ตอนที่ 33
หนึ่งปีผ่านพ้น
ท่าร่างฤดูกาลผกผันบทต้นสายลม มีความไวกว่าท่าร่างลับลับล่อล่อเกือบเท่าตัวแม้ต้องทะยานฝ่าพายุหิมะรุนแรง แต่หลงจิวเมิ่งกลับใช้เวลาเพียงแค่วันครึ่ง ก็สามารถเดินทางมาถึงเขตชายแดนเชื่อมต่อของป้อมพายุหิมะ
แม้จิตใจก่อนหน้าเบิกบานแต่เมื่อย่างกรายเข้ามายังเขตแดนอันคุ้นเคย ทุกสิ่งกลับพลิกหน้าเป็หลังควันไฟที่ลอยสูงเห็นเด่นไกลมาจากทิศทางของเขตเมืองทางทิศใต้ มันหนาหนักเกินกว่าจะเป็ฟืนไฟที่จุดขึ้นเพื่อขับไล่ความหนาวเหน็บยิ่งเข้าใกล้เส้นทางสัญจร กลิ่นคาวโลหิตโชยอ่อนผ่านมาให้รับรู้เป็ระยะก่อนจะจางหายเพราะลมหิมะรุนแรง
ยิ่งครุ่นคิดยิ่งทำให้ความคิดในสมองของหลงจิวเมิ่งพลันสับสนหรือ...เื่ราวจะมิได้เป็เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตก่อนของตน หลงจิวเมิ่งกลืนน้ำลายหนืดลงคอด้วยจิตใจที่สั่นไหวแม้ความคิดเหลวไหลวุ่นวายจะแวบเข้ามาในสมองไม่หยุดหย่อนแต่สองเท้ายังคงเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วดุจเดิม ด้วยความบังเอิญได้ยินเสียงอึกทึกตัดสลับกับเสียงลมเกิดนึกสงสัย ทะยานสูงไปบนยอดไม้ ก่อนจะเคลื่อนไกลเข้าไปสืบดู
...นั่นมันพวกคนเถื่อน
หลงจิวเมิ่งหยี่ตาลงจับจ้องไปยังกลุ่มคนเถื่อนนับร้อยที่อยู่ห่างไปหลายลี้กองกำลังใหญ่กำลังเคลื่อนพลอยู่ภายในป่าโปร่งทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองนี่ต้องมีเหตุผลซ่อนเร้นอย่างแน่นอน
...กว่าครึ่งของพวกมันเป็ผู้ฝึกตน
เมื่อระดับการบ่มเพาะสูงล้ำขึ้นประสาทััและรับรู้ย่อมแหลมคมสูงส่งดั่งเงาตามตัว
แม้อยากรู้ว่ากองกำลังของคนเถื่อนยกทัพไปที่ใดเพราะจุดนี้นั้นอยู่ห่างจากเขตเมืองไม่ถึงหนึ่งร้อยลี้ ผสานรวมกับสัญญาณผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า กลายเป็เหตุโน้มน้าวใจให้หลงจิวเมิ่ง เลือกละทิ้งการสอดแนมเร่งฝีเท้าทะยานไว มุ่งมั่นกลับไปพบหน้าบิดาเป็สิ่งสำคัญที่สุด
เมื่อตัดสินใจเช่นนั้น หลงจิวเมิ่งก็มุ่งหน้าเฉียงลงใต้ดุจเดิมแต่แล้วห่างจากเขตเมืองไม่ถึงสิบลี้ พลันปรากฏฝูงอสูรลมปราณทั้งระดับสูงระดับต่ำปะปนกำลังต่อสู้กับกองกำลังของผู้คนแต่ละตระกูลที่อาศัยในเขตป้อมค่ายพายุหิมะอย่างเอาเป็เอาตายเมื่อกวาดสายตามองกว้าง ค่อยพบผนังกำแพงปกป้องอาณาเขตพังทลายลงไปแล้วหลายแห่งโลหิตของมนุษย์และอสูรร้ายล้วนปะปน อาบย้อมไปทั่วทุกแห่ง ที่ไหลลงชโลมจนพื้นหิมะเย็นเข้มดำแดงฉาน
