ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง
บทที่ 15 มื้อต่อไปเราจะกินอะไรกันหรือขอรับ
"ท่านพ่อ อาฟงฉี่รดที่นอน!!"
เสียง์ดังออกมาจากตัวบ้าน จางหย่งที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบลุกขึ้น พร้อมวิ่งเข้าไปในบ้านทันที เมื่อเข้ามาเขาก็พบกับเด็กสองคนนั่งอยู่บนเตียง เด็กคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ปลายเตียง ขณะที่เด็กอีกคนหนึ่งนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น
อาฟู่ลูกชายคนรองที่เห็นพ่อของเขาเข้ามาก็รีบลงจากเตียงวิ่งมาหาทันที ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ท่านพ่อ น้องฉี่อยู่ตรงนั้น ดูสิข้าเปียกหมดเลย"
กล่าวจบเขาก็ยื่นมือชื้นๆ ของตนไปด้านหน้าเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เขาบอกเมื่อครู่นี้เป็เื่จริง กลิ่นแปลกๆ ลอยปะทะจมูก ทำให้จางหย่งที่เข้ามาด้านในถึงกับทำอะไรไม่ถูก เขาไม่เคยมีประสบการณ์การเลี้ยงเด็กมาก่อน แม้จะผ่านมาสามวันแล้วที่เขาเข้ามาในยุคสมัยนี้ แต่ก็ยังคงไม่ชินอยู่ดี
อาเฟยลูกชายคนโตที่ตามเข้ามาเห็นเข้าก็เดินเข้าไปอุ้มอาฟงถอดกางเกงออกก่อนจะรวบผ้าปูที่นอนกองเอาไว้ จางหย่งที่ตั้งสติได้รีบรับอาฟงลูกชายคนเล็กมาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะพากันไปล้างตัวที่บ่อน้ำหน้าบ้าน
และแล้วเด็กๆ ทั้งสามก็เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน โดยมีจางหย่งคอยดูแลอยู่ข้างๆ อาฟู่ลูกชายคนรองที่เหลือบไปเห็นเสี่ยวเหมาหมอบอยู่ไม่ไกลก็วิ่งไปอุ้มสุนัขตัวน้อยมา
"ข้าศึกบุกกกก"
อาฟงลูกชายคนเล็กที่ได้ยินเข้าก็สาดน้ำไปทางพี่ชายของตัวเองวิ่งมา เสี่ยวเหมาที่กำลังสะลึมสะลือถึงกับสะดุ้งตื่นด้วยความใ ตัวของมันเปียกปอนไปทั่วร่าง ด้วยความโมโหมันสลัดขนที่เปียกใส่มนุษย์ทุกคนที่อยู่รอบด้าน แล้วาขนาดย่อมๆ ก็เกิดขึ้น
เวลาผ่านไปพักหนึ่ง จางหย่งที่เห็นว่าอากาศเริ่มเย็นลงได้เข้าไปหยุดาระหว่างเด็กกับสุนัข ก่อนจะพาทั้งสามไปเปลี่ยนเสื้อผ้าข้างในบ้าน
"ฮัดชิ้ว"
เสียงจามของอาฟงลูกชายคนเล็กดังขึ้น จางหย่งที่ได้ยินก็หันมองรอบห้องพบว่ามีผ้าห่มผืนเก่าที่ค่อนข้างบางวางอยู่ข้างๆ เขาจึงหยิบผ้าห่มผืนนั้นมาคลุมตัวลูกชายคนเล็กเอาไว้หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ
เมื่อมองไปรอบๆ ห้องพบว่าห้องนอนมีผ้าห่มเก่าๆ ผืนนี้เพียงผืนเดียวเท่านั้น อากาศเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวเต็มตัว ทำให้อากาศค่อยๆ เย็นลงเรื่อยๆ จางหย่งยืนครุ่นคิดถึงวิธีรับมืออากาศหนาวที่กำลังมาเยือน ระหว่างที่กำลังคิดอยู่นั้น ได้มีเสียงเรียกดังมาจากด้านหน้าบ้าน
"พี่จางหย่ง อยู่บ้านไหมเ้าคะ"
