“เสด็จปู่ ได้โปรดพระราชทานความตายแก่หลานด้วย!”
จูอวิ่นเถิงชูกระบี่ยาวขึ้นสูง คมดาบยังมีหยดเืไหลริน ดวงตาของเขาจ้องตรงไปยังจูหยวนจางที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ั
เหล่าขุนนางทั้งบู๋และบุ๋นในตำหนัก รวมถึงจูหยวนจาง ต่างมองไปยังจูอวิ่นเถิงด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา
วันนี้เดิมทีควรเป็วันที่ต้องสถาปนาจูอวิ่นเหวินเป็พระนัดดารัชทายาท จูหยวนจางเตรียมราชโองการไว้พร้อมแล้ว ขาดเพียงการอ่านประกาศต่อหน้าเหล่าขุนนางเท่านั้น
แต่ยังไม่ทันจะได้เริ่มอ่าน จูอวิ่นเถิงก็ถือกระบี่บุกเข้ามาเสียก่อน
พวกองครักษ์หน้าตำหนัก เมื่อเห็นจูอวิ่นเถิงถือกระบี่ตรงมา ต่างก็พยายามเข้าสกัดตามสัญชาตญาณ
จูอวิ่นเถิงใช้กระบี่แทงองครักษ์าเ็ไปสองนาย ทำให้คนที่เหลือไม่กล้าลงมือกับเขาจนเขาสามารถบุกเข้ามาได้สำเร็จ
ตอนแรก ขุนนางทั้งราชสำนักคิดว่าจูอวิ่นเถิงไม่พอใจที่ไม่ได้รับเลือกเป็พระนัดดารัชทายาท จึงถือกระบี่มาบีบบังคับให้ฮ่องเต้สละบัลลังก์
แต่แค่คนคนเดียวจะมีประโยชน์อะไร?
อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครคาดคิดว่าคำแรกที่จูอวิ่นเถิงเอ่ยออกมาคือการขอความตาย พวกเขาถึงกับคิดว่าตนเองหูฝาดไป
จูอวิ่นเถิงไม่มีทางเลือก เขาจำเป็ต้องทำเช่นนี้
เขาข้ามมิติมายังยุคต้าิ กลายเป็โอรสองค์ที่สามของจูเปียว แต่เขาข้ามมาช้าเกินไป พอมาร่างนี้ผู้เป็บิดาก็ตายเสียแล้ว
อีกทั้งยังไม่มีเวลาพิสูจน์ความสามารถของตนเอง จูหยวนจางก็กำลังจะแต่งตั้งจูอวิ่นเหวินเป็พระนัดดารัชทายาททันที
หากเขาไม่ทำอะไรเลย ชะตากรรมของจูอวิ่นเถิงหลังจากนี้คือการถูกกักขังเยี่ยงสัตว์
เริ่มจากถูกจูอวิ่นเหวินกักตัวไว้ในเมืองหลวง ไม่กล้าปล่อยให้เขาไปรับบรรดาศักดิ์ที่หางโจว
หลังเหตุการณ์ฏจิ้งหนาน ก็จะถูกจูตี้กักขังไว้ที่เฟิ่งหยาง และจบชีวิตลงด้วยความตายอย่างกะทันหัน
ชีวิตเช่นนั้นไม่ใช่สิ่งที่จูอวิ่นเถิง้า
หลังจากข้ามมิติมาไม่นาน จากความทรงจำที่สืบทอดมา จูอวิ่นเถิงรู้ว่าวันนี้จะมีการแต่งตั้งจูอวิ่นเหวิน เพื่ออนาคตที่สวยงามของตนเอง เขาต้องทำลายพิธีนี้และแย่งชิงตำแหน่งนั้นมาจากจูอวิ่นเหวิน
สวะที่ได้เป็ฮ่องเต้เพียงแค่สี่ปีอย่างจูอวิ่นเหวิน คู่ควรกับตำแหน่งนั้นแล้วหรือ?