...นี่มันเกิดเื่บ้าอะไรกันขึ้น
หลงจิวเมิ่งไม่ลังเลใช้ท่าร่างฤดูกาลผกผัน ะโทะยานไวสุดแรง ลอยละลิ่วทะยานตรงเข้าไปท่ามกลางวงสัประยุทธ์ของผู้ฝึกตนและสัตว์อสูรสองมือหยิบคีบแท่งเหล็กแหลมหนีบเอาไว้ที่ง่ามนิ้ว เมื่อสภาวะลอยสูงใกล้จะหยุดนิ่งพลันขยับร่างหมุนวนราวลูกข่าง ก่อเกิดกระแสลมปราณพัดเฉือนโจมตีระลอกแรกแถมพยุงร่างให้ลอยค้าง พริบตาถัดมาสองมือว่องไวสะบัดแท่งเหล็กที่อาบเคลือบด้วยลมปราณทั้งหกกลายเป็เส้นเงาสีเข้มตัดผ่านหิมะขาว พุ่งทะยานเข้าหาสัตว์อสูรลมปราณที่อยู่รอบ ๆอย่างแม่นยำ
แท่งเหล็กทั่วไปไม่อาจระคายผิวของสัตว์อสูรลมปราณแต่เมื่อใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาอาวุธลับซึ่งเป็เคล็ดวิชาสังหารเดียวที่หลงจิวเมิ่งช่ำชองเมื่อชีวิตก่อนหน้าซึ่งเน้นหลักการใช้ลมปราณหนุนเสริมวัตถุแถมด้วยพละกำลังที่เพิ่มขึ้นจากเคล็ดกายาเทพอสูรกลืนิญญา แท่งเหล็กกลับทะยานแรงดั่งดาวตกทะยานแทงทะลุผ่านร่างของสัตว์อสูรลมปราณโดยรอบ มิต่างจากยอดศาสตรา สัตว์อสูรสองตัวตกตายทันทีอีกสามตัวได้รับาแแตกต่าง แต่เพราะไม่โดนจุดตายยังรอดชีวิตมาได้ ซึ่งผลของความเ็ปทำให้พวกที่เหลือกลายเป็คลุ้มคลั่งเดือดดาลทั้งสามเปลี่ยนเป้าหมายสังหารจากผู้ฝึกตนตรงหน้า พร้อมใจกันหันเข้าใส่หลงจิวเมิ่งเป็ตาเดียว
หลงจิวเมิ่งเมื่อคิดกระโจนเข้าสู่ใจกลางวงต่อสู้ย่อมคำนวณหนทางรอดเอาไว้ล่วงหน้า ยามสองเท้าหล่นลงแตะถึงพื้น มือขวาก็สวมใส่ด้วยถุงมือหนังที่เชื่อมต่อกับเขี้ยวเหล็กเสร็จเรียบร้อยพอดี...แท่งเหล็กธรรมดาเมื่อใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาอาวุธลับยังแทงทะลุร่างของแกร่งของศัตรูได้ราวกับมันอ่อนนิ่มแต่เขี้ยวเหล็กที่เชื่อมติดกับถุงมือหนัง ล้วนจัดสร้างขึ้นจากเหล็กเย็นที่รองรับลมปราณของผู้ใช้ได้บางส่วนยิ่งมีอานุภาพเหลือล้ำขึ้นไปกว่าแท่งเหล็กก่อนหน้าขึ้นไปอีกหลายขั้นพลังทำลายของกระบวนท่าที่หลงจิวเมิ่งกำลังจะใช้ตามหลัง ย่อมคาดคะเนได้ว่าต้องรุนแรงขึ้นอีกหลายเท่าตัว
เขี้ยวเหล็กทั้งห้าชิ้นสะบัดไวพุ่งสลับขึ้นลงวูบไหวราวอสรพิษร้ายกำลังฉกกัดสัตว์อสูรลมปราณตัวหนึ่งที่พุ่งล้ำหน้าเข้ามาถูกแทงเสียบทะลุเข้าไปในร่างฝังเชื่อมต่อเอาไว้อย่างนั้นแม้ตกตายทันทีที่เขี้ยวเหล็กแทงทะลุเสียบบริเวณหัวใจแต่กระบวนท่าตามหลังยังไม่สิ้นสุด
ย้ากกกกก !!!
