9 ปี ก่อน
ค่ำคืน พายุกระหน่ำโหม
ลั่นดาล ลงกลอน มุดหาไออุ่น
ทุกบ้านเป็เช่นนี้ ทุกตรอกซอยล้วนเป็เช่นนี้
หากยามนี้ ณ จวนตระกูลเศรษฐีที่ใหญ่ที่สุดในปราการหงค์เพลิง
ผู้คนหลายสิบวิ่งวุ่นวาย บ้างเข้า...บ้างออก
คนนั้นชนนั้น คนนี้ชนนี่ ทั้งยังชนกันเองจนวุ่นวายหัวหมุน ข้าวของหล่นกระจาย
หากเสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ปจากหญิงสาวภายในห้อง
ยิ่งกลายเป็เร่งให้คนอกสั่น ขวัญแขวน สับมือเร่งเท้าพัลวัน
ไม่มีใครสนใจเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าที่ดังลั่นหู ทั้งไม่มีใครกล้าสนใจ
บ่าวชายหญิงทุกผู้ เพียงสนใจสิ่งเดียว
นายหญิงน้อยของพวกมันกำลังจะให้กำเนิดบุตรคนแรกแก่เ้าบ้าน
บุตรคนแรกที่ได้คลอดออกมาใต้หลังคาจวนแห่งนี้
ความตื่นเต้นตึงเครียดอย่างที่สุดนี้ทำเอา
หัวหงอก หัวดำ ล้วนมือไม้อยู่ไม่สุข
บ้านฝั่งตะวันออกโกลาหลออกปานนั้น
หากโถงรับแขกกลับตึงเครียดในอีกความหมาย
แขกผู้ไม่ได้รับเชิญกลุ่มหนึ่งแจ้งเื่เข้าพบเ้าบ้านในเวลาเช่นนี้
กลุ่มคนที่เ้าบ้านอยากตะเพิดแต่ทำได้เพียงให้การรับรองอย่างดีที่สุด นั่นคือ
ราชครู ปราชญ์ ปรมาจารย์ เ้าอาวาสวัดหลวง และ นักพรตวัดใหญ่
ทั้งห้าล้วนเป็ที่นับหน้าถือตาจากคนทั้งอณาจักร
เป็เฒ่าชราที่เย่อหยิ่งถือดีในวิถีของตัว ยึดมั่นอย่างไม่ไว้หน้า และสายตาสูงเลยหัว
ไม่มีผู้ใดกล้านึกฝันว่าคนเหล่านี้จะมารวมตัวกัน ทั้งยังคิดเห็นตรงกัน
กระนั้น ครั้งนี้ กลับเป็ครั้งที่ยากเย็นนั้น
บุคคลผู้ทรงเกียรยติทุกผู้กลับมารวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ในวัน เวลา และสถานที่เดียวกันนี้
ณ บ้านเศรษฐีต่ำต้อนผู้หนึ่งเท่านั้น!!
นอกจากสร้างความแตกตื่นจนอยากจะร่ำไห้แก่เ้าบ้านแล้ว
พวกมันยังแตกตื่นกันเองจนตาเป็ประกายราวกลับเป็คนหนุ่มอีกครั้ง!!
เ้าบ้านวัยกลางคนพยายามปั้นหน้าให้ราบเรียบสงบนิ่ง
แต่หน้าผากหลั่งเหงื่อเป็เม็ด ทั้ง กังวล สับสน ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
ใจกังวลถึงบุตรคนแรกที่กำลังจะคลอด
เสียงร้องของอนุสาวดังแววมาให้พะว้าพะวง
พร้อมกับเสียงคำรามของพายุที่ผสานมา
สายตาจับไปที่เบื้องหน้า สับสนที่ท่านบรรพบุรุษเหล่านี้ถึงกับฝ่าสายฝนรุนแรงมาเยือนอย่างฉุกละหุกถึงที่
คนแก่เหล่านี้แต่ไรสนใจแต่เื่ใหญ่ ทั้งยังเป็เื่ใหญ่ประเภทบรรลัย บัดซบทั้งสิ้น
เื่ดี คนพวกนี้ไม่ชอบยุ่งเกี่ยว แต่จะกระชุ่มกระชวยกับเื่ความฉิ บหายเป็พิเศษ
วันนี้ ตาเฒ่าโรคจิตเหล่านี้กลับมาเยี่ยมบ้านหน้าสลอน
ใยเลยจะเป็เื่ดี? ทั้งใยเลยจะเป็เื่เล็ก?
