แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างห้องนอนอันเงียบสงบสาดส่องลงบนโต๊ะไม้ซึ่งมีคัมภีร์โบราณวางอยู่อันหลานนั่งจ้องมันอย่างครุ่นคิด หลังจากการพบกับเฉิงหานในตอนบ่าย เธอรู้สึกกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะสายตาของเขาเหมือนกับจะบอกว่าเขาไม่ได้เชื่อในสิ่งที่เธอพยายามแสดง
"ถ้าเขารู้ว่าฉันไม่ใช่หานอวิ๋นจริง ๆ จะเกิดอะไรขึ้น?" เธอพึมพำกับตัวเอง
เธอพลิกเปิดคัมภีร์อีกครั้งแม้ว่ามันจะดูเป็เพียงหนังสือเก่า แต่ข้อความที่เรืองแสงและเปลี่ยนไปตามเวลาทำให้เธอมั่นใจว่ามันมีความสำคัญ
"ผู้ที่ถูกเลือกจะเปลี่ยนชะตากรรม แต่ต้องแลกด้วยสิ่งที่มีค่าที่สุด"
อันหลานอ่านประโยคนั้นซ้ำๆ เธอพยายามตีความหมายของคำว่า "สิ่งที่มีค่าที่สุด" แต่กลับไม่มีคำตอบ
ทันใดนั้นตัวหนังสือบนหน้ากระดาษเริ่มเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ลายมือโบราณเลื่อนตัวเองไปมาและปรากฏเป็ข้อความใหม่
"จงค้นหาบุปผาแห่งโชคชะตา ณ ที่ซ่อนลับในแคว้นฉู่"
ข้อความนี้ทำให้อันหลานหัวใจเต้นรัว
"บุปผาแห่งโชคชะตา? นี่หมายถึงอะไร? และฉันต้องทำอะไรกับมัน?" เธอรู้ว่าคำตอบทั้งหมดอาจอยู่ในสถานที่แห่งนี้
ในขณะที่เธอกำลังจมอยู่ในความคิดเสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น
"ท่านหญิง ข้าขออนุญาตเข้าไปได้ไหม?"
เสียงของเสี่ยวลู่ดังขึ้นจากด้านนอกอันหลานรีบปิดคัมภีร์และซ่อนมันไว้ใต้ผ้าห่มก่อนจะเปิดประตู
"มีอะไรหรือเสี่ยวลู่?"
"ข้าแค่นำข่าวจากท่านแม่ทัพมาแจ้ง ท่านแม่ทัพขอให้ท่านหญิงเตรียมตัวเพราะวันพรุ่งนี้ท่านแม่ทัพจะพาท่านหญิงไปยังวังหลวงเพื่อเข้าร่วมพิธีสำคัญ"
"วังหลวง?" อันหลานถามด้วยความแปลกใจ
"ใช่ ท่านหญิง พิธีนี้สำคัญมากและยังมีโอกาสให้ท่านหญิงได้พบปะกับขุนนางและองค์ชายอีกด้วย"เสี่ยวลู่พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
หลังจากเสี่ยวลู่จากไปอันหลานกลับมานั่งบนเตียงด้วยความกังวล
"พิธีสำคัญในวังหลวง...นี่อาจเป็โอกาสที่จะได้ค้นหาบุปผาแห่งโชคชะตาหรือบางทีอาจจะได้เจอเบาะแสเพิ่มเติม"
เธอตัดสินใจว่าพรุ่งนี้เธอจะทำทุกวิถีทางเพื่อค้นหาคำตอบ
เช้าวันต่อมาจวนแม่ทัพเต็มไปด้วยความวุ่นวายเสี่ยวลู่ช่วยแต่งตัวให้อันหลานในชุดผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ประดับด้วยลวดลายดอกไม้สีเงิน ชุดนี้ดูเรียบง่ายแต่สง่างาม
อันหลานก้าวขึ้นรถม้าที่จัดเตรียมไว้และเดินทางไปยังวังหลวงพร้อมกับแม่ทัพหาน ระหว่างทางเธอใช้เวลามองทิวทัศน์และพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เธอกำลังเผชิญ
เมื่อมาถึงวังหลวงอันหลานตื่นตาตื่นใจกับความงดงามและความยิ่งใหญ่ของอาคารที่ประดับประดาไปด้วยลวดลายทองคำและหยก
ในงานพิธีเธอถูกแนะนำให้พบกับบุคคลสำคัญหลายคน รวมถึงเฉิงหานที่ยังคงมองเธอด้วยสายตาสงสัย
"ท่านหญิงดูสง่างามมากในวันนี้"เฉิงหานกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยากจะคาดเดา
"ขอบคุณเพคะ" อันหลานตอบสั้น ๆเธอพยายามหลีกเลี่ยงการพูดคุยที่อาจทำให้ตัวเองถูกจับได้
ระหว่างที่พิธีกำลังดำเนินไปเธอสังเกตเห็นลวดลายดอกไม้ที่ประดับอยู่บนหนึ่งในเสาของท้องพระโรงลวดลายนี้เหมือนกับภาพที่เธอเห็นในคัมภีร์
"นี่อาจเป็เงื่อนงำสำคัญ!"
เมื่อมีโอกาสอันหลานแอบเดินเข้าไปสำรวจบริเวณใกล้ ๆเธอพบว่าลวดลายดอกไม้นั้นไม่ใช่เพียงแค่การตกแต่ง แต่มันซ่อนช่องเล็ก ๆ ไว้ข้างใน
เธอลองััมันและพบว่าช่องนั้นเปิดออกเผยให้เห็นกลีบดอกไม้สีทองที่ดูเหมือนจะเป็ส่วนหนึ่งของบุปผาแห่งโชคชะตา
"ท่านหญิง! ท่านกำลังทำอะไร?"
เสียงเฉิงหานดังขึ้นจากด้านหลังทำให้อันหลานสะดุ้งเธอรีบหันกลับมาและพบว่าเขากำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
"ข้า...ข้าแค่สนใจลวดลายนี้" เธอตอบอย่างไม่มั่นใจ
เฉิงหานเดินเข้ามาใกล้เขามองดูดอกไม้สีทองก่อนจะพูดเบา ๆ
"ดูเหมือนว่าท่านหญิงจะไม่ได้มาที่นี่เพียงเพื่อเข้าร่วมพิธีสินะ"
อันหลานรู้ว่าความลับของเธอกำลังถูกเปิดเผย"ถ้าเขารู้เกี่ยวกับคัมภีร์ ฉันจะทำยังไง?"