คุณหนูไร้เดียงสากับนายบ้ากาม
ตอน โดนต่างด้าวหลอกแต๊ะอั๋ง
แสงแดดยามสายอ่อนๆ สาดส่องต้องยอดต้นหมากสูงในอาณาบริเวณของคฤหาสน์หลังใหญ่โอ่อ่าที่ตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นที่กว้างขวางหลายร้อยไร่ ผิวหินอ่อนขัดมันวาวสะท้อนแสงระยิบระยับบ่งบอกถึงความเก่าแก่และความมั่งคั่งของตระกูล เทวรัตนะวรกุล อากาศยามเช้าในเดือนพฤษภาคมของย่านชานเมือง แม้จะเริ่มอบอ้าวขึ้นบ้าง แต่ภายในคฤหาสน์กลับเย็นสบายด้วยร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมทั่วบริเวณ และระบบปรับอากาศอันทันสมัย
เื้ัตัวคฤหาสน์ คืออาณาจักรแห่งความร่ำรวยที่แท้จริง โรงงานทอผ้าไหมขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอย่างเงียบงัน เสียงเครื่องจักรทอผ้าดังคลอเบาๆ จากด้านใน เป็บทเพลงแห่งการสร้างสรรค์ผืนผ้าไหมชั้นเลิศที่โด่งดังไปทั่วโลก ถัดไปเป็โกดังเก็บผ้าไหมขนาดมหึมาที่บรรจุผืนผ้าหลากสีสันดุจขุมทรัพย์ และไม่ไกลกันนักคือสวนหม่อนกว้างใหญ่เขียวชอุ่มที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เป็แหล่งกำเนิดวัตถุดิบสำคัญสำหรับเลี้ยงตัวไหมนับแสนนับล้านตัว
ภายใต้ร่มเงาของตระกูลวรกุลแห่งนี้ คุณหญิงยายผู้สูงศักดิ์อาศัยอยู่กับหลานสาวสุดที่รักทั้งสามคน ชฎา ฤดี และรตา พวกเธอคือดรุณีแสนสวยที่เติบโตมาในความหรูหราและเพียบพร้อมทุกประการ
คุณชายกับคุณหญิง ผู้เป็พ่อแม่แท้ๆ ของพวกเธอ ได้เดินทางไปตั้งบริษัทขยายกิจการส่งออกผ้าไหมของคุณหญิงยายอยู่ที่ต่างประเทศ นานๆ ครั้งถึงจะกลับมาบ้านเพื่อเยี่ยมลูกสาวทั้งสาม ปีละหนสองหน ทำให้คุณหญิงยายคือผู้ปกครองหลักของหลานสาวทั้งสามคน
ชฎา พี่สาวคนโต อายุยี่สิบปีเต็ม เธอคือภาพลักษณ์ของความสวยหวานสง่างาม ใบหน้าเรียวรูปไข่ ดวงตากลมโตเป็ประกายทอประกายอ่อนโยน รอยยิ้มของเธอบางเบาดุจกลีบกุหลาบ บุคลิกของชฎาเป็ลุคคุณหนูผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว ทว่าภายใต้ความเรียบร้อยนั้น ร่างกายของเธอกลับอวบอิ่มซ่อนรูป มักจะสวมชุดกระโปรงยาวพลิ้วไหวสีพาสเทล ดูเรียบร้อยแต่ก็แฝงด้วยเสน่ห์เย้ายวนอย่างน่าค้นหา
ฤดีหลานสาวคนกลาง อายุสิบเก้าปีเต็ม เธอคือตัวแทนของความสวยเปรี้ยวจี๊ดจ๊าด ใบหน้าเรียวคม ดวงตาฉายแววมั่นใจและซุกซน ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสด บุคลิกของฤดีโดดเด่นและกล้าแสดงออก เธอชอบการแต่งตัวที่ทันสมัย โชว์รูปร่างที่หุ่นแซ่บ เอวคอดกิ่ว สะโพกผายได้รูป สวมเสื้อครอปตัวสั้นกับกางเกงยีนส์เอวสูง ดูทะมัดทะแมงแต่ก็แฝงด้วยความเซ็กซี่ที่ร้อนแรง
ส่วน รตา น้องคนเล็ก อายุสิบแปดปีเต็ม เธอคือภาพของความสวยแบ๊วใสไร้เดียงสา ใบหน้ากลมมน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาสีชมพูทอประกายสดใส รอยยิ้มของเธอบริสุทธิ์ดุจเด็กน้อย รตานับเป็สาวแว่นตัวเล็ก ร่างกายบอบบางน่าทะนุถนอม สวมเสื้อยืดสีสันสดใสกับกระโปรงพลีทสั้นเสมอเข่า ดูน่ารักและอ่อนเยาว์กว่าวัย
