เสี่ยวอาหลี ข้ามารับยาตามที่ท่านหมอสั่งไว้ เถ้าแก่ร้านผ้าตรงข้ามร้านหมอยาที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานแต่กิจการกลับรุ่งเรืองมากกว่าบางร้านที่เปิดมาก่อนเสียอีก เดินตรงมารับยากับอาหลีเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มดวงตากลมโตหน้าตาน่ารักลูกมือคนเดียวของหมอหญิงชื่อดังในตรอกนี้
ได้ ท่านรอข้าสักประเดี๋ยว อาหลีเอ่ยพร้อมกับเดินเข้าไปในร้านแล้วกลับออกมาพร้อมกับสมุนไพรห่อใหญ่
เถ้าแก่เยียนยาชุดนี้เป็ชุดสุดท้ายแล้วถ้าไม่มีอาการก็ถือว่าหายดีแล้ว อาหลีเอ่ยพร้อมกับยื่นสมุนไพรห่อใหญ่นั้นให้กับเถ้าแก่ร้านขายผ้า เถ้าแก่ร้านผ้ารับสมุนไพรห่อนั้นมาโดยที่ไม่ลืมที่จะเอ่ยขอบคุณอาหลีก่อนที่จะหันหลังเดินกลับไป
ขอบคุณเสี่ยวอาหลี
เ้าคะ กลับดีๆ เถ้าแก่
เสี่ยวอาหลี เสียงของคนข้างหลังทำให้อาหลีหันหลังกลับมา สตรีผู้มีผ้าปิดใบหน้าอยู่ครึ่งหนึ่งเดินออกมาจากข้างในร้านส่งเสียกเรียกอาหลี
ท่านหมอมีอะไรหรือเ้าคะ
อาหลีเอ่ยถามเ้าของเสียง หมอหญิงชื่อดังในตรอกซานโจวหรือที่ทุกคนเรียกกันว่า ท่านหมอ เพราะนอกจากฝีมือในการรักษาที่เป็เลิศแล้วค่ารักษารวมถึงสมุนไพรในร้านนางนั้นกลับราคาเป็กันเองจึงไม่แปลกที่แม้จะเพิ่งเปิดแต่กิจการกลับรุ่งเรืองและยังเป็ที่เลื่องลือทั่วทั้งฉีอันอีกต่างหาก
นี้ก็จวนจะค่ำแล้วเ้ามีธุระไปไหนต่อหรือไม่? คนตรงหน้าเอ่ยถาม อาหลีเงียบไปชั่วขณะก่อนที่จะเอ่ยออกมา
ไม่มีมีท่านมีเื่อันใดหรือเ้าคะ?
ข้าจะพาเ้าไปที่หนึ่งกับข้า เถ้าแก่เยียนน่าจะเป็คนลูกค้าคนสุดท้ายแล้ว รีบปิดร้านเถอะเดี๋ยวไม่ทันเวลาข้างในข้าเก็บเรียบร้อยแล้วเ้าปิดประตูแล้วค่อยตามข้ามา นางเอ่ยพร้อมกับเดินออกไปรออาหลีในรถม้าที่จอดอยู่อีกตรอกหนึ่งข้างๆ อย่างเร่งรีบ
ทางด้านอาหลีไม่รอช้ารีบปิดประตูพร้อมกับตามคนที่ไปรออยู่ในรถม้าก่อนแล้วในทันที อาหลีที่กำลังจะก้าวขาเข้าไปในรถม้าแต่สายตากลับไปสะดุดอยู่กับชายหนุ่มรูปงามที่คุ้นเคย วันนี้เขาสวมใส่ชุดสีขาวแล้วทับด้วยสีฟ้าอ่อน ช่างเข้ากับผิวที่ขาวละเอียดผุดผ่องนั้นของเขาเสียจริง
คุณชายหลี่…..หลี่ลู่เหอ อาหลีเผลอเรียกชื่อเขาออกมาเบาๆ ก่อนที่จะเผลอยิ้มออกมา
เสี่ยวอาหลี มีอะไรหรือ เสียงของคนที่อยู่ข้างในเอ่ยถามเมื่อเห็นว่านางหยุดชะงักไปชั่วขณะ ทำให้อาหลีได้สติก่อนที่จะรีบก้าวขาเข้ามาในรถม้า
ไม่มีอะไรเ้าคะ อาหลีเอ่ยพร้อมกับยิ้มกว้างให้คนตรงหน้าที่ไม่ได้สวมผ้าปิดหน้าแล้ว
