“ไป่เซียวเทียน เจ้ากล้าสู้กับข้ารึไม่ ? หากเจ้าชนะ สมบัติจิตนี้เป็นของเจ้า”สีหน้าของหยวนชีดูแน่วแน่อย่างมาก เขาพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
ไป่เซียวเทียนยิ้มออกมาเขาไม่ได้ตกลงรึปฏิเสธแต่กลับมองไปที่หยางเฉินแล้วยิ้มออกมา “ น้องชายเจ้าจะให้สมบัติจิตนี้กับเขารึ ?”
หยางเฉินยิ้มออกมาก่อนจะมองไปที่ไป่เซียวเทียนและหยวนชีสุดท้ายเขาก็มองไปที่ไป่เซียวเทียน “ นายท่าน ข้าคือสมาชิกของหน่วยเซียวเทียนหากข้าได้สมบัติใดๆมา ข้าก็ต้องส่งมันให้กับหน่วยเซียวเทียน”
“ ฮ่าฮ่า..”ไป่เซียวเทียนยิ้มออกมา “ พูดได้ดี จากวันนี้ไปข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นรองหัวหน้าหน่วย”
“ เด็กน้อยเจ้ากล้าดีนิ” หยวนชีฮึดฮัดออกมา “ หากเจ้ากล้าขนาดนี้เจ้าคงมีความแข็งแกร่งเพียงพอ ไม่งั้นแล้วเจ้าอาจจะตายเร็วๆนี้ก็ได้ เจ้าคิดให้ดีๆว่าเจ้าอยากจะให้มันกับใครกัน ?”
“ หยวนชีเจ้าไม่ต้องข่มขู่เขา เจ้าอยากสู้กับข้าไม่ใช่รึ ? ข้าจะทำตามที่เจ้าต้องการข้าอยากจะรู้ว่าแม่ทัพกองทัพหวงห้ามนั้นจะมีความสามารถเพียงใดกัน !” ไป่เซียวเทียนยังคงยิ้มออกมา เขาเหมือนไม่ได้กังวลอะไรเลย
“ ได้ ข้าก็อยากเห็นจริงๆว่าเจ้าจะรับมือกับข้าได้กี่กระบวนท่ากัน!”หยวนชีฮึดฮัดออกมาแล้วฟันกระบี่เข้าใส่ไป่เซียวเทียนทันที หึ่ง ! ไม่ว่ากระบี่ปราณจะผ่านไปที่ไหนก็จะมีพายุก่อตัวขึ้นมาที่นั่นพายุกระจายไปทั่วทุกทิศทางแล้วพัดขึ้นบนท้องฟ้า พื้นดินด้านล่างแตกร้าวราวกับใยแมงมุม ต้นไม้ในระยะ 1 กิโลเมตรต้องโค่นล้มเพราะพายุนี้
พลังของกระบี่นี้รุนแรงจนหยางเฉินต้องตะลึงนี่คือพลังที่แท้จริงของขอบเขตราชารึ ?
ไป่เซียวเทียนยังคงเยือกเย็นดังเดิมเมื่อเห็นพายุที่พุ่งเข้ามา เขาก็ได้กระโดดขึ้นไปยืนอยู่บนอากาศ หยางเฉินรู้สึกได้ว่ามีเงาพุ่งผ่านไปเขาไม่อาจจะมองการเคลื่อนไหวของไป่เซียวเทียนได้ทันเลย มันรวดเร็วเกินไป ! มันไม่อาจจะเอาขอบเขตบรรพจารย์มาเทียบได้แม้แต่น้อย
ในเวลาเดียวกันเขาก็ถอยกลับมาแสงสีทองในมือไป่เซียวเทียนได้ส่องประกายขึ้นพร้อมกับกงจักรได้ปรากฏขึ้นมาในมือ กงจักรนี้คมอย่างมาก
ไป่เซียวเทียนโยนกงจักรออกไปหึ่ง ! กงจักรสีทองได้บินออกไปหมุนวนอย่างต่อเนื่องมันแผ่แสงสีทองออกมา แสงสีทองนี้ราวกับใบมีดที่ตัดทุกอย่างที่ขวางหน้าแม้แต่ต้นไม้ที่อยู่ไกลออกไปก็ยังโดนตัดได้ พายุที่พุ่งเข้ามาก็ยังโดนตัดขาดไปด้วยสุดท้ายพายุนั้นก็สลายไป
