คืนนั้นผ่านไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น เสียนฟ่างติดตามเซียถิงกลับไปที่เรือนใหญ่แต่โดยดี หลังจากเข้านอนแล้วเซียถิงนอกจากกอดเสียนฟ่างจนหลับไปอย่างที่ผ่านมา ก็มิได้ทำสิ่งใดอีก กลับเป็เสียนฟ่างเสียเองที่กำลังคิดว่าหรือว่าตัวเองไม่มีเสน่ห์มากพอ จนทำให้เซียถิงไม่อยากทำอะไรเพิ่มเติม เสียนฟ่างความจริงไม่คิดมากหากเซียถิง้าขึ้นมาจริง ๆ จะอย่างไรทั้งสองคนแต่งงานกันมาได้ปีกว่าแล้ว หลังจากทำความเข้าใจกันมากขึ้นเสียนฟ่างคิดว่าเื่นี้ไม่ผิดแปลกอันใด เสียนฟ่างคิดถึงเื่นี้จนกว่าจะหลับลงไปได้ก็เข้าไปค่อนคืนเมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้าก็พบว่าเซียถิงออกจากจวนไปตั้งนานแล้ว
เสียนฟ่างลุกขึ้นมานั่งงัวเงียอยู่บนเตียง อากาศหนาวเสียจนเสียนฟ่างแทบไม่อยากลืมตาตื่นลุกออกจากที่นอน เสียงขยับตัวของเสียนฟ่างทำให้อาเป่าที่รออยู่หน้าห้องทราบว่าเสียนฟ่างตื่นแล้ว
“คุณชายขอรับ บ่าวจะนำน้ำอุ่นเข้าไปนะขอรับ” เสียงเปิดประตูดังขึ้น ตามมาด้วยอาเป่าที่ใช้สองมือยกอ่างน้ำอุ่น พร้อมผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดเข้ามาเพื่อช่วยเสียนฟ่างแต่งตัวในตอนเช้า เสียนฟ่างวันนี้แต่งกายด้วยเสื้อผ้าหนาหลายชั้น เพื่อเพิ่มความอบอุ่นจากนั้นอาเป่าจึงจัดการยกอาหารเช้าที่จัดเตรียมไว้แล้วเข้ามาในห้อง
เสียนฟ่างใช้เวลาไม่นานก็ออกเดินไปที่สวนที่เพิ่งจะจัดทำขึ้นมาใหม่ อากาศในยามเช้าสดใส ท้องฟ้าปลอดโปร่งแสงแดดกำลังอุ่น หากแต่ยังมีร่องรอยของหิมะที่ตกเมื่อคืนกองสุมมองเห็นกลุ่มก้อนสีขาวอยู่ทั่วทั้งสวน เสียนฟ่างเดินข้ามสะพานน้อยสีแดงไปที่ศาลากลางน้ำ จากนั้นจึงให้อาเป่ากลับไปชงชาร้อนกลับมาให้ พร้อมกับนำเตาผิงขนาดเล็กมาไว้ด้านข้าง
พ่อบ้านสวี้เดินหอบหิ้วสมุดเล่มหนาปกสีน้ำเงินหลายเล่ม ติดตามมาด้วยชายวัยกลางคนรูปร่างผอมบางเดินมุ่งมาทางศาลาที่เสียนฟ่างนั่งอยู่ พ่อบ้านสวี้ประคองสมุดบัญชีส่งให้เสียนฟ่าง พร้อมกับแนะนำผู้ที่ติดตามมาว่าเป็ผู้ดูแลบัญชีของจวนแม่ทัพ
“คุณชายเสียน นี่เป็สมุดรายรับรายจ่ายของจวนแม่ทัพ คนผู้นี้เรียกว่าหลิวกังเป็ผู้ดูแลเื่บัญชีขอรับ”
