
คำโปรย
มิใช่ไร้ซึ่งหัวใจมิใช่ไร้ซึ่งเสน่หา มิใช่ฉันที่เ็า...แต่ทว่า...มิใช่เส้นทางระหว่างเรา
----------------
ทะเลยามอาทิตย์อัสดงแสงสีแดงดั่งชาดพาดผ่านรอบดวงอาทิตย์ลูกกลมโตจมน้ำอยู่ครึ่งดวงสายลมพลิ้วริ้วล่อกิ่งมะพร้าวสะบัดใบไหวตามแรงลมภาพที่อยู่เบื้องหน้าของหญิงสาวสวยงามราวภาพวาดของศิลปินก็ไม่ปานแต่สำหรับเธอแล้วในเวลานี้ เป็เวลาแห่งความเหว่ว้าอึดอัดทุกข์เหลือประมาณแสงอาทิตย์กำลังลาลับฟ้าสีครามหม่น ณขอบฟ้าเริ่มมีเงาดำค่อยคืบคลานโอบผืนนภาอันกว้างใหญ่ เวลาแห่งรัตติกาลกำลังครอบงำทุกสรรพชีวิตบนโลกใบนี้
“เอ้า...ทำไมยังมานั่งอมทุกข์อยู่ได้”เรโกะถามเพื่อนสาวที่เธอนำพาออกจากงานหมั้นเมื่อเช้า เบิ่งรถพาเธอตะลอนมาจนถึงหาดทรายแก้ว
“ขวัญรู้สึกผิดนะ...ชิ่งหนีมาแบบนี้ ที่บ้านตอนนี้คงเละไม่มีชิ้นดี”คู่ขวัญน้ำตาซึมเงยหน้ามองเพื่อนรัก ในใจคิดแต่คำ ‘ขอโทษ’ พ่อกับแม่และญาติพี่น้องทุกคนที่เธอทำให้เกิดเหตุการณ์เสียหน้าเสียความรู้สึกด้วยกันไปหมด
“อย่าคิดมากเลย...ไปหาอะไรกินกันก่อนเถอะ”เรโกะมองคู่ขวัญอย่างเข้าใจสถานการณ์
ร้านอาหารริมหาดประเภทซีฟู้ดมีให้เลือกอยู่นับสิบแต่ความหิวครอบงำเพื่อนสาวลูกครึ่งไทยญี่ปุ่นคนนี้ทำให้ต้องเดินรี่เข้าหาร้านที่อยู่ใกล้บริเวณที่สุดโดยไม่สนใจเพื่อนรักที่เดินตามมาอย่างไร้ิญญาด้วยความรำคาญเธอจึงหันไปเหน็บแกมหยิก“เฮ้ย...เราว่าถ้ายังเหมือนซอมบี้แบบนี้พรุ่งนี้จะพากลับไปส่ง” นางกระแทกเสียงแบบไม่ปราณีต่อเพื่อนรักที่ทำหน้าหงอยๆ
“อือ...ยังไงก็ได้”คู่ขวัญยังควบคุมอารมณ์และสติสตังไม่อยู่ ทำท่าซังกะตายเหมือนปลาสำลักน้ำ
“ถามอะไรหน่อย...ที่ให้เราไปลักตัวหนีจากงานนี่มันเื่อะไรกันหนักหนาฮะ…???”เรโกะรำคาญเพื่อนสาวเหลือเกิน งานนี้เหมือนทำให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายและเห็นว่าเป็เพื่อนกันมาั้แ่ประถม
“เออ...อย่าเพิ่งถามเลย...หิวก็กินไปก่อนเลย” เพื่อนที่ยังทำหน้ายู่ยี่เหมือนโลกกำลังจะแตกสลายอยู่เบื้องหน้าปัดไม่อยากตอบคำถามอะไรทั้งสิ้นเธอนั่งเหม่อใจลอย...นิ่งเงียบั้แ่ออกจากบ้านที่กาญจนบุรีจนมาถึงระยองไม่พูดไม่จาอะไรทั้งสิ้นแวะปั๊มเพื่อเข้าห้องน้ำ...ก็เฉย เรโกะถามจะกินอะไรระหว่างทางที่แวะเหมือนเธอไม่อยากพูดอะไรทั้งนั้น
“เออ...เออ...ก็ได้ว่ะ รำคาญแม่บังอร...เอาแต่บ้าใบ้โว้ย!!!” เพื่อนลูกครึ่งเริ่มน็อตหลุด
“คือ...คนที่เรากำลังจะแต่งงานด้วย เค้าเป็เกย์!!!”เสียงคู่ขวัญพูดออกมาขณะที่นางกำลังจะเอาช้อนข้าวใส่ปากเกิดสำลักพ่นออกมาทันทีทำโต๊ะเลอะเทอะ เรโกะวิ่งผละออกไปเข้าห้องน้ำเธอสำลักอย่างรุนแรงจนหน้าแดงก่ำ...ค่อยเดินลากเท้ากลับมาที่โต๊ะอีกครั้งและเรียกให้เด็กเสริฟเอาจานมาให้ใหม่ทั้งสั่งให้เก็บข้าวที่สำลักเรี่ยราดอยู่
