บำเรอรัก
บทที่ 7
เป็เวลาสองอาทิตย์แล้วที่พระพายต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ หกวันที่ต้องทำงานก็จะมีเวลาพักเพียงวันเดียวเท่านั้น
ในวันหยุดพระพายก็ยังคงไปนั่งรอชายหนุ่มคนรักที่หน้าธนาคารหรือไม่ก็โรงแรมเหมือนทุกครั้ง แต่ก็ยังไม่มีสักครั้งที่เขาจะได้เข้าพบชายหนุ่ม
วันนี้พระพายตื่นแต่เช้าเพื่อมาทำงาน ร่างบางเดินมาถึงร้านอาหารก็ต้องใ เพราะวันนี้ที่ร้านอาหารมีคนมาใช้บริการมากเป็พิเศษ ทำให้พนักงานเสิร์ฟและพนักงานรับออร์เดอร์มีไม่เพียงพอต่อจำนวนลูกค้า ส่งผลให้พระพายจึงเป็ต้องออกมาช่วยงานด้านนอก
เวลาผ่านไปถึงสองทุ่ม จำนวนลูกค้าก็น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด พระพายยังคงเดินไปทำหน้าที่ที่ได้รับกับลูกค้าที่เข้ามาใหม่ ร่างบางที่เตรียมพร้อมสำหรับการต้อนรับลูกค้าก็ต้องหยุดชะงักทันที พระพายรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อต้องเจอกับลูกค้าที่มาใหม่
“สะ..สวัสดีครับ รับอะไรดีครับ” พระพายพูดทักทายด้วยเสียงที่สั่นเครือ เมื่อต้องมาเจอคนที่ตัวเองไม่รอเจอมาทุกวัน
“เอริค ทานอะไรดีคะ” เสียงหวานของหญิงสาวที่มาด้วยถามขึ้น ขณะที่มือบางเปิดดูเมนูต่างๆ ไปมา
“สเต๊กพอร์คชอป ซีซ่าสลัด ซุปครีมเห็ด แล้วก็ไวน์แดง” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยสั่งอาหารตามความ้า ร่างบางที่ยืนรับออร์เดอร์ก็จดรายการอาหารด้วยความสั่นปนความประมาท
“คุณ้าสั่งอะไรเพิ่มอีกไหม” เอริคถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้า ขณะที่สายตาเหล่มองพนักงานร่างบาง
“แค่ที่คุณสั่งมาก็พอแล้วค่ะ ลิเดียร์ไม่อยากทานเยอะ ลิเดียร์กลัวอ้วน” หญิงสาวพูดบอกอย่างมีจริตจะก้าน เธอจะต้องรักษาหุ่นเพื่องานแต่งที่จะจัดอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เธอใฝ่ฝันว่าตนเองจะได้เป็เ้าสาวที่สวยที่สุดพร้อมงานแต่งที่จัดขึ้นอย่างใหญ่โตให้สมฐานะของครอบครัว
“ไม่เอาอะไรเพิ่มแล้วละ” หญิงสาวหันมาบอกพนักงานรับออร์เดอร์
“งะ... งั้นรอสักครู่นะครับ” เสียงสั่นเอ่ยบอกก่อนจะเดินออกไปส่งรายการให้กับห้องครัว ขณะรับออร์เดอร์ร่างบางก็ได้แต่ยืนฟังบทสนทนาของทั้งสองด้วยความเ็ป