เซียถิงเคยบอกเสียนฟ่างเื่นี้เอาไว้แล้ว สวี้เจ้อยิ่งจัดการได้รวดเร็วสมกับเป็พ่อบ้านใหญ่ เสียนฟ่างรับสมุดบัญชีมาดูโดยคร่าว ๆ การจัดทำบัญชีในสมัยโบราณนั้นเรียบง่าย เพียงแบ่งช่องรายรับรายจ่ายแยกเป็คนละช่องตาราง จากนั้นสรุปออกมาเป็รายวัน รายสิบวันรายเดือน ใช้สมุดหนึ่งเล่มสำหรับหนึ่งปี จวนแม่ทัพเพิ่งแยกตัวออกมาจากจวนใหญ่ของสกุลเซียเมื่อเซียถิงอายุได้สิบแปดปี สมุดบัญชีจึงมีเพียงสามเล่ม เสียนฟ่างในชาติหนึ่งเคยสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัย วิชาบัญชีไม่ใช่วิชาเอกที่เคยศึกษา หากแต่ก็พอผ่านการเล่าเรียนมาบ้าง เมื่อมองผ่านตาก็เข้าใจ หลังจากซักถามหลิวกังอยู่หลายประโยคก็ไม่มีสิ่งใดติดใจ แต่ทำให้พ่อบ้านใหญ่กับหลิวกังประหลาดใจยิ่งนัก
สวี้เจ้อนำสมุดบัญชีมาให้เสียนฟ่างดู เป็เพราะเซียถิงสั่งเอาไว้ก่อนที่จะออกจากจวน แต่มิได้คิดว่าเสียนฟ่างจะมีความรู้มากพอที่จะเข้าใจเื่เหล่านี้ แต่เมื่อเซียถิงสั่งเอาไว้จึงได้แต่ทำตามเท่านั้น แต่ว่าสิ่งที่เสียนฟ่างถาม มิเพียงแสดงว่าเสียนฟ่างเข้าใจ หากแต่คำถามแต่ละคำยังดูเหมือนเป็การตรวจสอบความถูกต้อง จนทำให้หลิวกังต้องตรวจทานข้อมูลในสมุดบัญชีอยู่นานกว่าจะตอบสิ่งที่เสียนฟ่างถามออกมาได้
“พ่อบ้านใหญ่หากไม่มีสิ่งใดแล้ว ท่านกับหลิวกังก็ไปเถอะมีอาเป่าอยู่ก็พอแล้ว”
สวี้เจ้อส่งสมุดบัญชีให้กับหลิวกัง จากนั้นตระเตรียมที่จะจากไปแต่ว่ากลับหยุดชะงักอยู่ครู่หนึ่งกล่าวว่า “คุณชายขอรับ ท่านแม่ทัพสั่งว่าหลังจากเสร็จธุระที่จวนแม่ทัพใหญ่แล้วจะกลับมาก่อนมื้อเย็นเพื่อรับประทานพร้อมกับคุณชาย”
เสียนฟ่างพยักหน้าเป็เชิงรับทราบ แต่เมื่อคิดว่าเซียถิงจะรับประทานมื้อเย็นด้วยกันก็นึกอยากที่จะทำอาหารให้ด้วยตัวเอง อากาศหนาวเยี่ยงนี้เป็หม้อไฟก็คงจะดีไม่น้อย ชาวจีนรู้จักการรับประทานหม้อไฟมาั้แ่ยุคจ้านกว๋อ (รณรัฐ-สมัยเจ็ดรัฐก่อนที่รัฐฉินจะรวมแผ่นดินได้) แต่ว่าหม้อไฟสมัยโบราณยังไม่มีรสชาติที่หลากหลาย เสียนฟ่างอยากทานหม้อไฟแบบฉงชิ่งที่มีรสเผ็ดของหม่าล่าและหากมีสุราด้วยก็จะดีไม่น้อย
สวี้เจ้อรับฟังสิ่งของที่เสียนฟ่างให้ตระเตรียมไว้ก็นึกสงสัย เนื้อสัตว์ผักต่างๆ นั้นหาได้แปลกประหลาดไม่ แต่ว่าเสียนฟ่างยังให้เพิ่มขาหมูหยุนหนานกับวิธีการทำน้ำแกงที่สวี้เจ้อไม่เคยได้ยินมาก่อน เหตุใดจึงมีฮวาเจียว (พริกซื่อชวน - เสฉวน) ขิงกับกระเทียมใส่ไปด้วย
“พ่อบ้านใหญ่ท่านไปตระเตรียมตามนี้ ก่อนยามเซิน (15.00 - 16.59 น.) ข้าจะเตรียมน้ำแกงด้วยตัวเอง”
