เสียงล้อกระเป๋าลากครืดผ่านพรมบิสสิเนสคลาส
พร้อมร่างเพรียวของหญิงสาวในสูทกางเกงสีดำสุดเนี๊ยบ ปากแดงจัด ท่าทางเฉียบขาดเหมือนจะเดินเข้าไปฟาดดีลร้อยล้านมากกว่าขึ้นเครื่องบิน
“ที่นั่ง 3A…” แพรไหมพึมพำ พ่นลมหายใจยาวจากความเหนื่อยสะสม
นิ้วเรียวกดจอโทรศัพท์รัว ๆ พลางลากกระเป๋าเข้ามายังแถวที่นั่ง
แต่แล้วเธอก็ชะงัก
ตรงที่เธอจองไว้...มีคน “นั่งอยู่แล้ว”
ชายคนหนึ่งนั่งไขว่ห้าง สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนพับขึ้นลวก ๆ อย่างตั้งใจ ผมสีน้ำตาลเข้มเซ็ตแบบไม่แคร์โลก และดวงตาสีเทาดำ…เฉียบจัดจนเธอแทบเผลอหยุดหายใจ
เธอไม่ชอบผู้ชายหล่อจัด
และเธอยิ่งไม่ชอบ...เวลาถูกแย่งอะไรที่เป็ของตัวเอง
“ขอโทษนะคะ” แพรไหมเอ่ยเสียงแข็ง “ที่นั่งนี้ของฉันค่ะ”
ชายคนนั้นเหลือบตามามองเธอ แล้วเลิกคิ้วขึ้นเบา ๆ
“…คุณแน่ใจเหรอครับ?”
คำถามของเขาทำให้คิ้วเธอกระตุก
ไม่ใช่เพราะถูกรุกกลับ
แต่เพราะน้ำเสียงของเขามัน—ชัดเจน เยือกเย็น และร้อนแรงในที
เธอหยิบตั๋วขึ้นมาดู
ที่นั่ง 3A บิสสิเนสคลาส
แล้วก็ยื่นให้เขาดู
เขายิ้มเล็ก ๆ ก่อนส่งของตัวเองกลับมา
หมายเลขเดียวกัน
3A เหมือนกันเป๊ะ
“ระบบผิดพลาด?” เธอถามด้วยน้ำเสียงเครียด
“อาจจะ” เขาตอบเรียบ ๆ ก่อนจะผายมือไปทางแอร์โฮสเตสที่เดินเข้ามาพอดี
หญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มยิ้มอย่างสุภาพ รีบขอดูบัตรขึ้นเครื่องของทั้งสอง แล้วพยักหน้าเบา ๆ ด้วยสีหน้าเกร็งเล็กน้อย
“ขออภัยค่ะคุณผู้โดยสาร…ดูเหมือนว่าระบบจะมีข้อผิดพลาดจริง ๆ เราขอเสนอให้คุณผู้โดยสารทั้งสองนั่งที่ 3A และ 3C ได้ไหมคะ อยู่ติดกันค่ะ”
“ไม่ค่ะ ฉัน้านั่งริมหน้าต่าง” แพรไหมเสียงเข้มทันที
“ผมก็เหมือนกัน” เขาพูดแทรกขึ้นมา พร้อมรอยยิ้มที่ดู...น่าตบมากกว่าน่ามอง
แพรไหมหันขวับไปมองเขา
“คุณรู้ไหมว่าฉันจ่ายเพิ่มเพื่อเลือกที่นั่งนี้?”
“แล้วคุณรู้ไหมว่า...ผมก็จ่ายเหมือนกัน?”