ท่านหมอไม่สิคุณหนูฟางซินท่านจะพาข้าไปไหนหรือเ้าคะ? อาหลีที่เพิ่งเข้ามานั่งอยู่ข้างในรถม้าได้ไม่นานเอ่ยขึ้น เพราะเห็นว่าทางที่รถม้าผ่านมานั้นเป็เส้นทางที่ไม่คุ้นเคย
เขาฝูอัน ฟางซินหรือท่านหมอหญิงชื่อดังในตรอกซานโจวเอ่ยขึ้น เดิมทีหลังจากที่ฮูหยินใหญ่ของตระกูลป๋ายหรือมารดาผู้ให้กำเนิดของฟางซินเสียไปเมื่อปีที่แล้ว แม้นางจะอาศัยอยู่กับมารดาั้แ่จำความได้ แต่ฟางซินก็ยังตั้งใจนำเงินก้อนสุดท้ายนี้มาเปิดร้านโดยหวังว่าจะแบ่งเบาภาระหนี้สินของตระกูลป๋ายที่ยังต้องใช้อยู่ตลอดในทุกๆ เดือน เหตุเพราะถึงอย่างไรคนผู้นั้นก็ยังเป็บิดาผู้ให้กำเนิดนางเมื่อช่วยให้ตระกูลป๋ายลืมตาอ้าปากได้แล้วนางและอาหลีที่ฟางซินรักและเอ็นดูเหมือนน้องสาวแท้ๆ ตั้งใจเอาไว้ว่าจะหาที่ดินสักผืนที่ห่างไกลจากเมืองหลวงอย่างฉีอันแล้วเปิดร้านหมอดูแลคนป่วยไข้ที่ตกทุกข์ได้ยากที่อยู่ห่างไกลหมอ เดิมทีฟางซินตั้งใจจะเปิดร้านขายยาและสมุนไพรโดยให้อาหลีเป็คนดูแล สำหรับฟางซินแล้ววิธีนี้น่าจะเป็วิธีที่ดีที่สุดเพราะฮูหยินป๋ายที่ไม่ชอบฟางซินเป็ทุนเดิมอยู่แล้วเกรงว่าหากรู้เื่ร้านขายยาของนางเข้า จะต้องหาวิธีมาทำลายร้านของนางเป็แน่
โชคดีที่เมื่อครั้งฟางซินยังเป็เด็ก หมู่บ้านที่นางและมารดาเคยอาศัยอยู่มีหมอประจำหมู่บ้านคนหนึ่ง ทุกคนเรียกเขาว่าหมอซาน หมอซานใจดีและเอ็นดูฟางซินเหมือนลูกแท้ๆ เขาได้ถ่ายทอดวิชาความรู้แพทย์ที่มีให้แก่ฟางซินนางจึงมีโอกาสได้ใช้วิชาความรู้แพทย์ที่ได้เรียนมาช่วยรักษาบางคนที่ป่วยไข้มาซื้อยาที่ร้านของนาง ไปๆ มาๆ สุดท้ายนางก็เลยได้กลายเป็หมอรักษาคนในแถบนั้นไปโดยปริยาย เพื่อไม่ให้ฮูหยินป๋ายรู้เื่ฟางซิน จึงทำได้เพียงปิดบังใบหน้าเอาไว้แล้วรักษาคนป่วยไข้ต่อไป แต่นั่นกลับทำให้ร้านของฟางซินมีรายได้เพิ่มขึ้นมาเพราะการที่มีหมอประจำร้านทำให้ผู้คนแวะเวียนเข้ามาอยู่บ่อยครั้งบ้างมาหาหมอ บ้างมาถามหาสมุนไพรที่ใช้บำรุงร่างกายนั่นจึงทำให้ร้านของฟางซินนอกจากจะมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้วชื่อเสียงร้านหมอยาของนางก็โด่งดังขึ้นมาในเวลาไม่นาน
เขาฝูอัน! คุณหนูท่านมีธุระอันใดหรือเ้าคะ! อาหลีเอ่ยขึ้นด้วยความใเพราะเขาฝูอันอยู่ไกลจากเมืองหลวงแล้วที่สำคัญเส้นทางนี้แทบจะไม่มีผู้คนผ่านไปมาแล้วยิ่งกลางคืนแบบนี้เห็นทีคงจะมีแค่รถม้าของนางและฟางซินที่กำลังนั่งมาแล้วกระมัง ฟางซินที่เห็นอาหลีมีสีหน้าที่ใจึงเอ่ยขึ้น