เอริคมองการกระทำของร่างบางที่เดินออกไปไม่วางตา เขาเห็นอีกคนั้แ่เดินเข้ามาในร้านแล้ว ไม่รู้ทำไมแค่เห็นร่างกายนั้นแล้วเขาก็จดจำได้ทันที สมองก็เกิดคำถามมากมายที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องมัวแต่สนใจร่างบางอยู่ได้ ทั้งที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย คนรู้จักก็ไม่ใช่ ร่างสูงคิดอะไรเพลินๆ โดยไม่สนใจหญิงสาวตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย
“เอริค เอริคค่ะ”
“เป็อะไรหรือเปล่าคะ” ลิเดียร์ถามขึ้นอย่างสงสัยไม่ได้ เมื่อเห็นชายหนุ่มร่างสูงดูนิ่งเงียบไป
“เปล่าหรอก” เอริคบอกปฏิเสธไป
“จริงนะ ไม่ใช่ว่าคุณคิดถึงพวกคู่ขาอยู่นะคะ ถ้าเป็แบบนั้นลิเดียร์ไม่ยอมจริงๆ ด้วย” ลิเดียร์เอ่ยด้วยท่าทีง้องอน สายตาก็มองคู่หมั้นอย่างคาดหวังกับคำตอบ
“ผมไม่เป็ไร” เอริคตอบกลับไปโดยไม่ได้ใส่ใจหญิงสาวตรงหน้านัก เพราะตอนนี้ในสายตาของร่างสูงกำลังมองไปที่ใครบางคนอยู่จริงๆ เอริคสังเกตว่าร่างบางที่ผอมลงไปมาก แล้วร่างบางมาทำอะไรที่ร้านอาหารนี้ ทำไมยังไม่กลับเมืองไทยอีก เกิดคำถามอีกมากมายขึ้น
ใช้เวลาไม่นานอาหารก็พร้อมเสิร์ฟ โดยร่างบางได้เดินนำเอาอาหารออกมาเสิร์ฟด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ทำให้เอริคไม่สามารถละสายตาออกจากชายหนุ่มร่างบางได้ ใบหน้าสวยหวานนั้นมันช่างคุ้นตาเขายิ่งนัก แต่กลับจำไม่ได้ว่าตัวเองเคยเจอกับร่างบางจริงหรือเปล่า
เอริคจำเป็จะต้องละสายตาจากร่างบางมาสนใจอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าแทน ร่างสูงกลัวว่าหญิงสาวตรงหน้าจะจับผิดสังเกตได้ และเขาก็ยังไม่อยากมีปัญหาตามมาด้วยจึงต้องปล่อยไปก่อน
เวลาผ่านไปทั้งสองก็ทานอาหารกันเสร็จ เอริคจัดการจ่ายค่าอาหารมื้อนี้ก่อนจะเดินออกจากร้าน โดยมีหญิงสาวเดินคล้องแขนเอาไว้ตลอดทางเดิน
“อาหารที่นี่รสชาติดีใช้ได้เลยนะคะ วันหลังเรามาทานกันอีกนะคะ” ลิเดียร์บอกตามความจริง หลังจากเดินออกมาจากร้านมาได้สักระยะ เธอไม่คิดว่าร้านนี้จะจัดอาหารได้ดีขนาดนี้ แม้ว่าร้านจะไม่ได้ใหญ่โตมากนัก แต่คุณภาพของอาหารที่ให้บริการถือว่าดีเกินคาด
“ถ้ามีเวลาว่างผมจะพามานะ” เสียงเรียบเอ่ยออกไป ด้วยเหตุผลที่แท้จริงเขาแค่อยากเจอกับร่างบางเท่านั้น
“เอริคน่ารักที่สุดเลย แบบนี้ต้องให้รางวัล” พูดจบหญิงสาวก็ยกแขนเรียวคล้องคอของร่างสูงเอาไว้ ก่อนที่ปากบางจะกดลงไปจูบปากหนา
