บทที่ 29 : เดินเข้าสู่พิธีกรรม
จดหมายถูกส่งให้กับจอร์น ฮาเวล ที่สำนักงานนักสืบทิวลิปคิมหันต์นักสืบหนุ่มเชิญให้เขาเข้าไปคุยกันข้างใน พวกเทจและคนอื่นๆ รออยู่
สามวันที่ไม่ได้กลับเข้ามาและไม่ได้ไปมาหาสู่กันให้ไม่ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลที่สมบูรณ์มีเพียงการติดต่อกันอย่างลับๆ ผ่านตัวอักษรมันไม่เพียงพอต่อการทำความเข้าใจ
โดยเฉพาะลูซีฟที่ไม่ได้รับข้อมูลฝ่ายตำรวจเลย
ข้อมูลจากบริษัททิวลิปค่อนข้างไปเป็ตามที่เขาคาดหมาย หลังจากการสำรวจแล้วพวกเขาก็จับตาดูเฮนรี่ไว้เห็นเขาเข้าไปร้านผ้าก็รู้ถึงแหล่งกบดานของอีกฝ่าย หลังจากขบวนประท้วงผ่านไป เทจให้คนเฝ้าจับตาสถานที่แห่งนั้นไว้ไม่ว่าจะคนเข้าทางหน้าร้านหรือหลังร้านก็ตาม
ใน่บ่ายที่ผู้คนเริ่มบางตา เทจก็สั่งให้ผู้วิเศษบุกเข้าไปเพื่อจับกุมตัวทว่าร้านนั้นกลับไม่มีใครอยู่นอกจากลูกจ้างชั่วคราว แต่พวกเขาไม่ได้ผิดหวังนักยังคงเฝ้าดูสถานที่ต่อไป เผื่ออีกฝ่ายจะกลับมา
และจากข้อความที่ลูซีฟทิ้งไว้ให้เขาได้ตรวจสอบคนที่ไปเดินขบวนด้วยกันแล้วมีบางคนที่ไม่ใช่คนที่พวกเขาจ้างมาปะปนมากับขบวนเมื่อขบวนประท้วงแยกย้ายพวกมันก็หายไป
พวกมันก็อาศัยขบวนผู้ประท้วงหลบหนีไปด้วยแต่ก็สามารถกำหนดตำแหน่งคราวๆ เป็โรงแรมใกล้ๆ ได้พวกเขาก็ส่งคนไปจับตาดูไว้เช่นกัน
เขายังส่งคนปลอมตัวไปเช่าห้องใกล้ๆ เพื่อคอยคุ้มกันให้ลูซีฟเมื่อสองวันที่ผ่านมาเพราะจับตาอย่างหลบซ่อนจะทำให้ถูกพบเจอได้ง่าย การเข้าไปอย่างเปิดเผยเป็ธรรมชาติถึงจะไม่ดึงดูดความสนใจและเขาก็ตอบสนองความคาดหวังของลูซีฟได้ดีเื่การเข้าไปคุ้มกันนึกว่าจะไม่มีคนคอยคุ้มกันเสียแล้ว
ก็เล่นบลัฟฟ์ไปชุดใหญ่เลยนะเมื่อคืนก่อนนั่น
แต่การคาดเดาของลูซีฟเป็ไปอย่างแม่นยำมากจนรู้สึกฉงนราวกับขีดเส้นให้เดิน พวกเขาไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อนเลย ยกเว้นว่าจะเป็ผู้วิเศษสายทำนายอันทรงพลังซึ่งมีอยู่น้อยนิดถึงจะมีความสามารถในการจัดการโชคชะตาของแต่ละคนได้เช่นนี้
เป็ความสามารถที่น่าพิศวงอย่างแท้จริง
ทว่าลูซีฟไม่ได้วางแผนและขีดเส้นให้พวกเขาเดินไปเขาอาศัยการคาดเดาและสังเกตพฤติกรรมทั่วไปเท่านั้นในฐานะคนที่อยู่ในโลกที่มีหนังสือจิตวิทยาคนทั่วไป ไปจนถึงจิตวิทยาอาชญากรการซ้อนแผนและวางกับดักจึงไม่ใช่เื่ยาก
