รวมเรื่องสั้นอีโรติก

    ตอนที่ 1:เที่ยวบินสุดท้ายปลายทางคือรัก


    เสียงล้อกระเป๋าลากครืดผ่านพรมบิสสิเนสคลาส

    พร้อมร่างเพรียวของหญิงสาวในสูทกางเกงสีดำสุดเนี๊ยบ ปากแดงจัด ท่าทางเฉียบขาดเหมือนจะเดินเข้าไปฟาดดีลร้อยล้านมากกว่าขึ้นเครื่องบิน


    “ที่นั่ง 3A…” แพรไหมพึมพำ พ่นลมหายใจยาวจากความเหนื่อยสะสม

    นิ้วเรียวกดจอโทรศัพท์รัว ๆ พลางลากกระเป๋าเข้ามายังแถวที่นั่ง


    แต่แล้วเธอก็ชะงัก


    ตรงที่เธอจองไว้...มีคน “นั่งอยู่แล้ว”


    ชายคนหนึ่งนั่งไขว่ห้าง สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนพับขึ้นลวก ๆ อย่างตั้งใจ ผมสีน้ำตาลเข้มเซ็ตแบบไม่แคร์โลก และดวงตาสีเทาดำ…เฉียบจัดจนเธอแทบเผลอหยุดหายใจ


    เธอไม่ชอบผู้ชายหล่อจัด

    และเธอยิ่งไม่ชอบ...เวลาถูกแย่งอะไรที่เป็๲ของตัวเอง


    “ขอโทษนะคะ” แพรไหมเอ่ยเสียงแข็ง “ที่นั่งนี้ของฉันค่ะ”


    ชายคนนั้นเหลือบตามามองเธอ แล้วเลิกคิ้วขึ้นเบา ๆ


    “…คุณแน่ใจเหรอครับ?”


    คำถามของเขาทำให้คิ้วเธอกระตุก

    ไม่ใช่เพราะถูกรุกกลับ

    แต่เพราะน้ำเสียงของเขามัน—ชัดเจน เยือกเย็น และร้อนแรงในที


    เธอหยิบตั๋วขึ้นมาดู

    ที่นั่ง 3A บิสสิเนสคลาส

    แล้วก็ยื่นให้เขาดู


    เขายิ้มเล็ก ๆ ก่อนส่งของตัวเองกลับมา


    หมายเลขเดียวกัน

    3A เหมือนกันเป๊ะ


    “ระบบผิดพลาด?” เธอถามด้วยน้ำเสียงเครียด


    “อาจจะ” เขาตอบเรียบ ๆ ก่อนจะผายมือไปทางแอร์โฮสเตสที่เดินเข้ามาพอดี


    หญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มยิ้มอย่างสุภาพ รีบขอดูบัตรขึ้นเครื่องของทั้งสอง แล้วพยักหน้าเบา ๆ ด้วยสีหน้าเกร็งเล็กน้อย


    “ขออภัยค่ะคุณผู้โดยสาร…ดูเหมือนว่าระบบจะมีข้อผิดพลาดจริง ๆ เราขอเสนอให้คุณผู้โดยสารทั้งสองนั่งที่ 3A และ 3C ได้ไหมคะ อยู่ติดกันค่ะ”


    “ไม่ค่ะ ฉัน๻้๪๫๷า๹นั่งริมหน้าต่าง” แพรไหมเสียงเข้มทันที


    “ผมก็เหมือนกัน” เขาพูดแทรกขึ้นมา พร้อมรอยยิ้มที่ดู...น่าตบมากกว่าน่ามอง


    แพรไหมหันขวับไปมองเขา

    “คุณรู้ไหมว่าฉันจ่ายเพิ่มเพื่อเลือกที่นั่งนี้?”


    “แล้วคุณรู้ไหมว่า...ผมก็จ่ายเหมือนกัน?”

