เหตุการณ์เมื่อวานนี้ทำให้คนเนรคุณกลายเป็ทั้งฮีโร่และคนดังถึงอย่างนั้นโลกก็ยังต้องหมุนต่อไป
มนุษย์เงินเดือนต้องไปทำงานส่วนนักเรียนก็ต้องไปโรงเรียน
ตอนนี้ฉันยังเป็เด็กม.ต้นอยู่งั้นก็ต้องไปโรงเรียนหรือเปล่านะ
การสอบเข้าโรงเรียนม.ปลายเฉพาะทางอย่างเช่นโรงเรียนม.ปลายอึนกวังจะเริ่มขึ้นในเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม และสิ้นสุดในเดือนธันวาคมหรืออย่างช้าที่สุดก็ภายในเดือนกุมภาพันธ์
เนื่องจากการสอบปลายภาคเรียนที่สองของระดับชั้นม.ต้นจะมีขึ้น่ปลายเดือนธันวาคมเช่นกันดังนั้นผลการเรียนที่จะใช้สำหรับการสอบเข้าโรงเรียนม.ปลายจึงนับถึงแค่ภาคเรียนที่หนึ่งของระดับชั้นม.ต้นปีสามเท่านั้น
ไม่จำเป็ต้องไปโรงเรียนแล้ว…
ในกรณีของฉันขั้นตอนตรวจสอบเอกสารและการสอบข้อเขียนเสร็จสิ้นไปแล้วั้แ่ก่อนที่ฉันจะมาที่โลกนี้อีกทั้งเจกัลแจกอลเองก็แจ้งมาแล้วว่าฉันสอบผ่านภาคปฏิบัติ พูดง่ายๆ ก็คือฉันสอบติดโรงเรียนม.ปลายอึนกวังแล้ว และกลายเป็คนที่มีอิสระไม่จำเป็ต้องไปโรงเรียนอีกต่อไป
เมื่อก่อนแม้จะสอบติดและตัดสินใจเรียนต่อม.ปลายแล้ว แต่ก็ยังต้องไปเรียนเหมือนเดิม
ถ้าสอบติดแล้วแต่ไม่ไปโรงเรียนก็อาจถูกลงโทษเช่น ถูกหักคะแนนจากการขาดเรียนโดยไม่มีเหตุผลหรือไม่ก็ได้ศูนย์คะแนนในการประเมินด้านอื่นนอกเหนือการเข้าเรียน
อย่างไรก็ตามถ้าแค่ไปสอบปลายภาค จะเข้าหรือไม่เข้าเรียนก็ไม่มีผลอะไรหากจำนวนวันที่เข้าเรียนครบตามเกณฑ์ก็จะไม่ถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าเรียนจากโรงเรียนม.ปลายที่ตัวเองสอบติดเว้นเสียแต่ถูกไล่ออก
เวลาสมัครงานก็มีแค่บางบริษัทที่ขอดูระเบียนแสดงผลการเรียนย้อนหลังทั้งม.ต้นและม.ปลายแต่ส่วนใหญ่จะดูแค่ระดับชั้นม.ปลายเท่านั้น ดังนั้นเื่นี้จึงไม่เป็ปัญหาใดๆ
ถึงจะมีอะไรต้องทำอีกเยอะแยะแต่ลองไปดูสักครั้งแล้วกัน
หลังจากครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ฉันก็ตัดสินใจไปโรงเรียนเพื่อสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองในโลกนี้
ฉันออกจากห้องเช่าประเภทห้องเดี่ยวในชุมชนแออัดซึ่งมีเพียงเสื่อไฟฟ้าขนาดสำหรับหนึ่งคนแล้วมุ่งหน้าไปโรงเรียน
ข้อมูลตัวละครที่ปรากฏในเมนูคล้ายคลึงกับอดีตของฉันมาก
ทั้งเื่ที่เพิ่งสูญเสียพ่อแม่และน้องไปตอนกำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนม.ต้นจินซู
สิ่งเหล่านี้ใกล้เคียงกับอดีตของฉันมาก
แต่โลกนี้แตกต่างจากเกาหลีที่ฉันเคยอยู่
การปะทะระหว่างมิติเพลเยอร์ และโรงเรียนม.ปลายอึนกวังล้วนเป็เื่ราวภายในเกมแต่กลับเกิดขึ้นจริงบนโลกฝั่งนี้กระทั่งประวัติศาสตร์เกาหลีก็มีความแตกต่างกันเล็กน้อย
ที่อยู่ของฉันในตอนนี้และที่ตั้งของโรงเรียนม.ต้นก็ไม่ตรงกับที่ฉันรู้
ไม่ใช่แค่ตำแหน่งแตกต่างออกไปเล็กน้อย
ที่นี่แตกต่างจากกรุงโซลที่ฉันรู้จัก
ถึงจะดูแผนที่กรุงโซลก็พบว่าเส้นแบ่งเขตดูต่างไปจากเดิมทั้งยังมีชื่อสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย แม้แต่ ‘เขตอึนกวัง – กรุงโซล’ซึ่งเป็ที่ตั้งของโรงเรียนม.ปลายอึนกวังก็ไม่เคยมีอยู่จริง