จูอวิ่นเถิงตัดสินใจเสี่ยงชีวิต การได้ข้ามมายังต้าิเขาก็ถือว่าตายมาแล้วครั้งหนึ่ง อย่างมากก็แค่ตายอีกรอบ เพราะอย่างไรเสียเขาก็ไม่มีทางถอย นี่คือโอกาสสุดท้ายของเขา
ด้วยความที่จูหยวนจางเป็คนรักหลานและให้ความสำคัญกับสายเื ต่อให้เื่ราวบานปลายเพียงใด ก็คงไม่ถึงขั้นปะาเขาจริง ๆ
“พระนัดดา รีบวางกระบี่ลงเถอะพ่ะย่ะค่ะ!”
คนแรกที่ได้สติคือฉางเซิง เขารีบก้าวเข้าไปคว้ามือจูอวิ่นเถิง พยายามจะดึงกระบี่ออก พร้อมกล่าวว่า
“พระนัดดาสามทรงเลอะเลือนชั่วขณะ ขอฝ่าาโปรดประทานอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
เมื่อเห็นจูอวิ่นเถิงถือกระบี่ทำร้ายคนและบุกฝ่าเข้ามา ฉางเซิงใจหายวาบ ปฏิกิริยาแรกย่อมต้องเป็การช่วยหลานชายของตน
พวกเขาคือขุนศึกแห่งหวยซี ต่างก็หวังให้จูอวิ่นเถิงได้เป็ผู้สืบบัลลังก์
แต่จูอวิ่นเถิงนั้นกลับดูเรียบ ๆ ธรรมดา ไม่ได้รับความสำคัญจากจูหยวนจาง ไม่เช่นนั้น หากจูอวิ่นเถิงแสดงความสามารถออกมาสักนิด พวกเขาก็คงจะเริ่มวางแผนช่วยแย่งชิงตำแหน่งนั้นให้แล้ว
ตอนนี้เมื่อต้องตั้งจูอวิ่นเหวิน แม้ฉางเซิงและพวกจะไม่ยอมรับ แต่ก็ทำได้เพียงจำนน
“อวิ่นเถิง!”
จูหยวนจางเอ่ยปากอย่างช้า ๆ สายตาไล่มองไปยังเหล่าขุนศึกแห่งหวยซี รวมถึงหลานอวี้และคนอื่น ๆ ก่อนจะกล่าวเสียงเรียบ
“ถือกระบี่มาขอความตาย ทำลายพิธีแต่งตั้ง ใครสั่งสอนเ้า? หลานอวี้ เป็พวกเ้าสั่งสอนใช่หรือไม่?”
หลานชายคนนี้ ปกติเป็คนเงียบ ๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น เขาไม่เชื่อว่าการบุกเข้ามาขอความตายนี้จะเป็ความคิดของจูอวิ่นเถิงเอง
และหลานคนนี้ก็ไม่น่าจะมีใจเด็ดเดี่ยวขนาดนั้น
“กระหม่อมมิกล้า!”
หลานอวี้ไม่กล้ารอช้า รีบคุกเข่าปฏิเสธ “กระหม่อมก็ไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะว่าพระนัดดาตั้งใจจะทำสิ่งใด”
บรรดาขุนนางและทหารชั้นผู้ใหญ่จากกลุ่มหวยซีต่างก็คุกเข่าลงตาม
เมื่อครู่นี้สายตาของฮ่องเต้เฒ่าที่มองมากดดันด้วยอำนาจของผู้ที่อยู่เหนือกว่า จนทำให้พวกเขาไม่กล้าเงยหน้า
ต่อให้หลานอวี้จะยโสเพียงใด ต่อหน้าจูหยวนจางเขาก็ต้องสงบเสงี่ยม
“ไม่มีใครสั่งสอนหลานพ่ะย่ะค่ะ”
จูอวิ่นเถิงส่ายหน้า “หลานมาขอความตาย เพราะเสด็จปู่อยากให้หลานตาย จะตายช้าตายเร็วก็ต้องตายอยู่ดี ขอเสด็จปู่ใช้กระบี่นี้ปะาหลานเถอะพ่ะย่ะค่ะ”
เขาชูกระบี่ขึ้นอีกครั้ง ส่งสัญญาณให้จูหยวนจางใช้กระบี่นี้ปลิดชีพตน
“เหลวไหล!”