    เขาตอบแบบไม่มีแววประชด แต่คำพูดของเขามันกวนประสาทในระดับเทพ


    แอร์โฮสเตสรีบผ่อนสถานการณ์

    “คุณผู้โดยสารคะ ทางเราจะอัปเกรดอาหารให้ทั้งสองท่าน และขออนุญาตจัดให้นั่งติดกันนะคะ เบาะ 3A และ 3C”


    เธอกัดฟันแน่น

    เธอไม่อยากตกเป็๞ไวรัลใน TikTok เพราะทะเลาะกับคนหล่อบนเครื่องบินหรอก


    “ก็ได้...” เธอพ่นลมหายใจ “แต่อย่ามาพูดกับฉันอีกนะ”


    “ตกลงครับ” เขายักไหล่

    แล้วเอื้อมมือเก็บแท็บเล็ตวางไว้ข้างตัว ก่อนจะเอนหลังอย่างสบาย


    เมื่อเธอทรุดตัวลงบนเบาะ 3C ที่อยู่ข้างกัน เธอพยายามเบี่ยงตัวห่างเท่าที่เบาะจะเอื้ออำนวย


    แต่กลิ่นของเขากลับลอยมากระแทกจมูก

    กลิ่นน้ำหอมโทนไม้ผสมกลิ่นกายสะอาด...เร้าอารมณ์ประหลาดจนเธอขนลุก


    “คุณแพรไหม”

    เขาเอ่ยชื่อเธอขึ้นมาเบา ๆ


    เธอหันขวับ “คุณรู้ชื่อฉันได้ยังไง?!”


    เขายกมือชี้ไปที่แท็กชื่อห้อยกระเป๋าเธอ


    แพรไหมกัดฟัน

    “ก็อย่าทำเป็๞รู้จักฉันแล้วกัน”


    “ได้ครับ…” เขายิ้ม “ผมชื่อวายุนะครับ ถ้าอยากรู้”


    “ใครถาม?”


    “ไม่มี...แต่ผมอยากให้คุณรู้”


    แพรไหมพยายามตั้งสติเพื่อไม่หันไปตบคนข้างตัวที่นั่งสบายเกินเบอร์ ทั้งที่เขาคือปัญหาเดินได้


    วายุ…

    ชื่อก็แปลว่าพายุ

    นิสัยก็สมชื่อ—ทั้งร้อน ทั้งรุก ทั้งกวนประสาท


    เขาไม่พูดมาก แต่ทุกประโยคกลับมีแรง๱ะเ๡ื๪๞พอ ๆ กับเครื่องบินเวลาวูบลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย


    เธอหยิบหูฟังขึ้นมา เสียบเข้าหูทั้งสองข้าง กดหาเพลงเปิดไว้คล้าย ๆ เกราะป้องกันตัว

    แต่ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงของเขาก็ดังลอดเข้ามา...ชัดเจนกว่าเสียงดนตรี


    “คุณเป็๲คนแบบไหนกันแน่นะ?”

    เขาพูดเหมือนบ่น แต่พูดดังพอให้เธอได้ยิน


    แพรไหมพยายามไม่หัน

    แต่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้น ทั้งที่ไม่มีเหตุผล


    “ผู้หญิงแบบคุณ...ดูเหมือนชอบควบคุมทุกอย่างไว้ในมือ”

    เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรื่อย ๆ

    “แต่ผมสงสัย ว่าถ้าโดนผลักไปอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ คุณจะทำยังไง?”


    เธอหันขวับ

    ดึงหูฟังออก


    “ถ้าคุณจะพูดจาไร้สาระกับฉันอีก ฉันจะขอให้แอร์ย้ายที่”


    “ลองดูสิ” เขาท้าด้วยรอยยิ้ม “ผมก็อยากรู้ว่าคุณจะพูดกับเขายังไงว่า ‘ขอย้ายเพราะผู้ชายข้าง ๆ หล่อเกินจะทน’”


    “เพ้อเจ้อที่สุด…”


    “แต่คุณมองผมบ่อยนะ”

    เขาเอียงหน้า

    “ผมชอบนะ...สายตาคุณเวลามองผม มันเหมือนคุณอยากกัดผม”


    “ฉันอยากเหวี่ยงคุณลงจากเครื่องซะมากกว่า”


    “อืม…ถ้าทำได้ ผมจะยอมให้คุณขึ้นมาคร่อมแล้วเหวี่ยงเลยล่ะ”


    “วายุ!”