“นี่...ฉันว่าเงียบหุบปากเหมือนเดิมดีแล้วทำฉันเกือบตาย...รู้ไหม” เสียงนางโกรธตำหนิเพื่อนรักและตั้งหน้าตั้งตากินอย่างเดียวไม่คุยกับเพื่อนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอกลัวว่านางอาจได้ยินอะไรที่ประหลาดแล้วทำให้ใจนข้าวจุกคอหอยตายได้
คู่ขวัญเอามือบางๆขาวซีดของเธอเอื้อมไปจับมือของเพื่อนที่นั่งอยู่ตรงข้าม...บีบเบาๆแต่เรโกะดึงมือออกและตั้งหน้าตั้งตากินกับข้าวที่สั่งมา 3 อย่าง ข้าวต้มที่สั่งมา
ร้อนๆ อีก 2 ถ้วยเผื่อให้เพื่อนสาวที่ได้แต่นั่งมองไม่ยอมกินอะไรนางจัดการหมดเรียบร้อยไม่เหลือและชำเลืองมองดูอาการของคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าว่าจะมีปฏิกิริยาอะไรเฉยเมยไม่ยินดียินร้ายไม่หิวโหย นางกินโชว์ให้ดูจนหมดเรียบ...ยังแอบมองหน้าแบบเยาะหน่อยๆเห็นเพื่อนรักไม่มีวี่แววว่าอยากจะดมหรือชิมอะไรเลย...แปลก
วันรุ่งขึ้นเรโกะไม่อยากทนอีกต่อไปเธอจึงขับรถพาคนที่เธอลักพามาด้วยกลับไปส่งบ้านที่กาญจนบุรีตามเดิมระหว่างทางเธอจึงเอ่ยขึ้น
“นายคนนั้น...เขาบอกเธอรึว่าเธอสังหรณ์เอง”คู่ขวัญมองกลับไปที่เรโกะ กำลังจะอ้าปากเพื่อตอบคำถามนี้แต่เพื่อนสาวกำลังขับรถอยู่ยกมือห้ามนางกลัวว่าจะใพาลเหวี่ยงพวงมาลัยอาจทำให้รถตกถนน
“เอาล่ะ...ว่ามาอยากจะตอบคำถามเราหรือว่าจะอ้ำอึ้งแบบนั้น”เรโกะขับรถเข้าปั๊มน้ำมันเพื่อเข้าห้องน้ำ ระหว่างที่นั่งอยู่ในรถดื่มน้ำและกินขนมขบเคี้ยวรอเพื่อนให้ตอบคำถาม
“เราเห็นกับตา ก่อนวันแต่งงานประมาณ 1 อาทิตย์เราบังเอิญเห็นเค้ากอดคอกับผู้ชายอีกคนในโรงแรมแถวในเมืองกำลังขึ้นห้องไปทำอะไรกัน”เรโกะจ้องตาของคู่ขวัญว่ามันใช่หรือ เธอออกความเห็นว่า ‘เป็เพื่อนกันก็กอดคอกันได้แล้วมันจะเป็อะไรไป’
“เราดันอยากรู้ว่าใจเราคิด...มันใช่ไหม”คู่ขวัญแอบไปถามรีเซฟชั่นแต่เธอได้คำตอบที่คลุมเครือไม่ชัดเจนเลยกลายเป็ที่มาของการสืบด้วยตนเอง
“จ้างคนสืบโดยไม่ให้ใครรู้ล่ะซิ”เรโกะยิงคำถามตรงประเด็น
“เปล่า...เราสืบเอง” คู่ขวัญทำให้เรโกะ...งงเพราะเห็นเพื่อนสาวเป็คนหน่อมแน้มไร้เดียงสา
“เฮ้ย...อย่ามองว่าเราทำไม่ได้...สิ”คู่ขวัญพูดอย่างแข็งขัน เธอได้จ่ายเงินจ้างรีเซฟชั่นให้ช่วยโทรบอกเธอว่าถ้าหนุ่มว่าที่เ้าบ่าวชื่อ“วาชิ” ควงคู่ขามาอีก เธอจะย่องมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
“เขาควงคู่ขาคนนี้มากว่า 2 ปีแล้ว”เรโกะฟังเพื่อนสาวเล่าลำดับเหตุการณ์ เธอลงทุนปลอมตัวเป็ทอมไปแอบเก็บภาพขนาดเช่าห้องว่างติดกันในโรงแรมเพื่อขึ้นไปสังเกตการณ์ให้แน่ใจว่าที่เธอสังหรณ์ไว้นั้นไม่ผิดอย่างแน่นอน
“แล้วบอกพ่อกับแม่หรือเปล่า...เื่นี้”เรโกะมองคู่ขวัญส่ายหน้าด้วยความหดหู่ใจ เพราะพ่อกับแม่เธอเป็คนหัวโบราณไม่เข้าใจอะไรง่ายๆ กับความซับซ้อนของโลกทุกวันนี้
“เอ้า...แล้วบังคับให้แต่งงาน...โห”คู่ขวัญมองเพื่อนรักด้วยแววตาซึมเศร้าแทนคำตอบ
