บทที่ 2
บ้านหลังใหม่
" คุณรู้ได้อย่างไงเหรอครับ " มาร์คได้เอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นว่ายูเรก้านั้นหันมาทักทายเขาก่อน
ฮ่าๆ
แอนได้หัวเราะด้วยเสียงเบาๆ และเธอได้หันมาทางมาร์คด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ รอยยิ้มนั้นทำให้
ตึกตักๆ
หัวใจของมาร์คเต้นแรงอีกครั้งขึ้น มาร์คที่ได้จ้องมองไปที่รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอเขารู้สักราวกับว่าโลกนี้นั้นอยู่หมุน สติของมาร์คนั้นได้หลุดลอยออกไปอีกครั้ง รอยยิ้มของเธอชั่งมีเสน์หนั้นคือสิ่งที่มาร์คคือในใจอยู่ในตอนนั้น
" คุณค่ะ...คุณค่ะ!!!! " เสียงเล็กๆของยูเรก้าได้เรียกมาร์คที่กำลังเหม่อลอยอยู่ มาร์คที่กำลังเหม่อลอยอยู่นั้นได้สะดุ้งขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงเรียกของเธอ
" ว่าไงนะครับ.... " มาร์คได้พูดขึ้นด้วยท่าทางใ
" ฉันบอกว่าในบ้านหลังนี้มีแค่พวกเราสามคนแล้วฉันก็ได้ยินเสียงเดินของคนสองคนก็แปลว่าเป็คุณมาร์คและป้ากัญญา " ยูเรก้าเธอได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันน่าหลงไหล และถ้อยคำที่ฟังแล้วสบายหู
" สามคน...? "
" บ้านหลังนี้มีแค่ฉันกับคุณหนูอาศัยอยู่เท่านั้น " เมื่อได้ยินคำพูดของป้ากัญญามาร์คได้ใมากแต่เก็บอาการทำให้ป้ากัญญานั้นได้เห็นว่ามาร์ดนั้นใไม่ค่อยมาก
" บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ทำไมอยู่กันแค่สองคนล่ะครับ" มาร์คได้เอ่ยขนาดที่ใบหน้าของเขานั้นได้หันซ้ายหันขวาเพื่อมองไปรอบๆ
" ฉันเชื่อใจใครไม่ได้เพื่อความปลอดภัยของคุณหนูแม้แต่เธอเองก็เถอะ " ป้ากัญญาได้เอ่ยถึงมาร์คพร้อมที่ใช้สายตาที่ทิ่มแทงเล็กน้อยมองไปที่มาร์ค ตัวของมาร์คที่เห็นท่าทางของป้ากัญญาเขาก็เข้าใจความรู้สึกของป้ากัญญาและไม่คิดจะโกรธป้ากัญญาเลยสักนิด
" ป้ากัญญายังไม่เลิกสงสัยเขาอีกเหรอคะ " ยูเรก้าได้เอ่ยขึ้นหลังจากได้นั่งฟังบทสนทนาของทั้งสองคนอยู่นาน เมื่อเสียงของยูเรก้าได้พูดขึ้นทำให้ทั้งป้ากัญญาและมาร์คได้หันมองไปที่ยูเรก้า
" เพื่อความปลอดภัยของคุณหนูป้าจำเป็ต้องทำค่ะ "
" ชีวิตของหนูถึงจะหายไปก็ไม่เป็ไรหรอกค่ะ " เสียงเบาๆของยูเรก้าได้เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางที่โศกเศร้า รอยยิ้มอ่อนๆบนหน้าของเธอทำให้มาร์ครู้ได้ว่าภายในใจของเธอนั้นไม่ได้ยิ้มอยู่เหมือนรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ
" แบบนั้นไม่นะคะคุณหนู!!!! " ป้ากัญญาได้โวยวายขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ที่แสดงให้เห็นถึงโกรธเคืองเล็กน้อยที่ได้ยินคำพูดแบบนั้นออกมาจากปากของยูเรก้า ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างตึงเครียด
" ผมชื่อมาร์ค อายุ 21 ปี ตอนนี้ก็กำลังเรียนอยู่ที่มหาลัยคณะบริหาร ปี 2 ฝากตัวด้วยครับ " เสียงของมาร์คได้เอ่ยขึ้น ทำให้ป้ากัญญาและยูเรก้าได้หันไปมองตามเสียงนั้น