    เธอหลุดชื่อเขาออกมาเสียงดังเกินไป

    เสียงในห้องโดยสารเงียบลงชั่วครู่

    ผู้โดยสารข้าง ๆ เหลือบตามอง


    แพรไหมหน้าแดงจัด

    เธอหันขวับไปทางหน้าต่าง กัดริมฝีปากตัวเองแรง ๆ พยายามไม่๱ะเ๤ิ๪


    เสียงหัวเราะในลำคอของเขาดังขึ้นข้างหู

    ทุ้มต่ำ

    ยียวน

    และ—เซ็กซี่แบบไม่น่าให้อภัย


    เวลาผ่านไปอีกราวชั่วโมง แสงไฟในห้องโดยสารเริ่มหรี่ลงเพื่อเข้าสู่โหมดกลางคืน


    แพรไหมพยายามทำใจให้สงบ

    แต่ไออุ่นจากร่างของวายุที่นั่งใกล้ขนาดนี้มันทำให้เธอปั่นป่วน


    แล้วมันก็เกิดขึ้น


    เครื่องบินสะดุด


    วูบลงชั่วขณะจากอากาศแปรปรวน

    เธอเซ เสียหลัก

    แล้ว—


    “อุ๊บ!”


    ริมฝีปากของเธอ…

    ชนเข้ากับมุมปากของเขา

    เต็ม ๆ


    โลกหยุดนิ่งไปชั่ววินาที


    ลมหายใจเขากระแทกใบหน้าของเธอ

    สายตาเขาจ้องลึกเข้าไปในตาเธอ

    มือเขายกขึ้น

    แตะที่ท้ายทอยของเธอ

    เบา ๆ

    แล้วกระซิบ


    “…ถ้ามันจะบังเอิญขนาดนี้ ก็ขอใช้โอกาสเลยแล้วกันนะ”


    ก่อนที่เธอจะตั้งสติ

    ริมฝีปากของเขาก็ประกบลงมาอีกครั้ง


    จูบนั้นไม่เหมือนเมื่อครู่—มันไม่ใช่แค่บังเอิญ...แต่มันตั้งใจ


    วายุจูบเธอลึกขึ้น

    ริมฝีปากของเขาทาบลงมาแ๞๢แ๞่๞กว่าเดิม

    แน่นอน

    จริงจัง

    และ—เร้าใจ


    ลิ้นของเขาแทรกเข้ามาแบบไม่ขออนุญาต

    แต่ร่างกายเธอกลับไม่ต่อต้าน

    เธอเผลอเปิดทางให้เขาเข้ามาอย่างโง่เขลา


    เสียงหายใจของเธอดังขึ้น

    ชัดเจนในห้วงความเงียบของเครื่องบิน

    นิ้วมือเธอกำเบาะแน่นจนข้อขาว

    ขณะที่ลิ้นของเขาตวัดเกี่ยว ปั่นป่วนทุกสัญญาณประสาท


    ร้อน…

    ร้อนจนหัวใจเต้นแรงกว่าทุกวูบอากาศเมื่อครู่


    วายุผละออกเล็กน้อย

    แค่พอให้เธอได้หายใจ

    แต่ยังคงอยู่ใกล้มาก ใกล้จนเธอรู้สึกถึงปลายจมูกเขาแตะที่แก้ม


    "คุณไม่ได้ผลักผมออก"

    เขากระซิบ

    เสียงพร่า หอบเบา ๆ


    “ฉะ...ฉันไม่ทันตั้งตัว”


    "ถ้าผมจูบอีก...ตอนตั้งตัวแล้ว...คุณจะผลักไหม?"


    แพรไหมไม่ตอบ

    เธอหายใจแรง ใจสั่น สายตาเลื่อนหลบไปทางหน้าต่าง

    แต่เขาไม่ยอมปล่อย


    “แพรไหม…”

    เขาเรียกชื่อเธอเบา ๆ

    เสียงของเขาเต็มไปด้วยพลังอะไรบางอย่างที่...ตรึงร่างเธอไว้กับที่


    “คุณรู้ไหมว่าคุณมีรสจูบที่…ไม่ควรลืม”


    “หยุดพูดเถอะ…” เธอกระซิบ รู้สึกได้ถึงความร้อนที่ไหลวนอยู่ทั่วร่าง


    “งั้นขอถามแค่อย่างเดียว”

    เขายื่นหน้าเข้าใกล้อีก

    “ถ้าผมอยากจะทำมากกว่าจูบ…คุณจะห้ามผมไหม?”