เื่นี้ต้องขอบคุณพลังพิเศษด้วยที่ทำให้สมองของเขาปลอดโปร่งมากกว่าที่โลกเดิมการคิดคำนวณในใจจึงเป็ไปอย่างรวดเร็วกว่าปกติเมื่อรวมกับประสบการณ์จากอาชีพเดิมของเขาด้วย เขาก็พอจะวางแผนเล่นงานคนได้
สำหรับเขาการวางแผนเล่นงานคนร้ายยังจัดการง่ายกว่าความขัดแย้งภายในของบริษัทบางแห่งเสียอีกโดยเฉพาะศึกสายเืเพื่อมรดกของเหล่าทายาท
ลูซีฟยังไม่ลืมที่จะเล่าเื่เอกสารโอนย้ายร้านมาให้มันไม่ใช่แค่ร้านเช่าแต่เป็ร้านที่มาพร้อมกับที่ดินเขาสามารถเปลี่ยนร้านให้กลายเป็บ้านเลยก็ยังได้ ซ้ำร้านผ้าทั้งสองก็อยู่ในทำเลที่ค่อนข้างดีด้วยหากไม่ขายผ้าแต่เอาไปต่อยอดอื่นก็ยังไม่เป็ปัญหา
“คุณนี่นะ เอาชีวิตไปแลกกับผลประโยชน์แบบนี้ไม่กลัวเลยหรือไง”เทจ โคเลอร์ยกมือขึ้นนวดขมับเมื่อเห็นลูกน้องคนใหม่ของเขาขายชีวิตตัวเองไปแล้ว
ถึงจะไม่ใช่การขายจริงๆ ก็เถอะ แต่ไม่กลัวตายเลยหรือ
“ถ้ากลัวผมยังจะได้ค่าตอบแทนที่คุ้มค่าเหรอครับหัวหน้า”ลูซีฟเลิกคิ้วประหลาดใจ มันก็ต้องมีความเสี่ยงบ้างถึงจะได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นถ้าสู้กันแบบปลอดภัยมันก็จะยืดเยื้อเกินไป
อีกอย่างเขาไม่ค่อยชอบแผนระยะยาว ปัจจัยแทรกซ้อนมันค่อนข้างสูงและเขายังไม่มีพลังมากพอที่จะเข้าใจสถานการณ์ในอนาคตได้ขนาดนั้น
อย่างมากก็คาดการล่วงหน้าได้แค่สองเดือนเกี่ยวกับเศรษฐกิจและกลไกตลาดตามความเคยชินของอาชีพเก่าที่จะมีประชุมใหญ่ทุกเดือน
“เห็นแก่เงินมากกว่าชีวิตอีกหรือเ้าหนุ่ม”แอริทถามอย่างเคร่งเครียด “เงินมันก็ดี แต่ถ้ามีเงินแล้วไม่มีชีวิตมันก็ไม่ดีนะ”
“ผมรู้ตัวว่าทำอะไรอยู่ครับ ในเมื่อผมเรียกเงินก็ต้องมีชีวิตอยู่เพื่อใช้เงินด้วยและที่มานี่ก็เพื่อจะวางแผนรวมกันเพื่อความปลอดภัยของตัวผมเอง”
มีคนให้ใช้อยู่ที่นี่แล้วไม่ใช่มันก็ออกจะผิดธรรมชาติเกินไป
“แน่นอนว่าแผนการเพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่ายยกเว้นศัตรูอะแฮ่ม!ผมก็ยังพอมีความยุติธรรมบ้าง” ลูซีฟกล่าวพลางอมยิ้มอย่างน้อยเขาก็ไม่ถือว่าใช้ประโยชน์อยู่ฝ่ายเดียว