เสี่ยวอาหลี เ้าใจเย็นๆ ก่อน เมื่อห้าวันก่อนข้าบังเอิญไปพบเด็กชายคนหนึ่งนำโสมป่ามาขายที่ตลาดไฉ่หง ฟางซินเริ่มเล่าเหตุการณ์เมื่อห้าวันก่อนให้อาหลีฟัง
***ห้าวันก่อนที่ตลาดไฉ่หง
คุณหนู ฮูหยินป๋ายทำเกินไปหรือไม่เ้าคะ ถึงอย่างไรท่านก็เป็ถึงคุณหนูใหญ่ของตระกูลป๋ายมีฐานะไม่ต่างกับคุณชายเนี่ยนจิน เลยนะเ้าคะ
เสี่ยวจื่อสาวใช้ที่ดูแลฟางซินมาั้แ่ที่นางย้ายเข้ามาอยู่ที่จวนตระกูลป๋ายกำลังหอบของพะรุงพะรังเอ่ยขึ้น โดยที่มืออีกข้างหนึ่งหนึ่งกำลังถือใบรายการที่ฮูหยินป๋ายให้ออกมาซื้อ พร้อมกับเงินจำนวนหนึ่งที่ดูแค่ตาเปล่าก็รู้ว่ามันไม่พออีกทั้งยังให้ฟางซินมาถือของกับนางที่มีสถานะเป็เพียงสาวใช้
ดูก็รู้ว่านางกำลังกลั่นแกล้งคุณหนูฟางซิน แถมเื่ราวของฮูหยินใหญ่ของตระกูลป๋ายที่เสี่ยวจื่อได้ยินมานางรู้สึกว่าถึงอย่างไรฟางซินก็เป็ถึงคุณหนูใหญ่ของตระกูลป๋ายต่อให้ฮูหยินใหญ่นางจะหย่าขาดกับใต้เท้าป๋ายั้แ่คุณหนูฟางซินเพิ่งเกิดแต่อย่างไรเล่า ถึงอย่างไรนางก็เป็บุตรสาวอีกคนของใต้เท้าป๋ายไม่ใช่หรือ
เสี่ยวจื่อ ไม่เป็ไรคิดเสียว่าข้าออกมาเดินเล่น ฟางซินเอ่ยขึ้นพร้อมกับหยิบใบรายการซื้อของในมือเสี่ยวจื่อออกมา
เอาละ ต่อไปร้านเถ้าแก่ซาง ข้างหน้านี้แหละ ฟางซินเอ่ยพร้อมกับชี้นิ้วไปทางร้านที่จะซื้อของ แต่ทันใดนั้นเองกลับมีบางอย่างเกิดขึ้นอย่างกระทันเห็น
พรึ่บ! บางอย่างผ่านหน้าฟางซินไปอย่างรวดเร็ว รู้ตัวอีกทีฟางซินก็ล้มพับอยู่กับพื้นเสียแล้ว
ขบวนรถม้านั่น
ฟางซินที่เพิ่งได้สติมองตามหลังรถม้านั้นไปก่อนที่จะมองมายังแขนเสื้อที่ถูกขบวนของรถม้าที่เพิ่งผ่านไปเกี่ยวจนขาดเป็รอยขนาดใหญ่ โชคดีที่ไม่ได้รับาเ็อะไรมีเพียงแขนเสื้อที่ถูกเกี่ยวติดรถม้านั้นไปพร้อมกับข้าวของที่ซื้อมากระจุยกระจายไปคนละทิศคนละทาง
คุณหนู! เสี่ยวจื่ออุทานออกมาพร้อมกับสีหน้าใ ก่อนที่จะวางของลงและรีบมาพยุงฟางซินให้ลุกขึ้น
คุณหนูท่านเจ็บตรงไหนหรือไม่เ้าคะ
ข้าไม่เป็ไร
ฟางซินเอ่ยก่อนที่จะลุกขึ้นและรีบเก็บข้าวของที่กระจุยกระจายไปคนละทิศคนละทางขึ้น พลั้งสายตาเหลือบไปเห็นเด็กชายคนหนึ่งที่กำลังร้องไห้พร้อมกับกำลังเก็บโสมป่าที่ถูกรถม้าคันนั้นเหยียบจนแหลกละเอียด
เด็กน้อย เ้าไม่เป็ไรใช่หรือไม่
ฟางซินอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปถามพร้อมกับช่วยเด็กคนนั้นเก็บโสมป่าที่ถูกขบวนรถม้าเหยียบจนแหลกละเอียดใส่ในตระกร้าที่เด็กคนนั้นถืออยู่ในมือดังเดิม