พวกมันคงไม่ได้คิดจะมาเพียงอวยพรวันเกิดบุตรเราเป็แน่
ดังโบราณว่า เจตนาดีไม่มา คนมาไม่มีเจตนาดี
แต่ในเมื่อเป็เื่ที่เกี่ยวกับคนเหล่านี้ มันต้องเพิ่มคำว่า
เจตนาชั่วช้าบัดซบ ต่อท้ายไปด้วยจึงจะถือว่าสมศักดิ์ศรี เ้าบ้านได้แต่สรุปในใจ
มันกวาดมองสีหน้าท่าทาง (ที่ดูเหมือน) กลัดกลุ่มกังวลไม่อาจตัดสินใจบางสิ่งได้ของผู้ชราทั้งหมด
ฟันธงได้ถึงการคาดการณ์ของตัวเอง .....นี่ต้องไม่ใช่แค่เจตนาชั่วช้าบัดซบธรรมดาอย่างแน่นอน
กระนั้น มันเองก็ได้แต่รวบมือลุกคารวะคนทั้งหมด
"ท่านผู้ทรงภูมิความรู้ทุกท่าน กลางคืนพายุโหม ให้เกียรติมาเยี่ยมเยียน ไม่ทราบ้าให้
ผู้น้อย ช่วยเหลืออันใด หากผู้น้อยกระทำได้ จะกระทำทันทีอย่างสุดความสามารถ"
หากเป็ไปได้ เราจะยินดีอย่างมากกว่าหากพวกท่านจะย้ายก้นออกไปในบันดล
วาจาเปล่งออกไปไม่อ่อนน้อมไม่เย่อหยิ่ง แม้น้ำเสียงจะออกอาการเร่งรัดกลายๆ แต่ก็เจือจางเบาบางจนทำให้ไม่อาจทราบได้ว่าผู้พูดกำลังคิดอะไร
ผู้เฒ่าชราเ่าั้กลับยังรีรอ มองหน้ากันไปมา
ต่างคนต่างใช้ภาษาจิตคุยกัน
เดี๋ยวกลอกตา เดี๋ยวขยิบตา คนนี้เหล่ตา คนนั้นเหลือกตา
แม้จะน่าขบขัน แต่น่าเสียดาย เ้าบ้านไม่อยู่ในอารมณ์รื่นเริง
มันนับ 1-100 รอคอยคำตอบท่านผู้เฒ่าอย่างอดทน
3 ก้านธูปผ่านไป
ผู้ชราที่สุดในที่นั้น ก็ทำการกระไอเล็กน้อยเป็พิธี
"ขอกล่าวกับท่านฉีอย่างตรงไปตรงมา เราท่านทั้งหลายล้วนทราบดีว่า
แต่ละคนล้วนมีความรู้ความสามารถเป็ที่ยอมรับจากประชา”
ผู้เฒ่าทุกคนก็ผงกศีรษะสนับสนุน มองทั้งหมดรอบหนึ่ง ผู้ชรานั้นก็เอ่ยต่อ
“วันนี้พวกเราทั้ง 5 แม้อยู่คนละทิศ กลับประจวบพบกัน ณ ที่แห่งนี้
เพียงเพราะคำทำนายดวงดาว ตรงกันอย่างนั้นอัศจรรย์"
"ท่านราชครู โปรดชี้แจง เป็คำทำนายสูงส่งใด"
ฉีหยางจินสงสัยใคร่รู้ บุคคลเหล่านี้เล็กๆไม่ ใหญ่ๆทำ
หมกมุ่นแต่การทำนาย(วิบัติใน)กิจการบ้านเมืองสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าแก่เราท่านตาดำๆ
กลับเป็นักพรตหัวล้านผู้ชราอีกฟากที่ตอบคำถามของมัน
"เป็คำทำนายถึงอนาคตบ้านเมือง ในอีก 15-20 ปีข้างหน้า
ชะตาเมืองจะไปสู่จุดอับ ราชวงศ์ปัจจุบันจะล้มสลาย มหันตภัยกลืนกินประชา
ไฟาในนอก ลุกลามจนถึงสิ้นชาติ"
ผู้เฒ่าทุกท่านต่างพยักหน้าเสริมด้วยความกลัดกลุ้ม ท่านปรมาจารย์ที่นั่งอยู่ท้ายสุดจึงกล่าวเสริม
"เหตุที่เกี่ยวข้องกับท่านฉี คือคำทำนาย่ต่อมา ตระกูลฉีของท่านจะให้กำเนิด
จักรพรรดิทรราชผู้หนึ่ง จอมทัพผู้โเี้ผู้หนึ่ง และขุนนางใหญ่กังฉินผู้หนึ่ง"
เปรี้ยงงง
ดังฟ้าผ่าลงกลางกระหม่อม!!