เขาตอบแบบไม่มีแววประชด แต่คำพูดของเขามันกวนประสาทในระดับเทพ
แอร์โฮสเตสรีบผ่อนสถานการณ์
“คุณผู้โดยสารคะ ทางเราจะอัปเกรดอาหารให้ทั้งสองท่าน และขออนุญาตจัดให้นั่งติดกันนะคะ เบาะ 3A และ 3C”
เธอกัดฟันแน่น
เธอไม่อยากตกเป็ไวรัลใน TikTok เพราะทะเลาะกับคนหล่อบนเครื่องบินหรอก
“ก็ได้...” เธอพ่นลมหายใจ “แต่อย่ามาพูดกับฉันอีกนะ”
“ตกลงครับ” เขายักไหล่
แล้วเอื้อมมือเก็บแท็บเล็ตวางไว้ข้างตัว ก่อนจะเอนหลังอย่างสบาย
เมื่อเธอทรุดตัวลงบนเบาะ 3C ที่อยู่ข้างกัน เธอพยายามเบี่ยงตัวห่างเท่าที่เบาะจะเอื้ออำนวย
แต่กลิ่นของเขากลับลอยมากระแทกจมูก
กลิ่นน้ำหอมโทนไม้ผสมกลิ่นกายสะอาด...เร้าอารมณ์ประหลาดจนเธอขนลุก
“คุณแพรไหม”
เขาเอ่ยชื่อเธอขึ้นมาเบา ๆ
เธอหันขวับ “คุณรู้ชื่อฉันได้ยังไง?!”
เขายกมือชี้ไปที่แท็กชื่อห้อยกระเป๋าเธอ
แพรไหมกัดฟัน
“ก็อย่าทำเป็รู้จักฉันแล้วกัน”
“ได้ครับ…” เขายิ้ม “ผมชื่อวายุนะครับ ถ้าอยากรู้”
“ใครถาม?”
“ไม่มี...แต่ผมอยากให้คุณรู้”
แพรไหมพยายามตั้งสติเพื่อไม่หันไปตบคนข้างตัวที่นั่งสบายเกินเบอร์ ทั้งที่เขาคือปัญหาเดินได้
วายุ…
ชื่อก็แปลว่าพายุ
นิสัยก็สมชื่อ—ทั้งร้อน ทั้งรุก ทั้งกวนประสาท
เขาไม่พูดมาก แต่ทุกประโยคกลับมีแรงะเืพอ ๆ กับเครื่องบินเวลาวูบลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
เธอหยิบหูฟังขึ้นมา เสียบเข้าหูทั้งสองข้าง กดหาเพลงเปิดไว้คล้าย ๆ เกราะป้องกันตัว
แต่ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงของเขาก็ดังลอดเข้ามา...ชัดเจนกว่าเสียงดนตรี
“คุณเป็คนแบบไหนกันแน่นะ?”
เขาพูดเหมือนบ่น แต่พูดดังพอให้เธอได้ยิน
แพรไหมพยายามไม่หัน
แต่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้น ทั้งที่ไม่มีเหตุผล
“ผู้หญิงแบบคุณ...ดูเหมือนชอบควบคุมทุกอย่างไว้ในมือ”
เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรื่อย ๆ
“แต่ผมสงสัย ว่าถ้าโดนผลักไปอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ คุณจะทำยังไง?”
เธอหันขวับ
ดึงหูฟังออก
“ถ้าคุณจะพูดจาไร้สาระกับฉันอีก ฉันจะขอให้แอร์ย้ายที่”
“ลองดูสิ” เขาท้าด้วยรอยยิ้ม “ผมก็อยากรู้ว่าคุณจะพูดกับเขายังไงว่า ‘ขอย้ายเพราะผู้ชายข้าง ๆ หล่อเกินจะทน’”
“เพ้อเจ้อที่สุด…”
“แต่คุณมองผมบ่อยนะ”
เขาเอียงหน้า
“ผมชอบนะ...สายตาคุณเวลามองผม มันเหมือนคุณอยากกัดผม”
“ฉันอยากเหวี่ยงคุณลงจากเครื่องซะมากกว่า”
“อืม…ถ้าทำได้ ผมจะยอมให้คุณขึ้นมาคร่อมแล้วเหวี่ยงเลยล่ะ”
“วายุ!”
