มองไปยังขี้เถ้าธุลีที่กำลังล่องลอยอยู่นั้นชิงเฟิงก็ได้เปิดปากพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ"การใช้'เพลิงแห่งพระเ้า'กินพลังปราณของข้าไปมากจริงๆ คราวหน้าคงต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนที่ใช้มันออกไป"
ชิงเฟิงพูดไม่เกินจริงเลย ในขณะนี้ภายในตันเถียนขนาดใหญ่ของเขานั้นเหลือพลังปราณสีทองเพียงแค่หนึ่งในสามส่วนเท่านั้น ตามปกติแล้วตันเถียนของชิงเฟิงจะใหญ่กว่าคนทั่วไปถึงร้อยเท่า การที่'เพลิงแห่งพระเ้า'กินพลังเกือบจะสองในสามส่วนของเขาไปนั้นเป็หลักฐานบ่งบอกว่ามันแข็งแกร่งขนาดไหน
นี่คือในกรณีที่ในครั้งนี้เขาใช้มันออกไปเพียงเเค่เล็กน้อยเท่านั้น ถ้าเกิดใช้มากไปกว่านี้เพลิงแห่งพระเ้าคงจะสูบพลังปราณออกจากร่างกายของเขาจนหมดแน่นอน ถึงตอนนั้นเขาก็คงจะหมดสติไปอย่างแน่นอนเพราะพลังปราณหมดตัว
"เฮ้อ..จนกว่าจะถึง่เวลาวิกฤตจริงๆข้าถึงจะใช้มันอีกครั้ง" ชิงเฟิงกล่าวกับตัวเองเบาๆพร้อมกับส่ายศรีษะ
หลังจากนั้นเขาก็หันไปมองผลงานของตัวเองที่ได้ทำเอาไว้ การสังหารหมู่ผ่านไปได้ด้วยดีและก็สมบูรณ์แบบ
ในเวลานี้เศษซากต้นไม้ได้และกิ่งก้านได้กระจายไปทั่วรอบทิศทางดูรกร้างและสกปรกเป็อย่างมาก พื้นที่บริเวณที่เกิดการต่อสู้เละเทะอย่างไม่มีชิ้นดี แต่ทว่าในความเละเทะนั้นยังมีแสงสีแดงที่เปล่งแสงออกมาเบาๆ ราวกับเป็รางวัลของา
ชิงเฟิงมองไปยังลูกแก้วสีแดงจำนวนหลายอันที่กำลังตกที่พื้นด้วยดวงตาที่พึงพอใจ นี่นับว่าเป็สินาที่ได้จากการสังหารหมู่
แกนสัตว์อสูร!!
แน่นอนว่าแสงสีแดงเ่าั้เป็แกนสัตว์อสูรของอสูรพฤกษาที่ชิงเฟิงได้สังหาร เขาก้าวเท้าเบาๆจากนั้นก็เดินไปเก็บแกนสัตว์อสูรมาทีละชิ้นทีละชิ้น..
