"ท่านอ๋อง้าพบข้าหรือ?"
จ้าวฉงหย่วนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่ใบหน้าจะปรากฏรอยยิ้มและกล่าวอย่างร่าเริงว่า "ดีสิ พบก็พบ"
เมื่อได้ยินคำพูดของเ้าหน้าที่ จ้าวฉงหย่วนก็รู้สึกยินดีขึ้นมาทันที เพราะเขายังคิดจะไปหาจ้าวติ้ง ลูกอกตัญญูที่กล้าหลอกลวงเขาอยู่พอดี แต่นึกไม่ถึงว่าเพียงพริบตา จ้าวติ้งกลับเป็ฝ่ายรุกเข้ามาหาเขาก่อน
ถ้าอย่างนั้นก็ต้องพบกันให้เต็มที่
เ้าหน้าที่คนนั้นกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า "ท่านอ๋องของพวกเราโปรดปรานการคบหากับพ่อค้าต่างถิ่นเช่นพวกท่านที่สุด เมื่อทราบว่าทั้งสามท่านเดินทางมาจากแคว้นต้าเฉียนในวันนี้ จึงได้เตรียมกุยช่ายไว้ต้อนรับทั้งสามท่านที่เหลาอาหารเป็พิเศษขอรับ"
"ช่างมีน้ำใจเสียจริง"
จ้าวฉงหย่วนมองเ้าหน้าที่ผู้นี้ด้วยความรู้สึกกัดฟันกรอด
จ้าวติ้งสินะ
กล้าหลอกบิดาใช่หรือไม่! ถ้าอย่างนั้นก็คอยดูเถอะ!
...
หอชุ่ยอวิ๋น ชั้นสอง
จ้าวติ้งสวมชุดท่านอ๋องที่ดูซอมซ่อ นั่งหาวหวอด ๆ อยู่ในห้องส่วนตัวบนชั้นสอง
หากไม่ใช่เพราะหูซานพร่ำบอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าพ่อค้าจากแคว้นต้าเฉียนที่มาโยวโจวครั้งนี้คือพวกโง่สองคนที่ถูกหลอกได้ง่าย ซึ่งประจวบเหมาะที่จะใช้การประชาสัมพันธ์เพื่อการบริโภคที่พวกเขากำลังวางแผนจะเปิดตัวพอดี ทั้งยังสามารถฟันเงินก้อนโตได้ ต่อให้ตายเขาก็ไม่มีทางมาที่นี่
มีเวลาว่าง สู้เอาไปคิดหาวิธีรับมือกับจ้าวฉงหย่วนผู้เป็บิดาในจวนอ๋องไม่ดีกว่าหรือ เพราะตามที่หม่าฮองเฮามารดาบุญธรรมเขียนไว้ในจดหมาย บิดาของเขาน่าจะเดินทางมาถึงในอีกสองวัน
เขาต้องคิดให้ดีว่าเมื่อถึงเวลานั้นจะทำอย่างไรให้บิดายอมให้เขาอยู่ที่โยวโจวต่อไป การกลับเมืองหลวงนั่นเป็ไปไม่ได้ ต่อให้ตายก็ไม่มีทาง!
สู้เป็ฮ่องเต้ท้องถิ่นใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยอยู่ในโยวโจวดีกว่า
ดังนั้นต้องหาวิธีปกปิดทุกสิ่งทุกอย่างในโยวโจวตอนนี้ เพื่อหาทางรั้งตัวเองให้อยู่ต่อ
เ้าของร้านที่อยู่ด้านข้างเห็นท่านอ๋องของตนดูเหมือนจะใจลอย จึงเดินเข้ามาและมองจ้าวติ้งด้วยท่าทางนอบน้อม "ท่านอ๋อง ให้ยกอาหารขึ้นมาเลยดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?"
"จะรีบไปทำไม? จำไว้ให้ดีนะ ประเดี๋ยวเ้าคอยดูสัญญาณจากข้า หากข้ายังไม่ให้สั่งเหล้าดี เ้าก็แค่ยกอาหารขึ้นมาสองสามอย่างพอเป็พิธีก็พอ แต่ถ้าข้าให้เปลี่ยนเป็เหล้าดี เมื่อนั้นเ้าจงจัดทุกอย่างให้เป็ชั้นเลิศ เข้าใจหรือไม่?"
"ท่านอ๋อง เื่นี้..."
เ้าของร้านมีสีหน้าหดหู่ เดิมทีเขาคิดว่าเมื่อจ้าวติ้งมาจะได้หาโอกาสฟันเงินก้อนโตเสียหน่อย
จ้าวติ้งมองเ้าของร้านแล้วกลอกตา พร้อมกับส่งเสียง "เหอะ"
เ้าเด็กนี่กล้าคิดจะหลอกข้าหรือ? ช่างกล้าพลิกฟ้าคว่ำดินเสียจริง
เพราะปกติมีแต่จ้าวติ้งที่เป็ฝ่ายหลอกคนอื่นไม่เคยมีใครกล้ามาหลอกเขา
'เดี๋ยวข้าจะสั่งให้คนมาปิดร้านเ้าเสีย' จ้าวติ้งบ่นพึมพำในใจ
เอี๊ยด!