“วันนี้จะไปค้างที่บ้านลิเดียร์ไหม” ลิเดียร์ผละจูบจากริมฝีปากหนา แล้วกระซิบถามข้างหูของร่างสูง ก่อนที่เรียวปากบางจะจูบใบหูเบาๆ ด้วยการยั่วยวน
“วันนี้คงไม่ได้ เพราะพรุ่งนี้ผมมีงานสำคัญรออยู่ ถ้าไปค้างกับคุณมีหวัง... ผมคงต้องตื่นมาทำงานไม่ไหวแน่” น้ำเสียงอันทรงเสน่ห์เอ่ยบอก ก่อนประโยคสุดท้ายก็กระซิบที่หูของหญิงสาว
“ถ้าเป็เื่งานก็ไม่เป็ไรค่ะ แต่ถ้าเป็เื่อื่นน่าดู” ลิเดียร์พูดแกรมขู่พร้อมส่งสายตาพราวยั่ว
“ครับ เดี๋ยวผมไปส่งที่บ้านนะ” เอริคบอกออกไปโดยไม่ได้กลัวคำขู่ของหญิงสาวเลย
“ก็ได้ค่ะ” ลิเดียร์ยิ้มรับอย่างสุขใจ
เอริคเดินไปเปิดประตูรถให้หญิงสาวด้วยความสุภาพ หญิงสาวก็ยิ้มให้ก่อนที่จะขึ้นรถ ก่อนที่ร่างสูงจะเดินกลับไปประจำที่คนขันก็ได้มีเสียงเรียกแสนหวานดังขึ้น ทั้งคู่จึงหันไปมองที่มาของต้นเสียง
“เดี๋ยวก่อนครับ คือ..คือผมมีเื่อยากจะคุยกับคุณนะครับ” พระพายที่วิ่งออกมาจากร้านพูดบอกด้วยท่าทางเหนื่อยล้า
“ได้ไหมครับ ผลขอเวลาไม่นาน แค่สิบนาทีก็ยังดี” ร่างบางร้องขอพร้อมมองคนตรงหน้าอย่างมีความหวัง
“.......” ไร้เสียงตอบจากร่างสูง
“คุณรู้จักเขาหรอค่ะ” ลิเดียร์ถามคู่หมั้นด้วยความไม่พอใจ เพราะเธอรู้รสนิยมของชายหนุ่มดีว่ามีทั้งคู่ขาที่เป็ผู้ชายผู้หญิง และร่างบางตรงหน้าอาจจะเป็หนึ่งในคู่ขาของคู่หมั้นเธอก็เป็ได้
“.......” เอริคไม่ได้ตอบอะไร ร่างสูงเอาแต่ยืนเงียบอย่างคนใช้ความคิด ก่อนจะมามองไปยังร่างบางตรงหน้าอย่างคาดเดาไม่ได้ เขาไม่รู้เลยว่าร่างบาง้าอะไรจากเขากันแน่
“ผมมีเื่จะคุยกับคุณจริงๆ นะครับ ได้โปรด” เสียงอ้อนวอนของพระพายเอ่ยขึ้น สายตากลมยังมองอีกคนด้วยความหวัง ในที่สุดหญิงสาวคนเดียวที่อยู่ในเหตุการณ์จนไม่ไหว เธอจึงตอบออกไปแทนคู่หมั้น
“คงจะไม่ได้หรอก เพราะคู่หมั้นของฉันคงไม่มีเวลาว่างขนาดนั้นหรอก” น้ำเสียงที่เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางเหยียดหยาบพร้อมสายตาที่มองร่างบางตรงหน้าั้แ่หัวจรดเท้า แล้วยกยิ้มมุมปากอย่างดูถูก
“ได้โปรดเถอะครับ” พระพายขอร้องพร้อมมือบางที่จับไปยังมืออีกคน
“เอ๊ะ...นายนี้มันยังไง พูดไม่รู้เื่หรือยังไง” ลิเดียร์สะบัดมือที่จับคู่หมั้นออกพร้อมกับแสดงอารมณ์ไม่พอใจขั้นสุด เมื่อเห็นว่าร่างบางเซ้าซี้ไม่เลิก