แต่ถึงอย่างนั้นประวัติศาสตร์กลับใกล้เคียงเกาหลีที่ฉันเคยอยู่
เมื่อพิจารณาจากประวัติศาสตร์ในรอบหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมาหากไม่นับเหตุการณ์ปะทะระหว่างมิติ หลายสิ่งก็ยังเหมือนเดิม ไม่ว่าจะผลงานศิลปะภาพยนตร์ ละคร หรือแม้แต่เพลงที่เผยแพร่ออกมาก็ตรงกับความทรงจำของฉันถึงโลกเก่าและโลกใบใหม่นี้แทบจะเหมือนกัน แต่ก็ยังมีจุดเล็กๆ น้อยๆ ที่แตกต่าง
ที่โลกนี้ไม่มีคนที่ฉันรู้จักจริงๆอยู่เลย
ไม่มีญาติและเพื่อนฝูงจากโลกเก่าอยู่ที่นี่
ถ้าจะว่ากันตรงไปตรงมาโลกฝั่งนี้ก็เปรียบเสมือนจักรวาลคู่ขนานที่เพิ่มเหตุการณ์ปะทะระหว่างมิติเข้ามา
มองไม่ออกเลยว่าจะไปสุดที่ตรงไหน
ฉันขบคิดระหว่างทางจนมาถึงโรงเรียนโดยไม่รู้ตัวหน้าโรงเรียนเต็มไปด้วยฝูงนักข่าวที่รวมตัวกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งราวกับกลุ่มเมฆ
ถึงการแจ้งเตือนการปราบปรามจากดาวเทียมเพลเยอร์ SAT-Kจะปรากฏแค่คำว่า ‘โจ’ เท่านั้นแต่ดูเหมือนข้อมูลส่วนตัวของฉันจะกระจายไปในหมู่นักข่าวแล้ว
ถ้าเมื่อวานฉันไม่ได้ส่งข้อความไปแจ้งเลขบัญชีกับฮงกยูบินพร้อมกำชับให้ช่วยปิดบังชื่อจริงนักข่าวพวกนี้คงเขียนชื่อฉันลงในบทความแบบโต้งๆ ไปแล้วก็ได้
แม้แต่ในโลกที่เกิดการปะทะระหว่างมิติพวกนักข่าวไร้จรรยาบรรณก็ยังเป็เหมือนเดิมสินะ
ในทางกลับกันอาจเพราะเป็โลกที่มีเหยื่อล่อขนาดใหญ่อย่างการปะทะระหว่างมิติพวกนักข่าวจึงดูตื่นเต้นกับการหยิบจับประเด็นต่างๆ มาเล่นข่าว
พวกนักข่าวไร้จรรยาบรรณดึงตัวนักเรียนที่สวมเครื่องแบบโรงเรียนไว้แล้วบังคับสัมภาษณ์พวกเขาเอาไมโครโฟนกับกล้องจ่อหน้านักเรียนที่เดินท่องคำศัพท์ในทันทีทันใด
ถ้าถูกจับได้ล่ะวุ่นแน่รีบเผ่นดีกว่า
ถึงจะรู้สึกผิดกับนักเรียนที่ซวยเพราะฉันแต่ถ้าฉันโผล่ไปตอนนี้ สถานการณ์จะยิ่งวุ่นวายกันไปใหญ่
หลังจากเดินอ้อมไปอ้อมมาอยู่พักใหญ่เพื่อหาทางเข้าฉันก็พบกับรูเล็กๆ ที่ชวนให้รู้สึกลังเลในแวบแรก
รูสุนัขลอดที่ผู้ชายโตเต็มวัยน่าจะผ่านไปไม่ได้เพราะติด่เอวแต่ตัวฉันที่ตอนนี้กลายเป็เด็กม.ต้นสามารถลอดผ่านไปได้อย่างหวุดหวิด
ฉันรู้สึกได้อย่างชัดเจนเลยว่าตัวเองเด็กลงจริงๆ
หน้าห้องเรียนชั้นม.ต้นปีสาม ห้องแปดของโรงเรียนม.ต้นจินซู
ฉันมองสำรวจรอบข้างระหว่างทางที่เดินมายังห้องเรียนแต่ที่นี่กลับแตกต่างจากโรงเรียนม.ต้นที่อยู่ในความทรงจำอย่างสิ้นเชิง
ไม่ว่าจะการออกแบบตำแหน่งที่ตั้งต่างๆ ไม่มีอะไรเหมือนกับที่ฉันจำได้เลยสักนิด
ฉันลอบมองเข้าไปในห้องพักครูก็ไม่พบใครที่ฉันรู้จักเลยแม้แต่คนเดียว
สิ่งเดียวที่เหมือนกันคือชุดนักเรียน
ฉันพยายามเลือกสุ่มใครบางคนที่เดินผ่านไปตามทางเดินเพื่อลองตรวจสอบข้อมูล
[ตัวละครนี้ไม่ได้ลงทะเบียนในฐานข้อมูล ไม่สามารถเรียกดูข้อมูลส่วนบุคคลได้]
เปิดดูข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้
หรือเป็เพราะโรงเรียนม.ต้นแห่งนี้ไม่ได้ปรากฏอยู่ในเกมกันนะ
ฉันลองทดสอบดูอีกสองสามคนแต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม ไม่สามารถเปิดดูข้อมูลจากหน้าต่างเมนูได้
ดูท่าฉันจะต้องหาข้อมูลด้วยตัวเองแล้วล่ะ
แกร๊ก!