ที่ผ่านมาสำหรับคนแปลกหน้าลูซีฟจะเว้นระยะกับพวกเขาเสมอทำให้พวกเขาเห็นแต่ด้านแปลกๆ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็โหมดลูซีฟนิสัยเสียที่เจือจางแล้วแต่ถ้าเป็คนกันเองจะเห็นได้ว่าเขาเป็คนอารมณ์ดี เล่นตลกเป็และอบอุ่นอ่อนโยนมาก
อย่างเช่นมาร์ช ที่สามารถดุพี่ชายได้โดยไม่ถูกโกรธหรือถูกแดกดันจนพูดไม่ออกและอับจนหนทาง เหมือนอย่างที่ใครหลายคนเคยเผชิญ
ตอนนี้เขาก็กำลังจะวางคนในหน่วยพิเศษเล็กๆ นี้ให้เป็คนกันเองซึ่งการจะให้ระยะทางของความสัมพันธ์สั้นลงยังคงต้องใช้เวลา
เมื่อเริ่มการวางแผนและปรึกษากันอย่างจริงจังก็จำเป็ต้องรู้ข้อมูลของฝ่ายตนเองอย่างละเอียดมากขึ้นเพื่อไม่ให้ประมาทครั้งนี้จะไม่ใช้เพียงการสำรวจแต่เป็การปะทะกันระหว่างผู้วิเศษอย่างแท้จริง
แต่ลูซีฟยังไม่บอกว่าเขาก็เป็ผู้วิเศษ รวมไปถึงการมีพลังที่มีร่างกายสามารถพูดได้และนาฬิกาพกวัตถุวิเศษป้องกันภัยระบบออโต้ถือเป็ความลับเพื่อความปลอดภัยของตนเอง
เมื่อไม่มีใครรู้ว่าเขามีพลังพิเศษหรือวัตถุวิเศษในความระมัดระวังต่อเขาจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อไม่ประมาทความสำเร็จย่อมมีสูง
พวกเขาใช้เวลาปรึกษากันอยู่เกือบสี่ชั่วโมงลินดาชวนลูซีฟอยู่กินอาหารกลางวัน แต่เขาปฏิเสธเพราะยังต้องกลับไปเตรียมตัวเองที่บ้านอีกแล้วยังต้องเฝ้าระวังมาร์ชอย่างใกล้ชิด
เขาได้ยินว่าแคช กลาดี้ ผู้วิเศษประเภทกายภาพคนนั้นได้กลายเป็ผู้คุ้มกันส่วนตัวของมาร์ชไปแล้วเพราะเมื่อเขาออกจากบ้านก็จะมีชายหนุ่มอายุน้อยคนนี้ตามติดไปด้วย และเมื่อพวกเขายังรู้จักกันอยู่แล้วจึงง่ายที่จะพูดคุยทักทายกันใกล้ชิด
คุ้มครองใกล้ตัวได้ย่อมดีกว่าคุ้มครองไกลๆ แต่ถึงอย่างนั้นพี่ชายก็ยังไม่ค่อยวางใจอยู่ดีเขาจะวางใจได้ก็ต่อเมื่อเห็นน้องชายกลับถึงบ้านแล้วเท่านั้น
เมื่อยามรัตติกาลมาเยือนอีกครา ลูซีฟในชุดเสื้อโค้ทสั้นสีดำและกางเกงขาวยาวสีดำเขาเก็บของต่างๆ ในห้องอย่างเป็ระเบียบ แม้แต่เอกสารต่างๆ ก็เก็บใส่กล่องอย่างดีท่าทางคล้ายคนกำลังออกเดินทางไกล
ไหนๆ ก็ต้องแสดงละครแล้วก็ต้องทำให้สมบทบาทสักหน่อย
ลูซีฟยิ้มก่อนจะเหลือมองผ้าม่านขยับไหวมีคนเข้ามาภายในห้องเขาโดยไม่ได้รับเชิญ จะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากเฮนรี่คนนั้น
ลูซีฟเปิดนาฬิกาพกของตนแล้วพยักหน้ายิ้มๆ
“มาตรงเวลาดีนะครับ พวกคุณคงเตรียมการเสร็จแล้ว?”