คำกล่าวหานั้น ออกจะหนักหนาสาหัสเกินไปแล้ว!!
เพียงข้ออ้างนี้ และเพราะเพียงคำพูดไม่กี่คำของบุคคลใกล้ตายจิตไม่ปรกติเหล่านี้
ก็ทำให้ตระกูลฉีถูกล้างทั้งตระกูลได้แล้ว
มารดามันเถอะ
เ้าบ้านตระกูลฉีคนปัจจุบัน ฉีหยางจิน ถึงกับหน้าซีดเผือดแข็งขาอ่อนแรง
ดีที่กลับไปนั่งเก้าอี้แล้วจึงยังคงสามารถรักษาหน้าหัวหน้าตระกูลเศรษฐีใหญ่ได้
ประหวั่นคิดไปถึงนอกจวน...ใช่มีทหารราชสำนักรอคอยเข้าล้างตระกูลอยู่ภายนอกหรือไม่
ใช่พวกมันผู้เฒ่าวิกลจริตพวกนี้ วิกาลดึกดื่น ฝนตก
ฟ้าผ่านอนไม่หลับจึงหาเื่สนุกสนานทำหรือไม่
ตาเฒ่าเหล่านี้ใช่รู้สำนึกหรือไม่ แม้ตัวมันแก่ชรา กลับมีวาจากำหนดเป็ตายของผู้คน
เพียงคนหนึ่งคนใดถวายรายงานคำทำนายนี้แก่จักรพรรดิ ผู้แซ่ฉีทั้งหมด ก็ไร้ที่กลบฝังแล้ว!!
อย่าว่าแต่วันนี้มาถึง 5 คน...
เปรี้ยงงงงง
เห็นสีหน้าแววตาตื่นตระหนกของเ้าบ้าน ที่จิตทั้งเจ็ดออกจากร่างไปแล้ว
เ้าอาวาสเฒ่ารีบปรามด้วยกลัวว่าคนจะเป็ลมไปเสียก่อน
"ประสกอย่าพึ่งแตกตื่นไป คำทำนายยังไม่หมดเพียงเท่านั้น
หากเป็เยี่ยงนั้นกลับทำให้ตัดสินใจล้างตระกูลท่านได้โดยง่าย
หากแต่คำทำนายนั้นมี 2 ด้าน อีกด้านหนึ่งนั้นกลับตรงกันข้ามอย่างที่สุด
ตระกูลฉีท่านจะให้กำเนิด มหาจักรพรรดิผู้ปรีชาผู้หนึ่ง จอมทัพผู้กอบกู้ผู้หนึ่ง
และขุนนางแห่งประชาราชผู้หนึ่ง อันว่าลิขิตฟ้า มนุษย์ไม่อาจรู้แจ้ง
ในวันเวลาแห่งความเป็ตายในอีก 15-20 ปีข้างหน้า
เราไม่อาจทราบได้เลยว่า 3 บุคคลตระกูลฉีนี้ จะตัวหายนะ หรือผู้กอบกู้
ดังนั้น พวกอาตมาจึงมาที่นี่ เพื่อปรึกษาท่าน ในฐานะเ้าบ้านตระกูลฉี
ท่านมีความเห็นต่อเื่นี้ว่าอย่างไร?"