“กงจักรห้าธาตุ !” แน่นอนว่าหยวนชีก็เคยได้ยินมาว่าไป่เซียวเทียนมีสมบัติล้ำค่าอยู่กับตัวบอกกันว่ามันมีถึง 5 ชิ้น หากทั้งห้าชิ้นรวมเป็นหนึ่งเดียวกันพลังของมันก็จะเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า มันไม่อาจจะเอาสมบัติทั่วไปมาเทียบได้เลย
แม้ว่าเขาจะรู้ถึงพลังของกงจักรห้าธาตุเป็นอย่างดี แต่หยวนชีนั้นมากประสบการณ์ในการต่อสู้
“เจ้าจะใช้พลังเพียงเท่านี้มาชิงเอาสมบัติจิตไปจากข้ารึ ?”ไป่เซียวเทียนยื่นมือออกไปรับกงจักรเอาไว้และมองไปที่หยวนชีด้วยรอยยิ้มไม่รู้เลยว่าเขาเยาะเย้ยอีกฝ่ายอยู่รึไม่
ถึงอย่างนั้นหยวนชีก็ถือว่านี่เป็นการเยาะเย้ยเขาเขาจึงฮึดฮัดออกมา “ หากเจ้าคิดจะใช้แค่กงจักรนั่นเจ้าคงไม่อาจจะเป็นคู่ต่อสู้ของข้าได้”
“อาจจะเป็นเช่นนั้น...” ไป่เซียวเทียนยิ้มออกมา เขาไม่ได้ยอมรับรึปฏิเสธ
หยวนชีโกรธจัดเขากำลังจะโจมตีด้วยกระบี่ แต่ก็มีร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาเงานี้พุ่งผ่านไปก่อนจะพุ่งไปหาหยางเฉินราวกับลูกศรที่พุ่งตัดท้องฟ้าความเร็วนั้นสูงจนน่าเหลือเชื่อ
“ ถอย !” เถาเถากังวลอย่างมากและรีบส่งข้อความบอกหยางเฉินก่อนจะควบคุมพู่กันให้พุ่งเข้าหาคนที่พุ่งเข้ามา
หยางเฉินยังไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นปัง ! พู่กันได้แทงปะทะกับหอกจนเกิดประกายไฟกระเด็นออกมาส่วนพู่กันก็ถึงกับกระเด็นออกไป !
ฟู่ ! พู่กันพุ่งเข้าไปปักที่กำแพงหินด้านหลังของหยางเฉินด้วยพลังสะท้อนจากพู่กันจึงทำให้กำแพงนั้นแตกร้าวออกสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปทันที
ในพริบตา หยางเฉินก็พบกับคนที่ลอบโจมตีเขาถือหอกไว้ในมือ มันคือโม่ซานหยวนที่ไล่ตามเขามาก่อนหน้านี้
หลังจากที่โม่ซานหยวนปัดพู่กันกลับไปได้เขาก็ได้ก้าวเข้ามา สุดท้ายเขาก็พุ่งผ่านหยางเฉินไปและมาถึงข้างกำแพงได้เขาจับพู่กันที่ปักอยู่บนกำแพง ในตอนที่โม่ซานหยวนยื่นมือไปจับพู่กันนั้น หยางเฉินก็ได้ใช้กระบี่อสนีโลกันตร์ฟันเข้าใส่โม่ซานหยวนทันทีเขารู้ว่าเขาไม่อาจจะจัดการกับอีกฝ่ายได้ แต่เขาก็ไม่อาจจะมองดูอีกฝ่ายชิงเอาพู่กันไปง่ายๆได้เช่นกัน
“ รนหาที่ตาย !” โม่ซานหยวนไม่ได้หันกลับนี่ไม่ต้องนับการตอบโต้เลย เขาแค่แผ่ปราณออกมาสะท้อนกระบี่กลับไปก็เท่านั้น