ฉันเปิดประตูห้องเรียนที่ยังเป็บานเลื่อนแบบเก่าเข้าไปมีนักเรียนม.ต้นที่ใส่ชุดนักเรียนเชยๆ กำลังจับกลุ่มคุยกันอยู่ตามมุมต่างๆ หัวข้อทั้งหมดล้วนเป็ประเด็นที่สัตว์อสูรบุกโจมตีโรงเรียนม.ปลายอึนกวังเมื่อวานนี้
“ได้ยินข่าวหรือยัง? โคตรเจ๋งเลย!”
“ตอนสัมภาษณ์ฉันโคตรตื่นเต้นเลย…ว่าแต่คนที่ผลงานโดดเด่นที่สุดคือเด็กโรงเรียนเราจริงๆเหรอ”
ใช่แล้วเด็กของโรงเรียนเรานี่แหละ…ฉันเองไงล่ะ
“โรงเรียนเรามีคนเก่งพอจะสอบเข้าโรงเรียนม.ปลายอึนกวังด้วยเหรอ”
“อันดับหนึ่งของโรงเรียนอาจจะซ่อนพลังเอาไว้ก็ได้”
“แต่คนได้อันดับหนึ่งของโรงเรียนเราดูจะไม่มีพร์ด้านการเป็เพลเยอร์เลยนะ”
“ฉันไม่คิดว่าโรงเรียนเรามีเพลเยอร์พร์สูงขนาดนั้นนะ”
ที่นี่ไม่มีใครรู้จักฉันและไม่มีเพื่อนร่วมชั้นม.ต้นที่ฉันรู้จักแม้แต่คนเดียวเช่นกัน
หลังจากยืนฟังบทสนทนาอยู่ครู่หนึ่งที่หน้าประตูฉันก็ดึงตัวนักเรียนที่อยู่ใกล้ๆ มาคุยด้วย
“นี่”
“…เอ่อ? ห้องอื่นห้ามเข้านะครับ จะให้เรียกใครไหม”
“ฉันอยู่ห้องแปด”
จากนั้นก็แสดงบัตรนักเรียนให้ดู
‘โรงเรียนม.ต้นจินซู ปีสาม ห้องแปด โจอึยชิน’
อีกฝ่ายทำหน้าใหลังจากเห็นบัตรนักเรียนก่อนจะพยักหน้า
“จะ…จริงด้วย ดูเหมือนจะมีคนชื่อนี้อยู่นะ ขอโทษที”
ดวงตาของอีกฝ่ายเหม่อลอยราวกับถูกสะกดจิต
“ไม่เป็ไร พอดีฉันมีเื่อยากถามหน่อย”
“วะ…ว่า?”