ประตูห้องถูกผลักเปิดออกจากด้านนอก
เ้าหน้าที่ศาลาว่าการที่ส่งออกไปกลับมาแล้ว "ท่านอ๋อง คนมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
จ้าวติ้งมองเห็นจ้าวฉงหย่วนและหวังลี่ซื่อที่เดินตามเ้าหน้าที่ศาลาว่าการเข้ามา แวบแรกที่เห็นรู้สึกคุ้นหน้าอยู่บ้างแต่ว่าเคยเห็นที่ไหน จ้าวติ้งกลับนึกไม่ออกในทันที
สาเหตุหลักคือตอนที่เขาทะลุมิติมา ความทรงจำที่มีประโยชน์ของร่างเดิมมีน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็ความทรงจำตอนอ่านหนังสือที่ตำหนักเหวินฮว๋าแล้วถูกอาจารย์ตีฝ่ามือ ส่วนบิดาอย่างจ้าวฉงหย่วนมีเพียงภาพจำลาง ๆ ว่าหน้าตาเป็อย่างไร ซึ่งเขาลืมไปนานแล้ว
มีเพียงหม่าฮองเฮามารดาบุญธรรมที่เลี้ยงดูเขามาั้แ่เด็กเท่านั้นที่จำได้ชัดเจน
ในขณะที่จ้าวติ้งกำลังพิจารณาจ้าวฉงหย่วน จ้าวฉงหย่วนก็กำลังมองจ้าวติ้งอยู่เช่นกัน
"นายท่าน..." หวังลี่ซื่อกระซิบที่ข้างหูจ้าวฉงหย่วน แต่ยังไม่ทันพูดจบก็ถูกจ้าวฉงหย่วนโบกมือส่งสัญญาณให้ถอยออกไป
จ้าวฉงหย่วนยังคงจ้องมองจ้าวติ้ง เขาไม่ได้เห็นลูกชายคนนี้มาแปดปี จนเกือบจะจำไม่ได้แล้ว
เมื่อเทียบกับใบหน้าอ่อนเยาว์ของจ้าวติ้งตอนออกจากเมืองหลวงไปรับตำแหน่งอ๋องเมื่อแปดปีก่อน ในตอนนี้จ้าวติ้งมีโครงหน้าที่คมเข้มและเด็ดเดี่ยวขึ้น แม้จะดูเกียจคร้านแต่ระหว่างคิ้วและดวงตากลับมีสง่าราศีของความเป็ใหญ่อยู่หลายส่วน
"เราเคยพบกันหรือ?"
เมื่อเห็นจ้าวฉงหย่วนมองมา จ้าวติ้งจึงถามด้วยความสงสัย เพราะการเคลื่อนไหวเล็กน้อยระหว่างคนทั้งสองย่อมไม่อาจรอดพ้นสายตาของจ้าวติ้งไปได้
คนสองคนนี้เดินตามกันมา และชายชราที่พูดก่อนนั้นั้แ่เข้ามาสายตาก็จับจ้องอยู่ที่ชายวัยกลางคนผู้นี้ตลอดเวลา และตอนเข้าประตูมาก็เดินตามหลังอยู่ครึ่งก้าวอย่างเห็นได้ชัด
เห็นได้ชัดว่าชายวัยกลางคนที่มองเขาอยู่นี้คือผู้มีอำนาจ
"เ้าไม่เคยพบข้าหรือ?" จ้าวฉงหย่วนเองก็มีสีหน้าประหลาดใจ
"เหตุใดข้าต้องเคยพบท่านด้วย?" จ้าวติ้งทำสีหน้ามึนงง
ต่อให้ดูคุ้นหน้าแต่ก็ไม่จำเป็ว่าต้องเคยพบกัน
เมื่อได้ยินคำพูดของจ้าวติ้ง ไม่รู้เพราะเหตุใด ในใจของจ้าวฉงหย่วนกลับเกิดความรู้สึกเศร้าสร้อยขึ้นมาวูบหนึ่ง
เดิมทีเขาอยากจะใช้โอกาสนี้ตบลูกอกตัญญูที่หลอกบิดาคนนี้ให้ตายคามือ เพื่อให้จ้าวติ้งรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็บิดา แต่ตอนนี้เมื่อมองจ้าวติ้งกลับพบว่าลูกชายทำท่าทางแปลกหน้ากับบิดาอย่างเขา
ในใจของจ้าวฉงหย่วนจึงเกิดความรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
จ้าวฉงหย่วนยิ้มอย่างผ่อนคลายแล้วกล่าวว่า "เดิมทีกระหม่อมคิดจะทำความสนิทสนมกับท่านอ๋อง แต่นึกไม่ถึงว่ายังจะไม่ทันได้เริ่ม กระหม่อมเป็พ่อค้าต่างถิ่นเองพ่ะย่ะค่ะ ระหว่างทาง กระหม่อมได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของโยวโจวรวมถึงสิ่งของแปลก ๆ ในหอการค้าตระกูลจ้าว ทำให้กระหม่อมเปิดหูเปิดตาเป็อย่างมาก"
จ้าวติ้งแอบหัวเราะในใจ
พูดจาไร้สาระอะไรกัน หากไม่ทำของแปลก ๆ ออกมา จะหลอกเอาเงินจากพวกโง่ต่างถิ่นอย่างพวกท่านได้อย่างไร?