" ทำอะไรของเธอน่ะ " ป้ากัญญาได้เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
" แนะนำตัวไงครับ "
" แนะนำตัวในฐานะคนที่กำลังจะอยู่ร่วมกัน "
คำพูดที่ออกมาจากปากของมาร์คทำให้ป้ากัญญาทำหน้าใ ส่วนยูเรก้าที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้ยิ้มออกมารอยยิ้มของเธอแสดงให้เห็นถึงความสุขที่อยู่ภายในใจของเธอ
1 เดือนผ่านไป
ตอนนี้เป็เวลา1เดือนเต็มหลังจากมาร์คได้เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ ทุกอย่างเป็ไปได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ มาร์คนั้นสามารถทำงานบ้านได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็ทำอาหาร ทำความสะอาดหรือการทำสวน มาร์คทำทุกอย่างได้อย่างดีเพราะแบบนั้นจึงแบกเบาภาระของป้ากัญญาที่ทำงานทุกอย่างคนเดียวได้อย่างดี
ภายในสวนดอกยามเช้าที่แสงแดดอ่อนๆได้ส่องมาที่สวนอย่างเต็มทำให้ต้นไม้ในสวนนั้นได้รับแสงแดดอย่างเต็มที่ มาร์คนั้นกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ ป้ากัญญาได้จูงมือของยูเรก้าเดินเข้ามาหามาร์คที่กำลังจดจ่ออยู่กับการรดน้ำต้นไม้เมื่อเห็นยูเรก้าเดินเข้ามา
" สวัสดีครับคุณหนู " มาร์คได้เอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าที่ยิ้มอ่อนๆพร้อมกับโค้งตัวลงเล็กน้อยเพื่อทำความเคารพ ยูเรก้าที่ได้ยินคำพูดนั้นก็ได้ยิ้มออกมา
" คุณไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณหนูก็ได้นะคะ " เสียงเล็กๆของยูเรก้าพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าอันแสนเป็มิตร
" ไม่ได้หรอกครับ "
" ฉันต้องขอบคุณจริงๆนะคะที่เข้ามาช่วยงานในบ้านทั้งที่ไม่ได้แค่ตอบแทนอะไรเลย "
" ผมต่างหากครับถ้าคุณไม่ให้ผมอยู่ที่นี่ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะไปไหนแล้วเหมือนกัน "
เมื่อบทสนทนาของทั้งคู่จบลงป้ากัญญาได้พายูเรก้าเดินไปนั่งบริเวณศาลาสีขาวกลางสวนดอกไม้ และเมื่อมาร์คได้รดน้ำต้นไม้ทั้งหมดเสร็จก็ได้เดินตามมาที่ศาลา เมื่อเสียงฝีเท้าของมาร์คได้เดินใกล้เข้ามายูเรก้าที่ได้ยินเสียงนั้นก็ได้หันหน้าไปตามเสียง
" มานั่งพักเหนื่อยก่อนสิคะ " ยูเรก้าได้เอ่ยน้ำเสียงอันไพเราะที่ได้ยินแล้วสบายหูยิ่งมองรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอด้วยแล้วราวกับจะทำให้ทุกคนที่ได้เห็นและได้ยินเสียงนั้นต้องตกหลุมรัก
" ไม่เป็ไรครับ " มาร์คได้เอ่ยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความเกรงใจ
" นั่งเถอะค่ะ.... "
" ทุกคนที่อยู่บ้านหลังนี้ฉันมองว่าเป็ครอบครัวเดียวกันไม่ใช่ว่าต้องมาเกรงใจกันแบบนี้ " ยูเรก้าพูดพร้อมกับยื่นมือขวาออกไปจับมือของมาร์คแต่มันดันพลาดไปนิดนึงทำให้ยูเรก้าจับมือของมาร์คไม่โดน
" ไม่โดนเหรอ....ตอนแรกฉันคิดว่ามาร์คน่าจะยืนอยู่แถวนั้นแทนๆ " ยู้เรก้าพูดพร้อมกับกำลังจะชักมือกลับด้วยสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย
.....