“เครื่องแบบโรงเรียนเราเชยขนาดนี้มาั้แ่เมื่อก่อนแล้วเหรอ”
“ไม่ เพิ่งเริ่มเปลี่ยนในรุ่นของเรา พวกรุ่นพี่ก็ใส่ชุดปกติกัน”
ฉันพอจะเดาได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองจากนั้นจึงลองไปที่ห้องพักครูและพูดคุยกับครูทั้งหลายพวกเขาแต่ละคนล้วนเผยสีหน้างงงวยและมีปฏิกิริยาตอบสนองว่า ‘โรงเรียนเรามีเด็กที่เก่งพอจะสอบเข้าโรงเรียนม.ปลายอึนกวังด้วยเหรอ’
ฉันไม่รู้จักครูประจำชั้นของตัวเองด้วยซ้ำ
ครูประจำชั้นของฉันซึ่งรีบร้อนกลับจากการไปทำงานนอกสถานที่เป็คนที่ฉันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน และอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะไม่รู้จักฉันเหมือนกันถึงจะพยายามทำทีว่ารู้จักมักคุ้น แต่กลับดูกระอักกระอ่วนสุดๆ
จากการสำรวจทั้งในห้องเรียนและห้องพักครูฉันก็พบว่าข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตม.ต้นของฉันถูกเก็บบันทึกเอาไว้อย่างครบถ้วนแต่ทุกคนกลับทำเหมือนว่า ‘มีนักเรียนคนนี้อยู่ด้วยเหรอ’
ฉันตรวจสอบทุกสิ่งที่อยากทำหมดแล้ว
“ผมรู้สึกไม่ค่อยสบาย คิดว่าควรกลับไปพักผ่อนที่บ้าน ขอตัวกลับก่อนนะครับ”
ครูประจำชั้นรีบตอบตกลงพร้อมพูดเสริมว่าหากจำเป็ต้องใช้ผู้ปกครองให้ติดต่อมาได้ตลอด
ระหว่างเดินออกจากห้องพักครูครูคนอื่นๆ ต่างก็ทยอยแสดงความยินดีและชื่นชมฉันทีละคนถึงอย่างนั้นสีหน้าของพวกเขาล้วนดูสับสนเพราะไม่แน่ใจว่าฉันคือใครกันแน่
ข้อสันนิษฐานได้แปรเปลี่ยนเป็ความเชื่อมั่น
ฉันออกจากโรงเรียนและกลับไปยังห้องเช่าเล็กๆ ในย่านชุมชนแออัด
ฉันสงสัยจริงๆว่าตัวเองหลุดเข้ามาในเกมจริงๆ หรือเปล่า
เพราะถ้าไม่ใช่แบบนั้น…
ฉันรู้ดีว่าใครที่ตอบข้อสงสัยนี้ได้
[เรียกดูข้อมูลตัวละคร ‘โจอึยชิน’]
[ชื่อ: โจอึยชิน]
[ฉายา :ร่างที่เหมาะสมสำหรับเปลี่ยนอนาคตมิติที่สอง, หนึ่งในฮีโร่ตัวน้อย]
[พรคุ้มครอง: (การดาวน์โหลดบางส่วนล้มเหลว)]
[แสงประทับ:(ถูกผนึก)]
[สถานะ: ปกติ]
[ศักยภาพโดยรวม: Lv.10]
[สกิล]
[สารพันศัสตราLv.1]
[เมนูพิเศษเฉพาะร่างที่เหมาะสมสำหรับเปลี่ยนอนาคตมิติที่สองLv.1]
[เชื่อมต่อกับจักรวาลเหนือรูปLv.1]
[พลังแห่งโชคชะตาLv.3]
[(การดาวน์โหลดบางส่วนล้มเหลว)]
ทันทีที่เห็นฉายาฉันก็เกือบหลุดสบถออกมา
เพราะซนมินกิที่ชิงสัมภาษณ์ตัดหน้าไปั้แ่เมื่อวานได้กลายเป็‘ฮีโร่ตัวน้อย’ ส่วนฉันที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดกลับถูกมองว่าเป็แค่ตัวแถม
ตอนนี้ต้องอดทนไว้ก่อน…อดทนไว้
แบบนี้อาจจะดีก็ได้เพราะถ้าตกเป็เป้าสายตาตอนนี้คงจะลำบากไม่น้อย
แต่จะให้มองเป็เื่ดีก็ได้เพราะอย่างน้อยฉันก็ไม่ตกเป็เป้าสายตา
ฉันกดเลือกสกิลเชื่อมต่อกับจักรวาลเหนือรูป
[ดูรายละเอียดสกิล]
[ชื่อสกิล: เชื่อมต่อกับจักรวาลเหนือรูป]
[ระดับความหายาก: UR]
[สกิลเลเวล: 1]
[คุณสมบัติ: สามารถเชื่อมต่อกับจักรวาลเหนือรูป]
[คำอธิบาย: สามารถสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ข้ามมิติ ข้ามกาลเวลา และข้ามจักรวาลโดยจะสร้างภาระมหาศาลต่อร่างกายและจิตใจของผู้ใช้หากผลลัพธ์ของการสื่อสารเกินขีดจำกัดในการรับข้อมูลของผู้ใช้สกิลจะถูกยกเลิกทันที]
สกิลนี้สามารถใช้พูดคุยกับตัวตนที่อยู่ข้ามพ้นมิติกาลเวลา และห้วงอวกาศได้
ถ้าได้สื่อสารกับสิ่งที่พาตัวฉันเข้ามาในโลกนี้ก็คงได้รับคำตอบเอง แม้จะกังวลกับคำว่า ‘ภาระมหาศาลต่อร่างกาย’แต่ฉันก็อยากตรวจสอบให้แน่ใจก่อนจะเข้าไปเรียนที่โรงเรียนม.ปลายอึนกวัง
[เปิดใช้สกิล ‘เชื่อมต่อกับจักรวาลเหนือรูป’]
วิ้งงงง!
