
ยามลมหนาวพัดมาใครหลายๆคน ก็อยากจะออกไปัักับธรรมชาติและอากาศที่เย็นสบายพร้อมกับวิวสวยๆ ผมเองก็เป็คนหนึ่งที่ชอบออกไปท่องเที่ยวพบผู้คนใหม่ๆและเรียนรู้เื่ราวของวิถีชีวิต พร้อมกับได้เห็นความงามในสถานที่ต่างๆ และอีกเหตุผลหนึ่งคือผมชอบฟังเื่ราวลี้ลับจากคนที่พบปะตามสถานนั้นๆที่ผมได้ไป ยิ่งเป็เื่ที่คนเฒ่าคนแก่เล่าแล้วผมยิ่งชอบฟังมากเพราะมันทั้งสนุกและตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ฟังครับ
ครั้งนี้ผมเดินทางไปถึงจ.เชียงรายและได้ที่พักซึ่งมีลักษณะทั้งแบบบ้านเป็หลังและลานกางเต็นท์ส่วนจะเลือกแบบไหนนั้นก็ตามแต่ลูกค้าสะดวกเลือก แน่นอนครับสำหรับคนมีอันจะกินแบบผมต้องกางเต็นท์เท่านั้นครับ ฮ่าฮ่า เพราะด้วยราคาที่ถูกและได้ประหยัดเงินในกระเป๋าที่มีอยู่น้อยนิดไปได้อีกด้วยซึ่งวันนี้ลูกค้าของที่นี่ก็มีเพียงแค่ผมหนึ่งคนและที่มาแบบครอบครัวอีกหนึ่งครอบครัวในสถานที่อันกว้างขวางประกอบกับคนน้อยทำให้มันเงียบและวังเวงยิ่งนัก
หลังจากที่ผมกางเต็นท์อาบน้ำชำระร่างกายเป็ที่เรียบร้อยผมก็มานั่งจิบชาร้อนๆดื่มด่ำกับบรรยากาศที่หนาวเย็นในตอนหัวค่ำพร้อมเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ร้องประสานเสียงกัน ดั่งเสียงเพลงอันไพเราะจากธรรมชาติในขณะที่ผมกำลังครึ้มอกครึ้มใจกับธรรมชาติอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงกิ่งไม้หักดังเป๊าะ!! ผมหันไปทางต้นเสียงและพยายามเพ่งมองไปในความมืดแสงไฟจากตะเกียงสีเหลืองนวลของผมไม่สามารถส่องไปได้ไกลนัก แต่ก็พอจะเห็นได้ว่าเป็เงาคนเดินเข้ามา ชั่วอึดใจก็มีร่างของชายแก่คนหนึ่งเดินเข้ามาท่าทางของแกดูใจดีในความคิดของผมตอนนั้นดูแกจะมีอายุประมาน 60-70 ปี แกเดินเข้ามาทักทายผม และถามผมว่า
“พ่อหนุ่มมาคนเดียวรึถ้าขาดเหลืออะไรก็ไปบอกได้ที่เค้าน์เตอร์นะ”
“ไม่ได้ขาดอะไรหรอกครับคุณตา”
ผมตอบแกกลับไปด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มและเป็กันเองแล้วด้วยนิสัยของผมที่ชอบผูกมิตรก็เลยชวนแกนั่งจิบชาคุยกัน คุณตาท่านนี้แกบอกว่าแกอายุ 85 ปีแล้วในใจผมคิดว่าแกอายุยืนมากๆต้องมีเื่เล่าดีๆแน่ๆ คุณตาบอกให้ผมฟังอีกว่า ท่านเป็เ้าของที่ดินที่นี่และให้ลูกๆหลานๆ เปิดเป็ที่พักและลานกางเต็นท์ ผมมีสีหน้ายิ้มแย้มชวนแกคุยสัพเพเหระไปเรื่อยจนวกเข้ามาถึงเื่ราวลี้ลับผมถามคุณตาขึ้นว่า
“คุณตาครับมีเื่ผีหรือเื่ลี้ลับอะไรพอที่จะเล่าให้หลานๆได้ฟังไหมครับ”
คุณตายิ้มดูอบอุ่นแล้วตอบกลับผมมาว่า
"มีสิพ่อหนุ่ม"