คำถามเมื่อยิงออก ฉีหยางจินพลันได้สติ
คำตอบของมันจะเป็ตัวกำหนดความเป็ตายของทั้งตระกูลในวันนี้
หากผู้เฒ่าทั้งหมดไม่พอใจในคำตอบ ไม่แน่....อาจตัดสินเป็หายนะ
หากตอบดีเป็ที่พอใจ ก็ไม่ยังแน่ว่าจะดี เนื่องด้วยผู้กอบกู้นั้น
คนหนึ่งจะได้เป็จักรพรรดิ อย่างไรยังคงนับเป็ภัยต่อราชวงศ์ปัจจุบัน
ในเมื่อใคร่ครวญอย่างไร ก็ล้วนเป็ภัย คนเหล่านี้มาปรึกษามันเช่นนี้ใช่้าใช้เป็ข้ออ้าง
ว่าตระกูลฉีมีความคิดเป็จักรพรรดิหรือไม่
เ้าบ้านสูดลมหายใจลึกหลายครา ใคร่ครวญสิ่งที่ต้องกล่าวออกไป
จากนั้นยืนขึ้นต่อหน้าทั้งหมด
"ท่านทั้งหลาย ไม่ว่าอดีตกาล ปัจจุบัน หรือแม้แต่อนาคต
ไม่มีจักรพรรดิใด ขุนพลใด ขุนนางใด ได้ชื่อว่าสะอาดบริสุทธิ์แม้สักคน
ผู้ที่ทำการใหญ่ได้ ผู้น้อยเห็นว่าไม่มีใครที่ยังคงเป็ผ้าขาวได้
อันว่าปรีชาหรือไม่ กอบกู้หรือไม่ รักประชาหรือไม่ เป็คำพูดที่มาจากมุมมองของผู้ที่ได้ประโยชน์ทั้งสิ้น แม้แต่คำเรียกขานว่า ทรราช หรือกังฉิน ก็เป็คำกล่าวของผู้เสียผลประโยชน์เช่นกัน
ที่สำคัญคือ เจตจำนงของคนผู้นั้น และจำนวนผู้ที่ได้ผลประโยชน์จากคนผู้นั้น
หากท่านทั้งหลายทำนายว่า ในอีก 15-20 ปีข้างหน้า อาณาจักรนี้จะแตกดับ
อย่างนั้น....พวกท่านลองพิจารณาอย่างตรงไปตรงมาได้หรือไม่
สถานะของราชวงศ์ในยามนี้ ต่อให้ล้มล้างตระกูลฉีไปจริง จะสามารถช่วยต่ออายุแก่บ้านเมืองได้จริงหรือ ? จากสายตาผู้เฝ้ามอง ยามนี้บ้านเมืองสงบร่มเย็น ไร้ศึกา หากแต่มองให้ลึกซึ่ง
ทั้งที่บ้านเมืองร่มเย็น ชาวบ้านกลับอพยพหนีอุทกภัยทางใต้ขึ้นมามากมายจนนครหลวงไม่อาจรองรับ ราคาข้าว เกลือ ล้วนขึ้นราคา
ขณะที่ราชสำนักประกาศเพิ่มภาษี ออกนโยบายสร้างสวน์ราชอุทยาน
เกณฑ์แรงงาน ช่างฝีมือมหาศาล ยิ่งทำให้ขาดแรงงานท้องถิ่นมาทำไร่นา
ชาวบ้านยิ่งไม่มีผลผลิตมาจ่ายภาษี หากเป็เยี่ยงนี้ต่อไป ต่อให้ไร้คนสกลุฉีในแผ่นดินนี้จริง
ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงคำทำนายของท่านทั้งหลายได้ ในความเห็นของผู้น้อย ไม่แน่ว่าตระกูลฉีจะเป็หายนะ และไม่แน่ว่าจะได้ขึ้นเป็บุคคลสำคัญดังคำทำนาย
ท่านทั้งหลายล้วนทราบดีว่าพ่อค้าไม่อาจรับราชกาลได้ จะเป็บุคคลเ่าั้ได้อย่างไร
และหากคำทำนายเป็จริง เกิดหายนะแก่บ้านเมืองจริง
แต่กลับปราศจากตระกูลฉีไปตามคำทำนาย ใช่จะไร้ ผู้กอบกู้บ้านเมืองหรือไม่
ใช่ว่าเราสมควรตระเตรียมการเพื่ออนาคตดีกว่าหรือไม่??"
ณ วันนี้ สายฟ้านับสิบสาย ได้ผ่าลงมายังลานห้องโถงอย่างอัศจรรย์
พร้อมกันนั้น แว่วเสียงร้องจ้าของเด็กน้อยแรกเกิด
อนาคตของตระกูลฉี คงฝากไว้ที่เด็กคนนี้แล้ว
----------------------