ธีร์ หนุ่มหล่อนักธุรกิจวัยย่างสามสิบเดินเข้ามาในห้องประชุมที่มีคณะกรรมการนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
การประชุมใหญ่ครั้งนี้เป็การสรุปยอดขายอัลบั้มรายเดือนของศิลปินในสังกัด
นักร้องทุกคนทั้งเดี่ยวและกลุ่มต่างก็ทำยอดได้ตามเป้าเป็ที่น่าพอใจ ยกเว้นก็แต่วงBELOVED เกิร์ลกรูปล่าสุดของบริษัทที่ยอดขายซิงเกิล รายได้จากการถ่ายรูปคู่ และกำไรในการขายของที่ระลึกต่าง ๆ ดิ่งปักลงเหวทุกไตรมาสจนแดงเถือก แม้ว่าจะได้ออกอัลบั้มแรกเมื่ออาทิตย์ที่แล้วแต่กระแสก็ไม่ค่อยดีนัก ไม่มีใครจ้างไปร้องเพลงจนบริษัทต้องควักทุนออกเองทุกครั้งให้ศิลปินวงนี้ได้มีโอกาสขึ้นโชว์
“เปิดตัวอัลบั้มแรกกระแสไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะครับ ที่ผ่านมาก็เห็นว่าขาดทุนยับแทบทุกเดือน คุณปรียาดามีความคิดเห็นว่ายังไงบ้างครับ” ธีร์ถามขึ้นเมื่อฟังรายงานจบ
เขาเพิ่งเรียนจบปริญญาโทจากอเมริกาด้านบริหารธุรกิจ แม้จะเรียน ๆ เล่น ๆ แต่ก็เข็นตัวเองจนจบได้ในวัยยี่สิบแปดปี แล้วกลับมาทำงานในค่ายเพลงั์ใหญ่กับครอบครัว
“ฉันเสนอว่าเราควรจะเปลี่ยนคอนเซ็ปต์วงค่ะ ตอนนี้ค่าเฉลี่ยอายุของเมมเบอร์ก็ยี่สิบกว่า ๆ กันแล้ว อาจจะไม่เหมาะกับภาพลักษณ์ใสซื่อบริสุทธิ์ ซิงเกิลหน้าเราควรจะปรับให้ดูโตขึ้นดีไหมคะ”
“น่าสนใจดีครับ แล้วแนวไหนที่คุณอยากทำ”
“ฉันว่าให้ฉีกแนวไปเซ็กซี่เลยค่ะ”
“มีใครมีความคิดเห็นเพิ่มเติมไหมครับ”
ธีร์หันไปมองคนอื่นรอบ ๆ ทุกคนก็พยักหน้าเป็เชิงเห็นด้วย
“ผมเห็นด้วยครับ งั้นให้ธีร์รับผิดชอบโพรเจกต์หน้าของวงนี้ในฐานะประธานเ้าหน้าที่บริหารกลยุทธ์แล้วกันนะ นายโอเคไหม” ธาม ประธานกรรมการของบริษัทและเป็พี่ชายแท้ ๆ ของธีร์เสนอขึ้น
“ได้เลยครับ ไม่มีปัญหา” เขาเองก็้าพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานแรกเหมือนกัน
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วงั้นผมขอยุติการประชุมเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณทุกท่านมากครับ” ธามลุกขึ้นกล่าวปิดการประชุม ก่อนที่ทั้งหมดจะทยอยเดินออกจากห้องไป
“เดี๋ยวก่อนครับคุณปรียาดา ผมขอข้อมูลของวงนี้อย่างละเอียดทางอีเมลนะครับ”
“ได้ค่ะ แล้วฉันจะรีบส่งไปให้นะคะ”
“ขอบคุณครับ”
ไม่ถึงชั่วโมงก็มีแจ้งเตือนในกล่องจดหมายขาเข้าของเขา ธีร์เปิดอ่านประวัติอย่างละเอียดของวงBELOVED ไล่มาจนถึงแนะนำสมาชิกวงแต่ละคน จนสะดุดที่รูปของหญิงสาวคนหนึ่ง ใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากกระจับแดงระเรื่อดึงดูดความสนใจของเขาให้อยากรู้จัก สายตาคมกริบไล่อ่านข้อมูลเธอเงียบ ๆ
นางสาวณัฐธิดา ลี้รัตนชัย อายุยี่สิบสามปี ส่วนสูงร้อยห้าสิบ น้ำหนักสี่สิบ ตำแหน่งเมนแดนซ์ของวง ความสามารถพิเศษคือภาษาอังกฤษ ชอบทำอาหารเป็พิเศษ