ความรู้สึกเหมือนสมองกำลังล่องลอยขึ้นกลางอากาศ
สมองที่ล่องลอยท่ามกลางความรู้สึกเ่าั้กระจัดกระจายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยและล่องลอยไปยังสถานที่หนึ่งในอีก่เวลาต่างห้วงมิติ
ถัดจากสมองร่างกายของฉันก็เริ่มสลายกลายเป็เศษผงตามไปเช่นกัน
ฉันตบหน้าตัวเองเต็มแรง
เพี้ยะ!
ฝ่ามือและแก้มพลันแสบไปหมดแต่ก็ช่วยให้ฉันได้สติกลับมา
“ฉันไม่ได้หลุดเข้าไปในเกม”
วิ้งงงง!
ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง
ทว่าภาพในหัวของฉันกลับกลายเป็สีฟ้าและเริ่มหายใจคล่องขึ้นเล็กน้อย
คำตอบคือใช่สินะ
“เกมสุดห่วยนั่น คือกระบวนการในการคัดเลือกคนที่จะพามาที่นี่…ใช่ไหม”
โฆษณาที่ทุ่มเงินไปอย่างไร้เหตุผลการเปิดเซิร์ฟเวอร์ติดต่อกันเป็สิบปีแม้รายได้แทบเป็ศูนย์แถมยังเป็เกมที่ไม่รับฟังความเห็นของผู้เล่นเลยสักนิด
พอลองย้อนนึกดูมันก็แปลกมากจริงๆ
ถ้าจักรวาลเหนือรูปอะไรนั่นเป็สิ่งที่มีอำนาจครอบจักรวาลจริงก็คงไม่มีความจำเป็ต้องเรียกฉันมาหรอก
เพราะมันสามารถแก้ไขอนาคตของโลกแห่งนี้ได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นถึงจะใช้สกิลเมนูเฉพาะ แต่นอกจากตัวเองกับตัวละครหลักในเกมก็ไม่สามารถเรียกดูข้อมูลของคนทั่วไปได้เลย
เห็นชัดเลยว่าจักรวาลเหนือรูปไม่ได้มีความสามารถครอบจักรวาล
รู้แล้วว่าทำไมถึงเรียกฉันว่า‘ร่างที่เหมาะสมสำหรับเปลี่ยนอนาคตมิติที่สอง’
[คำเตือน : หากเชื่อมต่อกับจักรวาลเหนือรูปนานเกินไปอาจทำให้ร่างที่เหมาะสมสำหรับเปลี่ยนอนาคตมิติที่สองแบกรับภาระหนักเกินไป]
กลิ่นคาวสนิมตีขึ้นมาถึงคอ
“นายไม่สามารถแทรกแซงโลกนี้ได้อย่างอิสระเลยเรียกฉันมาจากมิติอื่นแล้วยัดใส่บทตัวประกอบที่เว้นว่างไว้ แถมยังปรับแต่งข้อมูลอดีตให้เข้ากับฉันและมอบพลังที่เหมือนกับในเกมเพื่อให้เปลี่ยนแปลงอนาคต”
ไม่ง่ายเลยที่จะพูดต่อให้จบ
วิสัยทัศน์ของฉันกลายเป็สีฟ้าอีกครั้งรู้สึกเหมือนร่างกายล่องลอยขึ้นไปในอวกาศและก่อนจะถูกดึงลงมากระแทกพื้นดินอีกครั้ง แม้จะไม่มีเสียงตอบกลับแต่ฉันมั่นใจแล้วว่าอีกฝ่ายตอบรับคำพูดของฉัน
เืเริ่มไหลซึมจากมุมปากราวกับจะบอกว่าทั้งร่างกายและจิตใจของฉันถึงขีดจำกัดแล้ว
[คำเตือน :ร่างกายของร่างที่เหมาะสมสำหรับเปลี่ยนอนาคตมิติที่สองถึงขีดจำกัดแล้ว]
[จำกัดการเชื่อมต่อกับร่างที่เหมาะสมสำหรับเปลี่ยนอนาคตมิติที่สอง]
เสียงของระบบดังขึ้นจากนั้นความรู้สึกพิศวงที่กำลังครอบงำร่างกายของฉันพลันอันตรธานหายไป
[ร่างที่เหมาะสมสำหรับเปลี่ยนอนาคตมิติที่สองมีความเข้าใจในมิติเพิ่มขึ้นเลเวลสกิลของ ‘เมนูพิเศษของร่างที่เหมาะสมสำหรับเปลี่ยนอนาคตมิติที่สอง’เพิ่มขึ้นจาก Lv.1 เป็ Lv.2]
ดูเหมือนการคาดเดาของฉันจะถูกต้องฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงถูกส่งมาที่โลกนี้
เพราะรู้จักเกมเป็อย่างดี?
