Elite Penthouse
เพนท์เฮาส์นี้พ่อฉันบอกว่าเป็การเช่าให้อยู่ไม่ได้ซื้อเป็ของตัวเอง ฉันควรจะมีมารยาทกับเพื่อนร่วมเพนท์เฮาส์ด้วย แต่ฉันก็ไม่เข้าใจพ่อเหมือนกันทั้งที่บ้านเราก็พอมีฐานะ ทำไมจะต้องให้ฉันอยู่กับเพื่อนร่วมเพนท์เฮาส์แทนที่จะซื้อคอนโดให้ฉันอยู่เองคนเดียว
“เชิญครับ ห้องของคุณอยู่ประตูบานที่สองครับ”
นายปีเตอร์เปิดประตูและเชิญให้ฉันเข้าไปในห้อง แต่ห้องนี้ดูกว้างมากมีทั้งหมดสามห้องนอน เรียกว่าเป็เพนท์เฮาส์ที่กว้างมากพอๆกับบ้านได้เลย เลยก็ได้ วิวของที่นี้เห็นบรรยากาศในเมืองโดยรวมเป็วิวที่ดีมาก อยู่ใจกลางเมืองอีกทั้งอีกทั้งมีความสะดวกสบายครบครัน ไม่ต้องใช้รถยนต์โดยสารของตัวเองเลยก็ยังได้ ขอบคุณพ่อนะคะที่เลือกสถานที่ให้ลูกที่น่ารักคนนี้อยู่อย่างสุขสบาย จริงๆถ้าไม่ต้องใช้รถ บอดี้การ์ดฉันก็ไม่จำเป็ต้องมีก็ได้สิ พอฉันคิดออกอย่างนั้น ฉันต่อสายตรงโทรหาอ้อนวอนพ่อ ให้เอาบอดี้การ์ดคนนี้กลับไปดีกว่า
“ฮัลโหล พ่อคะ” ทำเสียงออดอ้อนประหนึ่งลูกแมว
“ว่ายังไงลูกห้องถูกใจไหม”
“ถูกใจมากเลยค่ะพ่อที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเลยค่ะ”
“ลูกกำลังจะบอกพ่อว่า มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบทุกอย่างไม่อยากได้ใช่ไหมบอดี้การ์ดใช่ไหม”
“ใช่แล้วค่ะ พ่อนี่เก่งจริงๆเลยเดา ความคิดของลูกได้ด้วย”
“ถึงเราจะไม่้าบอดี้การ์ด แต่พ่อก็คิดว่าเราควรจะมี เพราะฉะนั้นเรามีบอดี้การ์ดดีแล้วแล้ว อีกอย่างถ้าลูกมีปัญหาก็สามารถให้พี่ปีเตอร์เขาช่วยเหลือดูแลลูกได้ พ่อต้องวางสายแล้วนะพ่อมีประชุม”
ตื้ด ตื้ด ตื้ด พ่อวางสายก่อนไปแล้วยังไม่ทันที่ฉันจะได้พูดอะไรต่อเลย
“วันนี้แค่นี้แหละขอบใจมากที่มาช่วยฉันขนของย้ายเข้าห้องใหม่นะ” ฉันเตรียมพูดขอบคุณและไล่เค้ากลับไป
“ไม่เป็ไรครับ”
“วันนี้หมดธุระของนายแล้วนายกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ”
“อ๋อ โอเคครับ ถ้ามีอะไรก็โทรเรียกผมได้นะ”
เขาพูดพร้อมกับยื่นนำบัตรให้ฉัน และฉันก็รับมาอย่างเสียไม่ได้ ฉันไม่ได้คิดจะเรียกใช้หรือ้าความช่วยเหลืออะไรจากนายหรอก ฉัน้าอยู่คนเดียวใช้ชีวิตเริงร่าของฉัน ฮู้เล่ ฮู้เล่ ฮู้เล่ ได้ใช้ชีวิตอิสระสักที ฉันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ในใจความคิดจะหนีเที่ยวของฉันได้เริ่มขึ้นแล้ว
ฉันเห็นนายบอดี้การ์ดเดินหันหลังกลับไป พร้อมกับเปิดประตูห้องแรก
“เอ๊ะ!! นายมีสิทธิ์อะไรไปเข้าห้องพักของคนอื่น มันไม่ใช่ห้องของนายนายเข้าไปได้หรอมันผิดนะ!”