“หรือว่านายเป็อี้พวก.... ยี้... ไอวิปริตผิดเพศ น่าขยะแขยงที่สุด นี่คิดจะมาขายกับคู่หมั้นของฉันสินะ ฝันไปเถอะย๊ะ” ลิเดียร์ชี้หน้าด่าทอร่างบางพลางทำท่าทางรังเกียจ ก่อนที่หญิงสาวทำท่าจะเดินเข้าไปหาร่างบางเพื่อ้าสั่งสอน
“ขึ้นรถเถอะลิเดียร์” เอริคที่เห็นเหตุการณ์เริ่มไม่ดี จึงสั่งหญิงสาวด้วยน้ำเสียงเรียบและพยายามที่จะไม่สนใจร่างบางตรงหน้า
“คุณลืมผมแล้วจริงๆ เหรอซัน คุณลืมพายไปแล้วใช่ไหมครับ” พระพายพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ เมื่อเห็นท่าทีเ็าของคนรักที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน ดวงตากลมเริ่มเคลือบด้วยน้ำใส
“อย่างที่ผมเคยบอก ผมไม่เคยรู้จักคุณ คุณคงจะจำคนผิด” เอริคบอกด้วยน้ำเสียงเ็า เพราะเขามั่นใจว่าไม่เคยมีคู่ขาหรือคนรู้จักเป็คนเอเชียเลย
“ทำไมซัน ทำไมคุณถึงลืมพาย รู้ไหมว่าตลอดเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมา พายรอคุณมาตลอด” พระพายเดินเข้าใกล้ร่างสูง ก่อนที่มือบางจะจับแขนของชายหนุ่มอีกครั้ง
ลิเดียร์ที่มองดูการกระทำของร่างบางอย่างสุดทน หญิงสาวคิดอยู่แล้วว่าร่างบางคงเป็คู่ขาคู่หมั้นของเธอ เพราะการกระทำและคำพูดที่ร่างบางแสดงออกมานั้น มันบ่งบอกได้เป็อย่างดี หญิงสาวไม่รอช้าเดินเข้าไปกระชากแขนของร่างบางออกจากแขนของคู่หมั้น ก่อนจะมองหน้าร่างบางด้วยความสมเพชที่เป็ได้เพียงคู่ขาของชายหนุ่มเท่านั้น เพราะตัวจริงของเอริคก็คือเธอคนเดียวเท่านั้น
เพียะ
ฝ่ามือเรียวของหญิงสาวสะบัดลงบนแก้มใสของร่างบางอย่างแรง จนทำให้ใบหน้าสวยหวานหันไปตามแรง มือบางยกขึ้นมาลูบบริเวณแก้มที่ตอนนี้คงจะแดงเถือก
“ถ้ายังไม่เลิกยุ่งกับคู่หมั้นของฉันอีก นายจะโดนมากกว่านี้แน่ ไอ้ทุเรศ” ลิเดียร์ชี้หน้าต่อว่าร่างบางอย่างรุนแรง ก่อนจะคล้องแขนคู่หมั้นไปยังรถ แล้วขับออกไปทันที
พระพายมองดูทั้งสองที่จากไปด้วยความรู้สึกเ็ป จนน้ำตาที่พยายามกักเก็บไว้ก็ไหลออกมาอาบแก้มช้ำทันที ความรู้สึกเจ็บนั้นหากไม่ได้เกิดจากรอยแดงที่แก้ม แต่เจ็บจากการที่คนรักแสดงความเ็าให้กัน แววตาที่เคยมองเขาด้วยความรัก บัดนี้มีเพียงแค่สายตาของความว่างเปล่าและเ็าเท่านั้น