ธีร์คิดในใจว่าคนนี้แหละไทป์เขา อยากจะขอบคุณพี่ชายที่โยนงานนี้ให้จริง ๆ เธอจะต้องเสร็จเขาเหมือนกับดารานางแบบคนอื่น ๆ เพราะเขาชอบสาวตัวเล็กแต่หน้าอกใหญ่แบบนี้ เห็นทีไรก็อดเข้าไปจีบไม่ได้ทุกที ว่าแล้วร่างสูงก็วางแผนชั่วในหัวเพื่อให้เธอตกเป็ของเขาโดยเร็วที่สุด โดยลืมไปสนิทเลยว่าเป้าหมายที่ได้รับมาคือให้ช่วยทำให้วงนี้มียอดขายดีขึ้นต่างหาก
เมื่อถึงเวลาสี่โมงเย็น ณัฐธิดาที่นั่งต่อเลโก้กับเด็ก ๆ ก็เข้าไปลาแพรววนิตเพื่อเตรียมตัวไปห้องซ้อม
“เดี๋ยวพี่ให้คนขับรถไปส่งนะ”
“ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวไนน์ไปรถเมล์ก็ได้”
“อย่าเลย เดี๋ยวไปไม่ทัน ตอนนี้รถเมล์คนแน่นด้วย”
“ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ น้องพี น้องพุฒิ พี่ไปก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกันใหม่ครับ”
“แล้วมาเล่นกันใหม่ค้าบ”
“บ๊ายบายก๊าบ พี่ไนน์”
“สวัสดีค่ะพี่แพรว”
“จ้า เจอกันพรุ่งนี้ เดี๋ยวพี่โอนค่าแรงใส่บัญชีที่ไนน์ให้ไว้นะ”
“ขอบคุณค่ะ”
แพรววนิตเรียกคนขับรถให้ไปส่งณัฐธิดาที่ค่ายเพลง แล้วนั่งมองลูก ๆ เล่นเลโก้กันต่อรอสามีเลิกงาน วันนี้เธอมีเวลานอนกลางวันยาว ๆ เป็ครั้งแรกั้แ่ลูก ๆ ปิดเทอม ปกติฝากแม่บ้านไว้แค่แป๊บเดียว ต้องรีบทำธุระส่วนตัวให้เสร็จเพราะแม่บ้านทุกคนต่างก็มีงานของตัวเองอยู่แล้ว แถมบางทีลูกเธอก็ชอบพูดภาษาอังกฤษขึ้นมาจนแม่บ้านไม่เข้าใจว่าเด็ก ๆ ้าอะไร พอมีณัฐธิดาเธอก็หมดห่วงไปเลย
แพรววนิตยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปลูก ๆ ทั้งสองแล้วส่งหาสามี เป็การบอกนัย ๆ ว่าลูกเมียรออยู่ให้เลิกงานได้แล้ว
ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงณัฐธิดาก็มายืนอยู่หน้าตึกสูงหลายสิบชั้นที่มีศิลปินดังเดินเข้าเดินออกกันตลอดเวลา ตอนมาที่นี่ครั้งแรกณัฐธิดาเดินหลงจนไปออดิชันเกือบไม่ทัน โชคดีที่มีผู้ชายคนหนึ่งใจดีพาเธอไปส่งถึงหน้าห้องออดิชัน
ตอนนั้นเขายังเป็แค่เด็กฝึกแต่ตอนนี้กลายเป็นักร้องดังไปแล้ว เวลาเจอกันทีไรเธอต้องเดินเลี่ยงไปทางอื่น ไม่กล้าเข้าไปทักทาย เพราะกลัวว่าเขาน่าจะจำเหตุการณ์ในวันนั้นไม่ได้แล้วเธอจะเป็ฝ่ายหน้าแตกเสียเอง อีกอย่างเดี๋ยวคนเอาไปเมาท์ว่าเธอเกาะเขาดังด้วย แค่นี้ก็โดนด่าเยอะแล้ว ขืนไอดอลหญิงสนิทกับผู้ชายมีหวังต้องโดนแฟนคลับอีกฝ่ายรุมทึ้งจนแน่
ณัฐธิดามัวแต่คิดถึงเื่ในอดีตเพลินจนชนเข้ากับร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่งหน้าประตูทางเข้าบริษัท เธอไม่ทันตั้งตัวจึงเซจนเกือบล้ม ดีที่เขาคว้าเอวเธอไว้ได้ทันแล้วออกแรงดึงจนร่างบางเข้าไปอยู่ในอ้อมกอด
“ขอโทษค่ะ เป็อะไรไหมคะ” เธอเงยหน้าขึ้นมอง