หลงจิวเมิ่งกัดฟันคำรามลั่นส่งลมปราณดึงรั้งมิให้ร่างของอสูรลมปราณที่เพิ่งจะสิ้นเสียงร้องโหยหวนด้วยถูกเขี้ยวเหล็กเจาะทำลายหัวใจจนตกตายหลุดออกเท้าขวาของหลงจิวเมิ่งพลันยกลอย ก่อนจะกระทืบเหยียบซ้ำลงบนพื้นหิมะหนาแรงกดส่งเท้าแกร่งทะลุผ่านจนถึงชั้นดินที่ด้านล่างร่างของอสูรลมปราณที่หนักหลายพันชั่งถูกพละกำลังกระชากลอยพ้นพื้น หลงจิวเมิ่งพลันยกชูเส้นไหมหิมะขึ้นสูงเหนือศีรษะก่อนหมุนควงกลายเป็กระบวนท่าเหวี่ยงรอบเปลี่ยนร่างหนักของอสูรลมปราณต่างอาวุธหนักกวาดกระแทกแปดทิศ
กระบวนท่าที่เกิดั้แ่ต้นล้วนต่อเนื่องรวดเร็วสัตว์อสูรลมปราณอีกสองตัวที่ตามหลัง ไม่ทันระวังถูกกระแทกแรงล้มกลิ้งไปตามกันแต่ตราบที่ลมหายใจของศัตรูยังไม่หยุดนิ่ง การต่อสู้ก็ยังไม่ยุติ
หลงจิวเมิ่งถูกแรงเหวี่ยงลากจนสองเท้าไถลตามไปหลายวาเมื่อร่างหยุดนิ่ง มือขวาก็สะบัดขึ้นบน พร้อมลมปราณแหลมคมที่ส่งออกเขี้ยวเหล็กกลายเป็ดั่งคมมีดที่หั่นเฉือนร่างท่อนบนของสัตว์อสูรลมปราณจนขาดออกในแนวตั้งทันทีที่เขี้ยวเหล็กหลุดจากร่างของอสูรลมปราณ หลงจิวเมิ่งพลันแปรเปลี่ยนกระบวนท่าอีกครั้งสะบัดข้อมือปัดป่ายซ้ายขวา แยกเขี้ยวเหล็กเป็สองฝั่ง ทะลวงไปทางซ้ายสอง ทำลายด้านขวาสามเจาะผ่านส่วนศีรษะของสัตว์อสูรลมปราณที่ล้มกลิ้งอยู่บนพื้นขาดใจตายในทันที
แม้ศัตรูตรงหน้าตกตายสิ้น แต่จิตใจมิได้สงบเย็นหลงจิวเมิ่งยามร้อนรนมิได้สนใจิญญาที่ถูกดูดกลืนเพื่อเป็อาหารให้กับเคล็ดวิชากายเทพอสูรกลืนิญญาแม้แต่น้อยมุ่งหน้าเข้าไปสอบถามผู้ฝึกตนที่กำลังตื่นตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้า
คำกล่าวของผู้ฝึกตนล้วนผสมปนเปด้วยอาการตื่นตระหนกถ้อยคำรัวไวไม่ปะติดปะต่อ แต่หลงจิวเมิ่งยังพอจับใจความได้ว่า วันนี้ตอนเช้ามืดจู่ ๆ เหล่าสัตว์อสูรที่คลุ้มคลั่งนับร้อยก็พร้อมใจกันบุกเข้าโจมตีเขตเมืองของป้อมค่ายพายุหิมะเสียงแตรเขาสัตว์เพิ่งจะดังเตือนกองทัพอสูรร้ายลมปราณก็ประชิดห่างกำแพงไม่ถึงหนึ่งลี้แล้ว
หลงจิวเมิ่งรับรู้เื่ราวจิตใจยิ่งมายิ่งหนักอึ้ง ความคิดพลันสับสนวุ่นวายนึกเค้นไปถึงเื่ราวในชีวิตที่แล้ว ก็ต้องใจหายวาบ ราวกับััถูกเงื่อนปมบางอย่าง
...หรือว่าข้าไม่ได้ติดอยู่ภายในนาวา์ไร้กาลเพียงแค่สองเดือนแต่เป็หนึ่งปีกว่า และนี่ก็คือฤดูกาลพายุหิมะในปีถัดไป
“นี่คือปีอันใดกัน” จู่ ๆหลงจิวเมิ่งก็เอ่ยถามดัง ด้วยท่าทีตื่นตระหนก ทำเอาผู้ฝึกตนที่สนทนานก่อนหน้าใ
“ปะ...ปะ...ปีไท่เว่ยที่แปดหมื่นสองพันสิบห้า”
ไท่เว่ยแปดหมื่นสองพันสิบห้าแปดหมื่นสองพันสิบห้า !!!
หลงจิวเมิ่งะโดังราวคนเสียสติสองเท้าพลันดีดร่างลอยสูง ทะยานด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่หลงเหลือ มุ่งหน้าสู่บึงน้ำแข็งอย่างสุดกำลัง
...นี่มันเื่บ้าอะไรกันข้าเข้าไปอยู่ในนาวา์ไร้กาลนานถึงหนึ่งปีกว่าจริง ๆ หรือนี่ ท่านพ่อ ต้าฮวนลุงหาน ทุกคนช่วยอย่าเป็อะไรไปก่อน โปรดอยู่รอข้าก่อนด้วยเถิด