มือบางยกขึ้นมาเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มนั้น ไม่นานร่างบางก็ตั้งสติแล้วเดินเข้าร้านกลับไปทำงานต่อด้วยร่างกายที่เดินไปอย่างอ่อนล้าราวกับคนไร้ิญญา พระพายพยายามทำงานในส่วนของตนเองให้เสร็จ เพราะตอนนี้ร่างกายเริ่มทนรับไม่ไหวแล้ว
หลังเลิกงานพระพายยังไม่อยากกลับห้อง เพราะร่างบางไม่อยากหลับไปอยู่กลับความเหงาเพียงคนเดียว พระพายจึงเดินไปเรื่อยๆ ตามท้องถนน ร่างกายที่เหนื่อยล้ากับอาการที่หนาวเย็นก้าวไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย โดยที่ร่างบางไม่รู้เลยว่าขณะนี้ได้มีอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ
“น้องสาว ดึกๆ แบบนี้มาทำอะไรจ๊ะ” เสียงทุ้มลึกของชายหนุ่มผิวดำถามขึ้นพร้อมกับมือที่ถือวิสาสะจับแขนร่างบางเอาไว้
“รึว่า....เดินหาลูกค้าอยู่จ้ะ” สายตาที่จ้องมองมาด้วยความหื่นอย่างไม่ปกปิด
“ว่าแต่.. คืนละเท่าไหร่ละ พวกพี่จะได้เหมาจ่าย” ชายหนุ่มอีกคนที่มีสีผิวเข้มถามขึ้น ก่อนเดินเข้ามาใกล้ร่างบางพร้อมมองร่างบางด้วยสายตาหยาบโลน ลิ้นหนาเลียริมฝีปากด้วยความหื่นกระหาย
“ผม...ผมเป็ผู้ชายครับ แล้วไม่ได้ทำงานอย่างที่พวกคุณคิด” พระพายบอกออกไปด้วยความกลัว ก่อนที่ร่างบางจะพยายามสะบัดแขนออกจากร่างสูงตรงหน้าแต่ก็ไม่เป็ผล เมื่ออีกฝ่ายจับไว้แน่นขึ้นกว่าเดิม
“ช่วยปล่อยแขนผมด้วยครับ” ร่างบางร้องบอกด้วยความกลัวที่ได้เจอ เพราะสายตาและท่าทางของชายทั้งสองที่แสดงออกมาด้วยไม่ปกปิด
“ผู้ชาย...พี่ก็เอาได้ละว่ะ เอามันด้วยนะ สนใจมาสนุกด้วยกันไหมคนสวย” ชายหนุ่มผิวดำที่จับแขนร่างบางเอ่ยบอกพร้อมส่งสายตาหื่นกระหายที่ส่งมาอย่างปิดไม่มิด
“อย่าเล่นตัวหน่อยเลย รูปร่างแบบนี้คงเคยผ่านมาแล้ว ของเคยๆ นะ” ชายหนุ่มผิวเข้มก็เอ่ยบอกพร้อมกับจับแขนอีกข้างของร่างบางไว้ เพื่อกันการหนีของร่างบาง
“ไม่น่ะ ปล่อยผม ปล่อยเดี๋ยวนี้” พระพายออกแรงสะบัดแขนด้วยแรงที่มี เมื่อรับรู้ถึงภัยคุกคามอันน่ากลัว
“ถะ.. ถ้าพวกคุณไม่ปล่อย ผม.. ผมจะร้องให้คนช่วย” ร่างบางพูดแกรมขู่ด้วยน้ำเสียงสั่นทอด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
“ตอนนี้ เวลานี้ คงไม่มีใครผ่านมาทางนี้หรอกจ้ะคนสวย” ชายหนุ่มผิวดำพูดบอกพลางยิ้มอย่างเ้าเล่ห์พร้อมมองไปรอบๆ ที่มีแต่ความมืดที่มีเพียงแสงไฟจากถนน