ใบหน้าของจูหยวนจางเ็าเคร่งขรึม กล่าวเสียงกร้าว “ข้าเคยพูดเมื่อไหร่ว่าอยากให้เ้าตาย?”
จูอวิ่นเถิงััได้ว่าสายตาของปู่เริ่มเย็นเยียบขึ้น แต่เขาก็ไม่เกรงกลัว ยืดหลังตรงแล้วกล่าวว่า
“เพราะการที่เสด็จปู่จะแต่งตั้งจูอวิ่นเหวิน นั่นเท่ากับว่าเสด็จปู่ทรงอยากให้หลานตาย!”
“เสด็จปู่ หลานไม่ได้คิดเช่นนั้นเลยนะพ่ะย่ะค่ะ!”
จูอวิ่นเหวินที่ยืนอยู่ด้านข้างได้ยินก็ร้อนใจ รีบก้าวออกมา
“น้องสาม... อาจจะเป็เพราะน้องสามคิดมากไปเอง!”
“ฝ่าา กระหม่อมหวงจื่อเฉิง ขอร้องเรียนพระนัดดาสามพ่ะย่ะค่ะ!”
ในฐานะอาจารย์ของจูอวิ่นเหวิน ตอนนี้หวงจื่อเฉิงร้อนใจยิ่งกว่าจูอวิ่นเหวินเสียอีก
เพราะนัยที่แฝงอยู่ในคำพูดของจูอวิ่นเถิงก็คือ เมื่อจูอวิ่นเหวินได้เป็พระนัดดารัชทายาท หรือขึ้นเป็ฮ่องเต้แล้ว จะต้องสังหารจูอวิ่นเถิงแน่นอน
จูหยวนจางให้ความสำคัญกับสายสัมพันธ์พี่น้องมากที่สุด รับไม่ได้หากมีการเข่นฆ่ากันเองในตระกูล หากปล่อยให้จูอวิ่นเถิงพูดต่อไป เกรงว่าวันนี้อาจเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น
หวงจื่อเฉิงต้องรีบหยุดจูอวิ่นเถิง เขาจึงกล่าวต่อว่า “พระนัดดาสามถือกระบี่บุกรุก กล่าววาจาล่วงเกินฝ่าา ถือเป็กบฎ เนรคุณอย่างยิ่ง ทั้งยังกล่าวหาใส่ความพระนัดดารอง เรียกชื่อพระนัดดารองโดยตรง ไม่เคารพผู้ใหญ่ ขอฝ่าาโปรดลงอาญาด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
“เหอะ...”
จูอวิ่นเถิงแค่นยิ้มเ็า แล้วปรายตามองหวงจื่อเฉิง พลางคิดในใจว่า
เ้าคนนี้แหละคือคนฉลาดแห่งราชสำนัก แต่แท้จริงก็คือพวกสวะเหมือนกัน เขาจึงโต้กลับไปว่า
“ข้าถือกระบี่ขึ้นตำหนักเพื่อมาขอความตาย ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว เสด็จปู่จะลงโทษอย่างไรก็ได้! แต่เ้าบอกว่าข้าไม่เคารพผู้ใหญ่ เช่นนั้นข้าขอถามเ้า พระมารดาที่ให้กำเนิดข้าคือใคร?”
หวงจื่อเฉิงโพล่งออกมาว่า “พระชายาจิ้งอี้ในองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ”
“พระมารดาของข้าคือพระชายาจิ้งอี้ ซ้ำยังเป็บุตรีภรรยาเอกของไคผิงอ๋อง เป็ชายาเอกที่เสด็จพ่อทรงสู่ขออย่างถูกต้องตามธรรมเนียม และเป็พระชายาในองค์รัชทายาทที่เสด็จปู่ทรงแต่งตั้ง ข้ามีเพียงพี่ใหญ่
สยงอิงเป็พี่ชายคนเดียวเท่านั้น ไม่มีพี่รองอะไรทั้งนั้น!
