสาวหุบรอยยิ้มลงช้าๆั์ตาคู่งามทอดมองท่าทางของคุณหมอหนุ่มอย่างชั่งใจ ความกังวลลึกๆแล่นริ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ หล่อนเม้มปากแน่นรู้สึกได้ถึงรอยร้าวบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นในหัวใจเงียบๆ
++++++++++