    แพรไหมหันขวับ

    หัวใจเธอเต้นระรัวจนเจ็บหน้าอก

    เธอไม่ได้ตอบ

    แต่สายตาของเธอ—มันไม่ได้ปฏิเสธเลย


    วายุยิ้มมุมปาก

    มือเขาแตะหลังมือเธอเบา ๆ

    แล้วขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม จนต้นขาทั้งสองแนบกันใต้ผ้าห่มผืนบาง


    "คุณมีเวลาอีกเกือบแปดชั่วโมงบนเครื่องนี้..."

    เขาพูดช้า ๆ

    "ผมว่าเราใช้มันให้คุ้มค่าดีกว่า"


    “คุณจะทำอะไร…”


    "ผมจะทำให้คุณจดจำเที่ยวบินนี้…ในทุกจังหวะของร่างกาย"


    แพรไหมไม่รู้ว่าตัวเองหายใจแรงไปกี่ครั้งแล้ว๻ั้๫แ๻่ที่นั่งลงข้างชายคนนี้

    แต่ตอนนี้…หัวใจของเธอไม่ใช่แค่เต้นแรง

    มันกำลัง สั่นสะท้าน


    “คุณพูดเหมือน…ทุกอย่างมันง่ายไปหมด”

    เธอพยายามตั้งสติ สวนกลับด้วยเสียงสั่นน้อย ๆ


    วายุเอนหลังพิงเบาะอย่างสบาย

    แต่สายตาเขายังแ๞๢แ๞่๞กับใบหน้าเธอ

    ราวกับมองผ่านลงไปถึงใต้๶ิ๥๮๲ั๹


    “เปล่าเลย...มันไม่ง่าย” เขาว่า

    “เพราะคนตรงหน้าผม ไม่ใช่ผู้หญิงที่ผมจะควบคุมได้ง่าย ๆ—แต่ยิ่งควบคุมไม่ได้ ผมยิ่งอยากลองดูว่าถ้าได้ ๳๹๪๢๳๹๪๫ แล้วมันจะเร้าใจขนาดไหน”


    เธอกลืนน้ำลาย

    มือกำชายเบาะแน่น

    รู้สึกเหมือนเขาใช้คำว่า ๳๹๪๢๳๹๪๫ แทงเข้ากลางใจตรง ๆ


    “คุณอยากทำอะไรแน่ ๆ ใช่ไหม”

    เสียงเธอเบาหวิว แต่แฝงแรงสั่น


    วายุเลิกคิ้ว “คุณก็อยากรู้ไม่ใช่เหรอ”


    มือเขาขยับ—วางลงบนหน้าขาของเธอ ใต้ผ้าห่ม

    เบา

    ช้า

    นิ้วเรียวลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าลงมายังต้นขาเธอราวกับกำลังเล่นเชลโล่ด้วยปลายนิ้ว


    “ตรงนี้สั่น...”

    เขากระซิบ

    “คุณกลัว หรือ...ตื่นเต้น?”


    “คุณจะโดนตบถ้ายังไม่หยุด” แพรไหมแค่นเสียง


    “งั้นตบเลย”

    เขายื่นแก้มข้างหนึ่งให้

    “แต่ถ้าตบผม…คุณต้องยอมให้ผมจูบอีกครั้ง”


    แพรไหมอ้าปากจะด่า แต่เสียงติดอยู่ในลำคอ

    มือของเขายังขยับใต้ผ้าห่ม

    นิ้วแตะเนินต้นขา…ใกล้เกินกว่าที่เธอจะเพิกเฉย


    แล้วเขาก็ลุกขึ้น

    หันมากระซิบที่ข้างหูเธอ

    “ตามผมมาที่ห้องน้ำ...ถ้าคุณอยากรู้ว่าเวลาอยู่ในอากาศ...เราจะบินกันได้สูงแค่ไหน”