เสียงสตรีผู้หนึ่งดังขึ้น จางหย่งที่ได้ยินเสียงสตรีมาเรียกเขาที่หน้าบ้านถึงกับขมวดคิ้วทันที หรือว่าจะเป็มารดาของเด็กทั้งสามคน? เขาได้แต่คาดเดาไปต่างๆนาๆ เมื่อออกมาพบสตรีที่อยู่หน้าบ้าน เขาก็ตัดความเป็ไปได้ว่าสตรีผู้มาเยือนจะเป็มารดาของเด็กทั้งสามออก เพราะอาเฟยลูกชายคนโตเอ่ยทักทายสตรีตรงหน้าว่า
"คารวะน้าเหมย วันนี้ท่านน้ายังคงงดงามเช่นเคยเลยนะขอรับ"
สตรีที่ถูกเรียกว่าน้าเหมย บิดผ้าเช็ดหน้าไปมาอย่างเขินอาย ก่อนจะตอบว่า
"แหมอาเฟย อย่าพูดความจริงแบบนั้นสิ"
เหมยลี่ สตรีร้างท้วม ส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มไปทางจางหย่ง นางเป็บุตรสาวคนเดียวของผู้ใหญ่บ้านหวัง ที่อยู่ในหมู่บ้านซานซัน ปกตินางจะแวะมาเยี่ยมเยียนบ้านหลังนี้อยู่เป็ประจำ ทุกครั้งที่นางแวะมาจะมีของติดไม้ติดมือมาฝากเสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน นางถือตะกร้าที่เต็มไปด้วยไข่ไว้ในมือ
อาฟู่ลูกชายคนรองที่เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มจนตาหยีก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"น้าเหมยคนสวย ท่านเดินทางมาคงจะเหนื่อยแย่ นั่งพักก่อนนะขอรับ เดี๋ยวข้าไปเอาน้ำมาให้"
อาฟงลูกชายคนเล็กก็เอ่ยขึ้นอย่างรู้งานว่า
"น้า คนสวย นั่งๆ"
เหมยลี่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มจนตาหยี มีสตรีใดบ้างที่ไม่อยากถูกชมว่าสวย ดังนั้นนางจึงไม่ปฏิเสธความหวังดีของเด็กๆ ที่น่ารัก เหล่านี้ ปกติแล้วเหมยลี่จะแวะมาที่บ้านหลังนี้ทุกห้าถึงเจ็ดวัน บ้านของนางแม้จะไม่นับว่าเป็เศรษฐีแต่ก็ไม่นับว่าขัดสน เมื่อนางถือของติดไม้ติดมือทุกครั้งที่แวะมาบ้านของจางหย่ง ผู้ใหญ่บ้านหวังจึงไม่ได้คัดค้าน เพราะเขาเองก็รู้สึกสงสารครอบครัวนี้เช่นกัน
"พี่จางหย่ง ข้าเอาไข่มาฝากด้วยนะ"
จางหย่งยื่นมือไปรับด้วยความงุนงง ปลายนิ้วของเขาััเข้ากับปลายนิ้วของเหมยลี่เล็กน้อย
"อุ้ย"
เหมยลี่ปล่อยมือจากตะกร้าด้วยความใจนจางหย่งเกือบรับเอาไว้ไม่ทัน เหมยลี่กะพริบตาถี่ๆ มองไปทางบุรุษผู้นั้นด้วยความเขินอายก่อนหันหลังกลับ รีบวิ่งออกไปจากบ้านของเขาทันที ท่ามกลางสายตางุนงงของทุกคน ทำเอาอาเฟยลูกชายคนโตถึงกับต้องสะกิดพ่อของเขาก่อนจะถามขึ้นว่า
"ท่านพ่อ น้าเหมยเป็อะไรหรือขอรับ"
"สงสัยนางคงคิดได้ว่ามีธุระด่วนกระมัง"
อาฟู่ที่ถือน้ำมาก็เอ่ยแสดงความคิดเห็นขึ้นว่า
"แต่ข้าว่าน้าเหมยน่าจะเจ็บตานะขอรับ กะพริบตาไม่หยุดเลย"
"ไข่ๆ"
ความสนใจของทั้งสามที่มีต่อเหมยลี่หยุดลงเพราะคำพูดของอาฟงที่เอ่ยขึ้นมา พวกเขาหันกลับมาสนใจไข่ที่อยู่ในตะกร้าทันที จางหย่งที่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังไม่รู้เื่ราวของสตรีที่นำของมาให้จึงเอ่ยถามลูกชายขึ้นว่า