“นายเองก็ดูเตรียมพร้อมแล้ว”เขาเหลือบมองภายในห้องที่ดูเก็บกวาดสะอาดเป็พิเศษ “ไปกันเถอะ”
“ไปทางหน้าต่างเหรอ?”
“ใช่”เฮนรี่ไม่เปิดโอกาสให้ถามมากเขาคว้าตัวของลูซีฟแล้วะโออกนอกหน้าต่างไปในทันที
พละกำลังมหาศาลที่ยกลูซีฟได้เหมือนกับกระดาษซ้ำยังเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วลูซีฟประเมินแล้วว่าชายคนนี้น่าจะเป็ผู้วิเศษประเภทเสริมกายระดับต้องไม่ต่ำกว่าสาม
มีบริการส่งฟรีมันก็ดีอยู่หรอก แต่ไม่นุ่มนวลเลยสักนิดตอนะโขึ้นลงไปตามถนนและหลังตาทำเอาเวียนหัวไม่นอน เมื่อถึงที่หมายแล้วยืนเองก็ถึงกับโอนเอนอย่างควบคุมไม่ได้เขาต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ
คราวหน้าไม่เอาแล้วนะการถูกหิ้วแบบนี้
สถานที่จัดพิธีเป็บ้านเก่าสุดถนนเมดเรดที่ที่ลูซีฟเคยมาสำรวจมาก่อน และเมื่อเทียแผนที่จากในสมองของเขาสถานที่ที่อีกฝ่ายหลอกล่อให้ตำรวจไปคือถนนเวลล์ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับที่อย่างที่คิดไว้และอยู่ห่างจากบริษัททิวลิปไปไม่ไกล
คาดเดาง่ายมากจนอยากจะขมวดคิ้วใส่ กองกำลังที่เขากับเทจวางไว้ก็อยู่ในซอยเชื่อมระหว่างถนนเมดเรดกับถนนมารีเพราะคาดว่าอาจจะเป็ถนนใดถนนหนึ่งฝังตรงข้าม พวกมันไม่มีทางเลือกถนนที่ใกล้โบถส์ทั้งสามด้วยเพราะผู้วิเศษของโบสถ์จะจับสังเกตได้ หากอยู่ใกล้โบสถ์แล้วยังเกิดเื่ความศรัทธาต่อองค์เทพคงลดลง
แม้จะแอบเป็พันธมิตรกันตอนก่อเหตุ แต่ก็ไม่มีทางทำให้ตนเสื่อมเสียอย่างออกหน้ายิ่งไม่ต้องพูดถึงโรงงานที่วางกำลังคนอย่างเข้มงวดตลอดเวลา นั่นทำให้ลูซีฟตีกรอบพื้นที่ทำพิธีกรรมได้ไม่ยาก
น่าเสียดายถ้าจัดพิธีที่บ้านของเขาไปเลยก็ไม่ต้องก้าวเข้าสู่กับดักที่สามแล้วแท้ๆ เื่นี้ต้องโทษขั้นตอนพิธีกรรมและคนจัดพิธีกรรมที่ระมัดระวังเกินไป
สำหรับคนในบ้านเก่าที่อเขาอยู่เป็ชายสองคนและหนึ่งสาวหนึ่งคนที่อยู่ในชุดคลุมแต่ไม่ได้ปกปิดใบหน้าของพวกเขากล่าวคือไม่จำเป็ต้องปิดปังคำกำลังจะตาย
“สวัสดีท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี” ลูซีฟยกมือทาบอกและโค้งเล็กน้อยอย่างมีมารยาทเนื่องจากหมวกของเขาปลิวหายไประหว่างทางก็เลยทำให้เป็การทักทายที่ดูลวกไปหน่อย