มือของมาร์คทั้งสองข้างได้กุมมือขวาของยูเรก้าที่กำลังจะยืนกลับไว้ เมื่อมือของมาร์คได้สัมผัสกับมือของยูเรก้าเธอมีสีหน้าใเล็กน้อย แต่แล้วสีหน้าที่ใก็ได้เปลี่ยนกลายรอยยิ้มอันอบอุ่น และแล้วยูเรก้าก็ได้ดึงตัวมาร์คเข้าไปนั่งข้างๆ ป้ากัญญาที่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มออกและได้ค่อยๆเดินถอยออกไปจากตรงนั้นอย่างช้าๆ
และแล้วทั้งสองคนก็ได้อยู่ด้วยกันตามลำพังในสวนดอกไม้หลากหลายสีที่มีลมอ่อนๆพัดอยู่ตลอดเวลาทำให้กลิ่นดอกไม้ที่โดนลมพัดได้หวานฟุ้งไปทั่วสวน ถึงอย่างนั้นทั้งสองคนที่นั่งอยู่ก็ไม่มีใครคิดจะพูดอะไรก่อนทำให้บรรยากาศตรงนั้นเงียบสนิทขนาดที่ได้ยินเสีบงลมอ่อนๆ
" มาร์คโตขึ้นไปอยากจะทำอะไรบ้าง "
คำพูดที่ออกมาจากปากของยูเรก้าทำให้มาร์คนั้นหันไปมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของยูเรก้าได้หันมองทางมาร์ค
ตึกตักๆ
เสียงหัวใจของมาร์คเต้นแรงอีกครั้งเมื่อได้มองรอยยิ้มนั้นใกล้ๆ มาร์คได้ค่อยใช้มือขวาจับไปที่หน้าอกข้างซ้ายของตนพร้อมกับครุ่นคิดอะไรบ้างอย่าง
" ว่าไงคะ " เสียงเล็กๆของยูเรก้าได้พูดขึ้นอีกครั้งเพื่อถามหาคำตอบ เสียงนั้นทำให้มาร์คนั้นสะดุ้งด้วยความใเล็กน้อย เมื่อตั้งสติได้มาร์คได้พยายามรวบรวมสติก่อนจะพูดอีกครั้ง
" ไม่รู้สิครับ "
มาร์คได้พูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่ดูปกติทุกอย่าง คำตอบนั้นทำให้ยูเรก้าทำหน้าตาสงสัยออกมา เมื่อมองหน้าของยูเรก้ามาร์คก็รู้ได้ทันทีว่าคำตอบของตนเองมันกำกวมเกินไป
" ผมยังไม่รู้อนาคตของตนเองเลยไม่รู้ด้วยว่าตัวเองมีชีวิตไปเพื่ออะไร " น้ำเสียงที่พูดออกมาของมาร์คนั้นเต็มไปด้วยความหดหู่และความสิ้นหวัง ยูเรก้านั้นััความรู้สึกของมาร์คได้ผ่านน้ำเสียงที่เปล่งออกมา
" ทำไมถึงทำหน้าหดหู่แบบนั้นล่ะค่ะ " ประโยคที่ยูเรก้าได้พูดออกมาพร้อมทำให้มาร์คนั้นใอีกครั้ง
" คุณเห็นเหรอครับ " มาร์คได้เอ่ยถามด้วยสีหน้าอันใ คำพูดของมาร์คทำให้ยูเรก้าได้ยิ้มออกมา
" ดวงตาของฉันไม่สามารถที่จะมองเห็นหน้าของคุณได้หรอกค่ะแต่ความรู้สึกของฉันสามารถััได้ว่าในใจคุณนั้นรู้สึกอย่างไง " เสียงเล็กๆของยูเรก้าได้เอ่ยออกมาราวกับเธอนั้นสามารถทำได้อย่างที่พูดจริงๆ
" แล้วคุณล่ะครับอยากทำอะไร " มาร์คได้ถามสวนกลับไป คำถามของมาร์คทำให้ยูเรก้าทำหน้าตาดีใจที่มาร์คถาม