ข้าไม่เป็ไร ขอบคุณท่าน เด็กชายตอบพลางกับเก็บโสมต่อจนถึงชิ้นสุดท้ายโดยที่ไม่ลืมที่จะเอ่ยขอบคุณฟางซินและเดินหันหลังกลับไป
เดี๋ยว! ฟางซินเอ่ยขึ้นพร้อมกับเด็กชายที่หันหน้ามาตามเสียงคนข้างหลัง
โสมป่าพวกนี้เป็ยาบำรุงชั้นดีหายาก เ้านำมันมาขายให้ข้าได้หรือไม่
พี่สาว ข้าขอบคุณท่านแต่โสมพวกนี้ถูกรถม้าเหยียบจนแหลกละเอียดเกรงว่าซื้อไปท่านคงจะขาดทุนเสียเปล่า เด็กชายเอ่ยพร้อมกับมองไปที่โสมป่าเ่าั้
ไม่เป็ไร โสมพวกนี้ยังพอใช้ได้อยู่ ฟางซินหยิบโสมบางส่วนที่อยู่ในในมือเด็กคนนั้นขึ้นมา แต่กลับดูเหมือนว่าจะไม่ได้เป็อย่างที่นางพูดเพราะโสมนั่นแทบจะใช้ไม่ได้ดังที่เด็กชายคนนั้นบอกไว้ก่อนหน้านี้
พี่สาว เดิมทีข้าเก็บโสมนี้มาเพื่อแลกกับยาร้านตรงข้ามโน้น เด็กชายเอ่ยพร้อมกับมองไปยังร้านที่จะนำโสมมาแลกกับยา
แต่โสมนี้คงใช้ไม่ได้ข้ายกให้ท่านฟรีๆ ก็แล้วกัน เด็กชายเอ่ยพร้อมกับยื่นโสมนั้นให้ฟางซิน
ยาหรือ?
ขอรับ เด็กชายตอบพร้อมกับเอ่ยต่อ ท่านย่าของข้าไม่สบายมาหลายวันแล้ว แต่การเดินทางจากที่บ้านของข้ามาที่นี้ต้องใช้เวลาหลายชั่วยามจึงทำได้แค่ซื้อยามาช่วยบรรเทาอาการขอรับ
ทันทีที่เด็กคนนั้นเอ่ยจบฟางซินพอจะเข้าใจเื่ราวจึงเอ่ยกับเด็กคนนั้นต่อว่า
ข้าเข้าใจแล้ว เอาอย่างนี้ก็แล้วกันวันนี้เ้าเอาเงินนี้ไปซื้อยาและอาหารกลับไปเสียก่อน อีกห้าวันข้าจะไปพบเ้าและท่านย่าของเ้าดีหรือไม่ ฟางซินเอาเงินที่เหลืออยู่ในถุงที่ฮูหยินป๋ายให้มาซื้อของให้เด็กคนนั้นไป
พี่สาว เงินมากมายขนาดนี้ข้ารับไว้ไม่ได้หรอก เด็กชายเปิดดูเงินในถุงก่อนที่จะเอ่ยพร้อมกับยื่นเงินคืนฟางซินไป ฟางซินเห็นดังนั้นจึงเอ่ยต่อ
ถ้าอย่างนั้นถือว่าข้าซื้อโสมป่าพวกนี้กับเ้าล่วงหน้าก็แล้วกัน ข้าเอาเงินให้เ้าก่อนอีกห้าวันข้าจะไปรับโสมนั้นด้วยตัวเองดีหรือไม่
เด็กชายคิดอยู่นานจนกระทั่งเขาตอบตกลง
ขอรับพี่สาวขอบคุณท่าน อีกห้าวันข้าจะคอยท่าน แต่บ้านของข้าค่อนข้างจะห่างไกลการเดินทางก็ลำบากเกรงว่า……
เด็กคนนั้นเงียไปชั่วขณะฟางซินจึงเอ่ยขึ้น
ไม่เป็ไร บ้านเ้าอยู่ที่ไหนหรือ ทันทีที่ฟางซินเอ่ยถามเด็กคนนั้นยิ้มกว้างออกมาพร้อมกับเอ่ย
อยู่หลังเขาฝูอันขอรับ!
อืม ข้าเข้าใจแล้วเ้ารีบไปซื้อยาเถอะ อีกห้าวันข้าจะไปรับโสมนั้นด้วยตัวเอง ฟางซินเอ่ยพร้อมกับยื่นมือไปลูบหัวเด็กคนนั้นอย่างเอ็นดู
ขอรับ เด็กชายเอ่ยก่อนที่จะรีบวิ่งไปยังร้านขายยา
***