นางหลี่ว์คือใคร? นางเป็เพียงแค่อนุภรรยาของเสด็จพ่อเท่านั้น! จูอวิ่นเหวิน คือบุตรที่เกิดจากอนุภรรยา ข้าเป็บุตรที่เกิดจากชายาเอกของเสด็จพ่อ ต่อให้ข้าตีบุตรของอนุภรรยาตาย นั่นก็ถือว่าเขาสมควรตาย!”
เสียงของจูอวิ่นเถิงก้องกังวานไปทั่วตำหนัก
เสียงนั้นสั่นะเืหัวใจของทุกคน
ดวงตาของหลานอวี้และฉางเซิงเป็ประกายขึ้นมาทันที พวกเขารู้สึกว่าวันนี้จูอวิ่นเถิงเปลี่ยนไปแล้ว ความกล้าหาญช่างมากล้น ไม่ขี้ขลาดเหมือนแต่ก่อน
จูหยวนจางเองก็รู้สึกว่าหลานคนนี้เปลี่ยนไป เขาสำรวจมองจูอวิ่นเถิงด้วยความสนใจและครุ่นคิด
มีเพียงจูอวิ่นเหวินที่ขบกรามแน่น เื่ชาติกำเนิดที่ไม่ใช่บุตรภรรยาเอกคือแผลสดที่สุดในใจเขา
แม้ว่าจูหยวนจางจะพยายามยกฐานะนางหลี่ว์ขึ้นมาอย่างฝืนธรรมชาติเพียงใด แต่นางฉางที่แต่งงานถูกต้องตามธรรมเนียม และจูอวิ่นเถิงที่เป็บุตรภรรยาเอกอย่างชอบธรรม ก็เปรียบเสมือนูเาลูกใหญ่ที่กดทับสองแม่ลูกเอาไว้
“พระนัดดาสาม ท่าน... ท่าน...”
หวงจื่อเฉิงร้อนใจจนเรียบเรียงคำโต้แย้งที่เหมาะสมไม่ได้ เพราะสถานะของนางฉางนั้น "ถูกต้อง" และ "มั่นคง" เกินไป
“หรือว่าเ้ากล้าปฏิเสธฐานะของพระมารดาข้า?” จูอวิ่นเถิงคาดคั้น
หวงจื่อเฉิงรีบกล่าว “ฝ่าา กระหม่อมมิบังอาจ!”
กล่าวจบเขาก็เช็ดเหงื่อเย็น ๆ บนหน้าผาก หากเขากล้าปฏิเสธ
หลานอวี้และฉางเซิงที่อยู่ข้างหลังคงจะรุมฉีกร่างเขาเป็ชิ้น ๆ เป็แน่!
อีกทั้งฮ่องเต้เฒ่าก็คงจะไม่ไว้ชีวิตเขาเช่นกัน
“เสด็จปู่พ่ะย่ะค่ะ!”
เสียงของจูอวิ่นเถิงดังขึ้นอีกครั้ง “ลองจินตนาการดูสิพ่ะย่ะค่ะ หากเสด็จพ่อยังอยู่ แต่เสด็จปู่ไม่ตั้งเสด็จพ่อ กลับไปตั้งเสด็จอารองแทน เช่นนั้นเสด็จอารองจะคิดอย่างไรกับเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ?”
จูซ่างที่เดินทางมาไกลเพื่อร่วมงานศพและอยู่ในตำหนักนี้ด้วย ถึงกับสะดุ้งรีบละล่ำละลักบอกว่ามิกล้า
จูหยวนจางเริ่มคิดตามเห็นว่ามีเหตุผล จึงปรายตามองจูอวิ่นเหวินแล้วถามเรียบ ๆ ว่า “อวิ่นเหวิน เ้าคิดว่าอย่างไร?”