เธอหลุดชื่อเขาออกมาเสียงดังเกินไป
เสียงในห้องโดยสารเงียบลงชั่วครู่
ผู้โดยสารข้าง ๆ เหลือบตามอง
แพรไหมหน้าแดงจัด
เธอหันขวับไปทางหน้าต่าง กัดริมฝีปากตัวเองแรง ๆ พยายามไม่ะเิ
เสียงหัวเราะในลำคอของเขาดังขึ้นข้างหู
ทุ้มต่ำ
ยียวน
และ—เซ็กซี่แบบไม่น่าให้อภัย
เวลาผ่านไปอีกราวชั่วโมง แสงไฟในห้องโดยสารเริ่มหรี่ลงเพื่อเข้าสู่โหมดกลางคืน
แพรไหมพยายามทำใจให้สงบ
แต่ไออุ่นจากร่างของวายุที่นั่งใกล้ขนาดนี้มันทำให้เธอปั่นป่วน
แล้วมันก็เกิดขึ้น
เครื่องบินสะดุด
วูบลงชั่วขณะจากอากาศแปรปรวน
เธอเซ เสียหลัก
แล้ว—
“อุ๊บ!”
ริมฝีปากของเธอ…
ชนเข้ากับมุมปากของเขา
เต็ม ๆ
โลกหยุดนิ่งไปชั่ววินาที
ลมหายใจเขากระแทกใบหน้าของเธอ
สายตาเขาจ้องลึกเข้าไปในตาเธอ
มือเขายกขึ้น
แตะที่ท้ายทอยของเธอ
เบา ๆ
แล้วกระซิบ
“…ถ้ามันจะบังเอิญขนาดนี้ ก็ขอใช้โอกาสเลยแล้วกันนะ”
ก่อนที่เธอจะตั้งสติ
ริมฝีปากของเขาก็ประกบลงมาอีกครั้ง
จูบนั้นไม่เหมือนเมื่อครู่—มันไม่ใช่แค่บังเอิญ...แต่มันตั้งใจ
วายุจูบเธอลึกขึ้น
ริมฝีปากของเขาทาบลงมาแแ่กว่าเดิม
แน่นอน
จริงจัง
และ—เร้าใจ
ลิ้นของเขาแทรกเข้ามาแบบไม่ขออนุญาต
แต่ร่างกายเธอกลับไม่ต่อต้าน
เธอเผลอเปิดทางให้เขาเข้ามาอย่างโง่เขลา
เสียงหายใจของเธอดังขึ้น
ชัดเจนในห้วงความเงียบของเครื่องบิน
นิ้วมือเธอกำเบาะแน่นจนข้อขาว
ขณะที่ลิ้นของเขาตวัดเกี่ยว ปั่นป่วนทุกสัญญาณประสาท
ร้อน…
ร้อนจนหัวใจเต้นแรงกว่าทุกวูบอากาศเมื่อครู่
วายุผละออกเล็กน้อย
แค่พอให้เธอได้หายใจ
แต่ยังคงอยู่ใกล้มาก ใกล้จนเธอรู้สึกถึงปลายจมูกเขาแตะที่แก้ม
"คุณไม่ได้ผลักผมออก"
เขากระซิบ
เสียงพร่า หอบเบา ๆ
“ฉะ...ฉันไม่ทันตั้งตัว”
"ถ้าผมจูบอีก...ตอนตั้งตัวแล้ว...คุณจะผลักไหม?"
แพรไหมไม่ตอบ
เธอหายใจแรง ใจสั่น สายตาเลื่อนหลบไปทางหน้าต่าง
แต่เขาไม่ยอมปล่อย
“แพรไหม…”
เขาเรียกชื่อเธอเบา ๆ
เสียงของเขาเต็มไปด้วยพลังอะไรบางอย่างที่...ตรึงร่างเธอไว้กับที่
“คุณรู้ไหมว่าคุณมีรสจูบที่…ไม่ควรลืม”
“หยุดพูดเถอะ…” เธอกระซิบ รู้สึกได้ถึงความร้อนที่ไหลวนอยู่ทั่วร่าง
“งั้นขอถามแค่อย่างเดียว”
เขายื่นหน้าเข้าใกล้อีก
“ถ้าผมอยากจะทำมากกว่าจูบ…คุณจะห้ามผมไหม?”