" ฉันอยากไปเที่ยวค่ะ " ยูเรก้าได้ตอบกลับไปด้วยใบหน้าที่มีความสุข คำตอบของยูเรก้าทำให้มาร์คนั้นใเข้าไปอีก
" คุณไม่เคยไปเที่ยวเหรอครับ "
" ไม่ค่ะเพราะว่าร่างกายฉันเป็แบบนี้มาตั้งนานแล้วฉันจำไม่ได้แล้วว่าเที่ยวครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ "
คำพูดของยูเรก้านั้นทำให้ มาร์คนั้นรู้สึกแปลกๆ
" คุณไปเที่ยวบ่อยสินะคะ " ยูเรก้าได้เอ่ยถามขึ้น
" ผมเองก็ไม่ค่อยเหมือนกันครับ "
คำตอบของมาร์คทำให้ยูเรก้านั้นใ แต่อีกใจหนึ่งก็ดีใจที่มีคนที่เป็เหมือนตนเองราวกับตนเองนั้นมีเพื่อน
" สักวัน....."
มาร์คหันไปมองหน้ายูเรก้า
" เราไปด้วยกันนะคะ " เสียงอันไพเราะของยูเรก้าพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
------ ยามเย็น ------
ทั้งยูเรก้าและมาร์คได้นั่งคุยกันจนพระอาทิตย์นั้นใกล้จะตกดินแล้ว แสงแดดสีส้มแดงได้ส่องสว่างไปทั่วสวน
" ตอนนี้พระอาทิตย์สีอะไรเหรอคะ "
" สีส้มแดง "
" น่าจะสวยน่าดูเลยนะคะ "
" ใช่ครับมันสวยมากเลยยิ่งนั่งดูในสวนแบบนี้ด้วยมันยิ่งสวยเข้าไปใหญ่ " เดย์ได้พูดขนาดที่สายตานั้นจ้องมองไปที่ดวงอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน คำพูดของมาร์คทำให้ยูเรก้านั้นคิดภาพตามจนเธอนั้นยิ้มออกมา
" ได้เวลาอาหารแล้วค่ะ "
เสียงของป้ากัญญาได้ดังขึ้นในขนาดที่พวกเขานั้นนั่งมองดวงอาทิตย์ที่กำลังจะตกดินอย่างใจจดใจจ่อจนไม่สนรอบข้างทำให้ป้ากัญญานั้นเข้ามาโดยที่พวกเขาไม่ได้สนใจเลยสักนิด พวกเขาได้สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงของป้ากัญญา
" ผมลืมไปเลยว่าต้องไปเตรียมอาหารขอโทษนะครับ... " มาร์คได้เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางราวกับพึ่งนึกขึ้นได้ว่ามีสิ่งที่ต้องทำ
" ไม่เป็ไร...ฉันเตรียมไว้หมดแล้ว " ป้ากัญญาได้เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม เมื่อได้ยินมาร์คก็ถอนหายใจด้วยความโล่งใจ
" เชิญคุณหนูไปรับประทานอาหารเถอะค่ะ " ป้ากัญญาได้พูดขึ้น
" ค่ะ... "
----- ณ ห้องอาหาร ----
ทั้งสามคนได้นั่งทานอาหารบนโต๊ะเดียวกันไม่แบ่งแยกโดยความคิดนี้เกิดขึ้นจากยูเรก้า เธอนั้นเห็นมาร์คและป้ากัญญาเป็เหมือนครอบครัวของตัวเอง ระหว่างทานอาหารยูเรก้านั้นได้ตักอาหารทานเองได้เพราะป้ากัญญาได้จัดวางจานไว้ที่เดิมทุกครั้ง