ที่จวนแม่ทัพใหญ่สกุลเซีย
เซียจื่อโจวอยู่ในห้องหนังสือกับเซียถิงตามลำพัง สีหน้าของเซียจื่อโจวดูสำรวมเป็ดังที่เซียถิงเคยเห็น หากแต่ว่าแววตาที่แสดงออกกลับดูอ่อนล้าชราลงไปหลายปี
หลังจากเซียถิงออกเดินทางไปเจียงหนานได้ไม่กี่วัน ถังเสวียนจงก็เรียกเซียจื่อโจวเข้าเฝ้าตามลำพัง ถังเสวียนจงเพียงตรัสถามเื่ทั่วไปกับเซียจื่อโจว ก่อนที่จะเอ่ยถามถึงเซียถิง กล่าวชมเชยว่าเซียจื่อโจวเลี้ยงบุตรชายได้ดียิ่ง สมเป็ชายชาติทหารเหมาะสมที่จะเป็ผู้นำสกุลเซียรุ่นต่อไป
ก่อนที่เซียจื่อโจวจะตอบเพื่อขอบพระทัยในพระกรุณา ถังเสวียนจงกลับตรัสถามถึงสุขภาพของเซียจื่อโจว ทั้งยังตรัสว่าทรงเป็ห่วงที่เซียจื่อโจวอายุมากแล้ว กลับยังต้องตรากตรำทำงานรับใช้บ้านเมือง สมควรได้พักผ่อนอย่างสุขสงบในวัยชรา รับฟังถึงตรงนี้เซียจื่อโจวถึงกับเหงื่อโทรมกาย เข้าใจในเจตนาของถังเสวียนจงที่หมาย้าให้เซียจื่อโจววางมือจากกองทัพ ส่งมอบสกุลเซียให้กับบุตรชาย เซียจื่อโจว จึงกล่าวตอบถังเสวียนจงว่าตนเองตั้งใจที่จะเกษียณและส่งมอบสกุลเซียให้กับเซียถิงก่อนสิ้นปี
“เซียถิง สกุลเซียต่อจากนี้ต้องให้เ้าเป็ผู้ดูแลแล้ว”
“ท่านพ่อ แต่ว่าข้ายังมีประสบการณ์ไม่มากพอ”
เซียจื่อโจวกล่าวขัดด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า “เ้าอย่าเพิ่งบอกเื่นี้กับผู้ใด กระทั่งมารดาเ้าก็ไม่ได้ ข้าจะกราบทูลฝ่าาในเื่นี้ก่อนวันขึ้นปีใหม่”
เจตนาของถังเสวียนจงเป็ที่แน่ชัดว่า้าลดอำนาจของสกุลเซียลง เซียจื่อโจวเป็แม่ทัพใหญ่ให้กับราชวงศ์ถังมาหลายสิบปี มีชื่อเสียงบารมีการยอมรับทั่วแผ่นดินหากเซียจื่อโจววางมือ เซียถิงที่เพิ่งรับใช้ราชสำนักได้ไม่กี่ปี ยังไม่อาจมีบารมีเท่าเทียมบิดา ยิ่งไม่เคยมีผลงานในการรบอันยิ่งใหญ่มาก่อน การควบคุมทหารหลายแสนนายคงต้องเกิดปัญหาตามมาไม่น้อย หากแต่เื่นี้หากเซียจื่อโจว ดึงดันไม่ทำตามที่ถังเสวียนจงทรงบอกโดยอ้อมแล้ว สกุลเซียเห็นทีคงประสบความยุ่งอยากตามมา หากไม่อ่อนใช้ไม่ได้ผล เซียจื่อโจวไม่กล้าคิดว่าถังเสวียนจงจะทรงมีไม้แข็งอันใดตามมาอีก
แต่ว่าเื่ราวยังไม่แน่ว่าจะง่ายดายเพียงแค่ส่งมอบสกุลเซียให้กับบุตรชาย เซียถิงมีภรรยาเอกเป็บุรุษไม่อาจมีบุตรธิดาสืบต่อ การสืบทอดสกุลจำต้องเป็บุตรชายคนโตที่เกิดแต่ภรรยาเอกเท่านั้น ต่อให้ในภายหน้าเซียถิงรับอนุเข้ามาเพิ่ม แต่บุตรที่เกิดจากอนุยังไม่อาจรับสืบทอดสกุลเซียต่อไปได้ ตำแหน่งแม่ทัพใหญ่จำเป็ต้องส่งคืนให้กับราชสำนักรวมถึงทหารหลายแสนนายของสกุลเซียอีกด้วย