แพรไหมหันขวับ
หัวใจเธอเต้นระรัวจนเจ็บหน้าอก
เธอไม่ได้ตอบ
แต่สายตาของเธอ—มันไม่ได้ปฏิเสธเลย
วายุยิ้มมุมปาก
มือเขาแตะหลังมือเธอเบา ๆ
แล้วขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม จนต้นขาทั้งสองแนบกันใต้ผ้าห่มผืนบาง
"คุณมีเวลาอีกเกือบแปดชั่วโมงบนเครื่องนี้..."
เขาพูดช้า ๆ
"ผมว่าเราใช้มันให้คุ้มค่าดีกว่า"
“คุณจะทำอะไร…”
"ผมจะทำให้คุณจดจำเที่ยวบินนี้…ในทุกจังหวะของร่างกาย"
แพรไหมไม่รู้ว่าตัวเองหายใจแรงไปกี่ครั้งแล้วั้แ่ที่นั่งลงข้างชายคนนี้
แต่ตอนนี้…หัวใจของเธอไม่ใช่แค่เต้นแรง
มันกำลัง สั่นสะท้าน
“คุณพูดเหมือน…ทุกอย่างมันง่ายไปหมด”
เธอพยายามตั้งสติ สวนกลับด้วยเสียงสั่นน้อย ๆ
วายุเอนหลังพิงเบาะอย่างสบาย
แต่สายตาเขายังแแ่กับใบหน้าเธอ
ราวกับมองผ่านลงไปถึงใต้ิั
“เปล่าเลย...มันไม่ง่าย” เขาว่า
“เพราะคนตรงหน้าผม ไม่ใช่ผู้หญิงที่ผมจะควบคุมได้ง่าย ๆ—แต่ยิ่งควบคุมไม่ได้ ผมยิ่งอยากลองดูว่าถ้าได้ แล้วมันจะเร้าใจขนาดไหน”
เธอกลืนน้ำลาย
มือกำชายเบาะแน่น
รู้สึกเหมือนเขาใช้คำว่า แทงเข้ากลางใจตรง ๆ
“คุณอยากทำอะไรแน่ ๆ ใช่ไหม”
เสียงเธอเบาหวิว แต่แฝงแรงสั่น
วายุเลิกคิ้ว “คุณก็อยากรู้ไม่ใช่เหรอ”
มือเขาขยับ—วางลงบนหน้าขาของเธอ ใต้ผ้าห่ม
เบา
ช้า
นิ้วเรียวลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าลงมายังต้นขาเธอราวกับกำลังเล่นเชลโล่ด้วยปลายนิ้ว
“ตรงนี้สั่น...”
เขากระซิบ
“คุณกลัว หรือ...ตื่นเต้น?”