เพราะเคลียร์บทสุดท้ายได้?
นั่นก็ถูกต้องแต่ว่า…
เหตุผลที่ฉันถูกส่งมาอาจเป็เพราะฉันปรารถนาที่จะเห็นเกมนี้จบลงอย่างแฮปปี้เอ็นดิ้ง
เพราะว่าฉันคือคนที่ยินดีจะเล่นเกมนี้และโลกใบนี้ซ้ำอีกครั้งเพื่อให้ได้ตอนจบแบบที่ปรารถนา
…อา เลเวลสกิลเพิ่มขึ้นด้วยนี่ ลองตรวจสอบดูหน่อยว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง…
ทว่าความคิดนั้นกลับกลายเป็สีดำสนิทฉันหมดสติไปก่อนที่จะได้ตรวจสอบหน้าเมนูสกิล
ฉันลืมตาขึ้นมาในอีกสามวันให้หลัง
ตลอด่เวลาที่สลบไปฉันไม่ได้ดื่มน้ำแม้แต่หยดเดียวริมฝีปากจึงแห้งผาก ทั้งยังมึนหัวไปหมดไม่รู้ว่าเพราะอาการขาดน้ำหรือเปล่าถึงได้รู้สึกว่าโลกเหมือนจะมีแต่สีขาวดำ
ฉันคลานเข้าไปในครัวอย่างทุลักทุเลแล้วดื่มน้ำประปาผสมเกลือกับน้ำตาลเข้าไป จากนั้นสติสัมปชัญญะก็ค่อยๆ ฟื้นกลับมา
ไม่คิดเลยว่าคุยกันไม่กี่วินาทีทำเอาสลบยาวไปตั้งสามวัน
ถ้ารู้ว่าจะเป็แบบนี้คงปูผ้าห่มไว้ก่อนที่จะใช้สกิล
ฉันถอดชุดนักเรียนทิ้งไปแต่เพราะร่างกายตึงไปหมดจึงต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะถอดหมด หลังจากสวมเสื้อผ้าสบายๆแล้ว ฉันก็เหลือบไปเห็นโทรศัพท์มือถือที่แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง
เมื่อเสียบสายชาร์จแล้วเปิดเครื่องดูบรรดาข้อความที่ยังไม่เปิดอ่าน รวมถึงสายไม่ได้รับก็ปรากฏขึ้นมาเต็มหน้าจอ
ฮงกยูบินกับจางนัมอุกส่วนใหญ่เป็สองคนนี้ที่ถล่มส่งข้อความเข้ามา
ฮงกยูบินส่งข้อความมาว่า‘โอนเงินไปแล้ว ช่วยตรวจสอบด้วย’ ‘ฉันจะเลี้ยงข้าวเองมาเจอกันที่สมาคมเพลเยอร์สักครั้งสิ’ หรือไม่ก็ ‘มีอะไรที่อยากได้เป็พิเศษไหม’ซึ่งล้วนแต่เป็เื่น่ารำคาญทั้งนั้น
ทางด้านจางนัมอุกก็ส่งข้อความมาบ่นอย่างเช่น ‘ทำไมไม่รับโทรศัพท์ เป็อะไรหรือเปล่า’ ‘ได้กินข้าวบ้างไหม’
ฉันไม่มีอะไรจะตอบเลยตัดสินใจว่าจะผลัดไปก่อน
ระหว่างค้นดูว่ามีรามยอนอยู่บ้างไหมเสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้น
หน้าจอปรากฏชื่อยูซังฮุนซึ่งไม่ได้ติดต่อกันเลยนับั้แ่แยกกันที่โรงพยาบาลแต่ฉันพอจะเดาได้ว่าเขาโทรมาด้วยเหตุผลอะไร
รับสายยูซังฮุนดีไหมนะ
“ฮัลโหล”
“ฉันเองจางนัมอุกบอกว่าติดต่อนายไม่ได้เลย”
“พอดีค่อนข้างยุ่งน่ะ มีอะไรเหรอ”
“เอ่อ…เื่นั้น”
ยูซังฮุนพูดอ้อมแอ้ม
“เพราะซนมินกิใช่ไหม”
ยูซังฮุนไม่ปฏิเสธ
ยูซังฮุนนัดพวกเราไปเจอที่ห้องส่วนตัวในร้านอาหารเกาหลีแห่งหนึ่ง
เมื่อฉันกับจางนัมอุกได้ฟังเื่ราวที่เกิดขึ้นกับยูซังฮุนจึงได้รู้ว่าซนมินกิเลวกว่าที่คิดไว้มาก