พลังสะท้อนไหลกลับมาตามกระบี่เข้ามาถึงแขนของหยางเฉินทันที กระดูกแขนของหยางเฉินหักออก ทั้งตัวของเขากระเด็นออกไปไกลหลายร้อยเมตรไม่รู้ว่าจะเป็นรึตาย
แม้ว่าหยางเฉินไม่อาจจะหยุดโม่ซานหยวนได้แต่ก็ทำให้หยวนชีและไป่เซียวเทียนพุ่งเข้ามาทัน
ไป่เซียวเทียนและหยวนชีลงมือแทบจะพร้อมกันจากทางซ้ายและขวาฝ่ามือได้ตบเข้าใส่โม่ซานหยวน ปราณได้พุ่งเข้าใส่โม่ซานหยวนราวกับคลื่นพลังของฝ่ามือกดทับลงมาพร้อมกับพายุที่ก่อตัวขึ้น
โม่ซานหยวนสีหน้าเปลี่ยนไปเขาต้องถอยกลับขึ้นไปบนอากาศเพื่อหลบการโจมตีของทั้งสองคน ตูม ! ในตอนที่เขาหลบไปนั้นพลังของทั้งสองฝ่ามือก็ได้ปะทะกันมันราวกับคลื่นขนาดใหญ่สองอันที่เข้าปะทะกันอย่างแรง พลังได้กระจายไปทั่วทุกทิศทางพื้นดินยุบลงหลายเมตร รอยร้าวกระจายไปทั่ว
พลังนี้แผ่ไปถึงกำแพงหินที่อยู่ไม่ไกลนักกำแพงนั้นแตกออก ถ้ำที่ลั่วปิงอยู่เองก็ถล่มลงมาด้วย ดินและหินในถ้ำร่วงลงมาอยู่สักพัก
หยูเหวินยีที่ดูการต่อสู้อยู่ก็ต้องตะลึงเขารีบถอยกลับออกมาหลายร้อยเมตร สุดท้ายก็ออกมานอกระยะคลื่นพลังของฝ่ามือได้ไม่ไกลจากเขานักก็มีหยางเฉินที่นอนหมดสติอยู่
ในเวลาเดียวกันพู่กันก็โดนฝังอยู่ในกำแพงที่ถล่มลงมา
“ไป่เซียวเทียน เจ้ากลับร่วมมือกับหยวนชี เจ้ากลายเป็นลูกน้องของจักรวรรดิแดวูตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ?” ที่กลางอากาศนั้นโม่ซานหยวนก็มองไปที่ไป่เซียวเทียนและอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
“ผู้อาวุโสของวังกลับลอบโจมตีคนของหน่วยเซียวเทียน ในฐานะหัวหน้าหน่วยแล้วแน่นอนว่าข้าคงไม่อาจจะอยู่เฉยได้ เจ้าจะบอกว่าข้าร่วมมือกับจักรวรรดิแดวูได้อย่างไร?” ไป่เซียวเทียนยังคงยิ้มออกมาดังเดิม “ เจ้าคงมาเพราะของสิ่งนั้นใช่รึไม่ ? ”
“ เจ้าเองก็ด้วยไม่ใช่รึ?” โม่ซานหยวนยิ้มออกมา
เมื่อได้ยินคำพูดของทั้งสองคนหยวนชีก็เผยสีหน้าสงสัยออกมา “ ของที่พวกเจ้าพูดถึงคืออะไรกัน ?”
แกร๊ก !ในตอนที่ทั้งสามพูดคุยกันอยู่นั้น พู่กันก็บินออกมาจากกองหินเมื่อพวกเขาเห็นพู่กัน สีหน้าของทั้งสามก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง
‘น่าอับอายน่าอดสู ข้าสาบานว่าสักวันข้าจะจัดการกับพวกเจ้า ! ’ ในพู่กันนั้นตาของเถาเถาแดงก่ำไปด้วยความโกรธตอนนั้นเขาเห็นว่าหยางเฉินนอนอยู่ที่พื้นและบาดเจ็บ เขาจึงอดไม่ได้ที่จะสีหน้าเปลี่ยนไป“ เสี่ยวหยาง เจ้าจะตายไม่ได้ !”