“เ้าออกไปหามารดาเ้าเถอะ นางเป็ห่วงเ้ามาหลายวันแล้ว อีกอย่างก่อนกลับอย่าลืมไปหาท่านย่าเ้าด้วย นางไม่ได้เจอเ้ามาเกือบปีคงมีเื่ซักถามเ้าไม่น้อย”
เซียถิงจิตใจยังเป็กังวลเื่ที่บิดากล่าว หากแต่บิดาตัดสินใจแน่วแน่แล้วคงไม่อาจเปลี่ยนใจ หลังจากกล่าวลาบิดาแล้วจึงออกจากห้องหนังสือไปยังเรือนของมารดาที่อยู่ไม่ไกลกัน
การที่เซียถิงต้องขึ้นเป็ผู้นำสกุลเซียนั้นเป็เื่ที่ต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็วเป็ที่แน่นอน หากแต่ไม่คิดว่าจะรวดเร็วถึงเพียงนี้ เื่ราวหลายประการเซียจื่อโจวยังไม่ทันได้ตระเตรียมทางถอยเอาไว้ โดยเฉพาะเื่ของทายาทของสกุลเซียรุ่นทัดไปที่จะต้องเป็ผู้รับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ต่อจากเซียถิง เซียจื่อโจวยังไม่ทันได้ปรึกษากับมารดาไม่แน่ว่าไทเฮาอาจจะทรงมีทางออก
ไทเฮาแซ่เดิมเซีย ทรงโปรดปราณองค์รัชทายาทหลี่อิงมาั้แ่หลี่อิงยังทรงพระเยาว์ หากมองจากภายนอกนับว่าสกุลเซียเองอยู่ฝ่ายเดียวกับองค์รัชทายาท การที่ถังเสวียนจงลดอำนาจของสกุลเซียลง ไม่แน่ว่าเกี่ยวข้องกับองค์รัชทายาทด้วย เซียจื่อโจวยังคงนั่งตรึกตรองเื่ต่าง ๆ ตามลำพังภายในห้องหนังสือหลังจากที่เซียถิงออกไปแล้ว
เซียฮูหยินนั่งอยู่หน้าเรือนในมือถือเตาอุ่นมือเอาไว้ ด้านข้างมีกาน้ำชาร้อนกรุ่นวางอยู่บนโต้ะไม้ตัวเตี้ย บ่าวสตรียืนคอยรับใช้อย่างสงบเงียบอยู่ไม่ห่าง เมื่อเห็นเซียถิงเดินเข้ามาในระยะสายตาก็มีสีหน้ายินดี
“เ้าสนทนากับบิดาเ้าเสร็จแล้ว? “เซียฮูหยินถาม
“ขอรับ ท่านแม่กลับมาฉางอานั้แ่เมื่อไร”
เซียฮูหยินรินน้ำชาให้กับบุตรชายที่นั่งลงที่ด้านข้าง สองแม่ลูกไม่ได้พบกันเกือบเดือนพอได้เจอกันอีกครั้ง เซียฮูหยินรู้สึกว่าสีหน้าของบุตรชายต่างออกไปจากเดิมเล็กน้อย ดูคล้ายมีความอบอุ่นในสีหน้าเพิ่มขึ้นจากเดิม
“แม่กลับมาั้แ่หลายวันก่อน ฝ่าาทรงส่งขบวนทหารเกียรติยศไปรับเสด็จไทเฮาที่ซานซี ทั้งยังเสด็จออกไปรับขบวนเสด็จของไทเฮาด้วยองค์เองที่ประตูเมือง เื่นี้ช่างเถอะ แต่ว่า เซียถิงั้แ่แม่กลับมา ดูเหมือนบิดาเ้ามีเื่ราวในใจ เ้าก็หมั่นมาเยี่ยมบิดาเ้าบ่อย ๆ พาเสียนฟ่างมาด้วย ข้าจะได้มีเพื่อนคุย”