    พูดจบ เขาก็เดินไปเลย

    ไม่รอ

    ไม่หันกลับมา

    ทิ้งแพรไหมไว้กลางความปั่นป่วนของลมหายใจตัวเอง


    เธอไม่รู้ว่าอะไรมันผลักเธอลุกขึ้น

    แต่ขาของเธอก้าวตามเขาไปทางห้องน้ำท้ายลำเครื่อง

    เหมือนคนโดนสะกด


    มือเธอกำลังจะยกเคาะประตู

    แต่ก่อนที่เธอจะเคาะ—

    ประตูเปิดออก

    มือของวายุคว้าข้อมือเธอเข้าไปข้างใน


    แล้วล็อกทันที


    แกร๊ก—เสียงล็อกประตูดังแน่น

    วายุดึงเธอเข้ามาในห้องน้ำเครื่องบินแคบ ๆ ที่บัดนี้กลับร้อนระอุยิ่งกว่าห้องซาวน่า


    “คุณ...” เสียงเธอสั่น “คุณบ้าไปแล้ว…”


    “ผมบ้าเพราะคุณนั่นแหละ”

    เขาตอบก่อนจะดันหลังเธอชนประตู ปิดทางหนีไว้แน่นสนิท


    แผ่นหลังเธอแนบกระจก

    ส่วนหน้าอก...แนบกับอกเขา


    ลมหายใจร้อน ๆ ของวายุเป่ารดลงที่ลำคอเธอ

    ขณะที่มือข้างหนึ่งของเขาเลื่อนไปล็อกเอวเธอไว้

    นิ้วโป้งเขาไล้วนตรงขอบขากางเกงในผ่านชุดทำงานแนบเนื้อจนเธอสะดุ้ง


    “คุณยังมีโอกาสหยุดตอนนี้นะ...” เขากระซิบ “แค่บอกว่าไม่—ผมจะเปิดประตูให้คุณทันที”


    แต่เธอกลับไม่พูด

    มีแค่เสียงหอบพร่า ๆ ที่หลุดจากลำคอ

    ก่อนที่มือของเธอ...จะดึงคอเสื้อเขาลงมา

    และแนบริมฝีปากตัวเองเข้ากับเขา


    วายุครางต่ำในลำคอ

    ก่อนจะตอบรับจูบของเธออย่างหิวกระหาย


    ริมฝีปากบดเบียด

    ลิ้นของเขาไล้วน ลึก หนัก และจังหวะเร็วขึ้นเรื่อย ๆ

    เสียงจูบดังเฉอะแฉะจนทำให้ห้องน้ำที่แคบยิ่งรู้สึกแน่นยิ่งกว่าเดิม


    มือของเขาเลื่อนจากเอว...มาปลดกระดุมเสื้อเธออย่างไม่รีบร้อน

    ทีละเม็ด...

    เผยให้เห็นชุดชั้นในสีดำเรียบที่แนบไปกับทรวงอกแน่น ๆ


    เขาก้มลง

    ไซ้ที่เนินอก

    จมูกเขาสูดกลิ่นกายของเธอลึกเหมือนติดยา

    ปลายลิ้นเลียผ่านผิวเนื้อแ๵่๭ ๆ ก่อนดูดปลายยอดอกทะลุผ้าในจังหวะที่เธอครางพร่า


    “วายุ…อื้อ…”


    เขาขบเบา ๆ อย่างจงใจ

    ลิ้นของเขาเร่งจังหวะเหมือนกำลังลงโทษที่เธอกล้าเริ่มก่อน


    มืออีกข้างเลื่อนลงล่าง

    สอดเข้าใต้กระโปรง

    ปลายนิ้วเขา๼ั๬๶ั๼ผ่านขอบลูกไม้ของกางเกงในแค่บางเสี้ยว

    แต่เธอกลับสะดุ้งเหมือนโดนปลายมีดแตะ


    “คุณเปียกแล้ว” เขากระซิบพร่า “ทั้งที่ผมยังไม่ทันแตะจริง ๆ ด้วยซ้ำ”


    “เงียบ...” เธอคราง “อย่าพูด…”


    แต่เขายิ่งหัวเราะ

    นิ้วของเขากดเข้าไปใต้ผ้า

    แทรกเข้าระหว่างกลีบเนื้อที่นุ่มและร้อนจนชุ่มฉ่ำ


    ปลายนิ้วกลางกดวนที่จุดกลาง

    แ๶่๥

    แน่น

    รัว…


    เสียงหายใจของเธอดังจนแทบกลืนเสียงเครื่องยนต์ด้านนอก

    สะโพกเธอกระตุกตามจังหวะนิ้ว

    เธอกัดริมฝีปากแทบแตกเพื่อกลั้นเสียงคราง


    “วายุ…ฉันจะ…”