ฟู่ ! พู่กันพุ่งเข้าไปหาหยางเฉิน
“คิดจะไปไหนกัน ?” ไป่เซียวเทียน, โม่ซานหยวน และหยวนชีพากันพุ่งเข้าหาพู่กันทันที
แต่ทุกคนไม่รู้เลยว่าพู่กันมีมิติของตัวเองตอนนั้นเถาเถาที่อยู่ในมิติ เมื่อเห็นทั้งสามล้อมเขาเอาไว้ เถาเถาก็ตาแดงก่ำเขาฮึดฮัดออกมา ‘ หากเกิดอะไรขึ้นกับเสี่วหยางแม้ว่าเขาจะบาดเจ็บแค่เล็กน้อย ข้าก็จะฆ่าพวกเจ้าให้หมด ! ‘
ในตอนที่ฮึดฮัดออกมานั้นเถาเถาก็ได้ยื่นมือออกไปแล้วดึงอากาศตรงหน้า มิติด้านในพู่กันฉีกขาดออกผ่านรอยแตกนั้นกลับมีมิติที่ใหญ่กว่าเก่าด้านในนั้นคือมิติที่ไร้ขอบเขตซึ่งเต็มไปด้วยไฟ
เมื่อเถาเถาฉีกมิติออกก็เผยให้เห็นทะเลไฟสุดลูกหูลูกตา และมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากทะเลไฟ “ข้าเห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้าคิดจะใช้พลังของข้ารึ ? ”
“อย่ามัวไร้สาระ ข้าอยากรู้ว่าเจ้าจะช่วยข้ารึไม่ ?”เถาเถาพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ทำไมข้าต้องช่วยเจ้า ? อย่าลืมว่าหากไม่ใช่เพราะเจ้านายของเจ้าแล้ว ข้าคงไม่โดนขังไว้ที่นี่!”เสียงในทะเลไฟดูโกรธแค้นอย่างมาก น้ำเสียงของเขาบ่งบอกได้ว่าเขาแค้นเคืองแค่ไหน
“เจ้าน่าจะรู้ว่าหากข้าตายไป เจ้าคงพบจุดจบไม่ต่างกัน!” เถาเถาฮึดฮัดออกมา สายตาเขาแสดงท่าทีดูถูกออกมา
“ เจ้าคิดจะตายเพื่อเด็กน้อยนี่รึ ? ข้าไม่เชื่อ”เสียงหัวเราะดังขึ้นมาจากทะเลไฟ
“ข้าเคยโกหกตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ? หากเจ้าไม่เชื่อ งั้นข้าก็ไม่อาจจะทำอะไรได้”ในตอนที่พูดนั้น เถาเถาก็ได้ยกมือขึ้นตั้งใจจะผนึกมิติ
แต่ตอนที่เถาเถากำลังจะผนึกรอยแตกมิติเสียงนั้นก็ดังขึ้นมาจากทะเลไฟอีกครั้ง “ ร่างของเจ้าได้รับความเสียหายหนักเกินไปข้าไม่อาจจะใช้พลังเหนือกว่าขอบเขตปรมาจารย์ได้ดังนั้นข้าจึงไม่อาจจะช่วยเจ้าฆ่าคนเหล่านี้ได้ ทำได้เพียงแค่ถ่วงเวลาไว้เท่านั้น !”
“ ดี !”เถาเถาดีใจแต่สีหน้าก็ยังคงดูเย็นชาดังเดิม
เถาเถากับตัวตนลึกลับในทะเลไฟพูดคุยกันจบในพริบตาเดียว เพราะในโลกด้านนอกไป่เซียวเทียนและคนอื่นๆกำลังยื่นมือออกมาจับพู่กันที่บินไปหาหยางเฉินอยู่
“อาวุธจิตเป็นของข้า !”
ทั้งสามตะโกนและยื่นมือออกมาเพื่อที่จะคว้าพู่กันเอาไว้ในเวลาเดียวกันก็สะบัดมืออีกข้างเข้าใส่คู่ต่อสู้ พวกเขาอยากเอาพู่กันนี้มาครอง และไม่คิดจะยั้งมือแม้แต่น้อย
“คิดจะยึดครองข้ารึ ? พวกเจ้าต้องชดใช้ !”ในพู่กันนั้นตาของเถาเถาเป็นประกายพร้อมกับรังสีอาฆาตที่แผ่ออกมา
ตอนที่ไป่เซียวเทียนและคนอื่นๆยื่นมือมาจับพู่กันนั้นก็มีไฟปะทุออกมาจากพู่กันพันครอบพู่กันเอาไว้ พู่กันได้กลายเป็นสีแดงขึ้นมาทันที
พู่กันถูกห่อหุ้มไปด้วยไฟมิติรอบตัวของมันบิดเบี้ยวไป
ฟู่ ! พู่กันเลี่ยวกลับแล้วฟันออกไปจากนั้นท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยไฟ ไฟเหล่านี้ร้อนแรงอย่างมาก จนทำให้มิติบิดเบี้ยวไปในพริบตาเดียวพื้นที่ในระยะหลายร้อยตารางเมตรกลับเต็มไปด้วยไฟ
ไฟเหล่านี้ปะทุออกมาราวกับคลื่นและพุ่งเข้าใส่ไป่เซียวเทียน,โม่ซานหยวน และหยวนชี อย่างรวดเร็ว !