"อืม...ตอนนี้คงจะเก็บไว้ในเสื้อคงไม่ได้แล้ว ต้องหาอะไรสักอย่างมาเก็บเ้าแกนสัตว์อสูรพวกนี้"ชิงเฟิงมองไปยังเสื้อของตัวเองที่ตอนนี้เริ่มจะพองขึ้นมาแล้ว ภายในเสื้อของเขาในตอนนี้มีของต่างๆมากมายที่เขาเคยใส่เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็สมุนไพรหรือแกนสัตว์อสูรที่เขาเคยสังหาร เขาคิดว่าตอนนี้ถ้าจะเก็บแกนสัตว์อสูรที่เหลืออยู่ก็คงจะเป็ไปไม่ได้แล้ว คงต้องหาภาชนะใหม่ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะต้องทิ้งบางส่วน
"ลำบากจริงๆ ถ้าข้ามีแหวนมิติสักวงก็คงจะดี"ชิงเฟิงพึมพำเบาๆอย่างเสียดาย ถ้ามีแหวนมิติปัญหาเื่ไม่มีที่เก็บก็จะหมดไป
แหวนมิติเป็สิ่งที่สำคัญอย่างมากสำหรับผู้บ่มเพาะ และแหวนมิตินั้นเป็ไปตามชื่อของมัน ภายในแหวนมิติจะมีมิติขนาดย่อมมิติหนึ่ง ซึ่งผู้บ่มเพาะจะเก็บสิ่งของและเครื่องใช้ต่างๆลงไปในมิตินั้นของแหวนมิติ
ชิงเฟิงชำเลืองมองรอบๆเล็กน้อยหวังที่จะหาอะไรเพื่อมาทำเป็ภาชนะเก็บของ หลังจากที่เขาหาสักพักในที่สุดเขาก็เจอกับเศษเสื้อผ้าที่เกือบจะผุเเล้วชิ้นหนึ่ง เขาไม่รอช้ารีบนำเศษเสื้อผ้านั้นมาแล้วทำการผูกเล็กน้อยเพื่อทำให้มันกลายเป็กระเป๋าผ้า
หลังจากจัดการทุดอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็ได้เอาสิ่งของทั้งหมดใส่ไว้ในกระเป๋าผ้ารวมทั้งของที่เคยอยู่ในเสื้อผ้าของเขาด้วย ทุกๆอย่างถูกใส่รวมเข้าไปในกระเป๋าผ้าใบนั้น
หลังจากก้มเก็บแกนสัตว์อสูรของอสูรพฤกษาหมดแล้วชิงเฟิงก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ เขาเก็บแกนสัตว์อสูรทั้งหมดได้17 โดยมี12ชิ้นที่เป็แกนสัตว์อสูรระดับราชันย์ขั้นที่1และมี4ชิ้นที่เป็แกนสัตว์อสูรระดับราชันย์ขั้น2ส่วนที่เหลืออีก1ชิ้นเป็แกนสัตว์อสูรระดับราชันย์ขั้นที่3
"น่าเสียดาย..ข้าไม่น่าใช้เพลิงแห่งพระเ้าเลยไม่อย่างนั้นข้าคงจะได้แกนสัตว์อสูรเพิ่มมาอีก"ชิงเฟิงจ้องมองไปยังเศษเถ้าธุลีที่กำลังล่องอยู่อย่างเสียดาย เพลิงแห่งพระเ้าไม่ใช่เพียงแค่แผดเผาร่างกายของอสูรพฤกษาเท่านั้นแต่มันยังแผดเผาแกนสัตว์อสูรของพวกมันอีกด้วย!
ดูก็รู้ว่าการใช้เพลิงแห่งพระเ้ามันสูญเสียขนาดไหน
"ในภายหลังข้าจะไม่ใช้เพลิงแห่งพระเ้าสุ่มสี่สุ่มห้าอีก"ชิงเฟิงคิดกับตัวเองอย่าเด็ดขาด เว้นแต่จะมีภัยถึงชีวิตเขาถึงจะใช้มันอีกครั้ง
ไม่นานเขาก็เลิกสนใจและเดินหน้าเข้าไปยังส่วนลึกของแกนกลางป่าสัตว์อสูรต่อไป ในเมื่อเสียดายอย่างนั้นก็คงต้องหามาทดแทน!
....
โพล๊ะ!!
ชิงเฟิงะเิหัวสัตว์อสูรตัวหนึ่งด้วยหมัดที่ดูง่ายๆ แต่ถ้าคนอื่นๆเห็นสัตว์อสูรที่เขาสังหารนั้นพวกเขาจะต้องใแน่นอน เพราะสัตว์อสูรที่ชิงเฟิงเพิ่งสังหารนั้นไม่ใช่สัตว์อสูรธรรมดาทั่วไป แต่มันคืองูลายเมฆเพลิง เป็สัตว์อสูรระดับราชันย์ขั้นที่1ที่แข็งแกร่งกว่าขั้นที่1ทั่วๆไปแต่ถึงกระนั้นชิงเฟิงกลับสังการมันได้อย่างง่ายดาย!