เพราะอย่างนั้นยูเรก้าจึงใช้ความคุ้นชินทานอาหารได้เหมือนคนปกติ
" คุณหนูท่านอาหารได้เยอะขึ้นนะคะ" ป้ากัญญาได้เอ่ยขึ้นขนาดที่ยูเรก้ากำลังตักอาหารเข้าปาก เมื่อได้ยินยูเรก้าได้ยิ้มออกมา
" คงเป็เพราะมีคนเข้ามาอยู่เพิ่มมั่งค่ะหนูเลยร่าเริงกว่าปกติ " ยูเรก้าได้พูดออกมาด้วยร้อยยิ้ม คำพูดนั้นทำให้มาร์คที่ทานอาหารอยู่ดีใจเล็กๆในใจ
เมื่อทานอาหารเสร็จทั้งสามคนได้นั่งพักกันสักครู่
" พรุ่งนี้ผมต้องไปเรียนแล้วนะครับ " มาร์คได้พูดขึ้นขนาดที่กำลังนั่งพัก ทันทีที่มาร์คเอ่ยขึ้นทำให้ทั้งยูเรก้าและป้ากัญญาได้หันมาสนใจมาร์คขึ้นทันที
" พรุ่งนี้เหรอคะ... " ยูเรก้าเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่ใ
" ใช่ครับ "
" แล้วเื่เงินล่ะเธอ้ามั้ยอย่างไงการเรียนก็ต้องใช้เงินไม่ใช่เหรอ" ป้ากัญญานั้นได้ไถ่ถามด้วยความเป็ห่วง
" ไม่เป็อะไรครับผมพอมีเงินเก็บอยู่บ้างอีกอย่างผมมีงานทำงานพิเศษส่วนตัวเองเรียนมาตั่งนานแล้วด้วย "
มาร์คได้พูดพร้อมกับแสดงรอยยิ้มอ่อนๆบนใบหน้าของเขา เมื่อพูดจบมาร์คได้ลุกขึ้นเก็บจานบนโต๊ะนำไปล้างในครัว
ระหว่างล้างจาน
มาร์คที่ก้มหน้าก้มตาล้างจานอยู่นั้น ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาในครัวจึงหันไปมอง ป้ากัญญาได้เดินเข้ามาอย่างช้าๆ เมื่อเห็นว่าเป็กัญญามาร์คได้หันไปล้างจานต่อ
" เป็อย่างไงบ้าง "
" อะไรเหรอครับ "
" บ้านหลังนี้ไง"
" หลังจากอยู่บ้านหลังนี้มา 1เดือนเธอคิดอย่างไง "
" ทั้งป้าทั้งคุณหนูช่วยเติมเต็มส่วนที่ผมไม่เคยมีในชีวิต..... นั้นคือครอบครัว"
คำพูดที่ออกมาจากใจของมาร์คทำให้ป้ากัญญานั้นยิ้มออกมา ป้ากัญญานั้นได้มองหน้าของมาร์คจากด้านข้างทำให้เขาได้เห็นว่าใบหน้าของมาร์คนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มนั้นแสดงว่าสิ่งที่เขาพูดไม่ใช่เื่โกหก
" เป็อย่างที่คุณหนูพูดจริงๆด้วย..... "
คำพูดของป้ากัญญาทำให้มาร์คได้หยุดล้างจานพร้อมกับหันมามองที่ป้ากัญญา มาร์คทำหน้าตาสงสัยกับสิ่งที่ป้ากัญญาพูดออกมาเมื่อป้ากัญญาเห็นก็ได้พูดว่า
" ไม่มีอะไรล้างจานก็ไปพักผ่อนได้เลยที่เหลือฉันทำต่อเอง....พรุ่งนี้เธอต้องไปเรียนหนิ "
" ครับ.... "
--- จบบท ---
จากบทหน้าอาจจะแบ่งเป็บทล่ะสองถึงสามตอนนะครับ