เซียฮูหยินรู้สึกถูกชะตากับบุตรสะใภ้ผู้นี้ หลังจากสนทนากันครั้งหนึ่งก็ทราบว่า เสียนฟ่างนั้นน่ารักทั้งยังฉลาดเฉลียว ทำให้นางต้องคิดหาหนทางช่วยให้บุตรชายคืนดีกับเสียนฟ่างในคราวนั้น
“แล้วเ้ากับเสียนฟ่างหลังจากกลับมาแล้วเป็อย่างไรบ้าง อย่าบอกแม่นะว่าพวกเ้ายังนอนแยกเรือนกันอยู่”
“ท่านแม่ เสียนฟ่างนอนที่เรือนใหญ่ั้แ่กลับมาแล้ว ท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วง” เซียถิงกล่าว แต่ว่านอนส่วนนอน เื่อื่นเซียถิงยังไม่กล้าบอกมารดาว่าเพียงแต่นอนด้วยกันเท่านั้น เมื่อคิดถึงเื่นี้ใบหน้าก็แดงขึ้นมาวูบหนึ่ง มีหรือจะรอดพ้นสายตาของเซียฮูหยิน นางแต่งงานมายี่สิบกว่าปีดูแลอนุของสามีมานานเื่เหล่านี้ไม่จำเป็ต้องเอ่ยก็พอเข้าใจได้ ดูท่านางคงต้องช่วยเหลือบุตรชายอีกสักครา ช่วยคนก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด
“เซียถิงฟังแม่นะ พวกเ้าสองคนเป็สามีภรรยากัน เื่บางประการแม่ซึ่งเป็คนนอกไม่สะดวกจะไปยุ่งเกี่ยว แต่ว่าเื่เหล่านี้หากไม่จัดการให้เหมาะสม นานไปรังแต่จะทำให้พวกเ้าไม่เข้าใจกัน เ้าเองเป็ผู้นำไม่ควรรอให้อีกฝ่ายเริ่มก่อน การที่เสียนฟ่างยินยอมอยู่ที่เรือนเดียวกับเ้าหรือว่าเ้ายังไม่เข้าใจอีก”
เซียฮูหยินส่งสายตาเบื่อหน่ายให้กับบุตรชาย จากนั้นหันไปกระซิบกับบ่าวที่อยู่ด้านข้าง บ่าวสตรีอยู่ในวัยกลางคนแล้วเห็นนางรับฟังจนใบหูแดงก่ำยกมือขึ้นมาปิดปาก กวาดสายตาไปยังเซียถิง พยักหน้าไปมาให้กับเซียฮูหยินอยู่ตลอดเวลา
“เซียถิงหลังจากไปคารวะท่านย่าเ้าแล้วให้กลับมาที่เรือนแม่อีกครั้ง แม่มีของจะมอบให้เ้า หากครานี้ยังไม่สำเร็จ ข้าเห็นจะต้องไปอยู่ที่จวนเ้าสักหลายวัน”
บ่าวของเซียฮูหยินเดินออกจากเรือนไปอย่างรีบร้อน ก่อนจากไปยังหันกลับมามองเซียถิงอย่างเขินอาย ก่อนที่จะออกจากจวนแม่ทัพใหญ่ด้วยรถม้าไปข้างนอก
เซียถิงร่ำลามารดาไปยังเรือนอีกหลังที่อยู่ด้านในของจวนแม่ทัพใหญ่ เรือนนี้มีขนาดไม่ใหญ่มากมีห้องพักเรียงติดต่อกันเพียงสามห้อง ตรงกลางเป็โถงกว้าง ส่วนเพดานสูงกว่าห้องที่อยู่ติดกัน ด้านในมีพระพทุธรูปทำด้วยไม้ขนาดเล็กวางเอาไว้ในที่สูง ด้านหน้ามีเบาะผ้าวางเรียงรายอย่างเป็ระเบียบ มีกระถางธูป แท่นวางเทียนขนาดย่อมวางอยู่ด้านหน้า กลิ่นควันธูปลอยออกมาั้แ่เซียถิงก้าวเท้าเข้ามาที่เรือนหลังนี้