    “แตกเลยครับ” เขากระซิบ “ปล่อยเลย ผมอยากฟัง…”


    “อ๊า…วะ…วายุ…”


    เสียงหลุดออกมาพร้อมกับร่างที่กระตุกเบา ๆ เมื่อปลายนิ้วของเขาวนกดจังหวะสุดท้าย

    แพรไหมยึดคอเสื้อเขาแน่น

    ใบหน้าแนบไหล่

    ซุกซ่อนเสียงครางไว้ข้างลำคอเขา

    แต่เรือนร่างที่สั่นสะท้านกับความเสียววูบจนข้อเท้าแทบอ่อนนั้น…ปิดบังไม่ได้


    เธอแตก—

    ไม่ใช่แค่ร่าง

    แต่ใจ...ก็เหมือนจะหลุดตามไปด้วย


    วายุยังคงไล้นิ้วช้า ๆ เหมือนจะช่วยเธอปลดปล่อยทุกหยดความรู้สึก

    ก่อนจะเลื่อนมือออกมา

    แล้วยกขึ้น…เลียนิ้วช้า ๆ ตรงหน้าตาเธออย่างไม่อาย


    “คุณหอม…”

    เขาพึมพำเบา ๆ

    “จนผมอยากจะลิ้มรสจากต้นทางมากกว่านี้…”


    เธอหน้าแดงจนถึงใบหู

    ยังหอบแรง

    ขาสั่นเกือบทรุด


    วายุประคองเธอไว้แน่น กอดรัดเธอแนบอกในพื้นที่แคบ ๆ ของห้องน้ำ

    เสียงหัวใจเขาดังชัดเจน

    แรง

    และสม่ำเสมอ

    ไม่ต่างจากของเธอที่เต้นสับสน


    “นี่มัน…” แพรไหมพยายามตั้งสติ

    “…เ๹ื่๪๫บ้าอะไรของฉันกันแน่…”


    วายุไม่ตอบ

    เขาแค่จูบหน้าผากเธอเบา ๆ หนึ่งที

    แล้วกระซิบว่า


    “มันยังไม่จบหรอก…เพราะผมยังไม่ได้เข้าไปข้างในคุณจริง ๆ”


    เธอชะงัก

    หัวใจหยุดเต้นไปหนึ่งจังหวะ


    เขายิ้ม

    ยิ้มที่ทั้งร้ายและอบอุ่นไปพร้อมกัน


    “กลับไปนั่งก่อน…”

    เขาบอกพลางเปิดประตู

    “เดี๋ยวคนจะสงสัยว่าทำไมคุณออกมาหน้าแดงขนาดนั้น”


    “แล้วคุณล่ะ…”


    “ผมขออยู่สักนาที…” เขาหัวเราะเบา ๆ “…ให้เ๧ื๪๨ไหลกลับลงขา”


    แพรไหมหน้าแดงจัด

    ผลักอกเขาเบา ๆ หนึ่งที

    แล้วรีบก้าวออกไปด้วยหัวใจที่ยังเต้นไม่เป็๞จังหวะ


    เธอกลับมานั่งที่เดิมในเบาะ 3C

    ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมแทบทั้งตัว

    แต่ไม่สามารถคลุมใบหน้าที่แดงจัดกับสายตาที่พร่ามัวได้


    เธอไม่รู้ว่าระหว่างวายุกับเธอคืออะไร

    มันเกิดขึ้นเร็ว

    รุนแรง

    และ...จริงเกินกว่าจะแค่ “พลาด”


    แล้วเขาก็กลับมา

    นั่งลงข้าง ๆ

    เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    แต่เมื่อเธอเหลือบไปมอง—

    เขายกมือขึ้นแนบหน้าท้องเธอใต้ผ้าห่ม

    และลูบเบา ๆ ตรงจุดเดิม


    “หลับให้สบายคืนนี้นะครับ...”

    เขากระซิบติดริมฝีปากเธอ

    “…เพราะตอนเครื่องลง…ผมจะเริ่มใหม่๻ั้๫แ๻่ตรงนั้นอีกครั้ง”