การเป็สุภาพบุรุษในยุคเครื่องจักรไอน้ำก็ลำบากตรงที่เครื่องประดับเยอะเกินไปขาดไปสักชิ้นก็ดูไม่เรียบร้อยในสายตาชนชั้นกลางและชนชั้นสูงแล้ว
สำหรับเหล่าผู้วิเศษที่ได้รับคำทักทาย พวกเขาไม่ได้ตอบกลับจากการที่ได้พูดคุยเื่ของลูซีฟ ฮิลเกรมผู้แปลกประหลาดคนนี้กันไปบ้างแล้วในที่ประชุมทำให้พวกเขาลงความเห็นว่า ‘อย่าเสียเวลาพูดกับเขา’ มันไร้ประโยชน์
ไม่สิ การพูดกับเขาก็เหมือนถูกจูงเข้าสู่แผนการของอีกฝ่ายเท่านั้น
ลูซีฟถูกเมินก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เพียงมองพวกเขาเงียบๆด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่ดวงตาสีดำขลับจะเปลี่ยนเป็สีน้ำตาลอย่างช้าๆอย่างที่ใครก็ไม่ทันสังเกตเห็น
“เริ่มพิธีกรรมได้”เสียงของชายชราที่อายุมากที่สุดในกลุ่มกล่าวก่อนจะขยับตัวไปคนละมุมห้องเฮนรี่ที่ไม่มีส่วนในการทำพิธีออกไปยืนเฝ้าอยู่ข้างนอก
ลูซีฟมองพิธีกรรมของผู้วิเศษประเภทิญญาด้วยความสนใจ นี่เป็ครั้งแรกที่จะพบการทำพิธีกรรมระดับสูงที่อยู่ในยศทองขึ้นไปวงไสยเวทสิบสองวง
มันน่าสนใจมาก กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของลูซีฟไปน้อยแม้ว่าเขาจะถูกชี้ให้ไปยืนกลางวงไสยเวทแล้วฟังพวกเขาสวดทำพิธีก็ยังคงพยายามมองสำรวจมันพลางฟังเสียงบทสวดนั้นไปด้วย
เืไหลออกจากร่างเขาตามาแเดิมที่ไม่ได้รักษาให้หายสนิทั้แ่แรกซึ่งเป็แผลเหวอะหวะกลางหลัง มันซึมออกราวกับถูกรีดจากภายในทว่าเขาผู้เสียเืไปไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรสักนิด ซ้ำยังกระตุ้นพลังฟื้นฟูอย่างเงียบๆอีกด้วย
เืที่ไหลออกจากร่างกายค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็วงไสยเวททีละวงทับซ้อนกันอย่างช้าๆเืเ่าั้เจือด้วยออร่าสีเหลืองจากร่างของผู้วิเศษทั้งสามที่กำลังร่ายพิธีกรรม
แต่ลูซีฟสงสัย พวกเขาทั้งสามมาจากสายพิธีกรรมทั้งหมดจริงๆงั้นเหรอ ทำไมผู้วิเศษสายพิธีกรรมเยอะจัง มันเป็กันได้ง่ายขนาดนั้นเชียว
เนื่องจากมองเห็นแค่สีของออร่าทำให้ไม่สามารถแยกสายพลังของพวกเขาได้ยกเว้นว่าจะเห็นลักษณะพลังที่เฉพาะเจาะจงส่วนประเภทพลังคู่เขายังไม่เคยเห็น คิดว่ามันคงเหมือนกับการผสมสีล่ะมั้ง