“ถ้านายยอม ทุกอย่างก็จบแล้ว ง่ายๆ จะได้ไม่ต้องมีการเจ็บตัวนะ.. คนสวย” ชายหนุ่มผิวเข้มบอกพร้อมกับมือหนาที่จับใบหน้าหวานเอาไว้พิจารณามองดู ร่างบางก็ตัวสั่นด้วยความกลัว กลัวจับใจ
“มึงดูซิกลัวใหญ่เลยว่ะ” ชายหนุ่มผิวดำมองร่างบางก่อนหันไปพูดกับเพื่อนอย่างชอบใจกับท่าทีที่ร่างบางแสดงออกมา
“ขนาดกลัวยังน่ารัก....” ชายหนุ่มผิวเข้มก็เอ่ยขึ้นพร้อมสงสายตาอันน่ารังเกียจ
“น่า...เอา” ชายหนุ่มผิวดำเอ่ยขึ้น
“ฮ่าฮ่าฮ่า” สิ้นคำพูดชายหนุ่มทั้งสองก็หัวเราะอย่างชอบใจ
“ไม่นะ.. ปล่อยผมนะ... ปล่อย ช่วยด้วย.. ใครก็ได้.. ช่วยด้วย” พระพายร้องะโขอความช่วยเหลืออย่างสุดเสียงด้วยความกลัวอันสุดขีด ใบหน้าสวยก็หันไปมาเพื่อหาทางหนี แต่ก็ไม่เห็นทางที่จะสามารถหนีได้เลย
“ร้องะโไปก็เสียเปล่าหรอก เก็บเสียงไว้ครางเรียกชื่อพวกพี่ดีกว่า” ชายหนุ่มผิวดำส่งสายตาหื่นกระหายพร้อมมองร่างบางอย่างกับเป็อาหารอันโอชะที่หากินได้ยาก
“มามะ.. มาให้พวกพี่มอบความอบอุ่นดีกว่า อากาศหนาวๆ แบบนี้” ชายหนุ่มผิวเข้มก็เอ่ยบอก พลางส่งสายตาหื่นๆ มาเช่นกัน
“คืนนี้พวกพี่จะใช้เอ็นอุ่นๆ ทำให้เราสำลักความสุขเอง”
“ฮ่าฮ่าฮ่า... อย่าพูดมากเลยว่ะเพื่อน เริ่มเลยดีกว่ากูไม่ไหวแล้วว่ะ ยิ่งมองยิ่งอยากเอาว่ะ”
“ฮึกฮึก... ปล่อยผมไปเถอะ ผมขอร้อง ฮึกฮึก.. ” พระพายร้องไห้ออกมาด้วยความกลัว เขาไม่เคยเจอกับเื่แบบนี้มาก่อน ตอนนี้ได้แต่ภาวนาให้ใครสักคนเดินผ่านมาทางนี้ ร่างบางได้แต่ขอร้องและวิงวอนภายในใจ
“คงไม่ได้หรอกคนสวย กว่าพวกพี่จะเจอคนที่ถูกใจอย่างคนสวยมันยากนะ” ชายหนุ่มผิวดำเอ่ยจบก็จัดการอุ้มร่างบางทันที โดยไม่ยอมฟังเสียงร้องขอจากร่างบางเลย
“ไม่.. ฮึกฮึก...ปล่อยผมนะ ปล่อย ฮึกฮึก...” พระพายดิ้นอย่างสุดแรงที่มี แต่ก็ไม่สามารถทำไรได้ เพราะเรี่ยวแรงที่ต่างกันมาก ทำให้เขาไม่สามารถหลุดพ้นจากชายหนุ่มได้
“ไม่ต้องร้องนะคนสวย คืนนี้ได้ร้องทั้งคืนแน่ แต่เป็ร้องครางเสียงหวานนะ”
“ช่วยด้วย ฮึกฮึก...ใครก็ได้ช่วยด้วย ฮึกฮึก... ได้โปรดปล่อยผมไปเถอะ” พระพายทั้งดิ้นทั้งร้องขอความช่วยเหลืออย่างสุดเสียงที่มี ร้องอ้อนวอนให้ชายหนุ่มปล่อยก็ไม่เป็ผล ตอนนี้เขารู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ จะมีใครมาช่วยเขาได้บ้าง
ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ
เพื่อเป็กำลังในการเขียนตอนต่อไปค่ะ