สิ่งที่อีกฝ่ายทำกับยูซังฮุนเข้าข่ายเจตนาฆ่าและทำร้ายร่างกายถ้าถามว่าฉันกับจางนัมอุกถือเป็ผู้เสียหายด้วยหรือไม่ก็อาจจะตอบยากแต่ยูซังฮุนคือเหยื่อแน่นอน
คิดว่าอย่างน้อยหมอนั่นก็อาจแสร้งทำทีเป็ขอโทษสักหน่อย
แต่นอกจากจะไม่ขอโทษแล้วคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะกล้าพูดออกมาว่า ‘ถ้าไม่เอาความทางอาญาฉันจะให้เงินนายแล้วก็หุบปากซะล่ะ’
ครอบครัวของยูซังฮุนโกรธมากแต่เพราะซนมินกิชิงให้สัมภาษณ์ก่อนจึงตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบ
“อยากให้ฉันกับอึยชินช่วยเป็พยานใช่ไหม”
จางนัมอุกเก็บความโกรธไว้ไม่อยู่ต่างจากยูซังฮุนที่แค่ทักทายแล้วเอาแต่นิ่งเงียบพ่อแม่ของยูซังฮุนเองก็มีสีหน้าเคร่งเครียดไม่พูดไม่จา
มีแค่ยูซังฮีพี่สาวของยูซังฮุน ที่เป็คนนำการสนทนา
“ใช่ จะเรียกค่าตอบแทนเท่าไหร่ก็ได้ แสงประทับของฉันนับว่าหายากถ้าได้เป็เพลเยอร์มืออาชีพเมื่อไหร่ ฉันคงทำเงินได้มหาศาลและในฐานะรุ่นพี่โรงเรียนม.ปลายอึนกวังฉันยังช่วยเหลือพวกนายได้อีกหลายเื่เลยนะ”
ภาพที่เธอยิ้มอย่างสดใสขณะเสยผมตรงข้ามกับภาพที่เคยร้องห่มร้องไห้ในโรงพยาบาลโดยสิ้นเชิง
ทว่าฉันรู้จักอีกด้านหนึ่งของเธอดี
[ตรวจสอบข้อมูลตัวละคร ‘ยูซังฮี’]
[ชื่อ : ยูซังฮี]
[ฉายา : นักเรียนปีสองโรงเรียนม.ปลายอึนกวัง, เลขานุการสภานักเรียน, นักบวชฝึกหัดของอาร์เคีย,สายลมคลั่งแห่งการเยียวยา]
[พรคุ้มครอง : ความเมตตาของอาร์เคีย ‘ข้าจะมอบพลังให้เ้า’]
[แสงประทับ : (ปิดใช้งาน)]
[สถานะ : ปกติ]
[ศักยภาพโดยรวม : Lv.34]
[สกิล]
[เวทรักษา Lv.5]
[บาเรียป้องกัน Lv.3]
[หัตถาเฉือนคม Lv.3]
[คำอธิบาย บุคคลผู้มีพลังสายฟื้นฟูที่หายาก และได้รับพรคุ้มครองจากอาร์เคียเทพธิดาแห่งการรักษา เธอสามารถใช้พลังบางส่วนของอาร์เคียผ่านแสงประทับอัจฉริยะผู้ที่ผลการเรียนไม่เคยหลุดจากสิบอันดับแรก ให้ความสำคัญกับครอบครัวมาก]
แตกต่างจากยูซังฮีในเกมที่ฉันรู้จักคนละขั้ว
ในโลกนี้นอกเหนือจากเอเนมีกับบรรพตระกูล ยังมีสิ่งที่เรียกว่า ‘เบื้องบน’
ถ้าจะให้นิยามสั้นๆก็คงคล้ายกับ ‘เทพเ้า’
ตัวตนอันสูงส่งที่ไม่ได้เดินเตร็ดเตร่บนโลกเหมือนกับบรรพตระกูลแต่คอยแทรกแซงโลกในรูปแบบของพรคุ้มครอง ปาฏิหาริย์ การสิงสู่ ร่างอวตาร และการมอบนิมิต
ยูซังฮีได้รับพรคุ้มครองจากอาร์เคียเทพแห่งการรักษา หนึ่งในเบื้องบน
เท่าที่จำได้ฉายาของเธอในเกมคือ ‘ผู้ทำสัญญากับเนเมซิส’
เธอทำสัญญากับเทพธิดาแห่งการล้างแค้นโดยแลกอายุขัยของตัวเองกับพลังทำลายล้างสูงถึงสามเท่าสำหรับโจมตีสัตว์อสูรและนั่นคือแสงประทับของเธอภายในเกม
ยูซังฮีกลายเป็ไม้ตายสุดท้ายและเป็ตัวละครแนะนำในการพิชิตทุกเควสต์ที่มีสัตว์อสูร