“ร่ายพิธีกรรมกันนานจังนะ” ลูซีฟพึมพำออกมาเบาๆขณะมองเืที่กว่าจะสร้างเป็วงกลมแต่ละวงได้ก็กินเวลาไปหลายนาที
จะว่าไปก่อนหน้านี้ที่เกิดเื่ที่คฤหาสน์บารอนลอเรนก็ไม่ได้ใช้เวลานานขนาดนี้หรือเปล่านะ
แต่ไม่มีใครตอบคำถามของเขาเหล่าผู้วิเศษยังคงร่ายคาถาอย่างตั้งใจ แต่ก็ยังอดที่จะคิดอย่างสงสัยไม่ได้ว่าทำไมมนุษย์ธรรมดาตรงหน้าถึงยังยืนเฉยแม้จะเสียเืไปจำนวนมากได้อีก
จากปริมาณเืที่ไหลออกมาสามารถทำให้อีกฝ่ายหมดสติและอาจช็อกตายจากการเสียเืมากได้เลยเชียวนะ
ส่วนพิธีกรรมที่ช้ากว่าปกตินั้นเพราะเป็พิธีสุดท้ายที่จะมีบทร่ายเพื่อจบพิธีผู้ที่ทำพิธีกรรมจริงมีแค่คนเดียวเท่านั้นส่วนคนที่เหลือคือการใช้พลังพิเศษของตนเองในการหนุนเสริมพลังให้เพียงพอต่อการใช้งานวงไสยเวทที่เกินกว่าระดับของผู้ทำพิธี
ในที่นี้ไม่มีใครระดับสูงกว่าระดับหกสักคนเดียว
รอจนกระทั่งวงไสยเวทถูกวาดจนครบจบวง แสงสีแดงและสีเหลืองปะปนกันอยู่ในวงไสยเวทเขาเลิกคิ้วมองก่อนจะรู้สึกวิงเวียนนิดหน่อยจนต้องยกมือขึ้นลูบหน้าเพื่อตั้งสติ
“พิธีกรรมจะสมบูรณ์แล้ว... ทีนี้เ้าก็ตายได้แล้ว”เสียงแหบแห้งที่ดังขึ้นมาพร้อมกับดาบแหลมคมแทงทะลุหัวใจของลูซีฟในทันทีไม่เปิดโอกาสให้เขาตั้งตัวหรือเล่นลูกไม้อะไรสักนิดเมื่อดาบถูกดึงออกร่างสูงของชายหนุ่มก็หงายหลังล้มลง
แสงของวงไสยเวทยิ่งเปร่งประกายงดงามและสยดสยองมากขึ้น
“แย่แล้วครับท่านยาร์ด พวกตำรวจมันมาแล้ว”เฮนรี่พุ่งเข้ามาภายในห้องเพื่อแจ้งข่าวอย่างตื่นตระหนัก “ผ่านไปไม่ถึงสามสิบนาทีพวกมันก็มาแล้วพิธีกรรม...”
“พิธีกรรมเสร็จแล้ว พวกเราไป!” ชายที่แทงดาบใส่ลูซีฟกล่าวอย่างจริงจังแล้วกำลังจะพาพรรคพวกของตนเดินออกจากบ้านไปไม่จำเป็ต้องอยู่ดูจนจบพิธีกรรมก็สมบูรณ์แล้ว
ขอเพียงแค่ชายหนุ่มตายวงไสยเวทจะทำงานด้วยตัวของมันเองต่อไปหน้าที่ของพวกเขาจบลงแล้ว...
“เห~ พิธีกรรมจบแล้วจริงๆ งั้นเหรอ?” เสียงนี้เป็เสียงของชายหนุ่มที่ล้มลงไปแล้วเป็เสียงที่เฉื่อยชาเป็พิเศษเหล่าผู้วิเศษที่กำลังจะเดินออกไปหยุดชะงักแล้วหันกลับไปมอง
ชายคนนั้นยังนอนอยู่ที่เดิม ออร่าชีวิตก็กำลังลดลงเรื่อยๆเืก็ไหลออกจากหัวใจเป็จำนวนมาก จนแทบจะหลบวงไสยเวทบนพื้นจนมิด
ดูเหมือนเสียงจะไม่ได้มาจากคนที่นอนอยู่ แล้วใครกัน?