เขาเป็ผู้ชายผิวขาว ผมสีนิล ดวงตาเรียวคมสีเดียวกับเส้นผม จมูกโด่งคมสันรับกับริมฝีปากอมชมพูที่กำลังอ้าค้างเล็กน้อย
“มะ ไม่เป็ไรครับ”
ธีร์ถึงกับลมหายใจสะดุดกึก ใบหน้าสวยหวานของเธอตรึงสายตาเขาเอาไว้จนไม่อาจละไปได้ ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนเวลาหยุดเดินไปชั่วขณะ ร่างนุ่มนิ่มที่แนบชิดทำให้เขาได้กลิ่นหอมจาง ๆ
“เอ่อ ปล่อยได้แล้วค่ะ”
ณัฐธิดาเห็นเขานิ่งไปนานโดยที่มือใหญ่ยังจับอยู่ที่เอวเธอ
“ขอโทษครับ คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” เขารีบปล่อยมือจากเธอ
“ไม่เป็ไรค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”
เธอเดินจากมาอย่างสุภาพแล้วรีบเดินเข้าไปในตึก ใช้บัตรพนักงานทาบบนประตูปีกผีเสื้อก่อนจะไปกดลิฟต์ข้างในตัวอาคาร ประตูลิฟต์เปิดออกทันทีโดยไม่ต้องยืนรอ ณัฐธิดาสาวเท้าเข้าไปอย่างรวดเร็ว
“รอด้วยครับ”
เธอรีบกดเปิดประตูลิฟต์ให้เขาเข้ามาด้วย พลางนึกในใจว่าคุ้นหน้าเขาจากที่ไหนสักที่
“ชั้นไหนคะ”
“ชั้นห้าสิบครับ ขอบคุณครับ”
เมื่อเธอรู้ว่าเขาขึ้นไปชั้นผู้บริหารก็นึกออกแล้วว่าเขาคือหนึ่งในทายาทของบริษัทนี้ที่เพิ่งมารับตำแหน่งเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เพราะเพื่อนร่วมวงของเธอต่างเอารูปของเขาตามหน้าข่าวบันเทิงมาให้ดู เขาได้ฉายาว่าเป็ไฮโซที่ควงสาวแทบไม่ซ้ำหน้า แต่ถึงอย่างนั้นผู้หญิงสวย ๆ ก็เลือกที่จะเข้าหาเขาอยู่ดี
ณัฐธิดาขยับตัวออกห่างจนชิดผนังลิฟต์ด้านหนึ่ง ก่อนที่ประตูจะเปิดออกแล้วมีพนักงานคนอื่นจากชั้นศูนย์อาหารกรูกันเข้ามาในลิฟต์นับสิบคน
ก่อนที่คนตัวเล็กจะโดนเบียดจนแบน จู่ ๆ ก็มีมือแข็งแรงดึงต้นแขนเธอให้สลับที่ไปยืนอยู่ข้างหลังร่างสูงใหญ่ราวกำแพง
แค่เห็นแผ่นหลังกว้างณัฐธิดาก็จำได้ว่าเขาคือคนที่เธออยากถอยห่างเมื่อกี้ เธอแทบไม่เชื่อสายตาว่าคนระดับนั้นจะมาสนใจพนักงานต๊อกต๋อยอย่างเธอ หรือเขาอาจจะทำแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนอยู่แล้ว
เมื่อคนเบาบางลงธีร์จึงขยับออกห่างให้คนข้างหลังได้หายใจสะดวก
ณัฐธิดายิ้มให้และผงกศีรษะเล็กน้อยเป็เชิงขอบคุณเขาขณะก้าวออกจากลิฟต์เมื่อถึงชั้นของเธอ ทำเอาคนใจง่ายหัวใจเต้นรัวราวจังหวะกลองจนกลัวคนอื่นได้ยินภายในลิฟต์ที่เงียบเชียบแบบนี้ ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อได้เจอกับผู้หญิงที่เป็เหมือนนางในฝันตัวเป็ ๆ จะทำให้เขารู้สึกเหมือนกลับไปเป็วัยรุ่นอีกครั้ง
ธีร์มองส่งหญิงสาวที่เล็งไว้จนประตูลิฟท์ปิดลง ที่จริงฝ่ายบริหารมีลิฟต์ส่วนตัวที่พนักงานทั่วไปใช้ไม่ได้ แต่การเสียเวลาในลิฟต์วันนี้ก็คุ้มค่าแล้ว เพราะเขาได้โชว์เท่เหมือนพระเอกละครให้เธอประทับใจ ร่างสูงยืนยิ้มมุมปากคนเดียวจนไปถึงชั้นของตัวเอง