“ผมไม่ได้บอกคุณหรอครับว่าผมอยู่ที่นี่”
“ไม่ ฉันไม่เห็นรู้เลย พ่อฉันไม่ได้บอกเื่นี้กับฉันด้วย”
“ผมอยู่ที่นี่ครับแล้วผมก็เป็เ้าของเพนท์เฮาส์ที่นี่”
ช็อค ฉันช็อคอึ้งกิมกี่อ้าปากค้างตาโต “เป็ไปได้ยังไงนายจะเป็เ้าของเพนท์เฮาส์ที่นี่ได้ยังไง ในเมื่อนายยังทำงานเสริมเป็บอดี้การ์ดดูแลฉันอยู่เลย”
“แล้วผมบอกคุณหรอว่าผมเดือดร้อนเื่เงิน มีแต่คนคิดไปเองคนเดียวทั้งนั้น”
ฉันว่าเื่นี้ฉันจะต้องโทรถามคุณพ่อให้รู้เื่ซะแล้ว
“พ่อคะ ทำไมนายปีเตอร์ถึงมาอยู่เป็เพื่อนข้างห้องของลูกล่ะคะ”
“นั่นแหละ เซอไพร้ซที่พ่อบอกลูกไง”
“ฮะ นี่มันเื่อะไรกันคะ”
“ก็ลูกบอกว่าลูกอยากออกไปอยู่ข้างนอก พ่อก็หาที่อยู่ที่ปลอดภัยให้ลูกอยู่แล้วไง แค่นี้ก่อนนะพ่อต้องทำงาน” เอาอีกคนพูดเสร็จวางสายใส่หูฉันอีกคน
ก็ไม่เป็ไร ถ้าต้องอยู่กับนายปีเตอร์ไปอยู่คนละห้องก็ดี มั้ง คิดว่าก็คงดีนะหรือจริงๆอาจจะไม่ดีก็ได้
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก ปีเตอร์นายว่างอยู่หรือเปล่า”
“ว่ายังไงครับ ขอเป็เื่ด่วนนะ ผมไม่มีเวลากับเื่ไร้สาระ” เค้าเปิดประตูมาก็พ่นไฟใส่ฉันเลย
“แล้วทำไมนายไม่แต่งตัวให้เรียบร้อย นายมาเปิดประตูทั้งที่ยังนุ่งผ้าคุณหนูพื้นเดียวอยู่เนี่ยนะ”
“อ๋อ พอดีผมรีบมาเปิดประตูให้คุณ ว่าแต่คุณมีอะไร”
“ฉันก็อยากจะออกไปดูบรรยากาศข้างนอกบ้าง นายพอจะไปส่งฉันได้ไหม”
“ที่ไหน”
“ฉันอยากไปบาร์ลับตรงนี้น่ะ แต่ฉันไปไม่ถูก รบกวนไปส่งฉันหน่อยสิแล้วนายก็กลับมาพักผ่อนได้เลย ไม่ต้องรอฉัน”
“โดยตามหน้าที่แล้ว ถ้าคุณไปไหนผมก็จะต้องไปกับคุณด้วย ยกเว้นแต่ว่าคุณไปเรียน ผมคงไม่ไปเค้านั่งเรียนกับคุณด้วยแน่นอน”
“ฉันอยากไปคนเดียว นายแค่ไปส่งฉันก็พอ”
“เลือกได้นะครับ ว่าอยากจะมีผมไปด้วย หรือจะไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น”
“ฉันว่านายมันเผด็จการเกินไปแล้ว พ่อฉันจ้างให้นายมาเป็บอดี้การ์ดฉัน นายต้องฟังคำสั่งฉันสิ”
“ตอนนี้คุณอยู่ในความดูแลของผมครับ เข้าใจใหม่ด้วย”
“ก็ได้ถ้านายจะไปด้วยงั้นเราไปแบบเพื่อนกันนะไม่ไปแบบบอดี้การ์ด”
“ผมว่าคุณไปเปลี่ยนการแต่งตัวใหม่ก็ดีนะครับ ลุคนี้ดูเชยมาก”
หนอยแน่ นายนี่บังอาจมาดูถูกเทสการแต่งตัวของฉัน แต่ฉันไปเปลี่ยนก็ได้โดนทักเราไม่มั่นใจ
“นายว่าฉันดูโอเคหรือยัง” ฉันเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเดินไปให้เขาดู ว่าแต่นายนี่ก็หล่อใช่ย่อยเหมือนกันแฮะ การแต่งตัวของเขาดูสบายๆ แต่ดูดีและหล่อกระชากใจมาก ถ้านายไม่ใช่บอดี้การ์ดของฉันแล้วล่ะก็ ฉันจะแอบซุกอกและจูบกล้ามแน่นๆของนายแทน น้ำลายไหลเห็นผู้ชายหล่อไม่ได้
“ก็พอได้นะครับ แต่ไม่มีชุดที่โป๊น้อยกว่านี้หรอ”
“เรียกเซ็กซี่อ่ะไม่ได้เรียกโป๊” ฉันรีบเถียง
“ก็ตามนั้น”
จังหวัดเค้าเดินผ่านเขาเดินผ่านใกล้ๆ ฉันได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากร่างกายเขา มันหอมมากเค้าใช้น้ำหอมกลิ่นอะไรนะ
“คุณครับ เชิญครับ ออกช้าเดี๋ยวรถติด”
“จัสมิน เรียกฉันว่าจัสมิน”
ฉันชอบให้เรียกชื่อฉันมากกว่าเรียกคุณ ความจริงฉันก็ไม่ได้ถือเ้ายศเ้าอย่างมากมายขนาดนั้น เรียกจัสมินเฉยๆ ยังดีกว่าเรียกคุณอีก
“ครับคุณจัสมิน”
“เรียกจัสมินเฉยๆ ไม่ต้องมีคุณ” ฉันพูดย้ำกับเขา
“ปีเตอร์เรามาเป็เพื่อนกันไหม ความจริงเราเป็เพื่อนกันได้นะ”
“ผมอายุมากกว่าคุณ 6 ปีนะครับ”
“มากกว่า 6 ปี เราเป็เพื่อนกันไม่ได้หรอ”
ฉันให้โอกาสนายเป็เพื่อนแล้วนะถ้านายไม่เป็เพื่อนฉันจะจีบนายให้เป็แฟนแทน
“รีบไปดีกว่าครับ” เขาพูดตัดบทไม่ยอมตอบคำถามของฉัน