จะว่าไปแล้ว…ก่อนที่เธอจะกลายเป็ผู้แสวงหาการล้างแค้นก็มีข้อมูลปรากฏในหนังสือเซตติ้งเหมือนกันแต่ข้อมูลสำคัญอยู่หลังจากนั้น ฉันก็เลยอ่านผ่านๆ
ยูซังฮีละทิ้งพรคุ้มครองอันล้ำค่าของอาร์เคียแล้วหันไปจับมือกับเนเมซิส เทพธิดาแห่งการล้างแค้นเพื่อล้างบางพวกสัตว์อสูรที่ฆ่าน้องชายเธอ
น้องชายคนนั้นคือยูซังฮุนนี่เอง
หญิงสาวที่เอาแต่ไล่ล่าสัตว์อสูรด้วยผมเผ้ากระเซอะกระเซิงและถูกสัตว์อสูรฉีกทึ้งร่างจนขาดกระจายก่อนจะได้เรียนจบด้วยซ้ำ
“ไม่ต้องตอบแทนอะไรหรอกครับ ไม่ว่าการพิจารณาคดีจะใช้เวลานานแค่ไหน ผมก็จะเป็พยานให้จนถึงที่สุด”
จางนัมอุกกล่าวเสียงขรึมจากนั้นก็หันมาทางฉันด้วยสายตาคาดหวังทำนองว่า ‘นายก็เหมือนกันใช่ไหม’
ฉันปิดหน้าต่างสถานะของยูซังฮีพลางครุ่นคิด
ซนมินกิ
สื่อมวลชน
สาธารณชน
มูลนิธิฮวังมยอง
ฉันจัดระเบียบความคิดอย่างประณีต
ฉันมีคำตอบในใจแล้ว
“ผมจะไม่ทำแบบนั้นครับ”
จางนัมอุกเผยหน้าผิดหวังชัดเจนส่วนยูซังฮีตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“เข้าใจแล้ว…ยังไงก็ขอบคุณนะที่ช่วยชีวิตเ้าทึ่มนี่ไว้ถ้าอึยชินไม่อยู่ตรงนั้น เขาคงตายไปแล้ว”
“เฮ้ พูดอะไรของพี่เนี่ย! อึยชิน กินข้าวกันเถอะ”
ยูซังฮุนเปิดปากพูดเป็ครั้งแรกและไม่มีท่าทีโกรธเคืองที่ฉันปฏิเสธส่วนพ่อแม่ของยูซังฮุนเองก็เหมือนกัน พวกเขาขอบคุณฉันด้วยน้ำเสียงอบอุ่น แม้ว่าจะขอบคุณไปหลายครั้งแล้วในตอนที่อยู่โรงพยาบาลก็ตาม
แต่ฉันยังพูดไม่จบ
“ตอบรับข้อเสนอของหมอนั่นให้เร็วที่สุด พรุ่งนี้ได้ยิ่งดี”
“…หือ?”
บรรยากาศพลันเย็นะเืทันควัน
“ใส่เงื่อนไขลงไปด้วยว่า พวกคุณจะไม่เปิดเผยข้อมูลการเจรจากับสาธารณชน”
ฉันจิบชาบ๊วยหนึ่งอึกแล้วพูดต่อ
“หรือถ้าจะให้ดีก็เรียกเงินเพิ่มเข้าไปอีกแล้วบอกว่าผมกับจางนัมอุกก็จะปิดปากเงียบเหมือนกัน”
“ว่าไงนะ! ฉันจะไปเป็พยานให้พวกเขา!”
จางนัมอุกะโอย่างฉุนเฉียว
“ในสัญญามีเงื่อนไขห้ามเปิดเผยข้อมูลงั้นก็ควรเพิ่มเงื่อนไขว่าถ้าผิดสัญญาจะต้องจ่ายค่าปรับเป็สองเท่า...สามเท่าน่าจะดีกว่าครับ”
หากสายตาของยูซังฮีฆ่าคนได้ฉันคงตายไปแล้วสามครั้ง สายตาของเธอกำลังแผ่ความอำมหิตออกมา
“กำลังจะบอกให้เรารับเงินแล้วหุบปากงั้นเหรอ”
“ใช่”
หน้ากากของหญิงสาวผู้อ่อนโยนเริ่มหลุดออกตามด้วยคำพูดโผงผางของยูซังฮี
แต่ฉันเคยเผชิญกับสายตาของแบคโฮกุนมาแล้วแถมยังเคยคุยกับจักรวาลเหนือรูปมาแล้วด้วย แค่นี้ไม่มีทางทำให้ฉันสั่นคลอนได้หรอก
“ไหนๆ ก็จะแก้แค้นอยู่แล้ว ถ้าได้เงินด้วยก็รับไว้เถอะครับ”
การรับเงินชดเชยมาอาจเป็หนึ่งในวิธีที่จะทำลายซนมินกิ