จูอวิ่นเหวินที่ใกับวาจาจาบจ้วงของจูอวิ่นเถิง รีบกล่าวว่า “เสด็จปู่ หลานไม่ใช่คนเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ หลานย่อมไม่มีทางเบียดเบียนคนในครอบครัว น้องสาม... ไม่ทราบด้วยเหตุใดถึงมีความคิดอคติต่อหลานเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ”
สีหน้าของจูหยวนจางดูอ่อนโยนลงบ้าง
จูอวิ่นเหวินดูจะไม่ใช่คนเช่นนั้นจริง ๆ เขามีกิริยาสุภาพ อ่อนโยน มีเมตตา และดูจะรักใคร่คนในครอบครัวที่สุดเหมือนกันกับเขา
ใน่ที่จูเปียวป่วยหนัก จูอวิ่นเหวินดูแลอยู่ข้างเตียงทุกวัน หลังจากจูเปียวสิ้นใจ เขาก็ร้องไห้จนสลบในห้องตั้งศพอยู่หลายครั้งจนซูบผอมไป
เื่นี้จูหยวนจางเห็นมากับตา
ขุนนางทั่วราชสำนักก็เห็น ต่างพากันกล่าวว่าจูอวิ่นเหวินเหมือนจูเปียวที่สุด ทั้งเื่ความกตัญญูและความมีคุณธรรม
“เสแสร้งแกล้งทำ เสด็จปู่อย่าไปหลงเชื่อเขาพ่ะย่ะค่ะ”
จูอวิ่นเถิงแค่นเสียงเยาะ แล้วกล่าวต่อว่า “หลานเคยถามหมอหลวง หากสตรีตั้งครรภ์ครั้งแรก โอกาสคลอดลูกลำบากจะมีมาก แต่ก่อนที่หลานจะเกิด เสด็จแม่เคยให้กำเนิดพี่ใหญ่และพี่หญิงทั้งสองคนมาแล้ว เหตุใดถึงยังจะคลอดบุตรยากจนสิ้นใจได้อีก? เสด็จแม่เป็บุตรีสายตรงของไคผิงอ๋อง ฝึกวรยุทธ์มาแต่เล็ก ร่างกายแข็งแรงกว่าสตรีทั่วไป ยิ่งไม่มีทางตายเพราะคลอดลูกลำบากง่าย ๆ เช่นนี้แน่ เสด็จปู่ไม่ทรงคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติหรือพ่ะย่ะค่ะ? นอกจากนี้ พี่ใหญ่นั้นเสด็จย่าเป็คนเลี้ยงดูมากับมือ เสด็จย่าปกป้องพี่ใหญ่เป็อย่างดี แต่พี่ใหญ่กลับมาด่วนสิ้นใจไปโดยไร้สาเหตุ โดยตรวจหาต้นเหตุไม่พบ เสด็จปู่คิดว่ามันสมเหตุสมผลแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ? เสด็จปู่ลองพิจารณาดูอีกทีสิพ่ะย่ะค่ะ ว่าหากเสด็จแม่ตาย พี่ใหญ่ตายไปแล้ว ใครกันที่เป็ผู้ได้ประโยชน์สูงสุด?”
เสียงที่เปี่ยมด้วยพลังของจูอวิ่นเถิงกังวานก้องตำหนักอีกครั้ง
หวงจื่อเฉิงและขุนนางคนอื่น ๆ ที่สนับสนุนจูอวิ่นเหวิน ต่างก้มหน้าลงพร้อมกันทันที
เมื่อเื่ราวถูกยกระดับขึ้นไปถึงเพียงนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะเข้าไปสอดได้อีกต่อไป
ในหัวของจูอวิ่นเหวินขาวโพลนไปหมด เขาคิดไม่ถึงว่า จูอวิ่นเถิงรู้เื่พวกนี้มากขนาดนี้ได้อย่างไร?
ตัวเขา... กำลังจะพินาศแล้วใช่หรือไม่?
*ไคผิงอ๋อง บรรดาศักดิ์ของ ฉางอวี้ชุน ยอดขุนศึกคนสำคัญของจักรพรรดิหงอู่ (จูหยวนจาง)
*หลานอวี้ แม่ทัพคนสำคัญและขุนนางผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์ิตอนต้น