ภายในอาณาจักรอันกว้างใหญ่ของคฤหาสน์วรกุลแห่งนี้ มีคนงานและคนสวนชายหญิงหลายสิบชีวิตคอยดูแลความเรียบร้อย พรเช้าของแต่ละวันมักจะเริ่มต้นด้วยเสียงเครื่องจักรในโรงงานที่เริ่มทำงาน เสียงคนงานพูดคุยกันเบาๆ และเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วจากสวนดอกไม้ ความร่ำรวยของตระกูลวรกุลไม่ได้เป็เพียงตัวเลขในบัญชีธนาคาร แต่ปรากฏชัดในทุกรายละเอียดของชีวิตประจำวันของหลานสาวทั้งสาม และคนงานอีกนับสิบชีวิตที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของคฤหาสน์แห่งนี้
เช้าวันหยุดที่แสงแดดอบอุ่นทาบทาผืนหญ้าสีเขียวสดใส รตา คุณหนูคนเล็กของบ้านวรกุล วัยสิบแปดปีเต็ม ในชุดเสื้อยืดสีขาวโอเวอร์ไซส์ตัวใหญ่คลุมสะโพก กับกางเกงขาสั้นผ้าคอตตอนสีชมพูอ่อนที่มองไม่เห็นภายใต้เสื้อตัวโคร่ง เธอสวมแว่นตากลมโตคู่ใจ พร้อมรอยยิ้มสดใสบริสุทธิ์ดุจเด็กน้อย กำลังปั่นจักรยานคันเล็กสีขาวไปตามทางเดินหินอ่อนรอบคฤหาสน์ ลมเย็นๆ พัดกระทบใบหน้า ปลุกให้เธอรู้สึกสดชื่นมีชีวิตชีวา
รตาชอบการปั่นจักรยานเล่นรอบคฤหาสน์กว้างใหญ่เป็ที่สุด นอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้ว เธอยังได้ัักับธรรมชาติอันงดงามที่โอบล้อมบ้านของเธอ ดวงตาภายใต้แว่นกวาดมองไปทั่วบริเวณอย่างมีความสุข เธอมองเห็นแปลงดอกไม้หลากสีที่กำลังเบ่งบานชูช่ออวดความงาม และต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา
ขณะที่จักรยานคู่ใจเลี้ยวผ่านพุ่มกุหลาบสูงท่วมหัว สายตาของรตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างเล็กๆ กำลังวิ่งเล่นอยู่ริมสระน้ำ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอพลันกว้างขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็ไอ้หนูมงคล ลูกชายวัยห้าขวบของ นายหม่องทองดี คนสวนชาวต่างด้าวร่างใหญ่ กำยำ และมีผิวคล้ำ ลูกชายของนายทองดีมีใบหน้าที่น่ารัก ดวงตากลมโตเป็ประกายซุกซนเหมือนพ่อ เด็กน้อยมักจะวิ่งเล่นไปมาในสวนอยู่เสมอขณะที่แม่ ซึ่งเป็สาวทอผ้าในโรงงาน
รตากดเบรกจักรยานจนเสียงดังเอี๊ยด แล้วรีบะโลงจากอานจักรยานคู่ใจ วางมันพิงไว้กับลำต้นหมากสูงใหญ่ เธอวิ่งเข้าไปหาไอ้หนูมงคลอย่างรวดเร็ว
"มงคล! มาเล่นกัน!" รตาะโเรียกเสียงใส
ไอ้หนูมงคลหันมามองรตา ดวงตากลมโตเป็ประกายด้วยความดีใจ เขาวิ่งตรงเข้ามาหารตาอย่างรวดเร็ว แล้วะโเข้ากอดขาเธอแน่น
"พี่รตา" เด็กน้อยร้องเรียกด้วยเสียงเจื้อยแจ้ว
รตาหัวเราะคิกคัก เธอก้มตัวลงกอดไอ้หนูมงคล ก่อนจะผละออก แล้วเริ่มวิ่งไล่จับกันไปมาบนสนามหญ้าเขียวขจี เสียงหัวเราะสดใสของทั้งสองดังปะปนกับเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วในสวน
รตาชอบเล่นกับไอ้หนูมงคลเสมอ เธอไม่เคยรังเกียจที่จะลงมาคลุกคลีกับลูกชายของคนสวนเลยแม้แต่น้อย ความไร้เดียงสาของเด็กน้อยทำให้รตารู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขทุกครั้งที่ได้ใช้เวลาอยู่กับเขา
เสียงหัวเราะสดใสของรตากับไอ้หนูมงคลยังคงดังก้องไปทั่วสวน รตาวิ่งนำเด็กน้อยไปอย่างสนุกสนาน แต่แล้วจู่ๆ เท้าของเธอก็พลาดไปสะดุดเข้ากับรากไม้ใหญ่ที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นหญ้า ร่างบางเสียหลัก หกล้มอย่างแรง หัวเข่ากระแทกกับพื้นดินแข็งๆ จนเกิดเสียง "ตุบ!"