ที่ด้านในห้องโถงมีสตีรชราอายุราวหกสิบกว่าปี ผมบางส่วนเริ่มมีสีดอกเลา นั่งคุกเข่าอยู่ด้านหน้าขององค์พระพุทธรูป นางมีรูปร่างเล็กผอมบางผิวขาวจนแทบจะโปร่งแสงมีร่องรอยความแก่ชราปรากฏอยู่บนใบหน้าไม่มากนัก ดวงตาของนางยังแฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขาม ไม่ต่างจากเมื่อครั้งนางยังนายหญิงของจวนแม่ทัพใหญ่เมื่อหลายสิบปีก่อน
เสียงฝีเท้าของเซียถิงที่เดินเข้ามาทำให้นางรู้สึกตัว เมื่อหันมาเห็นเป็หลานชายที่ไม่ได้เจอกันมานานก็อดยิ้มขึ้นมามิได้ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็สีหน้าเรียบเฉยตามเดิม บ่าวชราที่อยู่ด้านข้างรีบลุกขึ้นช่วยประคองนายหญิงผู้เฒ่าสกุลเซียขึ้นมาจากการคุกเข่า นางเดินผ่านเซียถิงที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตูโถงก่อนที่จะหันหน้ามากล่าวว่า “เ้ามาก็ดีแล้วย่ามีเื่จะสนทนากับเ้าพอดี ตามย่ามา”
เซียถิงไม่ได้เจอท่านย่ามาปีกว่า นายหญิงผู้เฒ่าสกุลเซียมาจากครอบครัวทหาร หลังแต่งงานเข้าสู่สกุลเซียก็ควบคุมหลังบ้านของสกุลเซียอย่างเข้มงวด เซียจื่อโจวเกรงกลัวมารดามาั้แ่เยาว์วัยจนเข้าสู่วัยชราแล้วยังไม่อาจเปลี่ยนแปลง โชคดีที่มารดาของเซียถิงฉลาดเฉลียวรู้จักเอาอกเอาใจผู้คน ซ้ำยังมีบุคลิกอ่อนนอกแข็งใน แม่สามีจึงมิค่อยวุ่นวายกับวิธีการปกครองหลังบ้านสกุลเซียของนางมากนัก หลังจากมารดาของเซียถิงแต่งเข้าสกุลเซีย เซียจื่อโจวรับสืบถอดสกุลเซียต่อมา นางจึงค่อย ๆ หันเข้าสู่พระธรรมสวดมนต์ภาวนาใช้เวลายามแก่ชราในพุทธศาสนา หากไม่มีเื่ที่เซียถิงต้องแต่งงานกับบุรุษนางคงไม่ยุ่งเกี่ยวกับเื่ในสกุลเซียอีก
แต่ว่าเื่นี้เป็เื่ที่นางไม่ยินยอมมาโดยตลอด ั้แ่สิบกว่าปีก่อนนางก็พยายามหารือกับลูกพี่ลูกน้องของนางที่เป็ไทเฮา เพื่อหาทางยกเลิกการหมั้นหมายนี้ แต่ไม่ว่าอย่างไรฮ่องเต้ก็ไม่ทรงยกเลิก แต่ว่าสกุลเซียไหนเลยจะยอมให้ขาดผู้สืบทอดรุ่นต่อไปได้
“เซียถิง ฮูหยินของเ้าเล่าเขาไม่ได้มากับเ้าด้วยหรือ บิดาเขาเป็ถึงท่านโหวหรือว่าคนแก่คนนี้ไม่คู่ควรให้เขาเหลือบตามอง” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ก่อนที่จะนั่งลงที่เก้าอี้เอนหลังภายในห้อง
เซียถิงนั่งลงที่ด้านข้างกล่าว่า “ท่านย่า ข้ามาที่จวนท่านพ่อั้แ่เช้า เสียนฟ่างไม่รู้ว่าข้ามาที่นี่ เอาไว้อีกสองสามวันข้าจะพาเสียนฟ่างมาคราวะท่านที่เรือน”