ผมนี่ยิ้มแก้มปริทันทีคุณตาเล่าว่าในสมัยเมื่อหลายสิบปีมาแล้วคุณตาเองเป็พรานเดินป่า วิชาอาคมก็มีพอตัวแต่แกเองไม่เคยเอาไปใช้ในทางที่ไม่ดีและไม่เคยโอ้อวดว่าตนเองมีวิชาอาคม
คุณตามีสีหน้านิ่งอยู่ครู่เหมือนใช้ความคิดก่อนจะเล่าต่อว่าย้อนกลับไปตอนนั้นพวกที่ชอบวิชาอาคมทางไสยศาสตร์มีอยู่มากมายทั้งพวกโจรหรือว่าหมอผีมีทั้งทางดำและทางขาวคุณตาเองท่านเคยไปช่วยนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งสืบคดีแปลกๆด้วยนายตำรวจท่านนี้รู้จักมักคุ้นกับคุณตาเป็อย่างดี เรียกได้ว่าเป็เกลอกันมาั้แ่เด็กนายตำรวจท่านนี้ชื่อว่าประจักรยศในตอนนั้นก็เป็พันตำรวจเอกเขามาขอร้องคุณตาให้ช่วยเนื่องจากคดีนี้แปลกประหลาดประกอบกับนายตำรวจท่านนี้เชื่อเื่ทางไสยศาสตร์และรู้ว่าคุณตาผู้เป็เกลอกันั้แ่เด็กนั้นมีวิชาทางด้านนี้จึงขอความช่วยเหลือผมขอเรียกคุณตาว่าพรานโชติก็แล้วกันนะครับ
เมื่อพรานโชติหรือคุณตาโชติได้ฟังเื่ราวจากนายตำรวจท่านนี้ก็คิดในใจว่านี่มันก็คดีปล้นฆ่าธรรมดาแค่นั้นเองคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงของตำรวจหรอกแต่นายตำรวจท่านนี้บอกว่าไอ้ที่แปลกก็คือพยานในที่เกิดเหตุซึ่งเป็คนรับใช้ในบ้านเล่าว่า มีหมาดำกระโจนเข้ามาในคฤหาสน์และแปลงกายเป็ผู้ชายร่างกายกำยำผิวสีดำแดงนุ่งโจงกระเบนสีดำ หน้าตาดุราวกับั์ในมือถือดาบยาวกระโจนเข้าหาคุณหญิงราณีที่กำลังนั่งจิบชาอยู่และวาดดาบฟันคอคุณหญิงขาดกระเด็นเืพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุสาวใช้เห็นแบบนั้นก็แกล้งเป็ลมล้มพับหมดสติ เนื่องจากกลัวว่าชายคนนั้นจะทำร้ายเอา
หลังจากบั่นคอคุณหญิงราณีแล้วชายร่างกำยำคนนั้นก็เข้าไปเอาเพชรพลอยทองคำและของมีค่าต่างๆ จากนั้นก็แปลงกายเป็หมาดำกระโจนออกนอกหน้าต่างหายไปในความมืดซึ่งพันตำรวจเอกประจักรคิดว่าไอ้โจรคนนี้น่าจะเป็คนมีวิชาอาคมสามารถแปลงกายมาปล้นอย่างอุกอาจและมันเป็เหตุการณ์อันน่าสยดสยองที่ชาวบ้านต่างกล่าวขานและหวาดกลัว ด้านทางการจึงเร่งตามคดีนี้เป็อย่างมากพรานโชติมีสีหน้าครุ่นคิดหลังจากได้ฟังคำบอกเล่าของนายตำรวจแห่งพระนครท่านนี้ครู่ใหญ่พรานโชติจึงเอ่ยถามพันตำรวจเอกประจักรว่า
"ไอ้จักรเอ็งสืบเื่นี้ไปถึงไหนแล้วว่ะ"
พันตำรวจเอกประจักรเกลอสนิทของพรานโชติมีสีหน้าเคร่งเครียดก่อนจะตอบกลับ
"ยังไม่คืบหน้าเลยว่ะนอกจากสาวคนรับใช้ คนอื่นที่อยู่ที่นั่นต่างก็ไม่ได้ยินไม่เห็นอะไรทั้งนั้น จนเกิดเหตุการฆ่ากันนั่นแหละแล้วไอ้โจรที่มาปล้นก็ไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้เลย"