โอยยย! รตานั่งกอดเข่า น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บแสบร้อนจากแผลถลอก เืสีแดงสดซึมออกมาจากผิวเนื้อขาว
"ฮือ! ๆ พี่รตา! พี่รตาเป็อะไรไหมครับ! พี่เป็อะไรไหม?" ไอ้หนูมงคลร้องไห้เสียงดังลั่นสวน วิ่งเข้ามาหาพี่สาวด้วยความเป็ห่วง ใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยน้ำตาด้วยความเป็ห่วง
ทันใดนั้น ร่างกำยำของ นายหม่องทองดี คนสวนชาวต่างด้าว พ่อของไอ้หนูมงคล ก็วิ่งเข้ามาคุกเข่าข้างหน้ารตาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมเข้มของเขาฉายแววกังวลเมื่อเห็นคุณหนูตัวน้อยหกล้ม
"คุณหนู! เป็อะไรไหมครับ!" นายทองดีถามด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย เขามองไปยังหัวเข่าของรตาที่มีเืไหลซิบๆ
โดยไม่รอช้า นายทองดีก็รีบหยิบขวดน้ำดื่มที่พกติดตัวออกมา ก้มลงล้างแผลถลอกที่หัวเข่าของรตาอย่างเบามือ น้ำใสๆ ไหลชะล้างคราบเืและสิ่งสกปรกออกไป
ด้วยท่าที่รตานั่งกอดเข่าอยู่ตรงหน้า ทำให้กางเกงขาสั้นร่นขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นเรียวขาอ่อนที่ขาวผ่อง และกางเกงในสีอ่อนที่โผล่พ้นออกมาทางขากางเกงเพียงเล็กน้อย แสงแดดยามสายสาดส่องกระทบผิวกาย ทำให้ทุกสัดส่วนดูเด่นชัดขึ้นในสายตาของนายทองดี
นายทองดีรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แล่นแปล๊บไปทั่วร่าง แท่งเอ็นในกางเกงของเขาเริ่มแข็งขืนจนเป้าตุงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เขารีบก้มหน้าลง พยายามซ่อนสีหน้าที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
"ต้องรีบล้างแผลนะครับคุณหนู เดี๋ยวจะติดเชื้อเป็หนองเอา" นายทองดีเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แฝงไปด้วยความหื่นกระหายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเป็ห่วง
"ค่ะ ล้างที่ไหนล่ะคะ" รตาถามเสียงแ่เบาด้วยความเ็ป
นายทองดีเงยหน้าขึ้นสบตากับรตา รอยยิ้มบางๆ ปรากฏที่มุมปาก "ไปบ้านพักผมก็ได้ครับ"
หัวใจของรตาเต้นแรงระรัว เธอไม่ทันได้คิดอะไรต่อ นายทองดีก็ช้อนร่างบางของเธอขึ้นมาอุ้มแนบท่อนแขน อย่างง่ายดาย ราวกับอุ้มตุ๊กตา แล้วพาเธอเดินตรงไปยังบ้านพักคนงานที่อยู่ด้านหลังโรงงานทอผ้า
"พ่อ! รอด้วย! รอผมด้วยพ่อ!" ไอ้หนูมงคลร้องเสียงดัง วิ่งตามหลังพ่อของเขาไปติดๆ ด้วยความเป็ห่วงพี่สาว...