“คุณจะโดนตบถ้ายังไม่หยุด” แพรไหมแค่นเสียง
“งั้นตบเลย”
เขายื่นแก้มข้างหนึ่งให้
“แต่ถ้าตบผม…คุณต้องยอมให้ผมจูบอีกครั้ง”
แพรไหมอ้าปากจะด่า แต่เสียงติดอยู่ในลำคอ
มือของเขายังขยับใต้ผ้าห่ม
นิ้วแตะเนินต้นขา…ใกล้เกินกว่าที่เธอจะเพิกเฉย
แล้วเขาก็ลุกขึ้น
หันมากระซิบที่ข้างหูเธอ
“ตามผมมาที่ห้องน้ำ...ถ้าคุณอยากรู้ว่าเวลาอยู่ในอากาศ...เราจะบินกันได้สูงแค่ไหน”
พูดจบ เขาก็เดินไปเลย
ไม่รอ
ไม่หันกลับมา
ทิ้งแพรไหมไว้กลางความปั่นป่วนของลมหายใจตัวเอง
เธอไม่รู้ว่าอะไรมันผลักเธอลุกขึ้น
แต่ขาของเธอก้าวตามเขาไปทางห้องน้ำท้ายลำเครื่อง
เหมือนคนโดนสะกด
มือเธอกำลังจะยกเคาะประตู
แต่ก่อนที่เธอจะเคาะ—
ประตูเปิดออก
มือของวายุคว้าข้อมือเธอเข้าไปข้างใน
แล้วล็อกทันที
แกร๊ก—เสียงล็อกประตูดังแน่น
วายุดึงเธอเข้ามาในห้องน้ำเครื่องบินแคบ ๆ ที่บัดนี้กลับร้อนระอุยิ่งกว่าห้องซาวน่า
“คุณ...” เสียงเธอสั่น “คุณบ้าไปแล้ว…”
“ผมบ้าเพราะคุณนั่นแหละ”
เขาตอบก่อนจะดันหลังเธอชนประตู ปิดทางหนีไว้แน่นสนิท
แผ่นหลังเธอแนบกระจก
ส่วนหน้าอก...แนบกับอกเขา
ลมหายใจร้อน ๆ ของวายุเป่ารดลงที่ลำคอเธอ
ขณะที่มือข้างหนึ่งของเขาเลื่อนไปล็อกเอวเธอไว้
นิ้วโป้งเขาไล้วนตรงขอบขากางเกงในผ่านชุดทำงานแนบเนื้อจนเธอสะดุ้ง
“คุณยังมีโอกาสหยุดตอนนี้นะ...” เขากระซิบ “แค่บอกว่าไม่—ผมจะเปิดประตูให้คุณทันที”
แต่เธอกลับไม่พูด
มีแค่เสียงหอบพร่า ๆ ที่หลุดจากลำคอ
ก่อนที่มือของเธอ...จะดึงคอเสื้อเขาลงมา
และแนบริมฝีปากตัวเองเข้ากับเขา
วายุครางต่ำในลำคอ
ก่อนจะตอบรับจูบของเธออย่างหิวกระหาย
ริมฝีปากบดเบียด
ลิ้นของเขาไล้วน ลึก หนัก และจังหวะเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
เสียงจูบดังเฉอะแฉะจนทำให้ห้องน้ำที่แคบยิ่งรู้สึกแน่นยิ่งกว่าเดิม
มือของเขาเลื่อนจากเอว...มาปลดกระดุมเสื้อเธออย่างไม่รีบร้อน
ทีละเม็ด...
เผยให้เห็นชุดชั้นในสีดำเรียบที่แนบไปกับทรวงอกแน่น ๆ
เขาก้มลง
ไซ้ที่เนินอก
จมูกเขาสูดกลิ่นกายของเธอลึกเหมือนติดยา
ปลายลิ้นเลียผ่านผิวเนื้อแ่ ๆ ก่อนดูดปลายยอดอกทะลุผ้าในจังหวะที่เธอครางพร่า
“วายุ…อื้อ…”
เขาขบเบา ๆ อย่างจงใจ
ลิ้นของเขาเร่งจังหวะเหมือนกำลังลงโทษที่เธอกล้าเริ่มก่อน
มืออีกข้างเลื่อนลงล่าง
สอดเข้าใต้กระโปรง
ปลายนิ้วเขาััผ่านขอบลูกไม้ของกางเกงในแค่บางเสี้ยว
แต่เธอกลับสะดุ้งเหมือนโดนปลายมีดแตะ
“คุณเปียกแล้ว” เขากระซิบพร่า “ทั้งที่ผมยังไม่ทันแตะจริง ๆ ด้วยซ้ำ”