จ้าวติ้งไม่พูดพร่ำทำเพลง รินน้ำชาให้จ้าวฉงหย่วนและหวังลี่ซื่อคนละจอกแล้วเข้าเื่ทันที
"ทั้งสองท่านปกติทำการค้าอะไรกันหรือ ไม่แน่ว่าเราอาจจะมีโอกาสร่วมมือกันได้มากขึ้น"
จ้าวฉงหย่วนเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วเริ่มแต่งเื่โกหกหน้าตาย "เรียนท่านอ๋อง กระหม่อมเป็ชาวเจียงหนานฝู่แห่งยงโจว ที่บ้านทำการค้าเกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผาและสุราพ่ะย่ะค่ะ"
"เจียงหนานฝู่?"
จ้าวติ้งได้ยินดังนั้นก็ร้องะโในใจว่า 'รวยแล้วสิ! แบบนี้ต้องฟันให้หนัก!'
ทว่าในใจของจ้าวติ้งก็เริ่มระมัดระวังขึ้น
เจียงหนานฝู่รวยมากก็จริง แต่ก็อยู่ใกล้กับจินหลิงหรือจิงตูเมืองหลวงของแคว้นต้าเฉียนด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อครู่หม่าฮองเฮามารดาของเขาเพิ่งส่งคนมาแจ้งข่าว
คนตรงหน้านี้ ขออย่าให้เป็บิดาของเขาเลย
เมื่อเห็นจ้าวติ้งดูเหมือนจะสงสัย จ้าวฉงหย่วนจึงอธิบายอย่างไม่รีบร้อนว่า "ท่านอ๋อง พวกเราที่เป็พ่อค้าก็ต้องเดินทางรอนแรมไปทั่วไม่ใช่หรือ? เดิมทีกระหม่อมตั้งใจจะไปหาแหล่งสินค้าที่เหยี่ยนโจว แต่เกิดหลงทางในป่า ครั้งนี้จึงบังเอิญเดินทางมาถึงโยวโจวของท่านอ๋อง"
"นึกไม่ถึงว่าโยวโจวในตอนนี้จะทำให้กระหม่อมเปิดหูเปิดตาได้ถึงเพียงนี้ ทั้งยังดูจะมั่งคั่งยิ่งกว่าเจียงหนานฝู่แห่งยงโจวของพวกเราเสียอีก"
"เกรงใจไปแล้ว"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ จ้าวติ้งก็เบาใจลงเล็กน้อย
ขอเพียงคนผู้นี้ไม่ใช่บิดาของเขาหรือไม่ใช่ขุนนางที่บิดาส่งมาสืบข่าวล่วงหน้าก็พอ และหากเป็เช่นนี้ บิดาของเขาน่าจะยังเหลือเวลาอีกหลายวันกว่าจะมาถึง ซึ่งแบบนี้แหละดี
จ้าวติ้งถอนหายใจอย่างโล่งอก
หลังจากแน่ใจว่าคนตรงหน้าไม่ใช่บิดา สายตาที่จ้าวติ้งมองจ้าวฉงหย่วนก็เปลี่ยนไปทันที
พ่อค้าจากเจียงหนานฝู่ที่บ้านทำธุรกิจเครื่องปั้นดินเผาและสุรา? ทั้งยังจะไปหาแหล่งสินค้าที่เหยี่ยนโจว แต่ดันหลงมาที่โยวโจวของเขา?
นี่มันกุยช่ายที่เดินมาส่งถึงที่ชัด ๆ !
เมื่อเห็นสายตาของจ้าวติ้ง จ้าวฉงหย่วนขมวดคิ้วขึ้นมา
ไม่รู้ทำไม เขาถึงรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ราวกับถูกบางสิ่งบางอย่างจ้องเล่นงานอยู่
"หลงจู๊ ไม่ได้ยินหรือว่าแขกผู้มีเกียรติท่านนี้ทำการค้าเกี่ยวกับสุรา? จงนำสุราที่ดีที่สุดของโยวโจวขึ้นมาให้หมด วันนี้ข้าจะเป็คนจ่ายเอง"
จ้าวติ้งหันไปะโบอกด้านนอก