น้ำเสียงของเซียถิงเวลาเอ่ยถึงเสียนฟ่างฟังดูอ่อนโยนยิ่งนัก ทำเอานายหญิงผู้เฒ่าสกุลเซียรู้สึกไม่ค่อยพอใจ หลายชายของนางใบหน้าหล่อเหลา อนาคตยาวไกล ในฉางอานไม่มีลูกหลานสกุลใดเทียบได้ กลับต้องมาแต่งงานกับบุรุษทำให้นางรู้สึกว่า์ช่างทำร้ายผู้คนนัก เด็กสกุลเสียนผู้นี้ออกจากครรค์มารดามาไฉนถึงเป็เด็กชายไปเสียได้ ช่างทำลายอนาคตของหลายชายนางลงไปเสียได้
“เอาเถอะ ข้าได้ข่าวมาว่าฮูหยินเ้าั้แ่เข้าจวนแม่ทัพก็เอาแต่หมกตัวอยู่คนเดียวมิได้ช่วยเหลือดูแลเื่ราวในจวน ปล่อยให้สวี้เจ้อจัดการแต่เพียงผู้เดียว นี่จะได้อย่างไร บางทีเ้าอาจจะต้องหาคนมาช่วยดูแลเื่เหล่านี้บ้าง”
“ท่านย่า เสียนฟ่างดีอย่างยิ่ง เป็ข้าเองที่ไม่อยากให้เขาต้องวุ่นวาย อีกอย่างที่จวนข้ามีคนอยู่ไม่กี่คนไม่จำเป็ต้องให้ท่านย่าต้องกังวล”
“เหอะ แต่งงานกันได้ไม่นานเ้าก็ยอมให้ผู้อื่นเสียแล้ว ช่างใช้ไม่ได้ เื่นี้ย่าจะจัดการเอง ต่อให้เ้าไม่้าหรือว่าเ้ายินยอมปล่อยให้สกุลเซียไม่อาจมีผู้สืบสกุล”
เซียถิงอยู่สนทนากับท่านย่าอีกพักหนึ่งก็ร่ำลาจากมา ก่อนที่จะกลับจวนขอตัวเองยังแวะไปหามารดาตามที่นางสั่งเอาไว้ เห็นมารดาทำสีหน้ายิ้มแย้ม ในมือมีกล่องไม้กล่องหนึ่งดูเหมือนจะเตรียมไว้ให้กับเซียถิง ไม่ทราบว่าในน้ำเต้าของมารดามีสิ่งใด
“ของในกล่องนี้ไว้ให้เ้า เปิดดูในรถม้าก่อนจะถึงจวน แม่ช่วยเ้าได้เท่านี้ ที่เหลือก็แล้วแต่ความสามารถของเ้าแล้ว” เซียฮูหยินไม่รอให้เซียถิงเปิดปากก็ยัดกล่องไม้ในมือให้ไป จากนั้นจึงปล่อยตัวเซียถิงให้กลับออกไป ก่อนจากเซียฮูหยินยังกล่าวว่าอีกหลายวันนางจะไปหาที่จวน
เซียถิงอยู่บนรถม้ามุ่งหน้ากลับจวนของตัวเอง ในมือยังถือกล่องไม้ที่มารดามอบให้มา เซียถิงทราบว่ามารดาชมชอบเสียนฟ่าง ไม่แน่ว่าของในกล่องเป็ของมีค่าใดที่มารดาให้บ่าวออกไปซื้อหามา เซียถิงเปิดกล่องไม้ออกมาพบว่าด้านในมีหนังสือกับตลับกระเบื้องเคลือบขนาดเล็กสองสามอัน เซียถิงเปิดฝาตลับเคลือบออกมาดู ด้านในเป็ของเหลวสีขาวคล้ายน้ำนมเมื่อดมดูมีกลิ่นหอมประหลาด มีลักษณะลื่นไม่คล้ายแป้งผัดหน้าไม่ทราบเอาไว้ทำสิ่งใด อีกสองตลับก็เป็สิ่งของแบบเดียวกัน