"สตรีผู้นั้นคือใครกัน แล้วนางมาที่นี่บ่อยหรือ"
"น้าเหมยเป็บุตรสาวผู้ใหญ่บ้านฝูที่อยู่ในหมู่บ้าน ปกตินางจะนำของกินอร่อยๆ มาให้พวกเราบ่อยๆ ขอรับ"
"แล้วทำไมนางต้องเอาของกินมาให้พวกเราด้วยล่ะ"
เมื่อได้ยินคำถามนี้ เด็กๆ ต่างมองหน้ากัน ก่อนที่อาฟู่ลูกชายคนรองจะตอบขึ้นว่า
"สงสัยน้าเหมยจะชอบคำชมจากปากพวกเรา ถึงได้มาหาพวกเราบ่อยๆ"
อาเฟยลูกชายคนโตเองก็พยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของน้องชาย ส่วนอาฟงที่รู้เื่บ้างไม่รู้เื่บ้างก็เอ่ยสนับสนุนขึ้นว่า
"สวยๆ กิน เยอะ"
จางหย่งที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้า เอาเถอะ ไม่ว่านางจะมาด้วยเหตุผลอะไรแต่ก็ไม่ได้มีผลเสียต่อพวกเขา ทั้งยังมีผลดีเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นจางหย่งจึงสลัดเื่การมาของเหมยลี่ทิ้งไป ก่อนจะหันมาจัดการกับไข่ที่ได้รับมา หนึ่ง สอง สาม... เมื่อเขานับไข่ในตะกร้า พบว่ามีทั้งหมดห้าใบ จางหย่งไม่รอช้าเตรียมจัดการกับไข่ที่ได้รับมาทันที แต่อาเฟยลูกชายคนโตกลับห้ามพ่อของเขาไว้ก่อนว่า
"ท่านพ่อ หากเราทำหมดในมื้อเดียว แล้วมื้อต่อไปเราจะกินอะไรกันหรือขอรับ"
"ไม่ต้องห่วง พ่อมีหน้าที่หาส่วนพวกลูกมีหน้าที่กิน ดังนั้นไม่ต้องกังวลในส่วนของพ่อหรอก พวกลูกกินให้อิ่มก็พอ"
จางหย่งเอ่ยตอบ แม้เขาจะไม่มั่นใจนักว่าตนเองจะเป็พ่อที่ดีได้หรือไม่ แต่เขาก็มั่นใจว่าตัวเองจะไม่ยอมให้ลูกๆ ต้องอดตายอย่างแน่นอน ตอนนี้นอกจากไข่ห้าใบยังมีผักป่า เห็ด มันอีกหนึ่งหัว และยังมีไข่ในมิติที่เขายังไม่ได้นำออกมาอีกหนึ่งใบที่จะนำมาทำอาหารได้ ลูกๆ ของเขามีร่างกายผอมแห้งเกินไป สมควรที่จะได้รับอาหารอย่างเต็มที่ ดังนั้นจางหย่งไม่ลังเลที่จะนำวัตถุดิบที่มีออกมาทำอาหาร เพราะเขามั่นใจว่าวันต่อๆ ไป ด้วยความสามารถของเขาบวกกับความสามารถของมิติ พวกเขาจะต้องมีอาหารกินจนอิ่มอย่างแน่นอน
เด็กๆ ที่ได้ยินคำตอบของพ่อก็รู้สึกซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหลออกมา อาฟงลูกชายคนเล็กๆ ที่เห็นพี่ๆ ร้องไห้แล้ววิ่งเข้าไปกอดพ่อ ก็วิ่งเข้าไปกอดพี่ๆ และพ่อของเขาเช่นกัน ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"โอ๋ๆ ไม่ร้องๆ"
ทั้งสามที่เห็นอาฟงเข้ามากอดแล้วเอ่ยปลอบใจก็ยิ้มออกมา ก่อนจะพากันไปช่วยทำอาหารเย็นที่อร่อยที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยกินมา เสี่ยวเหมาเองก็ได้รับส่วนแบ่งอาหารมื้อนี้ด้วยเช่นกัน
'นี่สิถึงจะเหมาะกับสัตว์กินเนื้ออย่างข้า'
มันบ่นพึมพำในใจก่อนจะกินอย่างมีความสุข ไก่ป่าก่อนหน้านี้ มันแทบไม่ได้กินเนื้อเลยแม้แต่ชิ้นเดียว แต่มันได้รับส่วนแบ่งเป็กระดูกไก่ป่าเท่านั้นเอง