"แปลก! ข้าว่าข้าก็เข้ามาลึกพอสมควรแล้วน่ะ แต่ทำไมถึงไม่ค่อยเจอสัตว์อสูรที่ทรงพลังเลยสักตัว?"ชิงเฟิงกล่าวออกมาอย่างสงสัยในขณะที่มือของเขากำลังขวานหาแกนสัตว์อสูรของงูลายเมฆเพลิงอยู่
เขาสงสัยว่าสัตว์อสูรตัวที่แข็งแกร่งตัวอื่นๆหายไปไหนกันหมด ทำไมถึงไม่ค่อยโผล่หัวออกมา หรือว่าพวกมันจะกลัวเขา?
"เป็ไปไม่ได้ ข้าเป็มนุษย์ระดับนภาขั้น5เท่านั้น พวกมันย่อมไม่กลัวข้าแน่นอน"ชิงเฟิงคิดกับตัวเองอย่างสงสัย ความคิดที่ว่าพวกสัตว์อสูรกำลังกลัวเขานั้นตัดออกไปได้เลย เพราะตอนนี้เขาเป็เพียงระดับนภาเท่านั้นพวกสัตว์อสูรระดับราชันย์คงจะไม่กลัวเขาแน่นอน แต่..ถ้าไม่ใช่เหตุผลนั้นแล้วพวกมันไปอยู่ที่ไหน?
ตูม!!
ในระหว่างที่ชิงเฟิงกำลังใช้ความคิดนั้นจู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงะเิดังสนั่นขึ้นมาทั่วทั้งพื้นป่า"เกิดอะไรขึ้น!? มีสัตว์อสูรกำลังต่อสู้กันอย่างงั้นหรอ?"ชิงเฟิงไม่รู้ว่ามันเกิกอะไรขึ้นดังนั้นเขาก็เลยเดาสุ่มออกมา
"มีบางอย่างเกิดขึ้น! คงต้องไปดูหน่อยแล้ว!"หลังจากที่เขาพูดจบเขาก็ได้มัดกระเป๋าเสื้อเข้าไว้กับตัวจากนั้นก็พุ่งทะยานพุ่วขึ้นไปเหนือท้องนภาทันที
ฟุบ!!
ชิงเฟิงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและมุ่งหน้าไปยังต้นเสียงที่เกิดะเิขึ้น ในระหว่างที่เขากำลังทะยานอยู่บนท้องฟ้านั้นจู่ๆเขาก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างในด้านล่าง"หืม?พวกสัตว์อสูรพวกนั้นกำลังจะไปไหนกัน?"
ในเวลานี้ชิงเฟิงเห็นว่าได้มีสัตว์อสูรจำนวนหลายตัวกำลังพุ่งทะยานมุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ดูจากที่พวกมันพุ่งไปในทิศเดียวกันแล้วนั้นคาดว่าจุดหมายของพวกมันน่าจะเป็ที่เดียวกัน
ชิงเฟิงมองไปยังฝูงสัตว์อสูรมากมายเ่าั้อย่างสนใจ เขาคิดว่าอาจมีอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้นภายในเขตแกนกลางของป่าสัตว์อสูรนี้แน่ โดยไม่ต้องให้คิดนานเขาได้ตามฝูงสัตว์อสูรเ่าั้อย่างไปเงียบๆและไม่ให้พวกมันรู้ตัว ถึงแม้ว่าเขาจะไม่กลั
วพวกมันทั้งหมดแต่เขาก็อยากจะเลี่ยงปัญหาที่ทำให้เขายุ่งยาก