เหตุการณ์บานปลายเมื่อทั้งคู่ไปถึงบ้านของคู่ขวัญที่กาญจนบุรีพ่อกับแม่ต่อว่าหาว่าเธอหนีไปเพราะเพื่อนสาวที่เหมือนทอมคนนี้ เรโกะเป็คนท้วมนิยมสวมเสื้อผ้าแนวหลวมๆประเภทเสื้อแจ็คเก็ตกางเกงลุง ญาติพี่น้องเข้ามารุมตำหนิเพื่อนของคู่ขวัญอย่างเสียๆหายๆ จนนางะโออกมาอย่างเหลืออด
“ฟังนะ...คนที่ขอให้ฉันพาหนี คือ เธอ !!!”เรโกะโมโหชี้หน้าคู่ขวัญอย่างไม่พอใจกับญาติของเพื่อนที่กำลังทำหน้าใอยู่
“ทำไม...ฮะ...ขวัญ”พี่สาวของคู่ขวัญหันไปตะคอกเธอ และเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อของเรโกะอย่างเอาเื่
“นี่...ปล่อยมือเลย...ฉันไม่รู้เห็นอะไรด้วยเธอจ้างให้ลักพาเธอหนีไป นี่สงเคราะห์ให้ฟรีไม่คิดเงิน น่าจะขอบใจนะ”เรโกะพูดอย่างมีเลศนัยและมองสถานการณ์ออกว่าทุกคนที่อยู่ในบ้านของคู่ขวัญคงไม่มีใครรู้ความจริง
เรโกะเดินออกมาอย่างไม่แยแสว่าเพื่อนสาวจะโดนอะไรบ้างกับการที่หายตัวไปทั้งคืนแล้วกลับมาอีกวันเธอขับรถจากไปโดยไม่กล่าวลาใครเลยแม้แต่คู่ขวัญ ปล่อยให้เพื่อนรักแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองเรโกะพูดเตือนระหว่างทางที่ขับรถกลับมาส่งว่าให้เพื่อนรักแก้ไขปัญหาอย่างมีสติการหนีปัญหาไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้นนอกจากจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีกเรโกะได้รับข้อความจากคู่ขวัญระหว่างทางขับรถกลับบ้านที่กรุงเทพว่าทางญาติฝ่ายเ้าบ่าวจะเลื่อนพิธีออกไปถึงปีหน้าเพื่อให้ทั้งสองคนได้ทำความรู้จักและเข้าใจกันมากกว่านี้เื่ทั้งหมดที่คู่ขวัญเคลียร์กับพ่อแม่ญาติพี่น้องของเธอนั้นกลายเป็ว่าเธอเข้าใจผิดและใส่ร้ายเ้าบ่าว
“ทำไมไม่ถามผมล่ะ...ผมถูกทุกคนด่ายับเยิน”วาชิโยดะตำหนิคู่ขวัญอย่างรุนแรงชายหนุ่มหน้าขาวใสั์ตาเรียวเหมือนดาราเกาหลีผู้นี้เป็ลูกครึ่งที่มีพ่อเป็คนญี่ปุ่นและแม่เป็คนไทยคู่ขวัญเถียงไม่ลดละว่าเธอเห็นกับตา
“สิ่งที่เห็นไม่ใช่อย่างที่เป็ เคยได้ยินไหมสุภาษิตนี้...!!!”หนุ่มลูกครึ่งมาไกลจากกรุงเทพมาทำงานที่กาญจนบุรีทุกเสาร์อาทิตย์ เขาอาศัยไหว้วานลูกพี่ลูกน้องเพื่อทำงานให้กับเขาและจำเป็ต้องมาใช้สถานที่ในโรงแรมเพื่อวางแผน
“ใครจะไปรู้ล่ะ เรารู้จักกันแค่ผิวเผิน”คู่ขวัญมองชายหนุ่มอย่างเชื่อมั่นในสิ่งที่เธอเห็น เขาเริ่มเล่าเื่ราวที่เธอเห็นนั้นถูกต้องแต่ไม่ใช่ทั้งหมดและสิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือเขาทั้งสองคนยังไม่รู้จักกันมากพอที่จะไว้ใจและเข้าใจกันได้ดีจึงเป็ที่มาของปัญหาที่เธอก่อไว้ ชายหนุ่มไม่ได้โทษว่าใครผิดแต่สถานการณ์ทำให้เกิดการมโนของหญิงสาว
“ขวัญขอโทษ...” คู่ขวัญพูดอย่างสำนึกผิดชายหนุ่มเข้ามาจับมือเธอไว้และพูดอย่างเอาจริงเอาจัง
“เราคงต้องไปพิสูจน์กันให้มันรู้เื่กันดีไหมว่าผมไม่ใช่...อย่างที่คุณคิด” ชายหนุ่มจ้องแววตาของคู่ขวัญพูดอย่างทีเล่นทีจริงว่าครั้งต่อไปคงต้องขึ้นห้องกับเธอแทนชายหนุ่มคนนั้น