เซียถิงไม่รู้จักแป้งผัดหน้าของใช้สำหรับสตรี จึงไม่แน่ใจว่าสิ่งที่มารดามอบให้มาคือสิ่งใด เสียนฟ่างเป็ชายเหตุใดมารดาจึงมอบของใช้เหล่านี้ให้ เซียถิงวางตลับเคลือบไว้ที่เดิมจากนั้นจึงหยิบหนังสือที่อยู่ด้านในขึ้นมาเปิดดู เซียถิงเปิดดูได้ไม่กี่หน้าก็ต้องวางหนังสือลงใบหน้าแดงก่ำ รู้สึกภายในกายร้อนรุ่มอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก
มารดาถึงกับมอบหนังสือวังวสันต์ให้กับเซียถิง ภายในยังมีภาพวาดการร่วมรักของชายกับชายในท่าทางหลากหลาย วิธีการกระทำให้อีกฝ่ายพึงพอใจ มารดา ท่านช่าง ท่านช่างห่วงใยบุตรชายจนเกินไปแล้ว เซียถิงคิดในใจ แต่ว่าสุดท้ายยังคงเก็บหนังสือที่ทิ้งไปขึ้นมาอ่านต่อ
“ท่านแม่ทัพขอรับ ถึงจวนแล้วขอรับ”
เซียถึงรีบเก็บหนังสือใส่ไว้ในกล่องไม้ตามเดิม จัดเสื้อผ้าร่างกายให้ดูเป็ปกติดึงเสื้อคลุมหนาห่อหุ้มร่างจนมิดไปทั้งตัว ซ่อนกล่องเอาไว้ในเสื้อคลุม ก่อนที่จะลงจากรถม้า จากนั้นจึงรีบเดินเข้าไปในห้องนอนซ่อนกล่องไม้เอาไว้ในกล่องเสื้อผ้า เมื่อเซียถิงมาถึงบ่าวในเรือนก็รีบไปแจ้งให้เสียนฟ่างทราบ เสียนฟ่างกำลังดูอาเจียงจัดเตรียมหม้อไฟอยู่ในครัวใหญ่ หลังจากทราบว่าเซียถิงมาถึงแล้ว ก็สั่งให้อาเจียงกับบ่าวในครัวช่วยกันยกหม้อไฟไปที่ศาลาในสวน ก่อนที่เสียนฟ่างจะเดินไปหาเซียถิงที่เรือนใหญ่
“ท่านพี่ท่านกลับมาแล้ว ข้าให้บ่าวเตรียมหม้อไฟเอาไว้ ข้าจะให้อาเป่าเอาน้ำมาให้ท่านล้างหน้าก่อน” เสียนฟ่างช่วยเซียถิงถอดเสื้อคลุมเช็ดหน้าทำความสะอาด จากนั้นทั้งสองจึงเดินคู่กันไปที่ศาลาที่ด้านในสวน
หม้อไฟถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้ว เนื้อสัตว์ผักต่าง ๆ ล้วนถูกจัดเตรียมไว้อย่างสวยงาม เนื้อสัตว์สำหรับหม้อไฟในสมัยนี้มีไม่มากนักมีเพียงเนื้อแกะ หมู ไก่ เวลานี้การเดินทางทางเรือไม่อาจสัญจรได้ เนื่องจากแม่น้ำจับตัวเป็น้ำแข็งทำให้เสียนฟ่างหาอาหารทะเลมาเพิ่มเติมไม่ได้ น้ำแกงใส่ไว้ในหม้อเคลือบมีเตาอันเล็กค่อยอุ่นน้ำแกงเอาไว้ เสียนฟ่างเตรียมน้ำแกงเอาไว้สองแบบ มีแบบที่คนในสมัยนี้ชอบรับประทานกับแบบฉงชิ่งที่มีรสชาติเผ็ดร้อน
เซียถิงนักมองดูเสียนฟ่างที่คอยจัดนู่นจัดนี่อยู่อย่างระมัดระวัง ความรู้สึกกังวลที่มีเมื่อครั้งที่อยู่ที่จวนบิดามลายหายไปจนหมดสิ้น การที่มีคนรออยู่ที่บ้านคอยรับประทานอาหารพร้อมกัน ความรู้สึกอบอุ่นในใจของเซียถิงแผ่ซานไปทั้งหัวใจ จนอยากจะดึงคนที่อยู่ตรงหน้าเข้ามากอดแล้วรับประทานลงไปเสียตอนนี้