“เงียบ...” เธอคราง “อย่าพูด…”
แต่เขายิ่งหัวเราะ
นิ้วของเขากดเข้าไปใต้ผ้า
แทรกเข้าระหว่างกลีบเนื้อที่นุ่มและร้อนจนชุ่มฉ่ำ
ปลายนิ้วกลางกดวนที่จุดกลาง
แ่
แน่น
รัว…
เสียงหายใจของเธอดังจนแทบกลืนเสียงเครื่องยนต์ด้านนอก
สะโพกเธอกระตุกตามจังหวะนิ้ว
เธอกัดริมฝีปากแทบแตกเพื่อกลั้นเสียงคราง
“วายุ…ฉันจะ…”
“แตกเลยครับ” เขากระซิบ “ปล่อยเลย ผมอยากฟัง…”
“อ๊า…วะ…วายุ…”
เสียงหลุดออกมาพร้อมกับร่างที่กระตุกเบา ๆ เมื่อปลายนิ้วของเขาวนกดจังหวะสุดท้าย
แพรไหมยึดคอเสื้อเขาแน่น
ใบหน้าแนบไหล่
ซุกซ่อนเสียงครางไว้ข้างลำคอเขา
แต่เรือนร่างที่สั่นสะท้านกับความเสียววูบจนข้อเท้าแทบอ่อนนั้น…ปิดบังไม่ได้
เธอแตก—
ไม่ใช่แค่ร่าง
แต่ใจ...ก็เหมือนจะหลุดตามไปด้วย
วายุยังคงไล้นิ้วช้า ๆ เหมือนจะช่วยเธอปลดปล่อยทุกหยดความรู้สึก
ก่อนจะเลื่อนมือออกมา
แล้วยกขึ้น…เลียนิ้วช้า ๆ ตรงหน้าตาเธออย่างไม่อาย
“คุณหอม…”
เขาพึมพำเบา ๆ
“จนผมอยากจะลิ้มรสจากต้นทางมากกว่านี้…”
เธอหน้าแดงจนถึงใบหู
ยังหอบแรง
ขาสั่นเกือบทรุด
วายุประคองเธอไว้แน่น กอดรัดเธอแนบอกในพื้นที่แคบ ๆ ของห้องน้ำ
เสียงหัวใจเขาดังชัดเจน
แรง
และสม่ำเสมอ
ไม่ต่างจากของเธอที่เต้นสับสน
“นี่มัน…” แพรไหมพยายามตั้งสติ
“…เื่บ้าอะไรของฉันกันแน่…”
วายุไม่ตอบ
เขาแค่จูบหน้าผากเธอเบา ๆ หนึ่งที
แล้วกระซิบว่า
“มันยังไม่จบหรอก…เพราะผมยังไม่ได้เข้าไปข้างในคุณจริง ๆ”
เธอชะงัก
หัวใจหยุดเต้นไปหนึ่งจังหวะ
เขายิ้ม
ยิ้มที่ทั้งร้ายและอบอุ่นไปพร้อมกัน
“กลับไปนั่งก่อน…”
เขาบอกพลางเปิดประตู
“เดี๋ยวคนจะสงสัยว่าทำไมคุณออกมาหน้าแดงขนาดนั้น”
“แล้วคุณล่ะ…”
“ผมขออยู่สักนาที…” เขาหัวเราะเบา ๆ “…ให้เืไหลกลับลงขา”
แพรไหมหน้าแดงจัด
ผลักอกเขาเบา ๆ หนึ่งที
แล้วรีบก้าวออกไปด้วยหัวใจที่ยังเต้นไม่เป็จังหวะ
เธอกลับมานั่งที่เดิมในเบาะ 3C
ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมแทบทั้งตัว
แต่ไม่สามารถคลุมใบหน้าที่แดงจัดกับสายตาที่พร่ามัวได้
เธอไม่รู้ว่าระหว่างวายุกับเธอคืออะไร
มันเกิดขึ้นเร็ว
รุนแรง
และ...จริงเกินกว่าจะแค่ “พลาด”
แล้วเขาก็กลับมา
นั่งลงข้าง ๆ
เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่เมื่อเธอเหลือบไปมอง—
เขายกมือขึ้นแนบหน้าท้องเธอใต้ผ้าห่ม
และลูบเบา ๆ ตรงจุดเดิม
“หลับให้สบายคืนนี้นะครับ...”
เขากระซิบติดริมฝีปากเธอ
“…เพราะตอนเครื่องลง…ผมจะเริ่มใหม่ั้แ่ตรงนั้นอีกครั้ง”